เทศกาลแห่งการให้ – โรงแรมควรทำอย่างไร?

happyHolidays

เทศกาลแห่งความสุขกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน ลองสำรวจตลาดโรงแรมที่พักกับการใช้สื่อออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์ การออกโปรโมชั่น และการแสดงออกในช่วงเวลาแห่งการให้ การแบ่งปันความสุขในเรื่องต่างๆ เราก็จะเห็นหลากหลายการแสดงออก เช่น

  • การสร้างเส้นทางเชื่อมโยง หรือลิงก์กับองค์กรการกุศลต่างๆที่มีแคมเปญช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ เพื่อรณรงค์ในทุกคนช่วยกันสละเวลา สละสิ่งของ หรือการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือองค์กรนั้นๆ  ——–> เป็นการเลือกการแสดงออกที่เฉียบคมมาก ๆ เพราะไม่ใช่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงจุดยืนขององค์กร ซึ่งก็คือโรงแรมของคุณในเรื่องจิตสาธารณะ แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรจากจิตใจที่ดีงามของคุณ ในขณะเดียวกันแฟนเพจ ลูกค้า และกลุ่มที่จะกลายเป็นลูกค้าก็ยังรู้สึกดีกับการแสดงออกในลักษณะนี้
  • การประชาสัมพันธ์ควบคู่ไปกับการขายแพ็คเกจห้องพักเพื่อให้เป็นของขวัญสำหรับคนที่ยังไม่รู้จะเลือกอะไรให้เป็นของขวัญ ก็แนะนำให้มาซื้อบัตรกำนัล หรือบัตรของขวัญไม่ว่าจะเป็นห้องพัก หรือร้านอาหารเพื่อให้นำมาใช้ได้ในช่วงระยะเวลาต่างๆ กัน ในราคาที่แตกต่างกัน ——-> เป็นการขายของที่มีกาละเทศะ รู้จักนำเอาเทศกาลแต่ละเทศกาลมาประยุกต์และนำเสนอสินค้าและบริการของตนเอง กรณีเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องขายบัตรกำนัลเฉพาะในช่วงเทศกาลเพราะเนื่องจากส่วนใหญ่จะมีลูกค้าหนาแน่นกันอยู่แล้ว หากแต่ใช้เงื่อนไขเวลาในการปรับใช้กับบัตรของขวัญให้เหมาะสม ยืดอายุการใช้บัตรของขวัญให้นานขึ้น เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อเป็นของขวัญไม่ต้องลังเลใจในการตัดสินใจซื้อ
  • ขายของอย่างเดียว คือนำเสนอห้องพัก หรือบัตรของขวัญ บัตรเงินสดสำหรับใช้บริการที่ร้านอาหารในช่วงเทศกาลเท่านั้น —–> กรณีเช่นนี้ ก็มีให้เห็นพอสมควร อาจเนื่องมาจากประสบปัญหายังไม่มีลูกค้ามาใช้บริการตามเป้าหมายมากนัก จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์และขายของอย่างเข้มเพื่อให้ได้ยอดการจองในช่วงเทศกาลคุ้มทุนกับการจัดงานคริสมาสต์หรือช่วงปีใหม่  ลักษณะแบบนี้สะท้อนให้เห็นการไม่เตรียมการ ไม่มีการวางแผน เรียกว่าแก้ไขปัญหากันแบบนาทีสุดท้าย หรือที่เรียกได้ว่ายังทำการขายกันแบบเดิม ๆ ไม่มีสไตล์ ไม่มีตัวตน ไม่มีความน่าสนใจ

   จาก 3 ตัวอย่างข้างต้น ลองเลือกดูว่าคุณควรจะเลือกแบบไหน ภายใต้ตัวเลขเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเวลาที่เหลืออยู่ก่อนถึงสิ้นปี

