โรงแรมใหม่ – ด่านสองแม่บ้าน กว่าจะผ่านไปได้

จะโฮสเทล จะบูติกโฮเต็ล จะเกสท์เฮ้าส์ จะโรงแรม จะที่พักแบบไหน สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ “ความสะอาด” 

แล้วที่พักของคุณส่งมอบความสะอาดในระดับไหน

กลุ่มแรกอาจตอบด้วยคำตอบในแนวนี้

  • “ก็ส่งให้ตามราคาที่จ่ายนั่นแหละ”
  • “ทำได้เท่านี้แหละ เพราะคนหายาก เข้าๆออกๆ มาฝึกได้สักพักก็ออกไป จะให้ทำไงล่ะ”
  • “โอ๊ย……พูดจนปากเปียกปากแฉะ ให้ทำแบบนี้ ทำแบบนี้ ไม่เคยรู้เรื่อง จนปัญญา”
  • “โถ..โถ..มานอนแค่คืนเดียว จะเอาอะไรก็นักกันหนา”

กลุ่มที่สองอาจตอบด้วยคำตอบในแนวนี้

  • “ทำอย่างเต็มที่ค่ะ ตรวจแล้วตรวจอีกกว่าจะส่งมอบห้องให้กับหน้าฟร้อนท์ว่าห้องพร้อมแล้ว”
  • “ไม่ได้เลยค่ะ ลูกค้าตั้งใจมาพักกับเรา ต้องไม่ทำให้เค้าผิดหวังค่ะ”
  • “กว่าจะเดินทางมาถึงโรงแรมเรา ไม่ใช่ง่ายๆนะคะ เราต้องทำทุกอย่างให้เนี้ยบที่สุด ประทับใจที่สุดค่ะ”
  • “เราคำนึงถึงต้นทุนการทำงานค่ะ เรามีการกำกับควบคุมทุกๆแผนก ถ้าบอกว่าค่าใช้จ่ายในห้องพักต้องไม่เกิน 150 บาท ก็ต้องตามนั้นค่ะ ถ้าเกิน หัวหน้าทีมแม่บ้านต้องอธิบายได้ค่ะ”
  • “เรานับจำนวนอเมนิตี้ทุกสิ้นเดือนนะคะ ใครจะหยิบกลับบ้านไม่ได้ค่ะ”

 

การทำงานของทีมแม่บ้านเป็นการให้บริการที่สำคัญอีกส่วนที่จะช่วยสร้างความประทับใจและทำให้ประสบการ์ณการเข้าพักของลูกค้าราบรื่นไปได้เกิดครึ่งเลยทีเดียว ให้ลองนึกว่าเวลาคุณเดินทางไปพักผ่อน หรือไปทำงาน ส่วนที่คุณใช้บริการมากที่สุด ก็คือ ส่วนห้องพัก ดังนั้นแน่นอนว่า “ทีมแม่บ้าน” ย่อมเป็นส่วนสำคัญหรือหัวใจอีกส่วนต่อจากส่วนหน้าฟร้อนท์ที่กล่าวไปในตอนที่แล้วเลยทีเดียว

แล้วทีมแม่บ้านจะช่วยทำให้การเข้าพักของลูกค้าเป็นไปอย่างราบรื่นได้อย่างไร?

  1. ความสะอาด  ****ต้องใส่หลาย ๆ ดาว ****

สิ่งสำคัญอันดับแรกคือเรื่อง ความสะอาด หมายถึงสะอาดตั้งแต่ประตูทางเข้าห้องพัก ทางเดิน ชั้นวางของ ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ ที่นั่ง ระเบียง หัวเตียง ที่นอน ผ้าปูที่นอน หมอน มุ้ง แก้วน้ำ กาน้ำร้อน ตู้เย็น ขวดน้ำ โคมไฟ สวิทช์ไฟ……….คือทุกสิ่งอันภายในห้องพัก ต้องสะอาด พร้อมใช้ ไม่ว่าคุณจะเป็นที่พักแบบไหน ระดับไหน ความสะอาดต้องมี 

ถ้าคุณไม่สามารถนอนได้ ใช้งานได้ เพราะมีสิ่งสกปรก หรือห้องมีกลิ่น  กาน้ำร้อนมีกลิ่น ตู้เย็นมีกลิ่น มีหยากไย่อยู่ในตู้เสื้อผ้า ไปจนถึงโรงแรมที่มักมีไดเร็คทอรี่ หรือเมนูรูมเซอร์วิสในห้องพัก แต่อยู่ในสภาพเน่าเปื่อย มีรอยกาแฟหรืออาหารเปรอะเปื้อนบนเมนูหลายหน้า บางเล่มมีเด็กวาดการ์ตูน หรือบางหน้าถูกฉีกออกโดยลูกค้ามือบอน

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่รวมอยู่ในหมวดหมู่ความสะอาดทั้งหมด

 

     2. ตรวจสอบการใช้งาน

เมื่อแม่บ้านเข้าทำความสะอาดห้องพัก สิ่งที่ควรทำควบคู่กันไปด้วยคือการทดสอบการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ หากไม่สามารถใช้งานได้ให้เรียก “ทีมช่าง” มาจัดการทันที หรืออาจกำหนดให้ทีมช่างเข้างานพร้อมแม่บ้านเวลาทำความสะอาดห้องพักโดยจัดตารางการเข้าตรวจสอบการใช้งานกันก็ย่อมได้ เรียกว่าเป็นการบำรุงรักษาแบบป้องกัน (Preventive Maintenance)

