ชีวิตชุมชนกับการท่องเที่ยว

ต้นแบบท่องเที่ยวชุมชนที่มีแนวทางและขั้นตอนที่ชัดเจน อีกทั้งยังทำให้เห็นเป็นรูปธรรม

ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ท่องเที่ยวชุมชน

ทำชุมชนให้กลับมาชีวิตชีวา

อนุรักษ์สิ่งดีงามเพื่อส่งผ่านไปอีกรุ่น

.

.

.

ล้วนเป็นคำที่ทุกท่านคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ชุมชนริมน้ำจันทบูรเป็นทั้งผู้นำ เป็นทั้งตัวอย่าง เป็นทั้งกรณีศึกษาที่มีการทำงานกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี 2552 จากข้อมูลในหนังสือ “ชุมชนริมน้ำจันทบูร – จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูชุมชนเก่า และตัวอย่างกระบวนการปรับปรุงอาคารเก่า” ที่ได้รับการสนับสนุนการจัดพิมพ์จาก The Rockyfeller Foundation ในปี 2556

หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวเป็นขั้นเป็นตอนตั้งแต่เมื่อเริ่มทำโครงการ การลงพื้นที่เก็บข้อมูล การทำกิจกรรมในชุมชนเพื่อสร้างความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือนที่สะท้อนสถาปัตยกรรมในแต่ละยุคแต่ละสมัยย้อนกลับไปตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ ทั้งภูมิปัญญาในเรื่องต่างๆ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ การหลอมรวมของชนชาติต่างๆ การค้าขาย และยังสะท้อนปัญหา อุปสรรคในการทำงานจนทำให้เกิดเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ริมน้ำจันทบูร

การดำเนินงานอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับชุมชน และอยู่ในชุมชนที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่เรื่องง่าย มีอุปสรรคมากมายแต่ทีมงานก็ค่อยๆผ่านมาได้ และทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งในส่วนที่พัก ศูนย์เรียนรู้ การร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนที่ยังอนุรักษ์อาหารการกินในท้องถิ่นไว้และถ่ายทอดให้ผู้ที่ไปเยี่ยมเยือนได้สัมผัส เรียนรู้และชิมของอร่อย

ในส่วนที่พัก “บ้านหลวงราชไมตรี” เป็นที่พักต้นแบบที่รักษาเรื่องราวไว้ได้ครบถ้วนทั้งสถาปัตยกรรมและเรื่องราวของบ้านที่ต้องขอชื่นชมทายาทของท่านหลวงราชไมตรีที่เห็นความสำคัญและเสียสละในการทำให้บ้านหลังนี้เป็นอีกแหล่งเรียนรู้

บ้านหลวงราชไมตรี ให้บริการในแบบ Museum Inn มีห้องพักและอาหารเช้า ใช้โมเดลของที่พักที่มีการจำหน่ายหุ้นให้กับชุมชน และกำไรจากการดำเนินกิจการแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

(1) ส่วนผู้ถือหุ้น และ

(2) เป็นทุนสะสม (Revolving Fund) เพื่อให้ชุมชนใช้ทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมและพัฒนาย่านเก่าอื่นๆ

สำหรับส่วนให้บริการ

  • ชั้นล่างส่วนต้อนรับ พร้อมส่วนแสดงประวัติความเป็นมา ของเก่า เช่น หนังสือ บันทึกการค้าขาย ถ้วยชาม เครื่องมือต่างๆ และมีส่วนจำหน่ายของที่ระลึก เช่น โปสการ์ด เสื้อยืด หนังสือ เป็นต้น

  • นอกชานริมน้ำ นั่งพักผ่อนและใช้พื้นที่สำหรับตั้งอาหารเครื่องดื่มสำหรับมื้อเช้า และมีสวนขนาดเล็กข้างบ้านนั่งเล่นได้ มีห้องพักริมน้ำ 2 ห้องด้านซ้ายและขวา

