ทีมโรงแรม

หาคนทำงานโรงแรม กับการสร้าง EVP

หาคนทำงานโรงแรม

หาคนทำงานโรงแรมด้วยการสร้าง EVP

ปัญหาหนึ่งในการทำธุรกิจโรงแรมคือการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะพร้อมทำงานโดยเฉพาะทีมปฏิบัติการ (Operation Team) เพื่อส่งมอบบริการที่ดีให้ลูกค้าประจำการแผนกต่างๆในโรงแรม เราจึงเห็นการประกาศรับสมัครพนักงานในธุรกิจโรงแรมเพื่อ หาคนทำงานโรงแรม มาเสริมทีมในโรงแรมระดับ 3-4 ดาวมากกว่าโรงแรมรีสอร์ทระดับ 5 ดาว

.

แล้วเราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรในแง่การปรับโครงสร้างการทำงาน และการออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อที่จะสามารถดึงดูดให้คนมาสมัครงาน มาร่วมงานกับโรงแรมได้มากขึ้น ไปจนถึงการยืดอายุงานออกไปให้นานขึ้น

.

หลายโรงแรมคงเคยออกแบบธุรกิจโดยใช้ Business Model Canvas กันมาบ้างแล้ว หนึ่งในปัจจัยที่อยู่ในแผนภาพที่เมื่อคุณจะทำธุรกิจโรงแรมควรตอบให้ได้คือ “คุณมีอะไรจะนำเสนอลูกค้า” หรือ Value Proposition ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำโรงแรมที่พักในแบบไหน จับกลุ่มตลาดระดับไหนก็ควรจะตอบคำถามนี้ให้ได้ เพราะจะนำไปสู่การออกแบบการทำงาน ออกแบบการให้บริการเพื่อที่จะส่งมอบสิ่งที่คุณจะนำเสนอให้ลูกค้าได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ [อ่านย้อนหลังบทความฉบับเต็มเรื่อง ออกแบบธุรกิจโรงแรม กับ Business Model Canvas ได้ที่ https://thethinkwise.com/2022/10/10/ออกแบบธุรกิจโรงแรม-hotel-business-model-canvas/ ]

.

ในฝั่งการสร้าง ทีมโรงแรม ก็เช่นกัน ในเมื่อเรามองหาวิธีที่จะหาลูกค้ามาป้อนธุรกิจโรงแรม เราก็ควรจะมองหาวิธีที่จะหาคนทำงานโรงแรมด้วยเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าหลายโรงแรมอาจละเลยในประเด็นนี้ไป หรืออาจไม่ได้ทำออกมาเป็นเรื่องเป็นราว หรืออาจทำแล้วแต่ยังอยู่ในมุมแบบการทำธุรกิจสมัยก่อนๆที่จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องผลตอบแทนกับวันหยุดวันลาเป็นหลัก ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ตามๆโรงแรมอื่นที่มีราคาห้องพักใกล้เคียงกันไปก่อน ยังไม่ได้ลองนั่งขบคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง

EVP – Employee Value Proposition จึงออกมาเพื่อตอบโจทย์และขยายขอบเขตในการสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงดูดพนักงานให้ตัดสินใจเข้ามาร่วมงานกับองค์กรมากขึ้น อย่างน้อยก็ควรตอบคำถามได้ว่า “ทำไมจึงควรมาสมัครงานกับโรงแรมนี้” หรือ “ทำไมจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของ ทีมโรงแรม แห่งนี้”

EVP ควรชี้ชัดให้เห็นถึงผลประโยชน์และสวัสดิการที่แตกต่าง (Unique benefits) โอกาสในการเจริญก้าวหน้าเติบโตในองค์กร (Opportunities) และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน (Work Environment)ที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับโรงแรมที่พักอื่นๆที่เป็นคู่แข่ง

EVP คือการกลั่นกรองเพื่อหาประเด็นระหว่าง “อะไรคือสิ่งที่ผู้สนใจสมัครงานหรือคนที่มีความสามารถต้องการ” กับ “อะไรที่โรงแรมคุณต้องการ”

