fbpx

Hotel Consulting

รู้ให้จริง ทำให้เป็น เรื่องโรงแรม

เลือกใช้ ให้เป็น โรงแรมควรรู้

เลือกใช้ ให้เป็น – โรงแรมควรรู้

อยากให้โรงแรมเข้าไปอยู่ในเครือนั้น เครือนี้ แต่ไม่รู้จะ เลือกใช้ จากอะไร ที่ผ่านมามักจะเลือกจากที่มีเพื่อน ๆ แนะนำ ว่าแบรนด์นี้ดูดีนะ ไปดูสิ ……

….. ภาพที่เจ้าของโรงแรมที่มีกลุ่มลูกค้าในระดับบนมักตั้งคำถามกับตัวเอง และมีแรงผลักดันจากคนรอบข้างที่ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับการบริหารจัดการโรงแรมที่พักของคุณเลย แต่การฟังเสียงที่ลอยมาบ่อยครั้งมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจพอสมควร คล้ายกับคำเปรียบเทียบที่บอกว่า “น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน” …..

วันนี้เลยจะยกแบรนด์ 2 แบรนด์มาเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไร

จะได้ เลือกใช้ บริการให้ตรงกับความต้องการของโรงแรมของคุณ

แบรนด์ที่หยิบมาเล่ากันวันนี้ได้แก่ ดีไซน์โฮเต็ล (Design Hotels) และสมอลล์ลักชัวรี่โฮเต็ล (Small Luxury Hotels of the World) เป็นสองแบรนด์ที่มีอายุกว่า 30 ปีแล้วในตลาดธุรกิจโรงแรม แต่ละแบรนด์ก็มีที่มาที่ไปที่แตกต่างกัน เรามาเริ่มดูองค์ประกอบของแต่ละแบรนด์กันดีกว่าค่ะ

ดีไซน์โฮเต็ล (Design Hotels : DS)

เริ่มมาจาก Claus Sendlinger เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์มาตั้งแต่ปี 1993 เป็นการรวบรวมโรงแรมที่มีรูปแบบการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น เรียกได้ว่า ถ้าเห็นงานสถาปัตยกรรม และงานตกแต่งที่แปลกแหวกแนว โดดเด่น โรงแรมเหล่านั้นจะได้รับคำเชิญมาอยู่ในคอเลคชั่นของ Claus ในระยะเริ่มแรก เมื่อรวบรวมได้จำนวนหนึ่งก็เริ่มมีการทำการตลาด และประชาสัมพันธ์แบบรวมกลุ่ม แสดงคาแรคเตอร์ของแบรนด์ Design Hotels ที่ชัดเจน ดังนั้นโรงแรมที่ได้รับเชิญ และต่อมาก็สมัครเข้าเป็นสมาชิกในระยะเริ่มแรก เรียกได้ว่าแข่งขันกันอย่างรุนแรงประเภทที่เรียกว่ามีใบสมัครแต่ละปีหลายร้อยโรงแรม แต่จะคัดเลือกเข้าเพียงหลักหน่วย หรือหลักสิบต้นในแต่ละปีเลยทีเดียว ทำให้ในยุคแรกของดีไซน์โฮเต็ล ประสบความสำเร็จในด้านที่เป็นบริษัททำการตลาด (Marketing Company) ที่มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่โดดเด่นชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องดีไซน์ของโรงแรมที่เข้ามาเป็นสมาชิกและใช้บริการทางการตลาดกับดีไซน์โฮเต็ล

การใช้บริการ มีตั้งแต่ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าร่วมกิจกรรมทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ และอื่น ๆ ตามแต่ที่จะเลือกเข้าร่วมในแต่ละปี

แต่ต่อมาในปี 2011 กลุ่มสตาร์วูด (Starwood) ก็เข้าถือหุ้น 72% ในดีไซน์โฮเต็ล และในปี 2016 แมริออท (Marriott) ก็ควบรวมกิจการกับ Starwood ทำให้เครือโรงแรมแมริออทกลายเป็นผู้ถือใหญ่ที่สุดในดีไซน์โฮเต็ล และค่อย ๆ ขยับเพิ่มการถือหุ้นเป็น 95% และในที่สุดก็มีการส่งคำเสนอซื้อส่วน 5% ที่เหลือทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ แมริออทเข้าถือหุ้น 100% โดยสมบูรณ์ในดีไซน์โฮเต็ล

