โรงแรม กับ Google Trend Search
โรงแรมจะใช้ประโยชน์จากผลการค้นหาบนกูเกิ้ลได้อย่างไรเพื่อให้การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมีความแม่นยำมากขึ้น
โรงแรมจะใช้ประโยชน์จากผลการค้นหาบนกูเกิ้ลได้อย่างไรเพื่อให้การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมีความแม่นยำมากขึ้น
เมื่อวิกฤติโควิด19 ผ่านไป พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไป แล้วโรงแรมคุณเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้หรือยัง
ข่าวจาก skift.com ล่าสุดรายงานว่า TripAdvisor ประมาณการรายได้จาก E+D หรือ Experience and Dining จะเป็นแหล่งที่มาของรายได้หลักในปี 2020 นั่นแปลว่าบนแพลตฟอร์มของ TripAdvisor จะไม่เป็นเพียงช่องทางให้นักท่องเที่ยวใช้เปรียบเทียบและค้นหาที่พักแต่เพียงอย่างเดียว หลังจากที่เข้าซื้อกิจการ Viator ซึ่งเป็นผู้ให้บริการท่องเที่ยวระยะสั้นในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ นั่นแปลว่า… พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป แสวงหาแหล่งท่องเที่ยวและจุดที่น่าสนใจของแต่ละเมืองผ่านผู้นำเที่ยวในท้องถิ่นนั้นๆเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน รวมถึงการสรรหาอาหารที่อร่อยในพื้นที่ด้วยเช่นกัน สิ่งที่เราน่าจะเร่งทำคือการที่เราจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยว – เข้าถึงเราให้รวดเร็วและสะดวกสบาย – แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์และสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจ – ได้ข้อมูลที่ทันต่อเหตุการณ์ ทันสมัย – สามารถเลือกกิจกรรมได้หลากหลายตอบโจทย์ไลฟสไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น – ระบบการจองที่ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจตั้งแต่เริ่มค้นหาไปจนถึงการชำระเงิน #ท่องเที่ยว #ประสบการ์ณการท่องเที่ยว #พฤติกรรมนักท่องเที่ยว #thethinkwise #hotelconsulting #brandingforhotel
เมื่อตลาดเปลี่ยนกระทันหันจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ โรงแรมควรเร่งปรับตัวอย่างไรเพื่อให้รอด
อยากหาลูกค้าจากญี่ปุ่น ลองมาสังเกตตลาดญี่ปุ่นจากโบรชัวร์ท่องเที่ยวกันก่อน แล้วค่อยว่ากันค่ะ
มามองภูฏานกันต่อผ่านโรงแรมที่พักตามเมืองต่างๆ
“เราอยากทำความรู้จักประเทศไหน ให้เฝ้ามองผู้คนในประเทศนั้น” ภูฏานเป็นอีกประเทศที่เขื่อว่าอยู่ในรายการประเทศที่อยากไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสายธรรม สายธรรมชาติ สายจิตวิญญาณ สายท่องเที่ยว สายวัฒนธรรม และสายอื่นๆอีกมากมาย การเดินทาง เครื่องบินตรงจากกรุงเทพไปยังเมืองพาโร ภูฏานมีทุกวันใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดหน่อย หรือจะชอบแบบบินแวะเมืองกัลกาตา อินเดีย นั่งรอในเครื่อง 35 นาทีเพื่อบินต่อไปยังภูฏานก็มีให้เลือกเช่นกัน เพราะฉะนั้นการเดินทางเข้าออกไม่มีปัญหา สะดวกสบาย แค่ต้องยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศให้เรียบร้อย คุณจะได้อิเล็กทรอนิกส์วีซ่า ถ้าไปกับทัวร์ เขาก็จัดการให้หมดทุกอย่าง สนามบินตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆชื่อ พาโร ในช่วงที่ไปกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่ โดยรอบมีแม่น้ำไหลผ่านข้างๆสนามบิน การขึ้น-ลงของเครื่องบินต้องใช้ความสามารถของกัปตันในการบินลัดเลาะหุบเขาเพื่อนำเครื่องลงและขึ้น ชวนให้ตื่นเต้นตั้งแต่เท้ายังไม่ได้แตะแผ่นดินภูฏานทีเดียว ก่อนเครื่องจะลง จะบินผ่านเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเราทีเดียว ทั้งๆที่กัปตันประกาศว่า “เรากำลังบินอยู่ห่างจากหิมาลัยประมาณ 3 กิโลเมตร” บรรยากาศโดยรอบของเมืองพาโร ไม่ว่าจะขับรถไปทางใดจะเห็นแม่น้ำขนาบข้างทางไปตลอด และถ้ามองไปบนภูเขาที่ห้อมล้อมเราก็จะเห็นบ้านเรือนที่ก่อสร้างในลักษณะตึก 3 ชั้นทาสีพาสเทลจาง ๆ ลดหลั่นกันตามเทือกเขาสลับกับป้อมปราการเก่าที่ปัจจุบันแปลงสภาพการใช้งานมาเป็นพิพิธภัณฑ์บ้าง สถานที่ทำงานของหน่วยงานราชการบ้าง นอกจากนี้ก็มีวัดขนาดต่างๆทั้งของส่วนกลางและวัดส่วนบุคคล….