ลูกค้าปัจจุบันมีรูปแบบและความเฉพาะของแต่ละบุคคลค่อนข้างสูง การที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการอะไร ลูกค้ารู้ว่าตนเองต้องการอะไร และการให้ของใคร ก็ยังต้องการยืนยันไลฟ์สไตล์ของตัวเองอยู่ว่า “ชั้นให้ของที่ดูดี มีสไตล์ในแบบของชั้นนะ เท่ ไม่เหมือนใคร”  เพราะฉนั้นการทำกิจกรรมทางการขายและการตลาดของโรงแรม ควรจะหันกลับมาใส่ใจในเรื่องพฤติกรรมของลูกค้า และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการให้ละเอียดมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็รักษาความเข้มข้นของสไตล์ รูปแบบ และคอนเซ็ปต์ในการนำเสนอต่างๆของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสไตล์การถ่ายรูป การใช้ตัวหนังสือ การเขียนข้อความ หลายโรงแรมก็ยังคงใช้ข้อความไม่ถูกต้อง สะกดผิด ยิ่งถ้าเป็นภาษาอังกฤษด้วย ยิ่งแล้วใหญ่ ไปถึงไหนต่อไหนแบบชนิดที่เรียกว่า “นี่หรือ โรงแรมที่บอกว่าเป็นระดับพรีเมี่ยม หรือห้าดาว…..อะไรมันจะได้ขนาดนี้”

หากลองไล่กลับไปดู จะสะท้อนได้หลายอย่างเลยทีเดียว ตั้งแต่

  • ไม่มีคอนเซ็ปต์ของโรงแรมที่ชัดเจน
  • ไม่มีการกำหนดการใช้งานอัตลักษณ์ของโรงแรมที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ ตัวหนังสือ สีประจำองค์กร
  • ไม่มีการกำกับการใช้งาน หรือไม่มีมาตรฐาน หรือนโยบายในการใช้งานที่ใช้กำกับ อธิบายให้ผู้ใช้งานเข้าใจอย่างจริงจังก่อนการใช้งาน
  • การละเลยของผู้บังคับบัญชา ไปจนถึงผู้บริหารที่ไม่เห็นความสำคัญของภาพลักษณ์ และความต่อเนื่องของการสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจน สม่ำเสมอ  เมื่อขาดความชัดเจนและความสม่ำเสมอ ลูกค้าก็ค่อยๆซึมซับและรับรู้สิ่งเหล่านี้ไปเรื่อยๆ
  • อื่นๆ

 

ความเป็นโรงแรมที่พักขนาดเล็ก เป็นโอกาสที่ทำให้เราได้ใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น และด้วยความที่องค์กรมีขนาดที่เล็กทำให้การปรับตัว เปลี่ยนแปลงสามารถทำได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้น อย่าละเลยในสิ่งเล็กๆน้อยๆ เพราะในเรื่องการรับรู้นั้น เป็นเรื่องต้องใช้เวลา ยิ่งเราละเลยไปนานมากขึ้นเท่าไหร่ หรือทำผิดบ่อยมากขึ้นเท่าไหร่ สื่อที่ออกไปทางออนไลน์นั้นมันรวดเร็วมาก การรับรู้ของลูกค้าเกิดขึ้นแล้ว

               ที่สำคัญ พยายามทำอะไรที่เป็นธรรมชาติ ลูกค้ารับรู้ได้ว่านี่เป็นการแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติหรือเสแสร้งทำแค่ให้เข้ากับกระแสในแต่ละช่วงเวลา “ของแท้ อยู่นาน มั่นคง แต่ ของปลอม ฉาบฉวย ไปเร็ว” เพราะฉะนั้น “รู้ให้จริง ทำให้เป็น” ด้วยกันหาความรู้ที่แท้จริงและนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกันดีกว่า

 

Similar Posts

  • ขายคูปองห้องพักล่วงหน้า ทางเลือกโรงแรม

    การขายคูปองห้องพักโรงแรมล่วงหน้า จะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และสร้างรายได้ให้โรงแรมอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง

  • เตรียมจัดงาน

    ใกล้เทศกาลปลายปีที่หลายโรงแรมจะมีการจัดงานคริสต์มาสและขึ้นปีใหม่ บางแห่งคิดราคารวมกับห้องพักเลยสำหรับคนที่จองห้องพักในช่วงขึ้นปีใหม่ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Compulsory Dinner หรือพวกโรงแรมขนาดใหญ่ๆ ก็มักจะชอบเติมคำว่า “Gala” เข้าไปด้วย ซึ่งราคาก็จะค่อนข้างสูงพอสมควร ถ้าคิดในแง่ค่าครองชีพคนไทยระดับตลาดกลางไ แต่ถ้าคิดเทียบเป็นเงินตราต่างประเทศก็อาจจะพอยอมรับได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับธีมของงานว่าจะมีอะไรบ้าง ประเภทของอาหารประมาณไหน มีการแสดง หรือดนตรีเล่นสดหรือเปล่า มีแตกของขวัญ รวมแชมเปญตอนเคาน์ดาวน์ด้วยหรือไม่ บางครั้งโรงแรมที่พักขนาดเล็กเห็นโรงแรมขนาดใหญ่มีชื่อเสียงจัดงาน ก็เข้าใจว่าต้องทำแบบนั้นบ้าง มิฉะนั้นจะไม่ใช่วิถีโรงแรมช่วงปลายปี อันที่จริงแต่ละโรงแรมควรกลับมานั่งคิดก่อนว่า ด้วยรูปแบบโรงแรมของเราจำเป็นต้องจัดงานหรือไม่ และถ้าจัดควรจะจัดแบบไหน เหตุผลเบื้องหลังของเทศกาลทั้งหลาย ก็คือ เป็นช่วงเวลาวันหยุดที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้หยุดพัก(ยกเว้นคนโรงแรม) ดังนั้นเมื่อมีความต้องการในตลาดมาก โอกาสที่โรงแรมจะขายห้องพักและบริการอื่นๆเพื่อร่วมฉลองเทศกาลจึงเกิดขึ้น คราวนี้จะทำอย่างไรให้เหมาะสมก็ขึ้นอยู่กับกับการคิด ออกแบบ วางแผนและลงมือทำให้เหมาะสม และไม่ตั้งราคาสูงจนเป็นการเอาเปรียบลูกค้ามากจนเกินไป สำหรับโรงแรมที่มีแผนจัดงานก็ควรทำแผนงานให้ละเอียด ไล่เรียงขั้นตอนต่างๆตามเวลาแต่ละช่วง พร้อมทั้งมอบหมายผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละส่วน บทบาทที่สำคัญของงานเทศกาลอีกส่วนคือ เมนูอาหาร ทีมครัวต้องแสดงฝีมือเต็มที่ ถ้าจะจัดคริสมาสต์จะต้องมีอาหารอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาล ถ้างานปีใหม่จะเป็นอาหารแบบไหน ลักษณะการจัดจาน หรือไลน์บุฟเฟต์จะเป็นธีมอะไร สุดท้ายที่สำคัญคือ การตั้งงบประมาณ เมื่อได้งบประมาณแล้วจึงมาตั้งราคามาทำประมาณการว่าขายราคาเท่าไหร่ และต้องขายให้ได้กี่หัวจึงจะคุ้มทุน หรือ กี่หัวขึ้นไปจึงจะมีกำไร ถ้าตอนนี้ ใครยังไม่ได้เริ่มวางแผน ให้รีบเร่งมือโดยด่วน

  • |

    สังคมการถ่ายภาพ กับทีมงานคุณภาพ

    สังคมการถ่ายภาพกับทีมโรงแรม วันนี้อยากนำเรื่องการถ่ายภาพในสังคมบ้านเรามาพูดคุยกันบ้าง แต่จะไม่ได้พูดในแง่การถ่ายภาพและแชร์ขึ้นโซเชียลในส่วนของคนทั่วไปที่เดินทางท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ และอยากแบ่งปันให้เพื่อนฝูงได้เห็นนะคะ แต่จะพูดในแง่การทำงานของทีมงานภายในองค์กรของแต่ละธุรกิจ เรื่องของเรื่องมาจากคำถามหลังไมค์เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาที่ตั้งคำถามว่า “จะทำอย่างไรดีกับการถ่ายภาพของพนักงานในบริษัท? “ ในบริษัทคุณก็ประสบปัญหานี้เช่นกันหรือเปล่า ? คำถามนี้ไม่ได้จบแค่ประโยคคำถามด้านบน แต่ถูกสำทับด้วยน้ำหนักของข้อมูลเพิ่มเติมว่า “มีหัวหน้างาน จริง ๆ ก็คือเด็กระดับ supervisor ของร้านที่ชอบถ่ายรูปส่งรายงานให้ผู้ถือหุ้นคนนึงตลอด และผู้ถือห้นคนนั้นก็ไม่ค่อยได้เข้ามาดกิจการในร้านแต่กลับเชื่อภาพนั้น โดยไม่ร้ที่มาที่ไปของภาพ” ฟังแล้วก็ต้องบอกว่า…จริง ๆ เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องถ่ายภาพเท่าไหร่ แต่การถ่ายภาพเป็นส่วนประกอบหนึ่งของเรื่องการบริหารจัดการ เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับหลายบริษัทแน่นอน กรรมการหรือผู้ถือหุ้นสั่งให้พนักงานคนใดคนหนึ่งคอยถ่ายภาพรายงานสิ่งต่าง ๆ เช่น ความสะอาดภายในร้าน พนักงานทำน้ำหก ทำแก้วแตก น้ำนองพื้น พนักงานยืนจับกล่มคุยกัน เป็นต้น ประเด็นคงไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก แต่อยู่ที่ว่ากรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนนั้นเลือกใช้การถ่ายรูปเป็นกระบวนการในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างไร ยกตัวอย่าง พนักงานถ่ายภาพอาหารหกเลอะเทอะที่พื้นร้านอาหาร 1 รูป และส่งรูปที่ทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยโดยมีพนักงานกำลังถูพื้นอยู่ หรือการถ่ายภาพห้องเก็บสต๊อกของ วัตถุดิบที่ไม่มีการจัดระเบียบให้สะอาดเป็นระบบ และภาพพนักงานกำลังจัดสต๊อกของให้เรียบร้อย และกรรมการ/ผู้ถือหุ้นคนนั้นก็ชื่นชมผลงานของพนักงานที่ถ่ายภาพ แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อเกิดการประเมินผลงานพนักงานที่ไม่เหมาะสมให้คำชมกับพนักงานผิดคน พนักงานที่ทำงานน้อยใจ เสียใจ เพราะเป็นคนทำงานแก้ไขปัญหาเองทั้งหมด แต่กลับมีพนักงานอีกคนถ่ายภาพรายงานสิ่งต่าง ๆ ให้ผู้บริหาร และผู้บริหารชื่นชมกับผลงานของพนักงานที่ถ่ายภาพ…