EVP ควรมีความชัดเจนในเป้าหมายความต้องการพนักงานในแต่ละกลุ่มแต่ละแผนกที่สอดคล้องกับแบรนด์ของคุณ และ Employee Brand และมีการออกแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับทั้งเป้าหมายที่ต้องการหามาเป็นพนักงาน รวมทั้งเหมาะสมกับการสื่อสารกับพนักงานปัจจุบัน หรือในภาพรวมควรประกอบด้วยคำว่า Clarity + Focus + Alignment + Communication

ขั้นตอนการออกแบบ EVP ให้ดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพและรักษา ทีมโรงแรม ที่มีอยู่

  1. รวบรวมรายชื่อแผนกต่างๆ หรือการแบ่งกลุ่มพนักงาน (Employee Group / Employee Segment) เช่นพนักงานระดับต้น/เพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobbers), ระดับผู้ช่วยแผนก (Supervisor), ระดับผู้จัดการ (Manager) หรือระดับผู้บริหาร (Executives)
  2. ระบุความต้องการของแต่ละแผนก แต่ละกลุ่มในเรื่องการสรรหาบุคคลากร ลักษณะงานที่ต้องทำ (Jobs to be done) ความท้าทายในงาน (Work Challenges) และอุปสรรคต่างๆ (Pain Points) ในการทำงาน
  3. ออกแบบข้อเสนอที่น่าสนใจ (Craft your value proposition) แนวทางในการแก้ไขอุปสรรคปัญหาต่างๆในแต่ละกลุ่ม รวมทั้งนำเสนอข้อเสนอด้านผลประโยชน์ (Benefits) ที่ควรจะไปควบคู่กับการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ
  4. สรุปสิ่งที่พนักงาน/ลูกจ้างจะได้รับ (Employee Gains) ทั้งในแง่ผลตอบแทนด้านการเงิน ความก้าวหน้าในองค์กร ตอบโจทย์เป้าหมายในการทำงาน และรักษาความสมดุลย์ระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต (Work-life Balance) และ สิ่งที่บริษัท/โรงแรมต้องการและจะนำเสนอได้ (Employer Needs and Offerings) ไม่ว่าจะเป็นทักษะต่างๆเพื่อช่วยในการทำงานในแต่ละตำแหน่ง ประสบการณ์การทำงาน และคุณสมบัติอื่นๆที่จะตอบโจทย์องค์กร ในขณะเดียวกันก็ต้องนำเสนออัตราเงินเดือนที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด (Competitive Salary) โปรแกรมการอบรมต่างๆ ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีในที่ทำงาน
  5. พิจารณาภาพรวมของ EVP เพื่อหาจุดที่มีทั้งความเป็นไปได้และความเหมาะสมและตอบโจทย์สิ่งที่องค์กรต้องการ

คราวนี้เราลองมาประเมินในภาพรวมว่าแต่ละตำแหน่งงาน/ระดับงาน โรงแรมควรให้ความสำคัญในเรื่องใดบ้าง

First Jobber/Junior StaffSupervisor LevelManager LevelExecutive Level
+Clear career path
Social activities
+Employee recognition
+Flexible scheduling
+Educational opportunities
+Leadership development
+Autonomy and ownership
+Mentorship program
+Work-Life Balance
+Competitive salary and benefits
+Growth opportunities
+Performance-based incentives
+Meaningful work
+Work-Life balance support
+Continued learning
+Competitive compensation and benefits
+Empowerment and autonomy
+Work-Life Balance
+Meaningful contribution
+Networking opportunities
ประเด็นที่องค์กรควรให้ความสำคัญแยกตามระดับตำแหน่งงาน

จากตารางข้างบนจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าปัจจุบันโรงแรมรีสอร์ทของคุณทำอะไรไปแล้วบ้างหรือยังไม่ได้ทำในด้านไหนบ้าง หรือบางโรงแรมอาจจะเริ่มทำในบางหัวข้อแต่ยังไม่สามารถนำเสนอออกมาเป็นรูปธรรมได้ชัดเจน และไม่สามารถสื่อสารออกไปสู่กลุ่่มพนักงานเป้าหมาย หรือตลาดผู้สมัครงานโรงแรม หรือไม่สามารถสื่อสารไปถึงช่องทาง หาคนทำงานโรงแรม ได้แบบน่าสนใจ เห็นภาพชัดเจน