  • ชั้นบนเป็นส่วนห้องพักเพิ่มเติมอีกทั้งฝั่งมองเห็นแม่น้ำและติดถนนซอย

บ้านพักมีทีมงานกระทัดรัดแต่ให้บริการเต็มเปี่ยมด้วยใจ และความเข้าใจในคุณค่าของชุมชน

เรายังรอภาคต่อไปของหนังสือที่จะเล่าเรื่องราวเมื่ออยู่ในภาวะการแข่งขันของธุรกิจการท่องเที่ยว และความตั้งใจในการรักษาและอนุรักษ์คุณค่าของชุมชน การบริหารบ้านหลวงราชไมตรีวางแนวทางอย่างไรจึงจะสามารถทำโมเดลธุรกิจให้ออกมาตามระยะเวลาที่วางไว้

แต่จากที่ได้ไปเยี่ยมชม มีลูกค้าชาวต่างชาติเข้าพักในวันธรรมดาพอสมควรผสมกับลูกค้าคนไทย ดังนั้นหากวันธรรมดาสามารถทำอัตราการเข้าพักได้ 50% และวันหยุดประจำสัปดาห์หรือหยุดต่อเนื่องเต็ม 100% เป้าหมายคงไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

ขอส่งใจช่วยอีกแรง และขอให้คงรูปแบบที่มีคุณค่าแบบนี้ไปเรื่อยๆ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในชุมชนตามกาลเวลา แต่เชื่อว่าหากแนวคิดหลักยังเข้มแข็ง มีกิจกรรมต่อเนื่อง มีสื่อให้พื้นที่สม่ำเสมอ เขื่อว่าการท่องเที่ยวชุมชนที่เป็นต้นแบบนี้ยั่งยืนและอยู่รอดแน่นอน

เกาะกระแส วัดการตลาด กับ #ออเจ้า

เกาะกระแสออเจ้ากับการแสดงออกของแบรนด์บนโลกออนไลน์

trend-howto

ปรากฎการ์ณกระแสจากละคร บุพเพสันนิวาส มาแรงและเร็วและกินพื้นที่ในทุกวงการทีเดียวในช่วงนี้ จากการออกอากาศมาเพียง 5 ตอนมีผลตอบรับที่ดีมากๆ เรียกได้ว่า ใครไม่พูดถึงละครเรื่องนี้ ถือว่าตกเทรนด์ทีเดียว

อันที่จริงการแสดงออกของผู้ชมมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ละครเรื่องนี้ออกอากาศ และระหว่างที่ละครออนแอร์ทุกตอนเราก็จะได้เห็นปฎิกิริยาของโลโซเชียลทั้งในด้านผู้ชมที่มีความรู้สึกร่วม และในด้านแบรนด์ที่จับโอกาสในช่วงนี้ในการสื่อสารกับลูกค้าเช่นเดียวกัน

เช้านี้ตื่นมาลองเข้าไปเช็คในโลก Twitter พบว่ามีการใช้แฮชแทค #บุพเพสันนิวาส มากถึง 1.5 ล้านทวีตทีเดียว ติดอันดับ 1 ในหัวข้อ Trend for you

ส่วนใน Facebook แน่นอนว่าบ้านเรามีผู้ใช้งานมากถึง 46 ล้านคน ปฏิกิริยาย่อมรุนแรงและกินวงกว้างมากๆ เรียกได้ว่าแทบจะทุกวงการที่มีสินค้าและบริการที่จะสามารถโยงกับเนื้อหาในละครได้ ไม่มีใครพลาดที่จะนำเสนอ ตั้งแต่ มะม่วงน้ำปลาหวาน กุ้งแม่น้ำย่าง หมูกะทะ และจะมีสินค้าอื่นๆต่อเนื่องมาอีกแน่นอน

