โรงแรมจะปรับตัวอย่างไรกับขาลง

เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวลงและมีปัจจัยภายนอกมากระทบเพิ่มเติม ถึงเวลาแล้วหรือยังว่าคุณควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างไร

ตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่ผ่านมาตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2563 มีการเปิดเผยออกมาจากหลายสำนัก และค่อยๆทยอยปรับลดลงมาเรื่อยๆจนผ่านมาถึงต้นปีตัวเลขอยู่ที่ 2.8-3.0% ซึ่งตัวเลขที่ 3% เป็นตัวเลขที่หลายสำนักเห็นว่าค่อนข้างเป็นไปได้ยากถ้ามองว่าการลงทุนภาครัฐคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้

แล้วมีปัจจัยอะไรอีกนอกจากการส่งสัญญาณผ่านตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าต่อเนื่องเนื่องจากเราเกินดุลอยู่มาก

เศรษฐกิจในภูมิภาคและในยุโรป

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างจริงจัง

เทคโนโลยีดิสรัปชั่น

สถานการณ์ไฟป่าในออสเตรเลียที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตคนและสัตว์อย่างมหาศาล

และล่าสุดอิหร่านเริ่มยิงตอบโต้สหรัฐอเมริกาแล้ว

.

.

.

สิ่งเหล่านี้สะท้อนอะไรกับธุรกิจโรงแรมบ้าง?

และเราควรเตรียมพร้อมอย่างไร

ต้องกลับไปถามก่อนว่า “คุณคิดว่าหรือคุณประเมินว่าปัจจุบันคุณยืนอยู่ที่จุดไหน”

– การดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร 2-3 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะเหตุผลอะไร

– สิ่งที่คุณตั้งเป้าหมายในปีนี้คืออะไร ในอีก 5 ปีวางไว้อย่างไร ในอีก 10 ปีวางไว้อย่างไร

เรื่องผลการดำเนินงานที่ผ่านมาอาจยังพอเรียกข้อมูลย้อนหลังได้ และเป้าหมายทางธุรกิจ บางคนอาจยังไม่ได้วางไว้ไกลถึง 5-10 ปี หรือบางคนอาจวางไว้แต่ตั้งเป้าหมายบนสถานการณ์ปกติ คือ ทุกปีเศรษฐกิจประเทศมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จริงๆการตั้งเป้าหมายระยะยาวมีความจำเป็นและมีความสำคัญเพราะคุณจะมีเวลาและแนวทางที่ชัดเจนที่จะเดินไป และรู้ว่าควรจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้โรงแรมคุณไปถึงจุดนั้น

เพราะฉะนั้นหากคุณยังไม่มีเป้าหมายระยะยาว ยังไม่ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรม ลองเริ่มต้นทำเช็คลิสต์ในเรื่องเหล่านี้เพื่อเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน หรือเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

1. แยกรายจ่ายประจำและรายจ่ายผันแปรที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน ทำตัวเลขย้อนหลังไปตั้งแต่เปิดโรงแรม และพิจารณาในประเด็นต่อไปนี้

1.1 ฤดูท่องเที่ยว หน้าไฮ หน้าโลว์ หรือที่หลายแห่งเรียกว่าหน้ากรีน ค่าใช้จ่ายทั้ง 2 ประเภทเป็นอย่างไร

1.2 ในปีนั้นๆมีเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษหรือไม่ เช่น เศรษฐกิจฟองสบู่ปี 40 ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงอย่างมาก หรือปีนั้นมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือไข้ SAR ระบาด เป็นต้น

2. เก็บตัวเลขรายได้รวมเพื่อมาเทียบกับรายจ่ายตามข้อ 1 ส่วนใครที่มีแยกรายได้เป็นประเภทต่างๆก็ให้ทำตัวเลขเก็บไว้ ทั้งรายได้จากค่าห้องพัก รายได้ร้านอาหาร รายได้สปา รายได้อื่นๆ

3. จำนวนพนักงานในแต่ละเดือนและแต่ละปี

4. ค่าไฟฟ้ารายเดือนและรวมรายปี

—–

นำข้อ 1-4 มานั่งดูและพิจารณาทิศทางและปริมาณที่เกิดขึ้น

—–

ตั้งเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้าจะเป็นแบบไหน และอย่างไร ทั้งเรื่องตัวเลขและทิศทางรูปแบบของธุรกิจ

—–

หลังจากนั้น

คุณควรจะได้ข้อสรุปว่า

1) ควรปรับลดอะไร ลดอย่างไร เมื่อรู้ก็วางแนวทางและแผนปฏิบัติงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งเป้าหมาย

2) ฝั่งรายได้ ต้องปรับพอร์ตอย่างไร จะขยับอย่างไร ปีละกี่เปอร์เซ็นต์

หรือเมื่อดูตัวเลขแล้วคิดว่า

3) จะปรับโมเดลการทำธุรกิจอย่างไรเพื่อให้ไปรอด

4) คุณมีเงินหมุนเวียนเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำและค่าใช้จ่ายผันแปรกี่เดือน ถ้าคิดว่าไม่พอ ควรตั้งสำรองไว้ให้เพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน

5) แผนสำรองฉุกเฉิน สำหรับแหล่งเงินทุนสำรอง และแผนอื่นๆมีสำรองไว้หรือไม่อย่างไร บางครั้งการเตรียมตัวสำหรับสถานการ์ณที่เลวร้ายที่สุด หรือ Worst Case Scenario อาจมีความจำเป็นในยุคปัจจุบันมากขึ้นเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เชิญชวนให้ลงมือทำเลย และทำทันทีเพราะเริ่มก่อน ก้าวก่อนย่อมได้เปรียบ

Author: thethinkwise by Amornpan Somsawasdi

A specialist for small hotels from concept to operation. A Brand consultant for small hotels to ensure that your individual hotels will be growing with good branding. A coach to lead and guide you a practical method in executing sales and marketing as well as provide a good training for your operational service team.

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.