ตลาดญี่ปุ่น

เรื่องที่โรงแรมควรรู้ก่อนไปทำตลาดญี่ปุ่น

ตลาดญี่ปุ่น เรื่องที่โรงแรมควรรู้ก่อนเริ่มบุก

เมื่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมาและนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็มีจำนวนเข้ามาท่องเที่ยวในบ้านเราตั้งแต่ที่เริ่มโครงการ Sandbox จนถึงปัจจุบันที่โควิด-19 เป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เชื่อว่าหลายโรงแรมที่พักที่ยังไม่เคยทำตลาดญี่ปุ่นมาก่อนอยากทราบว่า ถ้าอยากจะทำ ตลาดญี่ปุ่น บ้างมีเรื่องควรรู้อะไรบ้าง

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักการทำงานกับทัวร์โอเปอเรเตอร์ หรือทราเวลเอเยนต์ขนาดใหญ่กันก่อนว่าเขาทำงานกันอย่างไร

เอเย่นต์รายใหญ่จะมีรูปแบบการทำธุรกิจหลากหลายขึ้นอยู่กับขนาดของบริษัทฯว่าวางตำแหน่งทางการตลาดและมุ่งจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบบไหน เช่น เน้นกลุ่มนักธุรกิจเดินทางมาพักผ่อนเพื่อตีกอล์ฟในบ้านเราโดยเฉพาะ พักโรงแรมรีสอร์ทระดับ 5 ดาว และรวมค่าออกรอบในสนามกอล์ฟระดับชั้นนำ หรือกลุ่มฮันนีมูน กลุ่มผู้หญิงที่เน้นการทำสปาและความงามควบคู่ไปกับท่องเที่ยวทางทะเล และที่ได้รับความนิยมคือแก๊งค์เพื่อนผู้หญิงที่ท่องเที่ยวด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เป็นต้น

ส่วนระยะเวลาการเข้าพักจะมีตั้งแต่ 5 วัน 4 คืน หรือ 4 วัน 3 คืน หรืออาจจะแค่ 3 วัน 2 คืนเพราะต้องพ่วงกับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอื่น ๆ เช่น อาจมาพักเกาะสมุย 3 คืน และพักที่กรุงเทพอีก 2 คืน เป็นต้น

หลายโรงแรมรีสอร์ทที่เคยมีลูกค้าชาวญี่ปุ่นเข้าพัก อาจเคยได้รับการร้องขอจากเอเย่นต์ว่าขอเป็นเตียง Twin เท่านั้นในทุก ๆ บุ๊กกิ้งที่จองเข้ามาแม้แต่จะเป็นคู่ฮันนีมูน ในขณะที่โรงแรมรีสอร์ทที่พักในบ้านเราส่วนใหญ่แล้วสัดส่วนระหว่างห้องเตียง DBL จะมีสัดส่วนมากกว่าห้องเตียง TWN

ลักษณะการขายทัวร์ของทราเวลเอเยนต์รายใหญ่ หรือ Wholesaler

  1. มีทีมทำแพ็คเกจท่องเที่ยว (Package Division) รวมที่พัก ตั๋วเครื่องบิน รถรับ-ส่งจากสนามบิน และทัวร์ครึ่งวัน/เต็มวันเป็นทางเลือกให้ลูกค้าเลือกซื้อเพิ่มเติม หรือรวมอยู่ในแพ็คเกจด้วย
  2. การขายอาจเป็นเอเยนต์ขายเองที่หน้าร้าน สำนักงานตามเมืองใหญ่ ๆ เช่น โตเกียว โอซาก้า ฟูกูโอกะ หรือขายผ่านตัวแทนเอเยนต์ หรือเอเยนต์ขนาดเล็ก (Retail Agent)
  3. จะมีตัวแทนในประเทศที่ส่งลูกค้าไปเที่ยวที่เรียกว่า Land Operator ที่จะคอยดูแลลูกค้าตั้งแต่ไปรับส่งที่สนามบิน ส่งเข้าโรงแรมที่พัก แนะนำสถานที่เที่ยว หรือจัดทัวร์ครึ่งวัน/เต็มวันระหว่างการเข้าพักให้ ซึ่ง wholesaler บางรายก็มีตัวแทนเอง หรือตั้งบริษัทในเครือในกลุ่มขึ้นมาเพื่อดูแลลูกค้า เช่น H.I.S. เป็น Wholesaler ในญี่ปุ่นในขณะเดียวกันก็มีตัวแทน H.I.S. ในประเทศไทยที่จะคอยรับและดูแลนักท่องเที่ยวที่ส่งมาจากญี่ปุ่นด้วย เป็นต้น ซึ่ง Land Operator ในบ้านเราอาจดูแลลูกค้า Wholesaler ญี่ปุ่นหลายรายก็ได้ หากเขาไม่มีตัวแทนหรือเอเยนต์ในประเทศไทย

แล้วโรงแรมบ้านเราทำตลาดญี่ปุ่นอย่างไร ?

