ลงทุนทำโรงแรม

อยากลงทุนทำโรงแรมขนาดเล็ก

ลงทุนโรงแรมเล็ก

ทำโรงแรม ลงทุนโรงแรมขนาดเล็ก มีประเด็นอะไรที่ควรพิจารณาบ้าง

อยาก ลงทุนโรงแรมเล็ก …อยากทำโรงแรม ให้ราบรื่น สร้างรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ มีประเด็นอะไรที่ควรพิจารณาบ้าง ยังคงเป็นหัวข้อที่เราหยิบมานำเสนอบ่อยครั้งเพื่อชี้ให้เห็นว่า การลงทุนทำโครงการโรงแรมที่พักขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 50 ห้อง) นั้นมีประเด็นสำคัญมากมายที่ควรตกผลึกก่อนที่จะเริ่มไปออกแบบโครงการ หรือไปว่าจ้างสถาปนิกมาร่างแบบเน้นรูปลักษณ์และสไตล์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ

.

การ ทำโรงแรม ไม่ว่าจะทำโครงการสำหรับห้องพักระดับราคา 1,500-2,000 บาทต่อคืน หรือจะ 5,000 บาทขึ้นไปต่อคืน หรือ 10,000 บาทต่อคืนขึ้นไป ควรพิจารณาในประเด็นดังต่อไปนี้ให้รอบคอบ ก่อนที่ว่าจ้างสถาปนิก นักตกแต่งภายในเข้ามาเริ่มงาน

1. การจัดสรรงบประมาณ (Budget Allocation)

เมื่อเริ่มต้นลงทุนโดยทั่วไปเจ้าของโครงการมักจะมีตัวเลขในใจว่าโครงการนี้มีงบประมาณในใจอยู่ที่….. บาท การตั้งงบประมาณในใจไม่ใช่เรื่องค่าก่อสร้างโรงแรมแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรแบ่งตัวเลขงบประมาณกลมๆให้ออกมาเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1.1 ค่าใช้จ่ายก่อนการก่อสร้าง (ค่าออกแบบทุกประเภท ค่าที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายอื่นๆ)

1.2 ค่าก่อสร้างทั้งหมดจนถึงอาคารพร้อมใช้งาน

1.3 ค่าดำเนินงาน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมเปิดโรงแรมทั้งหมด ตั้งแต่ค่าระบบบริหารจัดการโรงแรม การจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ การสรรหาพนักงาน การตลาดการขาย การฝึกอบรม และอื่นๆอีกมากมายเพื่อให้โรงแรมพร้อมเปิดให้บริการ

และจากข้อ 1.1-1.3 แล้วควรจัดงบประมาณสำรองกรณีฉุกเฉิน (Contingency Plan) ไว้ด้วยเผื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้

2. แนวคิดการออกแบบ (Design Concept)

แนวคิดการออกแบบที่ดีไม่ใช่การตั้งต้นจากที่คุณชอบอาคารแบบไหน ชอบแบบมีวงกลมเยอะๆ ชอบแบบมีโค้งๆตามซุ้มประตู ชอบหลังคาสีแดง …. พักความชอบไว้ในใจก่อน แล้วกลับมาตั้งหลักว่าคุณตัดสินใจ ลงทุนโรงแรมเล็ก เพราะอะไร และขยายความเพิ่มขึ้นในหัวข้อต่อไปนี้

2.1 คุณมองภาพกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Target market) เป็นประเภทไหน แนวประหยัด แนวหรูหรา แนวพักค้างเพื่อทำธุรกิจ หรืออื่นๆ

2.2 ทำเลที่ตั้ง (Location) ของคุณเป็นอย่างไร ในเมือง ต่างจังหวัด ชายทะเล ย่านเมืองเก่า ย่านชุมชนเมือง ทำเลนั้นมีรูปแบบการเดินทางเข้าออกเป็นอย่างไร

2.3 การสร้างเอกลักษณ์ที่เป็นตัวตนของโครงการ (Brand Identity) จะไปในทิศทางแบบไหน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ (Experience) ให้ลูกค้าที่จะสะท้อนออกมาผ่านรูปแบบห้องพัก พื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ

2.4 ข้อจำกัด ข้อกำหนด กฎระเบียบที่บังคับใช้ในพื้นที่มีผลต่อการออกแบบโครงการมากน้อยอย่างไร กระทบในเรื่องไหนบ้าง