น้ำไม่ไหล ไม่ระบายตามท่อ น้ำท่วมหลังเท้าเวลาอาบน้ำ แอร์ไม่เย็น แอร์มีน้ำหยด ชักโครกแล้วมีกลิ่นย้อนกลับ โคมไฟไม่ติด หรือหลอดไฟบางหลอดไม่ติด ไม่ทำงาน  ไดร์เป่าผมใช้งานไม่ได้ หรือใช้งานแล้วมีกลิ่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ควรมีการตรวจทุกครั้งที่มีการทำความสะอาดห้องพัก

      3. การจัดเตรียมห้องพักหลังทำความสะอาด

การจัดเตรียมห้องพักเริ่มทำได้จากการตรวจสอบรายชื่อลูกค้าที่จะเข้าเช็คอินล่วงหน้าในแต่ละวันว่ามีลูกค้าเช็คอินกี่ห้อง จำนวนลูกค้าแต่ละห้องมีกี่คน ผู้ใหญ่ หรือเด็ก ถ้ามีเด็กอายุเท่าไหร่ ต้องการเตียงเสริมหรือไม่ อย่างไร มีผู้สูงอายุหรือไม่ สิ่งเหล่านี้จะสัมพันธ์กับการจัดสรรห้องพักให้กับลูกค้าให้เหมาะกับความต้องการ หรือคำร้องขอของลูกค้า

เมื่อทราบว่าลูกค้าแต่ละห้องมีความต้องการอย่างไร มีกี่คน ทีมแม่บ้านก็ควรจัดของใช้ภายในห้องให้เหมาะสมกับจำนวนลูกค้า เช่น ห้องพักสำหรับ 2 ท่าน สามารถเสริมเตียงเสริมได้ 1 เตียง มีลูกค้าเข้าพัก 3 คนเป็นผู้ใหญ่ทั้งหมด ของใช้ในห้องพักก็ควรจัดสำหรับ 3 คน ตั้งแต่ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า เสื้อคลุม(หากมี) อเมนิตี้ต่างๆ ได้แก่ แชมพู สบู่ ครีมทาตัว ค๊อตตอนบัด  รวมไปถึง แก้วน้ำ แก้วกาแฟ ช้อนกาแฟ น้ำดื่ม รองเท้าใส่ในห้องพัก ใส่เดินเล่น (หากมี)

สิ่งเหล่านี้ดูเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่หลายโรงแรมมักละเลย ไม่ใช่แต่เฉพาะโรงแรมใหม่ โรงแรมที่เปิดให้บริการมานานแล้วก็พบบ่อยเช่นกัน ทำให้ลูกค้าต้องโทรติดต่อหน้าฟร้อนท์เพื่อขอเพิ่มของใช้ในห้องพัก แต่ถ้าคุณเตรียมให้ครบกับจำนวนลูกค้า คุณก็ได้สร้างความประทับใจให้ลูกค้าแล้วโดยการแสดงออกถึงความใส่ใจในรายละเอียด

เรื่องการเตรียมของใช้ต่างๆนี้ ขอพูดเลยไปถึงบางโรงแรมที่แจกคูปองอาหารเช้าให้ลูกค้า ก็ควรแจกให้ตามจำนวนลูกค้าที่พักแต่ละห้องเช่นกัน ไม่ใช่ลูกค้ามาคนเดียว แจกคูปองสำหรับ 2 ท่าน พอลูกค้าไปถึงร้านอาหารยื่นคูปองให้ พนักงานถามว่า “ทำไมมี 2 คูปอง” เรื่องนี้ลูกค้าคงตอบคำถามของคุณไม่ได้ คงต้องไปถามทีมงานหน้าฟร้อนท์ของคุณดูกันเองว่าทำไมถึงแจก 2 คูปอง

…………………………………………………….

แค่ 3 เรื่องแค่นี้เองที่คุณสร้างความประทับใจเบื้องต้นให้ลูกค้าได้แล้วค่ะ ส่วนถ้าใครต้องการเพิ่มเติมระดับความประทับใจมากขึ้นกว่านี้ แปลว่าคุณต้องใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น เช่น ลูกค้ามาพักเนื่องในโอกาสพิเศษอะไรหรือเปล่า หรือจากการพูดคุยผ่านทางข้อความต่างๆ พอจะทราบได้ว่าลูกค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เราจะทำอะไรเพิ่มเติมให้ลูกค้าดี อันนี้ก็แล้วแต่ระดับความใส่ใจของแต่ละโรงแรม

ส่วนถ้าเป็นโรงแรมตามเมืองต่างๆ ที่อาจไม่ได้เน้นเรื่องการพักผ่อนมากนัก การเข้าพักของลูกค้าคือการได้พักผ่อน นอนหลับอย่างสบาย น้ำไหล ไฟสว่าง ชักโครกไม่อุดตัน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่โรงแรมตามหัวเมือง หรือในตัวเมืองตามจังหวัดต่างๆ ควรส่งมอบได้อย่างเต็มที่ ขอแค่ใส่ใจและสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงานร่วมกัน ลงมือทำร่วมกัน เพื่อความประทับใจของลูกค้า อย่าไปคิดว่า “โรงแรมอย่างเรา ในจังหวัดอย่างเรา เขามาพักกันครั้งเดียวแหละ ไม่จำเป็นต้องทำอะไร” ควรคิดว่าเขาจะไปช่วยแนะนำ บอกต่อให้กับเพื่อนฝูงและครอบครัวของเขาอย่างไร

 

ทำดี ทำได้ทุกวัน ขอให้ผ่านด่านที่สองไปอย่างราบรื่นค่ะ

 

Author: thethinkwise by Amornpan Somsawasdi

A specialist for small hotels from concept to operation. A Brand consultant for small hotels to ensure that your individual hotels will be growing with good branding. A coach to lead and guide you a practical method in executing sales and marketing as well as provide a good training for your operational service team.

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.