Hotel Consulting

รู้ให้จริง ทำให้เป็น เรื่องโรงแรม

ในภาวะที่การระบาดของข้อมูลข่าวสารมีความรุนแรงมากกว่าความรุนแรงของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า อยากชวนทุกท่าน “หยุด….และคิดด้วยหลักเหตุและผล และหาทางแก้ไขร่วมกัน” น่าจะเป็นวิธีที่เราจะพาธุรกิจไปต่อให้รอดหรือเจ็บตัวน้อยที่สุด

มาไล่ดูทีละประเด็นกันค่ะ

  1. สถิตินักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาในประเทศไทย

ถ้าเราเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา (www.mots.go.th) เราจะเห็นว่าสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยมีข้อมูลล่าสุดเพียงสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2562 ตามภาพด้านล่างนี้

Screen Shot 2563-01-27 at 4.30.50 PM

ที่มาจาก website : กระทรวงการท่องเที่ยว

จากตารางจะเห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในปี 2562 ที่ผ่านมามีตั้งแต่เดือนละ 800,000 – 1,000,000 คน โดยเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ สิงหาคม มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 1.0 ล้านคน ส่วนเดือนที่เหลือคิดเฉลี่ยเดือนละ 800,000 คน

2. จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในบ้านเรา

เราอาจเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจหลายฉบับสรุปตัวเลขนักท่องเที่ยว ณ สิ้นปี 2562 ว่าปีที่ผ่านมาเรามีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวบ้านเราทั้งหมดประมาณ 10.0 ล้านคนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดประมาณ 40.0 ล้านคน หรือประมาณ 25% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

เป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2563 ประมาณ 41.0 ล้านคน และตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีน 11.0 ล้านคน

 

3. สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติจากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ ATTA ที่เดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดินทางผ่านสนามบินทั้ง 2 แห่งในปี 2561 เฉลี่ยเดือนละประมาณ 265,000 คน และในปี 2562 ที่ผ่านมาลดลงเหลือเฉลี่ยเดือนละ 260,000 คน (สามารถดาวน์โหลดตารางสถิตินักท่องเที่ยวได้ที่ www.atta.or.th) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะมีจำนวนเกือบ 300,000 คนในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม ส่วนเดือนอื่นๆ จะอยู่ที่ประมาณ 250,000 คนจากสถิติในปี 2562 ที่ผ่านมา

Screen Shot 2563-01-27 at 4.24.37 PM

ที่มาจาก website ATTA

4. สัดส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนจาก ATTA เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของกระทรวงการท่องเที่ยว

ถ้าพิจารณาตัวเลขตามข้อ 1 และข้อ 3 แสดงว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนผ่านทางสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยวคิดเป็นประมาณ 30% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดของกระทรวงการท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคมจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากกว่าช่วงเดือนอื่นๆของปี

เราคงไม่ได้มานั่งคำนวณหรือประมาณการตัวเลขว่านักท่องเที่ยวจีนจะหายไปเดือนละกี่คนในช่วงการระบาดของไวรัสโคโรนา เพราะมีสื่อหลายสำนักได้ให้ตัวเลขประมาณการไปแล้ว สามารถหาข้อมูลได้จากหลายสื่อบนโลกออนไลน์

Screen Shot 2563-01-27 at 4.26.58 PM

ที่มาจาก website ATTA

5. นักท่องเที่ยวจีนที่เข้าพักที่โรงแรมของคุณเป็นเท่าไหร่

ที่ผ่านมาโรงแรมคุณมีนักท่องเที่ยวเข้าพักกี่คนในแต่ละเดือน และรวมทั้งปีกี่คน คิดเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์จากจำนวนผู้เข้าพักทั้งหมด ? และมีจำนวนแตกต่างกันในแต่ละเดือนอย่างหร

