จับตาการตลาดบนโซเชียลปี 2018

SM_trend_to_watch_2018

การเปลี่ยนแปลงบนโลกโซเชียลมีเดียที่รวดเร็วใน 12 เดือนที่ผ่านมา หลายๆท่านคงเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลายประเด็นไปแล้ว ดังนั้น เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปีต่อไปในการลงมือทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย เราควรจับตาดูเรื่องอะไรบ้าง

    1. การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาบนสื่อโซเชียล (Social Advertising) 

หมดยุคแล้วสำหรับ Organic Reach หรือการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของเราแบบไม่ต้องเสียเงิน เราควรตั้งงบประมาณที่ชัดเจนและในจำนวนที่เหมาะสมกับตัวเลขที่เราตั้งเป้าทางการขายไว้ ตัวเลขเฉพาะ Facebook อย่างเดียวเพิ่มขึ้นถึง 74% ในปี 2017/2560 หรือในภาพรวมทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นถึง 12%  และมีรายงานการศึกษาพบว่า CPM (Cost per Thousand Impression)  บน Facebook เพิ่มขึ้น 17% และค่าเฉลี่ยของ CPC (Cost per Click) เพิ่มขึ้นมากถึง 136%

คุณตั้งงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มขึ้นแล้วหรือยัง หรือจะบริหารจัดการและจัดสรรงบประมาณอย่างไร นโยบายในการใช้ Facebook Ads เป็นอย่างไร สร้างปฏิทินการใช้งานและคอนเท้นท์ดีๆแล้วหรือยัง

   2. ภาพเคลื่อนไหว หรือ วิดีโอยังคงเป็นสื่อหลัก

ในปี 2560  การเติบโตของ Video Content เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก มีพลังในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าสื่อที่เป็นภาพนิ่งและตัวหนังสือรวมกันมากถึง 1200% เพราะวิดีโอหรือภาพเคลื่อนไหวสามารถสร้างการจดจำของลูกค้าได้ดีมากกว่าภาพนิ่งและตัวหนังสือ

การคาดการ์ณในอนาคต วิดีโอจะมีบทบาทในสัดส่วนมากถึง 80% ของการสื่อสารบนโลกออนไลน์

ถ้าใครยังไม่ได้ปรับตัวในจุดนี้ ขอให้เร่งมือเข้าเกียร์ 4 ได้แล้ว  อย่าลืม ทุกอย่างอยู่ที่คอนเท้นท์ ไม่ใช่แค่นำเสนอวิดีโอบนสื่อ

   3. การตลาดแบบที่ใช้อิทธิพลของผู้นำในด้านต่างๆ หรือ Influence Marketing ยังคงมีพลังต่อเนื่อง

มีรายงานการศึกษาพบว่า 74% ของผู้ซื้อ/ผู้ใช้บริการใช้สื่อโซเชียลในการขอคำแนะนำเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ และ 40% ซื้อสินค้าหรือบริการหลังจากที่เห็นการโพสของผู้มีอิทธิพลในด้านต่างๆบน Instagram หรือ Twitterเพราะฉนั้นการใช้ Influencer Marketing จะมีบทบาทในการสร้างแบรนด์ของสินค้าหรือบริการคุณแน่นอน  ข้อมูลจาก SocialMediaToday

Similar Posts

  • |

    เมื่อโรงแรมสภาพไม่ค่อยจะคล่อง ตอนที่ 1

    บริหารสภาพคล่องของโรงแรม ไม่ต้องมองอื่นไกล ให้กลับมาค้นลิ้นชักเก็บเงินของคุณให้ดีก่อน

  • ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่โรงแรมเล็กควรทำในปี 2567

    ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง หรือการตลาดดิจิทัลในปี 2566 ที่กำลังจะผ่านไปนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนแพลตฟอร์มในตลาดสำหรับสินค้าและบริการ ไม่เฉพาะแต่เรื่อง e-commerce และ cross border e-commerce แต่อย่างใด หากแต่แพลตฟอร์มที่ช่วยบริหารจัดการในส่วนการดำเนินงานของธุรกิจประเภทต่างๆ การรักษาลูกค้าด้วยการให้บริการที่รวดเร็วขึ้น และการเพิ่มขึ้นของ AI – Artificial Intelligence ในด้านต่างๆที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคนโดยการป้อนคำสั่งที่ต้องการให้ระบบช่วยจัดการเข้าไป . สำหรับธุรกิจโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยวก็เช่นกัน เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่เราตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวกันอยู่ในระดับ 28.0-30.0 ล้านคน และค่อยๆปรับลดลงมาตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปรอบโลก ปัจจัยต่างๆทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กระทบกับทิศทางในการเดินหน้าทางเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินและการคลังที่เปลี่ยนไป . กิจกรรมการตลาดและการขายของโรงแรมที่พักทุกขนาดต้องปรับตัวกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะ บูติกโฮเต็ล ทั้งเรื่องเทคโนโลยีที่ช่วยบริหารจัดการ และพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปจากการใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งภาพที่เห็นเด่นชัดคือ “รอไม่ได้” —- ใครให้บริการรวดเร็ว ตอบโจทย์ คนนั้นได้รับความสนใจ แต่ไม่ได้แปลว่าความสนใจนั้นจะเปลี่ยนเป็นการซื้อ การจองห้องพัก การกลับมาใช้บริการ เพราะมีปัจจัยทางเศรษฐกิจในครัวเรือนที่เข้ามาเป็นตัวกำกับ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจที่จับตลาดระดับบนไปจนถึงระดับลักชัวรี่ (Upscale to Luxury Segment) ที่กำลังซื้อของลูกค้าได้รับผลกระทบน้อย เป็นเรื่องการบริหารจัดสรรเวลาที่จะออกมาเดินทางท่องเที่ยวมากกว่า . บูติกโฮเต็ล โรงแรมที่พักขนาดเล็กมีทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในการบริหารจัดการห้องพักและช่องทางการขายรวมทั้งการตั้งราคาขายในแต่ละตลาด ในขณะเดียวกัน การสื่อสารถึงลูกค้าโดยตรงผ่านสื่อโซเชียลมีเดียตามความถนัด…

  • สร้างตัวตน ทำการตลาดโรงแรม เริ่มอย่างไร

    ทำตลาดโรงแรม เริ่มต้นจากตรงไหน และควรเริ่มอย่างไรดี

  • สัญญาณอันตรายสำหรับโรงแรมเล็ก

    นั่งอ่านข่าวในรอบเดือนที่ผ่านมาเห็นประกาศปรับลดตัวเลขเป้าหมายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวของประเทศไทยประจำปี 2562 แล้วไล่กลับมาดูภาพเศรษฐกิจรวมของบ้านเราและทั้งโลก ถ้านึกเร็วๆว่ารายได้ของประเทศไทยในปัจจุบันมาจากอะไรบ้าง สมการที่หลายคนยังพอจำได้อาจจะเป็น c + i + g = Y = s + t + ( x – m) หรือเปล่า ? ไม่เป็นไรค่ะ แค่ลองชวนมาคิดว่ารายได้ของประเทศไทยปัจจุบันยังเป็น การส่งออก และการท่องเที่ยวอยู่แน่นอน ถึงแม้จะมีสัดส่วนลดลง ส่วนที่มาทำให้รายได้ของประเทศเพิ่มขึ้นในปัจจุบันคือการลงทุนภาครัฐผ่านทางโครงการขนาดใหญ่ตามภูมิภาคต่างๆและโครงการคมนาคมในเมืองหลวง ที่โยงไปไกลเพื่อจะให้เห็นว่าเราควรเข้าใจแหล่งที่มาของรายได้และแหล่งที่ใช้ไปของรายได้ที่เราหามาได้ …โรงแรมก็เช่นกัน ถ้าแหล่งที่มาของรายได้ของโรงแรมคือรายได้จากห้องพัก รายได้จากร้านอาหาร รายได้จากสปา เราก็ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิดว่าในแต่ละเดือน แต่ละสัปดาห์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เปรียบเทียบกับที่ผ่านมา ส่วนทางขาจ่าย การใช้เงินของโรงแรมก็ต้องไปไล่มาว่ามีอะไรบ้าง หลักๆคือเงินเดือนค่าจ้างพนักงานและค่าไฟฟ้า ตามมาด้วยค่ากับข้าว ของสด วัตถุดิบต่างๆที่จะมาทำเป็นอาหารออกจำหน่าย ซึ่งรายการทั้งหมดก็ควรมีการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ภายใต้สภาวะที่มีการแข่งขันสูงอันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จำนวนโรงแรมและที่พักในรูปแบบต่างๆมีให้เลือกมากขึ้นทำให้เจ้าของโรงแรมประสบกับปัญหาในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ดังนั้นเรามาลองดูว่าสัญญาณอันตรายที่คุณควรให้ความสำคัญและสังเกตล่วงหน้ามีอะไรบ้าง 1) รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือรายได้ลดลงทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่น ตลาดที่เคยได้กลับไม่ได้ หรือหายไปเลย 2) ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงและแสดงตัวเลขแบบค่อนข้างจะคงที่ตลอด…