ตัวอย่างที่เกิดขึ้น เช่น

+ เพจที่เกี่ยวกับเรื่องกิน เช่น maeban (แม่บ้าน) ซึ่งเป็นสื่อที่รวมความรู้ในเรื่องการทำกับข้าวและเคล็ดลับต่างๆ นำเสนอสูตรน้ำปลาหวาน  ต่อมาก็เป็น wongnai – cooking ที่แตกออกมาจาก wongnai ก็นำเสนอสูตรการทำน้ำปลาหวานเช่นเดียวกัน

+ เพจร้านสะดวกซื้อ Seven-Eleven นำเสนอชุดมะม่วงน้ำปลาหวานที่มีจำหน่ายในร้าน

+ เพจให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย Street Hero Project นำวิธีการช่วยเหลือชีวิตด้วยวิธี CPR มาทำในเวอร์ชั่น แม่หญิงการะเกด และพี่หมื่น

+ เพจสาระความรู้ สำนักพิมพ์ และห้องสมุดตามสถาบันต่างๆ นำเสนอหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บางเพจมีรายการหนังสือ สรุปเนื้อหาย่อ พร้อมลิงก์เชื่อมโยง เรียกได้ว่าครบถ้วนทีเดียว

+ ร้านอาหาร เช่น บาร์บีคิวพลาซ่า ย่อมไม่พลาดโอกาสนี้แน่นอน กับการนำเสนอสินค้าเด่นของร้านคือหมูกะทะ

+ ร้านค้า เช่น Foodland Supermarket ยังเกาะกระแสนำเสนอว่าที่ฟู้ดแลนด์ก็มีน้ำปลาหวานขายนะ ในราคาพิเศษด้วยเช่นกัน

 

สิ่งที่อยากชวนให้ตั้งข้อสังเกตจากการแสดงออกของแต่ละแบรนด์ที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียล คือ

  • ความรวดเร็ว – ความรวดเร็ว สะท้อนการมอบหมายงาน การให้อำนาจในการบริหารจัดการสื่อโซเชี่ยล และไหวพริบในการทำงานของแอดมินเพจว่าสามารถใช้และสร้างโอกาสในการสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) กับลูกค้าภายใต้เวลาที่จำกัดอย่างรวดเร็ว

  • ข้อความที่ใช้สื่อสาร – ข้อความที่ใช้สื่อสาร สะท้อนการทำงานภายใต้กรอบแนวคิดหลัก หรือคอนเซ็ปต์ของสินค้าและบริการเจ้าของแบรนด์นั้นๆ รวมทั้งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร เพราะภาษาที่ใช้ การเรียบเรียงข้อความ หรือสไตล์การเขียน

  • รูปภาพหรือกราฟิกที่ใช้ในการนำเสนอ-รูปภาพและกราฟิกต่างๆ สะท้อนความคล่องตัวของแอดมินและการทำงานร่วมกันระหว่างแอดมินและทีมกราฟิก ว่าสามารถสื่อสารกัน และผลิตงานออกมาได้อย่างรวดเร็วขนาดไหน หรือแอดมินเดี่ยวมีความสามารถในการใช้แอพลิเคชั่นต่างๆด้านกราฟิกมากน้อยอย่างไร

  • การเชื่อมโยง-การเชื่อมโยง บางแบรนด์รู้จักเชื่อมโยง หรือเรียกว่า การอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการของตนได้อย่างรวดเร็ว

 

แบรนด์ เลือกที่จะแสดงออกได้เสมอ แล้วแบรนด์ของคุณแสดงออกอย่างไร?