โรงแรมรีสอร์ทประเภทไหนบ้างที่ทำ ตลาดญี่ปุ่น แล้วไปอย่างไร ?

การทำตลาดญี่ปุ่นสำหรับโรงแรมรีสอร์ทนั้นข้อจำกัดประการแรกคือเรื่อง “ภาษา” ที่ใช้สื่อสาร ดังนั้นการไปทำตลาดญี่ปุ่นกรณีที่จะไปติดต่อเอเยนต์รายใหญ่ในญี่ปุ่นนั้นจึงมักจะทำใน 2 รูปแบบคือ

  1. การมีทีมขายเฉพาะตลาดญี่ปุ่น สำหรับโรงแรมรีสอร์ทที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน อาจเป็นการจ้างทีมขายที่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ หรือจ้างคนญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมาทำในตำแหน่งนี้
  2. การจ้าง Sales Representative หรือตัวแทนการขายในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งที่ตั้งเป็นบริษัท ฯ และที่เป็นรายบุคคลเหมือนฟรีแลนซ์รับทำเหมือนในตลาดอังกฤษ หรือตลาดที่พูดภาษาเยอรมัน (German-speaking countries)

ตัวอย่างบริษัทที่รับเป็นตัวแทนการขายให้กับรีสอร์ทชั้นนำระดับ 5 ดาวในบ้านเรา ลองเข้าไปดูลูกค้าของเขาได้ว่ามีใครบ้างที่ https://heavensportfolio.com/asia-pacific-middle-east

.

.

สำหรับโรงแรมที่พักขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณในการทำตลาดญี่ปุ่น ตลาดออนไลน์ที่จับกลุ่ม FIT และคนรุ่นใหม่ที่ชอบความเป็นอิสระในการเดินทางท่องเที่ยว มีความชอบแบบเฉพาะเจาะจง สนใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในประเทศที่เดินทางไป ช่องทางเอเยนต์ออนไลน์ก็ยังมีให้ศึกษาว่าเขาทำงานกันอย่างไร เช่น Rakuten https://travel.rakuten.co.jp เป็นต้น

.

.

อีกตลาดที่น่าสนใจคือ คนญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมาทำงาน หรือภรรยาติดตามสามีที่มานั่งเป็นผู้บริหารในประเทศไทย ที่เรียกว่ากลุ่ม Expatriates + Spouse นั่นเอง ลองทำการค้นหาชุมชนชาวญี่ปุ่นในประเทศไทยดูว่ามีที่ไหนบ้าง ที่แน่ ๆ ตลอดถนนสุขุมวิททั้งเส้นมีคอนโดมิเนียมที่มีชาวญี่ปุ่นพักอาศัยเป็นจำนวนมาก และกำลังซื้อของกลุ่มนี้ก็มีมากเช่นกัน

.

.

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ความกระจ่างกับโรงแรมที่พักบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ที่สำคัญหากตั้งใจจะบุกตลาดญี่ปุ่นแล้ว ก็ขอให้มั่นใจและเตรียมบริการให้พร้อมที่โรงแรมที่จะต้อนรับ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การอธิบายบริการต่าง ๆ การให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มใจ รวมทั้งการดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วยค่ะ

.

อ่านบทความย้อนหลังที่เคยเขียนไว้เกี่ยวกับตลาดญี่ปุ่น https://thethinkwise.com/2019/12/12/howtomktjapan/