การร่วมธุรกิจกับแมริออทซึ่งมีโปรแกรม Marriott Bonvoy ที่เหมือนกับ Club Member ที่มี Benefit ต่าง ๆ มากมายให้กับสมาชิกที่สามารถเลือกใช้บริการต่าง ๆ ได้ทั่วโลกทั้งในส่วนภายใต้ top-tier brand ของแมริออทเอง และเมื่อรวมดีไซน์โฮเต็ลเข้ามาด้วยก็จะมีรายชื่อโรงแรมที่ใช้บริการของดีไซน์โฮเต็ลอยู่เข้ามารวมอยู่ด้วย แต่อย่างไรก็ดี กลุ่มโรงแรมที่เคยใช้บริการของดีไซน์โฮเต็ลไม่ได้มาเข้าร่วมกับ Marriott Bonvoy ด้วยทั้งหมด มีเพียงประมาณ 120 โรงแรมจาก 300 กว่าโรงแรมภายใต้ดีไซน์โฮเต็ลเท่านั้นที่เข้าร่วม

.

.

.

มาดูฝั่งสมอลล์ลักชัวรี่โฮเต็ล (Small Luxury Hotels : SLH) กันบ้าง

แบรนด์นี้เริ่มต้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อนดีไซน์โฮเต็ล 2 ปี คือเริ่มก่อตั้งในปี 1991 เป็นการรวบรวมโรงแรมรีสอร์ทที่มีจำนวนห้องพักขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ตามชื่อแบรนด์เลย คือ Small และ Luxury ซึ่งตามตัวเลขในพอร์ตของแบรนด์จำนวนห้องพักเฉลี่ยของ 500 กว่าโรงแรมใน 90 ประเทศที่เป็นสมาชิกในปัจจุบันมีจำนวนห้อง 50 ห้องโดยเฉลี่ย

ในยุคแรก ๆ ของ SLH นั้นด้วยสมาชิกจะอยู่ในอังกฤษและยุโรป คาแรคเตอร์ของโรงแรมที่เข้าเป็นสมาชิกก็จะเป็นรูปแบบที่อาจจะดูย้อนสมัยไปบ้างเป็นแบบคล้าย ๆ ชาโตว์ (Chateau) บ้าง ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูรูปแบบโลโก้ของ SLH ในยุคแรกจะเห็นภาพชัดเจนว่าโรงแรมที่พักที่เป็นสมาชิกจะเป็นแบบไหน

รูปแบบการทำงานเช่นเดียวกันคือการทำการตลาดและการประชาสัมพันธ์ในแบบรวมกลุ่มโรงแรมที่พักที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยคิดค่าธรรมเนียมการใช้บริการเป็นรายปี และมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ค่าใช้แพลตฟอร์ม ค่าลงโฆษณา รวมถึงค่าธรรมเนียมในการใช้ Reservation system ภายใต้ SLH เป็นต้น

ต่อมา SLH มีการปรับรูปแบบ ปรับภาพลักษณ์ให้ดูมีความทันสมัย และร่วมสมัยมากขึ้น แสดงความเป็นตัวตนในลักษณะที่มีความเฉพาะตัว (Independent) มากขึ้น มีการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ ทำให้ดูเรียบง่าย แต่ยังคงความเรียบหรูดูดี (Elegant and Independent) ปรับวิธีการสื่อสารทางการตลาดใหม่ ปรับเว็บไซต์ใหม่ดูทันสมัยเข้ากับโลกที่เน้นให้ความสำคัญของปัจเจกบุคคลที่มีความชื่นชอบที่ชัดเจนในการเดินทางท่องเที่ยวในแบบเรียบหรู

.

.

.

แล้วโรงแรมรีสอร์ทที่ต้องการใช้บริการ จะมีวิธีการ เลือกใช้ อย่างไร

ก่อนอื่นเลย ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ทั้งสองแบรนด์มีลักษณะเป็นบริษัทที่ทำการตลาดโดยใช้การประชาสัมพันธ์เป็นตัวนำทาง (PR-driven and Marketing Company) ดังนั้นการทำการตลาดให้โรงแรมที่เป็นสมาชิกในหลักหลายร้อยโรงนั้น อาจจะถูกใจ หรือไม่ถูกใจบางโรงแรมบ้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา เพราะบริการไม่ใช่เป็นแบบ Tailor-made service เฉพาะโรงแรม

ขั้นตอนต่อมา แนะนำให้เข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของแต่แบรนด์ก่อนว่าเป็นอย่างไร

