ประทับใจหรือจำไว้เลย ! : เส้นบางๆในการออกแบบและการให้บริการ

เส้นบางๆของการออกแบบและการออกแบบการให้บริการที่จะสร้างความประทับใจหรือให้ลูกค้าจดไว้ว่า “จำไว้เลยนะ ไม่ต้องกลับมาอีก”

เชื่อว่าหลายๆคนคงได้อ่านบทความมากมายเกี่ยวกับ Customer Journey หรือการทำความเข้าใจถึงเส้นทางหรือรูปแบบการตัดสินใจของลูกค้าและเครื่องมือต่างๆที่ลูกค้าใช้เพื่อแสวงหาสินค้า เปรียบเทียบสินค้า ไปจนถึงตัดสินใจซื้อ แล้วเราก็ควรจะต้องมาจับคู่หรือสร้างบริการที่สร้างที่ส่งมอบตั้งแต่ความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ไปจนถึงความประทับใจเพื่อให้ลูกค้าบอกต่อไปยังเครือข่ายของลูกค้าในลำดับต่างๆ

วันนี้อยากยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวเรามาก ๆ คือ ห้องน้ำ

เวลาที่เราเริ่มโครงการไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร หรือโรงแรมที่พัก มีใครกำหนดสเปคหรือคอนเซ็ปท์ รูปแบบการใช้งานของห้องน้ำบ้าง? ….หมายถึงทั้งห้องน้ำในส่วนห้องพัก และห้องน้ำส่วนกลางนะคะ

รูปที่ 1 – ห้องน้ำในโรงแรมที่มีห้องประชุมสำหรับ 500 คน

ส่วนใหญ่ หากเป็นเรื่องโรงแรม มักจะใส่ใจเรื่องห้องน้ำในส่วนห้องพัก มากกว่าห้องน้ำสำหรับให้บริการส่วนกลาง บางแห่งไม่ได้คำนึงถึงสัดส่วนปริมาณลูกค้าที่จะใช้บริการกับจำนวนห้องน้ำด้วยซ้ำไป และที่รุนแรงที่สุดคือ “ไม่คำนึงถึงจำนวนห้องน้ำพนักงานให้เพียงพอกับพนักงานที่เข้างานในแต่ละรอบ” !!! เรื่องนี้เรื่องใหญ่ทีเดียว

คราวนี้ลองมาดูว่าถ้าตอนออกแบบงานโครงสร้างสถาปัตยกรรมไม่ได้คำนึงถึงตรงนี้เท่าไหร่ หมายความว่าผู้ออกแบบก็ใช้เกณฑ์พื้นฐานทั่วไป มีจำนวนห้องน้ำเท่านั้นเท่านี้ห้อง ไม่เคยสอบถามว่าปกติจะมีผู้ใช้บริการในแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร กรณีเป็นห้องประชุมก็ไม่เคยถามเจ้าของว่าแต่ละห้องประชุมีจะมีลูกค้าประมาณไหน ตั้งเป้าจัดงานเดือนละกี่ครั้งจะมีโอกาสจัดงานชนกันเดือนละมากน้อยอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้บางท่านมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว บางท่านอาจมองว่าก็จัดตามมาตรฐานทั่วไปไปก่อนนั่นแหละ ใช้ได้เหมือนกันหมด แต่จริงๆแล้วสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพและผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นแน่นอน

แล้วถ้าทำไปแล้ว สร้างไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ เพิ่มจำนวนห้องไม่ได้ล่ะ จะทำอย่างไร?

กรณีนี้ก็ต้องมาแก้ด้วยอุปกรณ์เสริมที่ใช้ติดตั้งในห้องน้ำสำหรับใช้งานส่วนกลางเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดี และทีมให้บริการก็ทำงานสะดวกขึ้น เช่น ตำแหน่งการติดตั้งสบู่เหลวสำหรับล้างมือ ตำแหน่งติดตั้งกระดาษเช็ดมือ ตำแหน่งวางถังขยะ ประเภทกระดาษที่ใช้ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงเส้นทางการใช้งานของลูกค้าเป็นสำคัญ

หากเลื่อนกลับขึ้นไปดูตัวอย่างจากรูปที่ 1 เป็นห้องน้ำในสถานที่จัดประชุมราคาประหยัด ให้สังเกตตำแหน่งที่ติดตั้งเครื่องจ่ายสบู่เหลวสำหรับเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ 4 อ่าง และตำแหน่งการวางถังขยะ และจุดบริการกระดาษเช็ดมือ