ว่าแล้วก็ออกไปยืนนอกรถแล้วสูดอากาศได้เต็มปอด พร้อมกับฟังเสียงน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่านก้อนหินทรงกลมขนาดต่างๆให้ชื่นใจ นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาที่ภูฏานมีทั้งเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่สนิทที่สุดของประเทศคือ ชาวอินเดียที่มาไหว้พระ ทำบุญตามเมืองต่างๆ รวมทั้งนักท่องเที่ยวในเอเซียอย่างบ้านเรา หรือญี่ปุ่น และไกลออกไปก็คือชาวยุโรปและอเมริกาที่นิยมชมชอบวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวภูฏาน เห็นได้จากทราเวลเอเย่นต์รายใหญ่ๆมีการตั้งสำนักงานในเมือง…
จะขายสินค้าต้องบรรยายสรรพคุณ ข้อแตกต่างจากสินค้าอื่น เงื่อนไขการใช้งาน แล้วจึงตบท้ายด้วยโปรโมชั่นพิเศษเพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อ โรงแรมที่พักก็เช่นกัน เราก็ต้องมีศิลปะในการเล่าเรื่องเช่นกัน ยิ่งเป็นโรงแรมที่พักขนาดเล็ก หรือประเภทบูติกโฮเต็ล ยิ่งมีรายละเอียดของเรื่องราวต่างๆมากมายที่จะนำมาถ่ายทอดได้ อยู่ที่ว่าเรามองข้ามสิ่งเหล่านั้นไปหรือเปล่า หรือด้วยความที่เราเห็นจนชินตาก็เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นต้องนำมาสื่อสาร แต่บางแห่งก็สับสนระหว่างการเล่าเรื่อง “ธุรกิจของตัวเอง” กับ “เล่าเรื่องตัวเอง” จนทำให้การเล่าเรื่องโรงแรมที่พักกลายเป็นการเล่าเรื่องของตัวเอง และเมื่อเล่าต่อๆกันไปนานๆวันเข้า ก็กลายเป็นการเขียนไดอารี่ส่วนตัว และเมื่อเวลาผ่านไปอีก เนื้อหาก็กลายเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งหมดหาความเชื่อมโยงกับธุรกิจที่พักหายไปหมด การเล่าเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะบางครั้งเราอาจต้องการแสดงจุดยืน อุดมการ์ณ แนวคิดที่มาที่ไป เหตุและผล ในการทำงานของเราให้ลูกค้าฟัง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ควรคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการสื่อสารของเราในแต่ละครั้ง และที่สำคัญ “ให้น้ำหนัก” ให้ดีในแต่ละจังหวะ ในแต่ละเรื่อง อย่าปล่อยให้เกิดความเคยชินจนทำให้การถ่ายทอดเนื้อหาของโรงแรมที่เป็นใจความสำคัญ ถูกกลบไปด้วยการพร่ำเพ้อแต่เรื่องของตัวเอง โดยเฉพาะการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียที่ปัจจุบันมักถูกใช้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร คราวนี้มาดูกันว่าเราควรเริ่มการเล่าเรื่องอย่างไร โดยตั้งต้นตั้งแต่คำถามที่ว่า “เราอยากให้ลูกค้ารู้จักเราในแบบไหน” วางคอนเซ็ปต์ในการนำเสนอ คอนเซ็ปต์ในการเสนอจะทำให้เรามีจุดยืนในเรื่องบทบาทของเราเวลาสื่อสารกับลูกค้า เช่น การสมมติเป็นการเล่าเรื่องจากคนๆหนึ่งไปสู่กลุ่มเพื่อนๆ การสมมติว่าเราเป็นตัวโรงแรมที่พักที่มีชีวิตมีตัวตน การวางคอนเซ็ปต์นี้ จะทำให้เกิดการวางคาแรคเตอร์ในการนำเสนอว่าจะเป็นอย่างไร เป็นวัยรุ่น เป็นวัยทำงาน เป็นวัยเริ่มสร้างครอบครัว หรือเป็นวัยผู้ใหญ่ชอบสอนเด็กๆ แต่ยังทันสมัยเข้าใจวัยทีนอยู่ คาแรคเตอร์เหล่านี้จะส่งผลไปถึงการใช้ภาษาในการสื่อสารทันทีว่าจะออกมาประมาณไหน …
อยากจะทำให้ลูกค้าจองห้องพักโดยตรงกับโรงแรม ต้องทำอย่างไร
เมื่อเข้าช่วงโลว์ซีซั่น จะขายอย่างไร และจะเอาอะไรไปขายดี
กด ESC หรือคลิกที่นี่เพื่อปิด