3. การบริหารโครงการระหว่างก่อสร้าง (Construction Management)

คุณวางแผน หรือวางตำแหน่ง หรือคาดว่าจะมอบหมายงานส่วนนี้ให้ใครเป็นคนจัดการ บางโครงการอาจจะคุมเองเพราะมองว่าเป็นโครงการขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 50 ห้อง) น่าจะทำเองได้ บางโครงการอาจว่าจ้างคนมาดูแลที่มีความรู้เกี่ยวกับงานก่อสร้าง สามารถกำกับควบคุมงานได้ และตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ บางโครงการว่าจ้างบริษัทบริหารการก่อสร้างมาช่วยดูแลในส่วนนี้เพื่อให้การบริหารเวลา กำลังคนเป็นไปตามแผนงานและระยะเวลาที่กำหนด

ประเด็นที่สำคัญในจุดนี้คือคนที่จะมารับหน้าที่ตรงนี้ควรเป็นคนหรือทีมงานที่สื่อสารรู้เรื่องกับผู้ออกแบบทั้งสถาปนิกและงานตกแต่งภายใน ไปจนถึงงานระบบ (น้ำ,ไฟฟ้า, บำบัดของเสียและอื่นๆ) ได้ เพราะแน่นอนว่าจะมีการปรับขนาดจากหน้างานจริงเสมอ และต้องการการอนุมัติแบบรวดเร็วเพื่อให้งานเดินหน้าได้ตามแผน

4. การสร้างแบรนด์และพัฒนาแบรนด์ (Branding)

ทำโรงแรม แบบไร้ตัวตนสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก หรือบูติกโฮเต็ลเท่ากับการเสียโอกาสในการเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ ดังนั้น การออกแบบแนวคิดหลักให้แข็งแรงและนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างแบรนด์โรงแรมให้เป็นที่จดจำเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโรงแรมที่พักขนาดเล็กที่บริหารโดยเจ้าของเอง (Individual Small Hotel)

ตั้งคำถามกับประโยคที่ว่า “จะสร้างแบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างไร”

คิดและออกแบบรูปลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของโรงแรมอย่างเช่น โลโก้ การเลือกใช้โทนสีที่เข้ากับสไตล์การออกแบบ และการปรับอารมณ์ภายในโรงแรมให้มีความไหลลื่นและต่อเนื่องโดยไม่ติดขัด

การสร้างรูปแบบและสไตล์การสื่อสารที่บ่งบอกความเป็นแบรนด์ของโรงแรมคุณในช่องทางการสื่อสารการตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ออกแบบการเชื่อมโยงความเป็นแบรนด์เข้ากับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่องและชัดเจนในทุกๆการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ามาจากช่องทางไหน

5. การตลาด (Marketing)

เมื่อหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจนได้แล้ว การเลือกใช้ช่องทางการตลาดไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าใกล้เคียงกัน ไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน หรือจะใช้บริการ OTA (Online Travel Agencies) ก็ควรวางน้ำหนักและจัดสรรงบประมาณในแต่ละช่องทางให้ดี ด้วยการวางตัวชี้วัดและประเมินผลเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง

การออกแบบกลยุทธในการทำการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการ

การใช้เครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ที่มีอยู่เพื่อสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ที่โดดเด่นและชัดเจนในสายตาของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ การจัดการกับรีวิวบนแพลตฟอร์มต่างๆ การใช้ SEO/SEM การใช้สื่อโซเชียลเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้การนำเสนอโปรโมชั่นที่น่าสนใจ ผ่านการทำแคมเปญการตลาด

6. การเตรียมเปิดโรงแรม (Pre-Opening)

เมื่อการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย มีการส่งมอบพื้นที่ให้กับทีมงาน นั่นเท่ากับว่าการ ลงทุนโรงแรมเล็ก ของคุณกำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงแล้ว ขั้นตอนการสรรหาบุคคลากรและทีมให้ได้จังหวะพอดีกับการรับมอบพื้นที่ควรมีการวางแผนที่ดี และควรมีการออกแบบให้สอดคล้องกับแบรนด์คอนเซ็ปต์ที่มีอยู่ หรือจะทำ EVP (Employee Value Proposition) เพื่อให้มั่นใจในกระบวนการสรรหาและบริหารบุคคลากรให้สนใจในการมาสมัครงาน และทำงานต่อเนื่องยาวนาน [ อ่านบทความ EVP ได้ที่ https://thethinkwise.com/2024/03/27/หาคนทำงานโรงแรม-evp-for-hotels/ ]

