boutiquehotel

  • | |

    ออกแบบบริการหลังการขาย

    เมื่อลูกค้าไม่ประทับใจในการบริการ คุณมีวิธีการแก้ไขอย่างไร

  • ทำตลาดโรงแรม ตอน มาทำความรู้จักตลาดญี่ปุ่น

    อยากหาลูกค้าจากญี่ปุ่น ลองมาสังเกตตลาดญี่ปุ่นจากโบรชัวร์ท่องเที่ยวกันก่อน แล้วค่อยว่ากันค่ะ

  • ทัศนคติผู้บริหาร กับ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย : ผลกระทบต่อทีมงาน

    สำนวนอังกฤษที่ใช้เตือนใจสำหรับคนที่มักจะคิดเล็กคิดน้อยกับรายจ่ายจำนวนไม่มาก แต่กับรายจ่ายจำนวนมหาศาลกลับใช้จ่ายได้ เช่น มีเงินซื้อรถใหม่คนละหลายล้าน แต่กลับเรื่องซื้อรองเท้าใช้ทำงานใหม่สักคู่คิดแล้วคิดอีก บางทีสำนวนนี้ก็ทำให้นึกถึงจิตวิทยาในการบริหารงานโรงแรมเรื่องหนึ่งเหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า หัวหน้าแผนกบุคคลทำงบประมาณขอเพิ่มค่าอาหารกลางวันต่อหัวให้พนักงานอีก 5 บาท แต่เจ้าของโรงแรมบอกว่า “เอาไว้ก่อน ก็ยังกินกันได้ไม่ใช่เหรอ” แต่ต่อมาผ่านไป 7 วัน มีรถยุโรปเปิดประทุนคันใหม่มาจอดที่หน้าโรงแรม เรื่องนี้ถึงแม้จะไม่เกี่ยวกัน เจ้าของกิจการจะใช้เงินอะไร ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา แต่เผอิญเป็นจังหวะที่พนักงานกำลังเดือดร้อนในเรื่องอาหารไม่พอและไม่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากต่อพลังบวกของทีมงาน จึงทำให้พนักงานรู้สึกไม่ดีกับเจ้าของกิจการ สำนวนนี้คล้ายกับสำนวนไทยที่ว่า #เสียน้อยเสียยาก_เสียมากเสียง่าย ที่เรารู้จักกัน โดยคล้ายกันในส่วนแรก คือ คิดมากคิดเล็กคิดน้อยกับการจะต้องจ่ายเงินจำนวนน้อย แต่ความหมายในส่วนหลังจะต่างกัน คือของไทยจะหมายถึง ในที่สุดก็ต้องเสียเงินในจำนวนที่มากกว่า เช่น ตอนสร้างโรงแรม ช่างออกแบบงานระบบคำนวณให้แล้วว่าควรใช้ปั๊มน้ำแบบไหน แรงดันเท่าไหร่ แต่ก็ยังไปซื้อปั๊มแบบที่ใช้ตามบ้านเดี่ยวมากระจายติดตามจุดต่างๆ พอโรงแรมเปิดใช้งานได้ไม่นาน ระบบจ่ายน้ำโรงแรมมีปัญหาและในที่สุดต้องรื้อระบบน้ำใหม่ทั้งหมด ต้องปิดโรงแรมชั่วคราวเพื่อให้ช่างทำงานได้ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา เสียทั้งโอกาสทางการขาย เป็นต้น . . อย่าเป็นคนเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย . . จัดเรียงลำดับความสำคัญให้ถูก #เตือนใจ #เรียนรู้จากสำนวน

  • ประทับใจหรือจำไว้เลย ! : เส้นบางๆในการออกแบบและการให้บริการ

    เส้นบางๆของการออกแบบและการออกแบบการให้บริการที่จะสร้างความประทับใจหรือให้ลูกค้าจดไว้ว่า “จำไว้เลยนะ ไม่ต้องกลับมาอีก”

  • สัญญาณอันตรายสำหรับโรงแรมเล็ก

    นั่งอ่านข่าวในรอบเดือนที่ผ่านมาเห็นประกาศปรับลดตัวเลขเป้าหมายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวของประเทศไทยประจำปี 2562 แล้วไล่กลับมาดูภาพเศรษฐกิจรวมของบ้านเราและทั้งโลก ถ้านึกเร็วๆว่ารายได้ของประเทศไทยในปัจจุบันมาจากอะไรบ้าง สมการที่หลายคนยังพอจำได้อาจจะเป็น c + i + g = Y = s + t + ( x – m) หรือเปล่า ? ไม่เป็นไรค่ะ แค่ลองชวนมาคิดว่ารายได้ของประเทศไทยปัจจุบันยังเป็น การส่งออก และการท่องเที่ยวอยู่แน่นอน ถึงแม้จะมีสัดส่วนลดลง ส่วนที่มาทำให้รายได้ของประเทศเพิ่มขึ้นในปัจจุบันคือการลงทุนภาครัฐผ่านทางโครงการขนาดใหญ่ตามภูมิภาคต่างๆและโครงการคมนาคมในเมืองหลวง ที่โยงไปไกลเพื่อจะให้เห็นว่าเราควรเข้าใจแหล่งที่มาของรายได้และแหล่งที่ใช้ไปของรายได้ที่เราหามาได้ …โรงแรมก็เช่นกัน ถ้าแหล่งที่มาของรายได้ของโรงแรมคือรายได้จากห้องพัก รายได้จากร้านอาหาร รายได้จากสปา เราก็ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิดว่าในแต่ละเดือน แต่ละสัปดาห์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เปรียบเทียบกับที่ผ่านมา ส่วนทางขาจ่าย การใช้เงินของโรงแรมก็ต้องไปไล่มาว่ามีอะไรบ้าง หลักๆคือเงินเดือนค่าจ้างพนักงานและค่าไฟฟ้า ตามมาด้วยค่ากับข้าว ของสด วัตถุดิบต่างๆที่จะมาทำเป็นอาหารออกจำหน่าย ซึ่งรายการทั้งหมดก็ควรมีการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ภายใต้สภาวะที่มีการแข่งขันสูงอันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จำนวนโรงแรมและที่พักในรูปแบบต่างๆมีให้เลือกมากขึ้นทำให้เจ้าของโรงแรมประสบกับปัญหาในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ดังนั้นเรามาลองดูว่าสัญญาณอันตรายที่คุณควรให้ความสำคัญและสังเกตล่วงหน้ามีอะไรบ้าง 1) รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือรายได้ลดลงทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่น ตลาดที่เคยได้กลับไม่ได้ หรือหายไปเลย 2) ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงและแสดงตัวเลขแบบค่อนข้างจะคงที่ตลอด…