  • See First ช่วยได้จริงหรือเปล่า?

    หลังเฟสบุ๊กประกาศเปลี่ยนแปลงเรื่องการเรียงลำดับการโพสโดยให้ความสำคัญกับครอบครัวและเพื่อนก่อนหน้าเพจธุรกิจ แบรนด์ ร้านค้า เราจะปรับตัวอย่างไร

  • |

    ดูให้ดี ให้ถี่ถ้วน

    เวลามีรายการมาขอถ่ายทำโรงแรมที่พักของคุณ สิ่งที่ควรทำก่อนที่จะรีบตอบรับคือหาเวลาไปดูรายการเหล่านั้นเสียก่อนว่าเป็นอย่างไร พิธีกรพูดจารู้เรื่องหรือเปล่า มารยาทการรับประทานบนโต๊ะอาหารเป็นอย่างไร การดำเนินรายการมีช่วงอะไรบ้าง จะนำเสนอโรงแรมเราในช่วงไหน กลุ่มผู้ชมเป็นใคร และดูไปถึงโฆษณาที่สนับสนุนรายการเป็นอย่างไร ดูให้ดี ให้ถี่ถ้วน มิฉะนั้น…. อาจเจอประเภท เจ้าของโรงแรมปูทางเล่าเรื่องมาอย่างดี รักธรรมชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อม คัดเลือกทุกอย่างที่ใช้ในโรงแรมและร้านอาหารแบบที่ปราศจากสารเคมีใดๆทั้งสิ้น พอรายการออกอากาศ สปอนเซอร์โฆษณามีแต่ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า ทุกอย่างที่เร่งโต เร่งสารพัด อาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับบางคน หรืออาจมองว่าไม่เกี่ยวกัน แต่ทุกอย่างที่แสดงออกล้วนแสดงถึงความจริงใจในตัวแบรนด์ของคุณ ว่าแค่สร้างภาพหรือจริงใจในคอนเซ็ปต์อย่างแท้จริง คล้ายกับคนเราที่ต้องดูและพิสูจน์กันนานๆ ยิ่งสื่อออนไลน์มีอิทธิพลในชีวิตยุคปัจจุบันต่อคนทุกรุ่น ถ้าเราคล้อยตามอะไรไปเพราะสมัยนิยมโดยขาดความยั้งคิด ไม่ใช้เหตุผล และมีคุณธรรมนำจิตใจ ก็อาจจะถูกพวกมากลากไปในทางที่ไม่เหมาะไม่ควรได้ …ดูให้ดี ดูให้นาน …ของจริง อยู่นาน #คิดดังวันอาทิตย์ #รู้ให้จริงทำให้เป็น #thethinkwise

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.