Similar Posts

  • สัญญาณอันตรายสำหรับโรงแรมเล็ก

    นั่งอ่านข่าวในรอบเดือนที่ผ่านมาเห็นประกาศปรับลดตัวเลขเป้าหมายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวของประเทศไทยประจำปี 2562 แล้วไล่กลับมาดูภาพเศรษฐกิจรวมของบ้านเราและทั้งโลก ถ้านึกเร็วๆว่ารายได้ของประเทศไทยในปัจจุบันมาจากอะไรบ้าง สมการที่หลายคนยังพอจำได้อาจจะเป็น c + i + g = Y = s + t + ( x – m) หรือเปล่า ? ไม่เป็นไรค่ะ แค่ลองชวนมาคิดว่ารายได้ของประเทศไทยปัจจุบันยังเป็น การส่งออก และการท่องเที่ยวอยู่แน่นอน ถึงแม้จะมีสัดส่วนลดลง ส่วนที่มาทำให้รายได้ของประเทศเพิ่มขึ้นในปัจจุบันคือการลงทุนภาครัฐผ่านทางโครงการขนาดใหญ่ตามภูมิภาคต่างๆและโครงการคมนาคมในเมืองหลวง ที่โยงไปไกลเพื่อจะให้เห็นว่าเราควรเข้าใจแหล่งที่มาของรายได้และแหล่งที่ใช้ไปของรายได้ที่เราหามาได้ …โรงแรมก็เช่นกัน ถ้าแหล่งที่มาของรายได้ของโรงแรมคือรายได้จากห้องพัก รายได้จากร้านอาหาร รายได้จากสปา เราก็ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิดว่าในแต่ละเดือน แต่ละสัปดาห์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เปรียบเทียบกับที่ผ่านมา ส่วนทางขาจ่าย การใช้เงินของโรงแรมก็ต้องไปไล่มาว่ามีอะไรบ้าง หลักๆคือเงินเดือนค่าจ้างพนักงานและค่าไฟฟ้า ตามมาด้วยค่ากับข้าว ของสด วัตถุดิบต่างๆที่จะมาทำเป็นอาหารออกจำหน่าย ซึ่งรายการทั้งหมดก็ควรมีการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ภายใต้สภาวะที่มีการแข่งขันสูงอันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จำนวนโรงแรมและที่พักในรูปแบบต่างๆมีให้เลือกมากขึ้นทำให้เจ้าของโรงแรมประสบกับปัญหาในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ดังนั้นเรามาลองดูว่าสัญญาณอันตรายที่คุณควรให้ความสำคัญและสังเกตล่วงหน้ามีอะไรบ้าง 1) รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือรายได้ลดลงทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่น ตลาดที่เคยได้กลับไม่ได้ หรือหายไปเลย 2) ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงและแสดงตัวเลขแบบค่อนข้างจะคงที่ตลอด…

  • |

    ตั้งราคาห้องพักอย่างไรให้ตรงตลาด — สำหรับโรงแรมขนาดเล็ก

    การตั้งราคาห้องพักที่ถูกต้องไม่ใช่การดูคู่แข่งแล้วตั้งตาม แต่คือการเข้าใจ Segment ของตัวเอง — บทความนี้แยก Pricing Logic ทั้ง 3 กลุ่มพร้อมกฎที่ปฏิบัติได้จริง

  • การเดินทางเปลี่ยน ตลาดเปลี่ยน

    ทางรอดโรงแรมที่จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการเดินทางที่เปลี่ยนไป ตลาดที่เปลี่ยนไป ลูกค้าเปลี่ยนไป

  • เตรียมจัดงาน

    ใกล้เทศกาลปลายปีที่หลายโรงแรมจะมีการจัดงานคริสต์มาสและขึ้นปีใหม่ บางแห่งคิดราคารวมกับห้องพักเลยสำหรับคนที่จองห้องพักในช่วงขึ้นปีใหม่ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Compulsory Dinner หรือพวกโรงแรมขนาดใหญ่ๆ ก็มักจะชอบเติมคำว่า “Gala” เข้าไปด้วย ซึ่งราคาก็จะค่อนข้างสูงพอสมควร ถ้าคิดในแง่ค่าครองชีพคนไทยระดับตลาดกลางไ แต่ถ้าคิดเทียบเป็นเงินตราต่างประเทศก็อาจจะพอยอมรับได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับธีมของงานว่าจะมีอะไรบ้าง ประเภทของอาหารประมาณไหน มีการแสดง หรือดนตรีเล่นสดหรือเปล่า มีแตกของขวัญ รวมแชมเปญตอนเคาน์ดาวน์ด้วยหรือไม่ บางครั้งโรงแรมที่พักขนาดเล็กเห็นโรงแรมขนาดใหญ่มีชื่อเสียงจัดงาน ก็เข้าใจว่าต้องทำแบบนั้นบ้าง มิฉะนั้นจะไม่ใช่วิถีโรงแรมช่วงปลายปี อันที่จริงแต่ละโรงแรมควรกลับมานั่งคิดก่อนว่า ด้วยรูปแบบโรงแรมของเราจำเป็นต้องจัดงานหรือไม่ และถ้าจัดควรจะจัดแบบไหน เหตุผลเบื้องหลังของเทศกาลทั้งหลาย ก็คือ เป็นช่วงเวลาวันหยุดที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้หยุดพัก(ยกเว้นคนโรงแรม) ดังนั้นเมื่อมีความต้องการในตลาดมาก โอกาสที่โรงแรมจะขายห้องพักและบริการอื่นๆเพื่อร่วมฉลองเทศกาลจึงเกิดขึ้น คราวนี้จะทำอย่างไรให้เหมาะสมก็ขึ้นอยู่กับกับการคิด ออกแบบ วางแผนและลงมือทำให้เหมาะสม และไม่ตั้งราคาสูงจนเป็นการเอาเปรียบลูกค้ามากจนเกินไป สำหรับโรงแรมที่มีแผนจัดงานก็ควรทำแผนงานให้ละเอียด ไล่เรียงขั้นตอนต่างๆตามเวลาแต่ละช่วง พร้อมทั้งมอบหมายผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละส่วน บทบาทที่สำคัญของงานเทศกาลอีกส่วนคือ เมนูอาหาร ทีมครัวต้องแสดงฝีมือเต็มที่ ถ้าจะจัดคริสมาสต์จะต้องมีอาหารอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาล ถ้างานปีใหม่จะเป็นอาหารแบบไหน ลักษณะการจัดจาน หรือไลน์บุฟเฟต์จะเป็นธีมอะไร สุดท้ายที่สำคัญคือ การตั้งงบประมาณ เมื่อได้งบประมาณแล้วจึงมาตั้งราคามาทำประมาณการว่าขายราคาเท่าไหร่ และต้องขายให้ได้กี่หัวจึงจะคุ้มทุน หรือ กี่หัวขึ้นไปจึงจะมีกำไร ถ้าตอนนี้ ใครยังไม่ได้เริ่มวางแผน ให้รีบเร่งมือโดยด่วน