โรงแรมที่พักประเภทเจ้าของบริหารเองไม่ได้อยู่ภายใต้เชนโรงแรม (Individual Hotels) ทั้งหลายจะเห็นข้อสังเกตในตำแหน่งระดับผู้จัดการ (Manager Level) และ ระดับผู้บริหาร (Executive Level) หากเป็นโรงแรมที่พักขนาดเล็กโอกาสที่จะนำเสนอความก้าวหน้าในอาชีพการงาน (Growth opportunities) กับอัตราเงินเดือนและผลตอบเทนที่สามารถแข่งขันในตลาด (Competitive Compensation and benefits) อาจมีความท้าทายมากขึ้นอาจด้วยการออกแบบการบริหารโรงแรมจำกัดไว้สำหรับสมาชิกในครอบครัว และข้อจำกัดเรื่องงบประมาณประจำปี

แต่อย่างไรก็ดี ไม่ว่าคุณจะทำโรงแรมระดับใดสามารถนำแนวทางจากตารางข้างบนไปปรับใช้ในการออกแบบ Employee Value Proposition เพื่อทำให้การสรรหาพนักงานใหม่ และรักษา ทีมโรงแรม ที่มีอยู่ให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีความสุขในการทำงานมากขึ้น

สำหรับใครที่ต้องการค้นคว้าเพิ่มเติม หรือศึกษาวิธีการออกแบบ EVP ในต่างประเทศพร้อมตัวอย่าง คลิกที่ https://joinhorizons.com/what-is-employee-value-proposition-evp/ หรือที่ Gartner https://www.gartner.com/en/human-resources/trends/evp-design-template ซึ่งมีตัวอย่างให้ดาวน์โหลดได้เพียงลงทะเบียนกรอกข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับองค์กร

สุดท้าย โรงแรมขนาดเล็กประเภทบูติกโฮเต็ลอาจมีคำถามว่า “ฉันทำแค่เล็กๆฉันต้องทำใหญ่เบอร์นี้เลยเหรอ”

คำตอบ คือคุณอาจจะลองรวมข้อมูลผลตอบแทนกับผลประโยชน์ปัจจุบันที่ทีม HR มีอยู่ทำให้เป็นข้อมูลรวมแบบ Consolidated Employee Benefits แยกตามระดับตำแหน่งงานอยู่ หรือโรงแรมบางแห่งเรียกว่า Employee Matrix เพื่อให้เห็นภาพปัจจุบันก่อนก็ได้ และนำมาประเมินปัญหาและอุปสรรคในปัจจุบันทั้งในแง่การทำงานและการสรรหากำลังคนเพิ่มเติม รวมทั้งประเด็นในการรักษา ทีมโรงแรม ปัจจุบัน จากนั้นจึงค่อยๆระดมความคิดเพิ่มเติม หรือสำรวจเพิ่มเติมว่าถ้าโรงแรมคุณจะปรับวิธีสรรหาพนักงานใหม่เพื่อให้ดึงดูดคนมาสมัครงาน มีปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในที่องค์กรของคุณควรปรับตัวบ้าง และอย่าลืมประมาณการค่าใช้จ่าย และ/หรือการลงทุนที่บริษัทจะต้องจัดสรรเพิ่มเติมหากมีการปรับ Welfare & Benefit และปรับสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้น่าทำงาน พนักงานมีความสุขมากขึ้น คุณจำเป็นต้องเพิ่ม Resources ในส่วนไหนบ้าง

การเรียนรู้แนวทางในการทำงานจากแหล่งต่างๆและนำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทและเป้าหมายธุรกิจโรงแรมของคุณจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจได้อย่างแน่นอน

โรงแรมเป็นธุรกิจบริการที่ยังคงอิงกับจำนวนพนักงานผู้ให้บริการ อย่าลืมลงทุนเพื่อพัฒนาทีมงานให้สามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคต

และไม่ใช่ทุกค่าใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่าย แต่บางครั้งค่าใช้จ่ายที่ใช้กับ ทีมโรงแรม เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ก็ควรจัดอยู่ในหมวดการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.