โรงแรมแถวรอบๆกรุงเทพ แถวห้วยขวาง แถวพระรามเก้า แถวดอนเมืองอาจเห็นภาพรถบัสคันใหญ่ๆมารับส่งนักท่องเที่ยวในแต่ละวันหลายคัน ส่วนในเมืองชั้นในอาจเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวเองเข้าพักตามโฮสเทล หรือโรงแรมแบบประหยัดในสัดส่วนที่มากกว่ามากับรถบัส

สิ่งที่คุณควรพิจารณาเพิ่มเติมคือกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเหล่านี้ทั้งที่เดินทางมากับกรุ๊ปทัวร์ และเดินทางท่องเที่ยวเองมีระยะเวลาการจองล่วงหน้ากี่วัน และเงื่อนไขการจองห้องพักของคุณสำหรับตลาดนี้เป็นอย่างไร คุณกำหนดวันคัดอ๊อฟ ( cut-off ) หรือปิดการจองสำหรับกรุ๊ปทัวร์ล่วงหน้ากี่วันก่อนวันเข้าเช็คอิน และลูกค้าที่เดินทางท่องเที่ยวเองคุณกำหนดราคาขายนาทีสุดท้าย ( Last Minute Rate) กี่วันก่อนเข้าเช็คอิน

6. ตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเซียมีอยู่ในพอร์ตของคุณบ้างหรือไม่

ถ้าตลาดนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดที่เข้ามาช่วยในช่วงโลว์ซีซั่นได้ดีเห็นได้จากสถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะจากสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยวหรือกระทรวงท่องเที่ยว คุณก็ควรหาตลาดทดแทนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับตลาดจีนเพื่อมาชดเชยตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่จะหายไปอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะหายไปมากหรือน้อย สั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับมาตรการในการควบคุมการแพร่กระจายและหยุดการระบาดของไวรัสโคโรนา

ตลาดที่ใกล้เคียงกับนักท่องเที่ยวจีนอาจมองในด้านระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางที่ใกล้เคียงกับการเดินทางระหว่างจีนมาไทย หรือใช้เวลาน้อยกว่า เช่นตลาดในกลุ่มอาเซียน เป็นต้น หรือพิจารณาในแง่ กลุ่มอายุของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบประเทศไทยที่มีจุดเด่นทั้งเรื่องอาหาร วิถีชีวิต วัดวาอาราม และธรรมชาติทั้งทะเลและภูเขา ซึ่งเป็นจุดที่ดึงดูดความสนใจ สร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางทั้งแบบกรุ๊ปทัวร์และแบบเดินทางท่องเที่ยวเอง

หรือตลาดที่มีจำนวนวันหยุด ระยะเวลาในแต่ละช่วงวันหยุด หรือกลุ่มที่ไม่ต้องขึ้นกับวันหยุด เช่นนักศึกษา หรือกลุ่มที่เกษียณ หรือเจ้าของกิจการ

ตลาดไหนที่ยังไม่เคยไปบุกตลาด ก็ต้องลองไปบุกดูบ้าง แสวงหาตลาดใหม่ๆ ไม่ใช่ว่าไปบุกปุ๊บจะเกิดนักท่องเที่ยวเข้าพักปั๊บ ทุกตลาดต้องใช้เวลา มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของกิจกรรมทางการตลาดและการขายที่คุณลงมือทำ

 

7. ทำความเข้าใจรูปแบบหรือสไตล์ของโรงแรมที่พักของคุณว่าเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน

โรงแรมแต่ละแห่งก็มีคาแรคเตอร์แตกต่างกัน กลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มก็มีความชอบหรือไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน รวมไปถึงกำลังซื้อ (Purchasing Power) ก็แตกต่างกัน ดังนั้น การทำความเข้าใจโปรดักส์ของคุณให้ชัดเจน คุณจะวางกลุ่มตลาดเป้าหมายที่ชัดเจนได้เช่นกัน

 

 

เลิกตื่นตระหนกกับข่าวบนหน้าฟีด

กลับมาดูตัวเอง……

รีบลงมือ รีบปรับ รีบเปลี่ยน…….

ใครทำก่อน เห็นผลก่อน……..