หากลูกค้ายืนในตำแหน่งที่ 1 ติดกับจุดจ่ายสบู่เหลว เมื่อล้างมือเสร็จ ก็ต้องนำมือน้ำหยดเดินไปยังจุดบริการกระดาษเพื่อดึงกระดาษมาเช็ดมือ และทิ้งขยะ

ในขณะที่ลูกค้าที่ยืนที่จุดที่ 4 ติดกับจุดบริการกระดาษและถังขยะ เมื่อเดินออกจากห้องน้ำก็ต้องเดินไปกดสบู่เหลวตรงจุดที่ 1 ซึ่งหากมีผู้ใช้บริการอยู่ตั้งแต่อ่างล้างมือที่ 1 ถึง 3 ก็จะต้องประคองมือที่มีสบู่เหลวมาที่จุดที่ 4 เพื่อล้างมือต่อไป

รูปที่ 2 – ห้องน้ำสำหรับห้องรับรองผู้โดยสารชั้นธุรกิจ

ลองมาดูอีกตัวอย่างตามรูปที่ 2 ห้องน้ำในห้องรับรองผู้โดยสารชั้นธุรกิจ แน่นอนว่าการให้บริการต้องประทับจิตประทับใจไร้ที่ติให้มากที่สุด ให้ความสะดวกสบายมากที่สุด ถึงแม้ห้องน้ำจะมีให้บริการเพียง 2 ห้อง อ่างล้างมือ 2 จุด แต่ก็เพียงพอสำหรับจำนวนที่นั่งชั้นธุรกิจในแต่ละเที่ยวบิน ยกเว้นกรณีที่มีเที่ยวบินขึ้นติดๆกัน ปริมาณผู้ใช้บริการก็อาจตะต้องต่อคิวกันบ้าง

สิ่งที่อยากให้สังเกตคือ ตำแหน่งที่ติดตั้งจุดจ่ายสบู่เหลวและจุดบริการกระดาษรวมทั้งถังขยะ จัดให้ทั้ง 2 อ่างคนละชุด ไม่ต้องเอื้อมมือมาอีกฝั่งหรือเดินน้ำหยดจากมือเพื่อไปดึงกระดาษ นอกจากนี้เพื่อเพิ่มระดับการให้บริการ ในจุดจ่ายสบู่เหลวนั้นมีช่องที่กดครีมทามือเพิ่มขึ้นด้วย เพราะเมื่อล้างมือเช็ดมือแล้ว มือจะแห้ง จึงมีครีมให้กดทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือนั่นเอง นอกจากนี้ การที่แยกจุดสบู่เหลว กระดาษเช็ดมือ ยังช่วยให้ทีมทำความสะอาดห้องน้ำทำงานง่าย ห้องน้ำมีน้ำหยดที่พื้นลดลง โอกาสลื่นหกล้มก็ลดลง

สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ล้วนเสริมประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าให้ดีขึ้น สร้างความประทับใจเพิ่มหากกลิ่นในห้องน้ำของคุณสะอาดสดชื่น ลูกค้าจะจดจำได้เสมอว่าร้านคุณ โรงแรมคุณมีห้องน้ำสะอาดมากๆ หากไม่เชื่อ หรือไม่แน่ใจ อยากแนะนำให้ดูว่าห้องน้ำในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในปัจจุบันมีการแข่งขันกันในเรื่องการให้บริการ ความสะอาด และความสะดวกสบายอย่างไร บางห้างที่หันมาปรับปรุงกลายเป็นดึงจุดนี้เป็นจุดขายที่โดดเด่น ชูธงเลยว่าเป็นห้างที่มีห้องน้ำที่สะอาดมากชนิดได้รางวัลจากทางราชการหน่วยงานต่างๆเลยทีเดียว

สุดท้าย ใครมีโอกาสเริ่ม ให้เริ่ม ใครเพิ่งเริ่มออกแบบ ให้คิดให้ละเอียดขึ้น เน้นถึงการใช้งานในระดับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ส่วนใครที่สร้างเสร็จแล้ว เปิดให้บริการแล้ว หันกลับไปดูอีกครั้งว่าเราละเลยประสบการณ์ลูกค้าในส่วนนี้ไปหรือเปล่า ปรับแต่งปรับแก้ด้วยอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งอย่างเหมาะสม ปรับปรุงกลิ่น ปรับปรุงระบบระบายอากาศให้ดี