  • โรงแรมควรสรุปอะไรกับคนทำ การตลาดออนไลน์

    โรงแรมเล็กควรจะทำการตลาดออนไลน์อย่างไร ให้ได้ผลตามเป้าหมาย ไปเริ่มจากคุณควรจะบรีฟคนทำตลาดออนไลน์อย่างไรกันก่อน

  • แล้วโรงแรมควรสื่อสารอะไรในช่วงวิกฤติ

    ก่อนจะตอบว่าโรงแรมควรสื่อสารอะไรในช่วงวิกฤติ ควรตอบคำถามก่อนว่า (1) “คุณจะสื่อสารกับใคร” – ข้อนี้เป็นคำถามสำคัญเพราะคือลูกค้าของคุณ และคุณแบ่งลูกค้าคุณอย่างไร แบบในประเทศกับต่างประเทศ หรือแบ่งตามความลักษณะและพฤติกรรมของลูกค้า (2) ถ้าตอบคำถามข้อที่ 1 ได้เรียบร้อย ควรหาข้อมูลให้ลึกต่อไปว่า “แล้วแต่ละกลุ่ม เขามีความต้องการอย่างไร” เราจะได้ทราบว่าควรใช้เครื่องมือแบบไหนในการสื่อสารถึงเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ (3) รูปแบบในการสื่อสาร ในข้อนี้เมื่อตอบข้อ 1 และ ข้อ 2 ได้เรียบร้อย เราก็จะสามารถออกแบบการสื่อสารของเราได้อย่างเหมาะสมแบบรู้กาละเทศะ . . . แต่ถ้าโรงแรมไหน ไม่ได้ตั้งหลักจากข้อ 1-3 เขาก็จะสื่อสารแบบรวม ๆ แบบกว้าง ๆ ใครจะได้รับหรือไม่ได้รับ ไม่แน่ใจเหมือนกัน แค่อยากจะสื่อสารออกไป ก็อ่านบทความมาเยอะแล้วเขาบอกว่าช่วงวิกฤติต้องสื่อสารกับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ายังจดจำแบรนด์ของคุณได้ คุณเป็นแบบนี้หรือเปล่า ? เวลาเราพูดถึงคำว่า “วิกฤติ” ความหมายคือ อยู่ในขั้นอันตราย ร้ายแรง น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นโรงแรมควรทำความเข้าใจก่อนว่าวิกฤติไวรัสโควิด19 ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยประเทศเดียว และมาตรการที่เราบังคับใช้ปัจจบันไม่ว่าจะเป็น Work from Home หรือ…

  • GenAI พลิกโฉมการทำงานโรงแรม

    GenAI พลิกโฉมการทำงานโรงแรมให้รวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ควรเริ่มจากทักษะเบื้องต้นของผู้ใช้งานก่อน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.