จะแสดงออกหรือไม่แสดงออก หรือจะเกาะกระแส ใช้จังหวะและโอกาสทางการตลาดในการเชื่อมโยงให้มีความน่าสนใจอย่างไร อันนี้แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละแบรนด์จะต้องพิจารณา

สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ แบรนด์ คือ ตัวตนของสินค้าและบริการ ส่วน แอดมิน คือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการสื่อสารบนโลกออนไลน์และสื่อโซเชี่ยล  เพราะฉนั้นตัวตนของแอดมิน ควรสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์

 

ย้อนเวลาท่องเที่ยว – การตลาดแนวใหม่

ย้อนเวลาหาความสุขใจจากการท่องเที่ยว กับเทคนิคการนำเสนอในสิ่งที่ลูกค้ามองหา

วันก่อนได้อ่านบทความของ Lauren Miskin ที่เขียนเรื่อง Nostalgia Marketing in the Hospitality Industry เห็นว่ามีประเด็นที่น่าสนใจ เลยอยากมาแบ่งปันให้ผู้อ่านได้รับรู้ค่ะ

ถ้าจะไล่เรียงจากความหมายของคำก่อน Nostalgia ก็คือความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นเมื่อเรานึกย้อนเวลาไปในเหตุการ์ณ หรือสถานที่ที่เราเคยไปและมีความสุข

เรามักพบเห็นคำนี้บ่อยๆในบทความและข้อเขียนประเภทต่างๆอยู่พอสมควร

แล้วมาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างไร?

ถ้าเราสังเกตรูปแบบการท่องเที่ยวหลายปีที่ผ่านมาจะเห็นว่านักท่องเที่ยวนิยมที่จะไปเที่ยวตามสถานที่ที่มีการตกแต่งในแนวย้อนยุค หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่นำเสนอในแนวย้อนอดีตกันมากขึ้น

จริงๆแล้ว การตลาดในแนวย้อนยุค คือนำเสนอและส่งต่อประสบการ์ณที่สุขใจ อิ่มใจ ที่สะท้อนออกมาในแบบย้อนอดีต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งสถานที่ การแต่งกาย การให้บริการ หรืออาหารจานโบราณที่หารับประทานได้ยากในยุคปัจจุบัน

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ Disney World ที่สามารถจับตลาดได้ตั้งแต่กลุ่ม Millennials จนถึง Baby Boomer เพราะสามารถพาเราย้อนอดีตไปในวัยเด็กที่มีแต่ความสนุก จนแต่งงานมีครอบครัว มีลูก ก็ยังสามารถพาครอบครัวกลับมาเที่ยวได้อย่างมีความสุขทุกครั้ง และอิ่มใจมากขึ้นเมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก

อีกตัวอย่างที่ผู้เขียนหยิบยกมาให้เห็นเป็นตัวอย่าง คือ บริษัทนำเที่ยวในคิวบา ที่มีบริการนั่งในสไตล์ย้อนยุคเหมือนในอดีตพาเที่ยวชมเมืองฮาวานา (Havana) ผ่านย่านต่างๆที่มีทั้งงานศิลปะบนผนังและกำแพง เหมือนเราได้หลุดเข้าไปในฉากหนังสมัยก่อน

การนำ Nostalgia มาใส่ในการตลาดการท่องเที่ยวและโรงแรมที่พัก มีสิ่งที่ควรนำเสนอและเชื่อมโยงเข้าไป ได้แก่

  • การนำเสนองานศิลปะ งานฝีมือในชุมชนและท้องถิ่น
  • เพิ่มกลิ่นอายหรือเกร็ดความรู้ในอดีต และประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า
  • ใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันนำเสนอภาพเคลื่อนไหวที่จะช่วยให้ผู้รับสื่อมีความรู้สึกร่วม

ยิ่งยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่ มีความวุ่นวายมากขึ้นเท่าไหร่ การมองหาสถานที่พักผ่อนที่จะทำให้เราได้รู้สึกถึงการพักผ่อนที่แท้จริง และอิ่มใจ สุขใจก็จะยิ่งมีความต้องการมากขึ้นเท่านั้น

เสียดายที่โรงแรมที่พักหลายแห่งมองแค่เพียงภาพภายนอกจากรูปแบบสถาปัตยกรรม และการตกแต่งภายใน แต่ไม่สามารถนำเสนอการให้บริการที่จะทำให้ลูกค้าพอใจ สุขใจ และอิ่มใจได้

ขอบคุณบทความของ Lauren Miskin ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ 4hotelier