  • สร้างที่ทำงานให้น่าอยู่

    ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงที่มีลูกค้าใช้บริการหนาแน่น เด็กฝึกงานค่อยๆเดินมาที่พนักงานรุ่นพี่และพูดจาอย่างนอบน้อมแบบเกรงใจว่า “พี่คะ หนูออกไปเข้าห้องน้ำนะคะ” คุณมองเหตุการณ์นี้ว่าอย่างไร? ถ้ารุ่นพี่ได้มีการอธิบายว่าทำไมต้องบอก ก่อนจะไปไหนมาไหน เชื่อว่ารุ่นน้องก็พร้อมที่จะเข้าใจ เช่น บอกเพื่อที่พี่จะได้รู้ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น, บอกเพื่อที่พี่จะได้ให้ใครมาแทนตรงสเตชั่นที่น้องรับผิดชอบไปพลางก่อน เป็นต้น แต่ถ้าไม่มีการอธิบายและพูดแค่ “ที่นี่ จะไปไหนมาไหนต้องบอกชั้นก่อนนะ” แบบนี้ก็จะได้รับการปฏิบัติอีกแบบแน่นอน ที่โรงแรมคุณมักเป็นแบบไหน? บางทีเรื่องปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆแต่สั่งสมเป็นเวลานาน ก็กลายเป็นการสร้างวัฒนธรรมในองค์กรที่อาจจะเป็นที่กล่าวขานกันในวงการที่ไม่ค่อยน่าชื่นชมได้ หรือถ้าทำออกมาได้ดี ก็จะกลายเป็นที่ชื่นชมและทำให้ที่ทำงานของคุณมีแต่คนอยากเข้ามาร่วมงานด้วย #เลือกได้เสมอ #บริหารคน #รู้จริงเรื่องโรงแรม #thethinkwise

  • จัดการให้จบ ปัญหาไม่เกิด

    สิ่งที่ทุกโรงแรมที่พักมักจะเจอไม่ช้าก็เร็ว ก็คือ คำติชม คำต่อว่า คำตำหนิจากลูกค้า ขึ้นอยู่กับดีกรีความรุนแรงที่แตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่าดีกรีความแรงขึ้นอยู่กับเหตุที่มาที่ไปของเรื่องนั่นเอง ไหนใครเคยเจอระดับความรุนแรง เทียบเท่าระดับ 6 ของแผ่นดินไหวบ้าง เรียกได้ว่า ไม่มีการฟังเหตุผลอะไรทั้งสิ้นแน่นอน แต่ถ้าเราย้อนกลับไปทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่มาที่ไป อะไรที่เป็นตัวกระตุ้นให้ระดับความโกรธเพิ่มขึ้น เราก็อาจจะพอเข้าใจได้บ้างในบางกรณี ส่วนที่เข้าใจไม่ได้ เข้าใจลำบากก็ขอให้ผ่านไป และหันมาทบทวน ตั้งข้อสังเกต และฝึกทีมให้แข็งแกร่ง ลองมาดูตัวอย่างเหตุการณ์ ณ ร้านอาหารในโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่งที่ราคาอาหารประเภทกับข้าวต่อจาน 450-650 บาท++ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ ลูกค้าสั่งแกงเขียวหวานอโวคาโด มะเขือ และผัก เป็นเมนูจานมังสวิรัติ พออาหารมาเสริฟ ลูกค้าตักราดข้าวชิมรสชาติ พบว่ามีรสหวานมาก จึงเรียกพนักงานเสริฟคนที่ 1 มาแจ้งว่า แกงนี้รสหวานมากนะคะ ขอน้ำปลาพริกซักถ้วยค่ะ พนักงานเสริฟคนที่ 1 รับฟังและไปนำน้ำปลาพริกมาเสริฟ หลังจากได้น้ำปลาพริกมา ลูกค้า ก็พยายามรับประทานอีกแต่ก็รู้สึกว่าไม่ไหว เมื่อพนักงานเสริฟคนที่ 2 ซึ่งดูอาวุโสกว่า มีประสบการณ์มากกว่าเดินผ่านมา จึงแจังปัญหาอีกครั้ง และฝากให้แจ้งทางครัว หรือจะนำชามแกงนี้ไปให้ทีมครัวและทีมเสริฟชิมว่ารสชาติหวานเกินไปจริงๆ…