Hotel Consulting

รู้ให้จริง ทำให้เป็น เรื่องโรงแรม

ทางรอดโรงแรม เมื่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปหลังวิกฤติโควิด19 คุณจะปรับตัวอย่างไร
คุณคิดว่าการท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปอย่างไร?

 

รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ ณ เช้าวันที่ 6 เมษายนจากการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขลดลงมาอยู่ที่ 51 คน จากสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่หลักร้อยเกือบปลาย ๆ และค่อย ๆ ลดลงมาที่ 80 กว่าคน และเช้านี้ที่ตัวเลขที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงต้องแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ยังมีตัวเลขรายงานทุกวัน

เลื่อนหน้าฟีดไปมาเช็คข่าวทั้งในและต่างประเทศ มีบทความมากมายพูดถึงและชวนผู้อ่านคิดว่าหลังจากโควิด19 จากไปนักท่องเที่ยวจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างไร และโรงแรมควรจะเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนั้น

แล้วคุณคิดว่าอย่างไร ?

ถ้าเราย้อนกลับไปก่อนที่จะเกิดการระบาด เราจะเห็นบทความ งานสัมมนา ผลสำรวจมากมายทั้งในและต่างประเทศที่แสดงว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการใช้อินเตอร์เน็ตใน 3-5 ปีที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญที่เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อทุกธุรกิจ และเกิดแพลตฟอร์ม แอพพลิเคชั่นมากมาย

ธุรกิจโรงแรมก็เช่นกัน จากเดิมที่ไม่สนใจตลาดนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวเอง หรือ F.I.T ในระดับรายละเอียดถึงความชอบ ความไม่ชอบ งานอดิเรก ขั้นตอน วิธีการการจองห้องพัก การสื่อสารแบบเข้าใจ เข้าถึง และสร้างความประทับใจ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่หันกลับมาให้ความสนใจถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละตลาดมากขึ้น และพยายามนำโรงแรมเข้าไปอยู่ในเส้นทางของการตัดสินใจของลูกค้ามากขึ้นผ่านการทำการตลาดออนไลน์ประเภทต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ลูกค้าเริ่ม สำรวจ….เปรียบเทียบ…..ตัดสินใจ….ก่อนเข้าพัก….ระหว่างเข้าพัก…เช็คเอ้าท์….ไปจนถึง หลังการเข้าพัก

ลองกลับมาที่ปัจจุบันเทียบกับตัวเราเองว่า หลังจากที่เรากักตัวเองอยู่บ้านเป็นเวลาเกือบเดือน ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อความปลอดภัย เคร่งครัดในสุขอนามัยมากขึ้น ด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ไม่เอามือไปขยี้ตา จมูก ปาก ระมัดระวังทุกฝีก้าว เรามีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องอะไรบ้าง หรือเราได้ Reskill หรือ Upskill ในเรื่องใดบ้าง

……ระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

…… ถามตนเองบ่อยขึ้นว่า สิ่งไหนจำเป็น สิ่งไหนไม่จำเป็น จำเป็นต้องซื้อตอนนี้ หรือสามารถรอได้

…… ให้ความสำคัญกับการใช้เวลากับตัวเอง และครอบครัว หรือคนที่เรารักและใกล้ชิดมากขึ้น

…… รับผิดชอบและแสดงออกถึงความรับผิดชอบทั้งต่อตัวเอง และต่อส่วนรวมมากขึ้น

….. หาโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลังและอัตภาพที่จะช่วยได้มากขึ้น

….. คิดเรื่องการเก็บออม การสำรองเงินในกรณีฉุกเฉินมากขึ้น

….. ปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับการปรับตัวขององค์กรมากขึ้น

…… สร้างมาตรฐานในการใช้ชีวิต ปรับการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพและคำนึงถึงผู้อื่น และสังคมมากขึ้น

…… และอื่น ๆ อีกมากมาย

รวมไปถึงความชำนาญในการใช้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ มากขึ้นทั้งในเรื่องการขนส่ง การสั่งของ การชำระเงินโดยไม่ต้องใช้เงินสด เพื่อหลีกเลี่ยงการจับธนบัตรหรือเหรียญที่ไม่ทราบที่มาที่ไป

 

แล้วโรงแรมของคุณล่ะ ? จะต้องปรับตัวอะไรบ้างหากโควิด19 หายไปในอีก 3 เดือนข้างหน้า (สาธุ…เพี้ยง)

 

ในระยะเวลาอีก 3 เดือนคุณคิดว่าคุณจะปรับเปลี่ยนอะไรทันบ้าง อะไรไม่ทันบ้าง 

ในระยะเวลาอีก 3 เดือนคุณคิดว่าคุณควรจะเรียงลำดับการปรับเปลี่ยนตามความสำคัญ และความจำเป็นอย่างไร ?

 

ถ้านักท่องเที่ยวยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับส่วนตัวจนถึงขั้นมีเงินเพียงพอที่จะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง

ถ้านักท่องเที่ยวเลือกที่จะค้นหาแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงออกอย่างจริงใจในช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด19 ไม่ว่าจะช่วยเหลือลูกจ้าง ช่วยเหลือชุมชนที่โรงแรมตั้งอยู่ ช่วยเหลือสังคมในวงกว้างขึ้น ช่วยเหลือในระดับประเทศ

ถ้านักท่องเที่ยวเลือกที่ทำรายการทุกอย่างบนแอพพลิเคชั่น หรือแพลตฟอร์มที่สะดวก รวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือในเรื่องการชำระเงิน เหมือนกับการสั่งสินค้าออนไลน์บน Lazada, บน Line Man, บน Facebook Messenger ที่สามารถโต้ตอบได้โดยตรงและรวดเร็ว

ถ้านักท่องเที่ยวอยากให้การเข้าพักแตกต่างจากที่เคยมีประสบการ์ณ และกิจกรรมที่สามารถทำได้ระหว่างการเข้าพักมีความน่าสนใจ ผ่อนคลาย แต่ก็ช่วยเหลือชุมชนและสังคมรอบๆ บริเวณโรงแรม

ถ้านักท่องเที่ยวโหยหาอาหารที่อร่อย ปรุงสดใหม่ นั่งรับประทานได้บรรยากาศเพื่อชดเชยกับการที่ต้องอยู่บ้านเป็นเวลานาน

สิ่งเหล่านี้…..ไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่อย่างใด

อยากชวนให้เจ้าของโรงแรม ชวนทีมงานมาระดมสมองคุยกันว่าโรงแรมของคุณจะทำอะไรได้บ้าง 

 

#เราจะผ่านไปด้วยกัน