Design Hotels เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.designhotels.com

Small Luxury Hotels เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://slh.com

เวลาเข้าไปที่เว็บไซต์ แนะนำให้ไปแวะดูที่หน้าพอร์ตโฟลิโอของแต่ละแบรนด์ หรือเข้าไปดูว่าหน้าตาโรงแรมที่เป็นสมาชิกในปัจจุบันเป็นอย่างไร ใช่วิถี หรือรูปแบบที่ใกล้เคียงกับโรงแรมที่พักของคุณหรือเปล่า

สิ่งที่ควรเข้าไปดูในเว็บไซต์ ดูอะไรบ้าง

  • ไปดูกิจกรรมหรือแคมเปญต่าง ๆ ที่ทำอยู่
  • ไปดู Core Value ของแบรนด์ว่าเน้นอะไร ด้านไหนบ้าง
  • ถ้ามีหน้า News หรือ Press Release ลองเข้าไปดูว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไร ด้วยความถี่ ความสม่ำเสมอแค่ไหน
  • ดูว่าโรงแรมที่เป็นสมาชิกในประเทศไทยปัจจุบันมีโรงไหนบ้าง
  • ดูว่าเงื่อนไขการเข้าร่วมมีอะไรบ้าง
  • สำหรับโรงแรมที่ลงทะเบียนของรายละเอียดต่าง ๆ แล้ว ก็ควรพิจารณาในเรื่องค่าใช้จ่ายรายปี รายเดือน รายบุ้กกิ้งว่ามีอะไรบ้าง ขอรายละเอียดมาให้ครบถ้วน และก็กลับมาดูว่าภายใต้ค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายต่อปี เราตั้งเป้า หรือความคาดหวังว่าจะได้อะไรกลับมาบ้าง

เช่น ถ้าเบ็ดเสร็จมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 1.8 – 2.3 ล้านบาทต่อปี คุณก็ควรนำมาเทียบกับงบประมาณด้านการตลาดและการขายของโรงแรมคุณว่ามีอยู่เท่าไหร่ คิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ต่อรายได้ที่คาดว่าจะทำได้ในแต่ละปี เพื่อที่จะได้มาจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และตำแหน่งทางการตลาดของโรงแรมคุณให้ดี ให้เหมาะสม

ถ้าคุณทำรีสอร์ทขนาด 25 วิลล่า ราคาเฉลี่ยอยู่ที่คืนละ 20,000 บาท ภายใต้อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 45% เท่ากับว่าคุณจะมีรายได้ต่อปีประมาณ 25 วิลล่า x 20,000 บาท x 45% x 365 วัน เท่ากับ 82.1 ล้านบาท ถ้าคุณกำหนดใช้งบประมาณด้านการตลาดและการขายที่ 5% เท่ากับ 4.1 ล้านบาท และภายใต้งบประมาณจำนวนนี้คุณต้องใช้ทั้งการตลาดการขายในประเทศและต่างประเทศ คุณลองจัดสรรดูเทียบกับรายได้จากห้องพักที่คุณคาดว่าจะได้รับจากแต่ละตลาด

การเลือกใช้บริษัททำการตลาดภายใต้แบรนด์แบบรวมกลุ่มโรงแรมรีสอร์ทที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนั้น ไม่ใช่ว่าเป็นสมาชิกแล้วจะไม่สามารถออกมาได้ แบรนด์เหล่านั้นไม่ได้มาเป็นเจ้าของโรงแรมคุณ คุณแค่เลือกใช้บริการเท่านั้น เพราะฉะนั้น เมื่อไม่ต้องการใช้แบรนด์นั้นอีกต่อไป คุณก็ขอออกจากแบรนด์นั้นได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแบรนด์ว่ามีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำหรือไม่อย่างไร ตัวอย่างโรงแรมที่เป็นสมาชิกดีไซน์โฮเต็ลในระยะแรก และเลือกที่จะไม่ไปต่อภายใต้แมริออทก็มีหลายโรงแรม

.

.

เช่นเคย ก่อนจบบทความ คุณสามารถเข้าไปที่ https://thethinkwise.com/ เพื่อค้นหาบทความเก่าในประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแบรนด์ การตลาด การขาย การบริหารจัดการ ทางรอดโรงแรมได้ที่เว็บไซต์ของเราตลอดเวลานะคะ

รู้ให้จริง ทำให้เป็นเรื่องโรงแรม