  • Room Inventory Management

    Room Inventory ไม่ใช่แค่จำนวนห้อง — รู้จัก 3 ชั้น Inventory, 4 ข้อผิดพลาดที่ทำให้รายได้รั่ว และ 5 Steps บริหาร RevPAR ให้เติบโต พร้อม Thailand Hotel Market Data 2025-2026

  • Last Minute…ผ่านไป 15 วัน จะทำยังไงต่อดี

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ประเดี๋ยวเดียวก็จะสิ้นเดือนอีกแล้ว แต่ทำไม…. + ยอดจองห้องพักถึงได้ขยับตัวช้าจังเลย + ทำไมไม่มีบุ๊กกิ้งเข้ามาเลย + ลูกค้าหายไปไหนกันหมด แล้วจะทำอย่างไรกันดี??? ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจธรรมชาติของ Last Minute Booking หรือการจองห้องพักนาทีสุดท้าย กันก่อนว่าเป็นอย่างไร? เรื่องนี้เป็นประเด็นที่โยงกับพฤติกรรมของลูกค้าที่มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการ์ณ ความชอบ นิสัยส่วนตัว และสภาพอากาศที่เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้  กล่าวคือ ลูกค้าบางคนมักไม่ชอบการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กรุงเทพในระยะขับรถไม่เกิน 3 ชั่วโมงก็ถึง อาจจะมีกรณีที่มีการจองห้องพักนาทีสุดท้ายก็เป็นได้ หรือบางครั้งมีความจำเป็นจริงๆ มีเหตุฉุกเฉินต้องไปในพื้นที่นั้น หรือมีการจองห้องพักให้เพื่อนหรือญาติที่บอกมากระทันหัน เป็นต้น นอกจากนี้ประเด็นในเรื่องสถานที่ตั้ง หรือทำเลที่ตั้งของโรงแรมที่พัก ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เกิดโอกาสที่จะมีการจองห้องพักนาทีสุดท้ายเช่นกัน  เช่น หากโรงแรมที่พักของคุณตั้งอยู่ติดถนน ใจกลางเมือง การเดินทางสะดวก โอกาสที่จะมีการจองห้องพักในนาทีสุดท้ายก็ย่อมมีมากกว่า ที่พักที่ตั้งอยู่บนเกาะ ที่ต้องอาศัยการเดินทางหลายทอดกว่าจะเดินทางไปถึง และยังขึ้นกับตารางการเดินเรือ เพราะฉนั้นโอกาสที่จะเกิดการจองนาทีสุดท้าย ประเภทจองเช้า เข้าพักเย็น ย่อมเกิดได้ยากกว่า คราวนี้ย้อนกลับมาดูทางฝั่งโรงแรม คุณในฐานะผู้บริหารจัดการ หรือเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการจองห้องพัก เคยเก็บสถิติบ้างหรือไม่ว่า มียอดการจองประเภทนาทีสุดท้ายนี้มากน้อยอย่างไร คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับยอดจากจองห้องพักรวมในแต่ละเดือนเป็นเท่าไหร่ มีใครมียอดจองประเภทนี้เกิน 5% บ้าง?…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.