ไม่มีอะไรที่สายเกินไป คิดใหม่ เริ่มใหม่ได้ทุกวันค่ะ

ไหนว่าอยากสร้างแบรนด์โรงแรม

อยากสร้างแบรนด์โรงแรมแต่กลับทำลายแบรนด์ซะเอง แล้วจะทำอย่างไรดี

“อยากไปพักโรงแรมนี้จัง แต่อ่านเงื่อนไขที่เข้าบนหน้าฟีดในเฟสบุ๊กแล้วเปลี่ยนใจดีกว่า….มีแต่คำว่า ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ เท่านั้น เท่านี้เต็มไปหมด” เสียงบ่นของหญิงสาววัยเริ่มทำงานที่ชอบท่องเที่ยววันหยุดใกล้ๆกรุงเทพ

“ชั้นว่าชั้นเคยไปโรงแรมนี้ตอนเปิดใหม่ๆนะ ตอนนั้นดูดีมากๆเลย ดูดีมีรสนิยมมากเลย ยังแนะนำให้เพื่อนต่างชาติไปพักเลยเพราะเขามาพักผ่อนเมืองไทยทุกปี แล้วอยู่ยาวด้วยนะ แต่ครั้งล่าสุดที่เขาไปพักมา เขากลับมาเล่าให้ฟังว่า แค่ปีเดียว โรงแรมที่เคยดูดี มีรสนิยม การบริการดีกว่าห้าดาวบางโรง กลายเป็นเหมือนสนามเด็กเล่นของวัยนักศึกษา ส่งเสียงดัง มีคนเดินพลุกพล่าน ไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย แถมสื่อสารอะไรก็ไม่รู้เรื่อง มีแต่เด็กเต็มโรงแรม เกิดอะไรขึ้นเหรอยู?…” เสียงลูกค้าวัยกลางคนที่มีกำลังซื้อเต็มที่และมีเพื่อนต่างชาติในยุโรปที่มาเยือนเมืองไทยทุกปีกล่าวด้วยความผิดหวัง

“เฮ้ย…โรงแรมนี้มันเป็นไปอะไรไปแล้ววะ ครั้งก่อนที่เรานัดกันเช่าเหมาบ้านริมทะเล ยังให้พักได้ 6 คน เสริมเตียง 2 ห้อง มาคราวนี้บอกว่าไม่ได้ ให้แยกจองเป็น 2 หลัง จะบ้าเหรอวะ” เสียงกลุ่มวัยเพิ่งเรียนจบที่มองหาที่สังสรรค์ช่วงวันหยุดคุยกันในฟู้ดคอร์ทแห่งหนึ่ง

โรงแรมของคุณเข้าข่ายกรณีใดกรณีหนึ่งจากตัวอย่างบทสนทนาข้างต้นหรือเปล่า?

สิ่งที่โรงแรมขนาดเล็กมักประสบปัญหาคือ การที่ไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ หรืออาจจะคิดไม่ถึงว่าสิ่งที่ตนเองตัดสินใจทำลงไป หรือสั่งให้ทีมงานทำลงไปนั้นส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ตัวเองหรือเปล่า หรือเจ้าของบางรายขาดความเข้าใจถึงความแตกต่างของการขายห้องพักและร้านอาหาร กับการขายประสบการณ์การเข้าพักและประสบการณ์การใช้บริการที่ร้านอาหารนั้นแตกต่างกันอย่างไร

การสร้างแบรนด์ คือ การสร้างการจดจำในสินค้าและบริการของคุณ

นั่นแปลว่า เวลาที่มีใครพูดถึงโรงแรมของคุณในแบบต่างๆ นั่นคือเขาจดจำคุณในแบบนั้นๆ และเขาก็จะบอกต่อคนที่เขารู้จักไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว กลุ่มเพื่อนในช่วงกลุ่มวัยต่างๆทั้งเพื่อนสมัยเรียน สมัยทำงานถึงเรื่องราวของโรงแรมตามที่เขาได้สัมผัสหรือได้รับประสบการณ์มา

บางโรงแรมตอนเปิดใหม่ จ้างทีมช่างภาพถ่ายรูปสวยงาม ดูดีมีรสนิยมตรงตามกลุ่มเป้าหมายระดับบนและเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อที่แน่นอนไม่อ่อนไหวต่อสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป แต่ต่อมาภาพถ่ายของโรงแรมเปลี่ยนไปตามรสนิยมของจีเอ็ม (GM) หรือผู้จัดการทั่วไป หรือทีมบริหารที่เข้ามาบริหารจัดการ ภาพที่ออกมาตามสื่อต่างๆจึงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน บางแห่งถึงขนาดใช้รูปแบบตัวหนังสือตามใจชอบ การจัดวางภาพเปลี่ยนไป การใส่แสงเข้าไปในภาพมากจนเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวโรงแรม

สิ่งต่างๆที่หยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการรับรู้ของลูกค้าทั้งสิ้น ทำให้เกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น และทำให้ลูกค้าลังเลใจว่าโรงแรมคุณคงไม่เข้ากับไลฟสไตล์ของเขาแล้ว ทำให้เกิดการตัดสินใจที่เลือกไปพักโรงแรมอื่นแทน

หรือลูกค้าบางรายสงสัย แต่ยังคิดว่าชอบการออกแบบและตกแต่งของโรงแรมคุณ ยังอยากจะไป แต่พอลองโทรไปสอบถามเพื่อจองห้องพัก กลับเจอกับบทสนทนาที่พูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จักมารยาทที่ดีในการสนทนาทางโทรศัพท์ แยกแยะไม่ออกระหว่างลูกค้าและทีมให้บริการ สิ่งเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำและทำให้ลูกค้าเลือกที่จะไปพักที่อื่นแทน

การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้าอย่างรวดเร็ว การเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว บทบาทของการรีวิวที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ รวมทั้งพลังของโซเชี่ยลมีเดียที่ยิ่งใช้งานสะดวกเท่าไหร่ โรงแรมและทีมงานก็ยิ่งมีโอกาสที่จะขาดความระมัดระวังในการใช้คำพูด เขียนข้อความ การเลือกรูปภาพ การจัดวาง ก็ยิ่งมีโอกาสผิดพลาดเป็นเท่าทวีคูณ

และสิ่งที่ไม่ควรลืมคือ “อะไรที่อยู่บนโลกออนไลน์แล้ว มันจะอยู่ตรงนั้นตลอดไป”

ในอนาคตเมื่อมีลูกค้ามาค้นหาโรงแรมคุณ ทั้งภาพดี ภาพไม่ดีจะแสดงออกมาหมด ….และเมื่อถึงตอนนั้น คุณในฐานะเจ้าของโรงแรมก็จะได้แต่รำพึงรำพันไปว่า “อ๋อ ตอนนั้นอีตาผู้จัดการคนนั้นทำผิด…” หรือบางรายอาจถึงกับพูดไม่ออก เพราะคนที่ทำให้แบรนด์คุณเสียไป คือรุ่นลูกหรือเครือญาติหรือกลุ่มเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนของคุณนั่นเอง

สรุปสิ่งที่ควรระวังเมื่อคุณต้องการสร้างแบรนด์ให้โรงแรมคุณเป็นที่จดจำ

1. ตั้งต้นจากเป้าหมายก่อนว่า “คุณต้องการส่งมอบอะไรให้ลูกค้า”

2. รีวิวสิ่งที่คุณมี 2 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก คือสิ่งที่จับต้องได้ สถานที่ส่วนต่างๆในโรงแรม และอีกส่วนคือ การบริการที่จะใส่เข้าไปในส่วนต่างๆ ว่าตอบโจทย์สิ่งที่คุณอยากส่งมอบตามข้อ 1 หรือไม่อย่างไร

3. วางคอนเซ็ปท์ในการให้บริการตามข้อ 2 เพื่อให้ตอบโจทย์ตามข้อ 1

4. เขียนคัมภีร์สร้างมาตรฐานในการให้บริการ และมาตรฐานในการจัดวาง ขั้นตอนการทำงานให้ทีมงานทุกแผนก

5. กำหนดคาแรคเตอร์ในการสื่อสารระหว่างโรงแรมและลูกค้าเพื่อสร้างมาตรฐานในการสื่อสาร

6. กำหนดมาตรฐานรูปแบบของการใช้สื่อประเภทต่างๆ หรือที่เรียกว่า Corporate Identity (CI) ตั้งแต่การใช้สี ตัวหนังสือ ตำแหน่งและองค์ประกอบของสัญญาลักษณ์ที่ใช้แทนโรงแรม ตั้งแต่โลโก้ ตำแหน่งที่จะวางบนสื่อประเภทต่างๆ หากเป็นสื่อโซเชี่ยล กำหนดมาตรฐานและขนาดที่ชัดเจน เหมาะสมกับแต่ละสื่อ ไปจนถึงการกำหนดการใช้แฮชแท็ค (#) เพื่อการค้นหาและสร้างการจดจำ

ขอเบื้องต้นเท่านี้ก่อน ที่เหลือคือความสม่ำเสมอในการสร้างคอนเทนท์ที่น่าสนใจและวกกลับมาที่โรงแรมได้

ใครยังไม่ทำ

ใครยังไม่รู้ตัว

ใครยังไม่เคยทบทวน

.

.

.

เริ่มลงมือทำเลยค่ะ