นอกจากนี้ในเรื่องการวางแผนการจัดซื้ออุปกรณ์ทำงาน ข้าวของเครื่องใช้ในห้องพัก และอื่นๆภายในโรงแรม ก็ต้องมีการบริหารจังหวะเวลาให้ดีด้วยเช่นกัน เพื่อที่ของจะได้มาถึงทันเวลาที่จะติดตั้งในแต่ละพื้นที่

การพูดคุยกันในทีมระหว่างทีมปฏิบัติงาน (Operation Team) และทีมการตลาดการขาย (Sales & Marketing Team) ร่วมกับผู้บริหาร (Management Team) เพื่อออกแบบกลยุทธในการปล่อยโปรโมชั่นในช่วง Soft-Opening เป็นประเด็นสำคัญเช่นกัน

สุดท้ายในเรื่องการเตรียมเปิดโรงแรม ก็ต้องมั่นใจว่าใบอนุญาตโรงแรม ใบอนุญาตต่างๆ พร้อมรองรับการเปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

.

.

จะเห็นได้ว่า หากแกนกลางที่จะใช้เป็นคอนเซ็ปต์หลัก (Core Concept) ของโรงแรมไม่แข็งแรง คุณจะมีโอกาสที่จะทำโครงการ หรือ ลงทุนโรงแรมเล็ก ไปแบบชนิดที่เรียกว่า “ปัญหาหาก็ค่อยว่ากันไป” และขาดการเชื่อมโยงส่วนประกอบ การทำงานต่างๆเข้าด้วยกัน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรออกนอกกรอบความเป็นตัวตนของโรงแรม

ปัญหาการขาดความต่อเนื่องจะปรากฎเมื่อลูกค้าได้มาใช้บริการจริง และรู้สึกว่า “อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก” เกิดขึ้นตามจุดต่างๆ กลายเป็นรวมมิตร ที่ด้นไปในจบ แต่ไม่ตรงจังหวะที่จะเชื่อมโยงกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่น การเลือกรูปติดผนังในห้องพัก บางโครงการก็จัดใส่มาจนล้นเต็มพื้นที่ผนัง หรือเลือกกรอบรูปขนาดที่ไม่สัมพันธ์กับสัดส่วนและพื้นที่ใช้สอยภายในห้องพัก จากที่ควรจะดูดี กลับกลายเป็นอึดอัด หรือบางโครงการมีรูปเยอะมาก อยากจะใส่ไปทุกห้องจนกลายเป็นยัดเยียด ไม่รู้สึกว่ามีรสนิยมในการตกแต่งห้องพัก ติดอะไรต่อมิอะไรเต็มห้องไปหมด ทำให้ห้องดีๆที่จะสามารถทำราคาได้ดี กลายเป็นด้อยค่าไปเพราะการเลือกภาพ เลือกโทนสี ที่ไม่มีตัวแบรนด์คอนเซ็ปต์คอยกำกับ แถมสีผ้าม่านก็ออกนอกกรอบความเป็นแบรนด์ไปอีก….เหล่านี้เป็นต้น พบเห็นบ่อยมาก

.

ขอสรุปประเด็นให้ชัดๆอีกครั้งสำหรับคนที่จะ ทำโรงแรม ว่าควรพิจารณาประเด็นอะไรบ้าง

Key Consideration
BudgetPre-Construction, Construction, Operation cost, Contingency fund
Design conceptTarget market, location, brand identity, functionality
Construction Contractor selection, permits, budget, quality control
BrandingBrand story, visual identity, messaging, consistency
MarketingChannels, strategy, online presence, content
Pre-openingStaff recruitment, training, partnerships, soft-opening, legal requirement
ตารางสรุปประเด็นที่คน ทำโรงแรม ควรพิจารณา

.

อย่าให้การลงทุนของคุณตกอยู่ในความเสี่ยงที่คุณสามารถป้องกันได้หากมีการวางแผนการทำงานที่ดีและรอบคอบ

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการทำโรงแรม

.

อ่านคำแนะนำเรื่องการทำโรงแรมอื่นๆได้ทุกช่องทางที่คุณสะดวกใช้งาน คลิกที่ https://linktr.ee/thethinkwise

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.