ปัญหาโครงสร้าง โรงแรม
|

โรงแรมกับ ปัญหาโครงสร้าง ?

ปัญหาโครงสร้าง

โรงแรมกับ ปัญหาโครงสร้าง

ปัญหาโครงสร้าง โรงแรม ไม่ใช่เรื่องปัญหาโครงสร้างการก่อสร้างโรงแรมแต่อย่างใด แต่เป็นปัญหาโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในภาพรวม และเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่จะทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจเป็นไปได้อย่างลำบาก และที่สำคัญ การแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกจุดมีแต่จะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

.

สัปดาห์ที่ผ่านมาหากใครได้ฟังการแถลงข่าวของธนาคารแห่งประเทศไทยและการตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องอัตราดอกเบี้ย ก็อาจจะได้ยินคำว่าปัญหาโครงสร้างบ้างไม่มากก็น้อย ….ในภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันที่มีแรงกดดันและคำถามมากมายว่าในเมื่ออัตราเงินเฟ้อติดลบมาต่อเนื่อง 3 เดือน ทำไมจึงไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจเกิดขึ้น

เราควรมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเวลามีการแถลงตัวเลขปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอัตราดอกเบี้ยนั้น หมายถึง อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้กำกับ ส่งสัญญาณต่อธนาคารพาณิชย์ที่อัตราดอกเบี้ยนี้จะมีผลต่อการทำธุรกรรมระหว่างธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งถึงแม้อาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวหากเป็นเรื่องนโยบาย แต่เมื่อต้นทุนในการกู้ยืมของธนาคารพาณิชย์เพิ่มสูงขึ้น ในที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อภาคเอกชน ภาคครัวเรือนในที่สุด เพราะรายได้หลักของธนาคารพาณิชย์ฯ คือ รายได้ที่เกิดจากดอกเบี้ย และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ซึ่งได้แก่ค่าธรรมเนียมต่างๆนั่นเอง

มาต่อกันว่าทำไมธนาคารแห่งประเทศไทยจึงไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในภาพรวม เพราะการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยจะไม่ใช่การแก้ไข ปัญหาโครงสร้าง นั่นเอง

แล้วปัญหาโครงสร้างของประเทศไทย เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันในมุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทยคืออะไร ?

เราลองมาดูฝั่งที่มาของรายได้ของประเทศไทยในปัจจุบันว่ามาจากอะไรบ้าง …… การส่งออกและการท่องเที่ยว

แล้วสถานะของทั้งสองอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร …. ตัวเลขไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมาย หรือตัวเลขลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการส่งออก ที่เรามีระดับความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง จึงทำให้สินค้าของเราไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ ยังขาดสินค้าที่ตลาดโลกต้องการ เช่นสินค้าที่มีส่วนประกอบของการใช้เทคโนโลยี หรือมีกระบวนการที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มมูลค่าของสินค้า หรือด้านการท่องเที่ยว ถ้าเรายังยึดติดอยู่กับคำว่า “ยังไงต่างชาติก็มาประเทศไทย” เราอาจจะเจอกับปัญหาที่หนักขึ้น

เราควรกลับมาพิจารณาว่า ความน่าสนใจ แรงดึงดูดของประเทศไทยที่(เคย)มีต่อนักท่องเที่ยวประเทศต่างๆนั้น ลดลงอย่างไร ทำไมเราน่าสนใจลดลง ทำไมต่างชาติเลือกที่จะเดินทางไปประเทศอื่นมากกว่าประเทศไทย แล้วมาสร้าง มาเพิ่มจุดที่เราด้อยลง ทำให้มีคุณค่า น่ามอง ชวนมอง จนต้องอยากเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์จริงในบ้านเรา

แต่ไม่ใช่การจัดงานอีเว้นท์รับน้องใหม่ แข่งกินเร็ว แข่งทำลายสถิติ …. อันนี้ไม่ใช่การแก้ไข ปัญหาโครงสร้าง การท่องเที่ยวแต่อย่างใด

.

แล้วปัญหาโครงสร้างโรงแรมคืออะไร

ปัญหาโครงสร้างหลักๆของโรงแรมแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. โครงสร้างทางการเงิน และ
  2. โครงสร้างในการบริหาร

.

ปัญหาโครงสร้างทางการเงิน มาจากปัญหาโครงสร้างในการบริหารจัดการ

ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น ?

การออกแบบโครงสร้างธุรกิจ จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณควรออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจอย่างไร

ตอนเริ่มทำโรงแรม มักจะจดจ่อที่การสร้างโรงแรมให้เสร็จ ให้ได้ภาพตามที่ต้องการ และได้ถ่ายรูปวันเปิดโรงแรมที่มีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมแสดงความยินดี ยิ่งปัจจุบันมีสื่อโซเชียลช่วยกระตุ้นเรียกความสนใจ ยิ่งใครโพสต์คอนเทนต์ขึ้นบ่อยขึ้นถี่ก็อาจจะช่วยเพิ่มการมองเห็นได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่คำนึงถึงรูปแบบธุรกิจที่ต้องการทำตั้งแต่เริ่มแรก แต่มักจะมองว่า “ทำโรงแรมก็เหมือนๆกัน ไม่ใช่เหรอ” ก็มีคนคุมโรงแรม จะเป็น GM หรือ Hotel Manager ก็แล้วแต่ประเภทโรงแรมที่ต้องการทำ ก็แค่นั้น เจ้าของก็นั่งดูไปเรื่อย ๆ

แต่ต่อมาเมื่อเลือกที่จะทำธุรกิจที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น รูปแบบการทำธุรกิจ และรูปแบบการวางโครงสร้างภายในองค์กรที่ไม่ได้ออกแบบไว้เพื่อรองรับ ก็จะค่อยๆเริ่มสร้างปัญหา หากไม่มีการปรับแก้เพื่อให้มีความคล่องตัวและสนับสนุนความรวดเร็วในการทำธุรกิจในปัจจุบัน

ยกตัวอย่างเช่น เจ้าของโรงแรม เลือกบริษัทฯภายนอกเข้ามาช่วยบริหารโรงแรมเพิ่มขึ้น แต่อาจยังไม่ได้ศึกษาการทำงานของแต่ละบริษัทฯให้เข้าใจ เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงของแบรนด์นั้นๆว่าดี มีลูกค้าในต่างประเทศจำนวนมาก แต่ก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจ หรือไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเขาทำงานกันอย่างไร …ต่อมาเมื่อจ้างเข้ามาทำงานแล้วไม่พอใจ ไปจ้างอีกบริษัทฯหนึ่งเข้ามาเสริม กลายเป็นจ้าง 2 บริษัทฯเข้ามาทำงานประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน มีแต่การประชาสัมพันธ์นำหน้า ผ่านจำนวนคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียล แต่ไม่ได้ตอบโจทย์การทำธุรกิจโรงแรมในทำเลที่ตั้งในประเทศไทย และในจังหวัดที่มีฐานลูกค้าคนไทยมากกว่า 80% …. เท่ากับว่า เสียค่าใช้จ่าย 2 เท่า แต่ไม่ได้แก้ไขปัญหา แถมการรับรู้ต่อแบรนด์ ก็ยิ่งสับสนเพราะสรุปไม่เข้าใจว่าโรงแรมนี้อยู่ภายใต้แบรนด์อะไร

.

ปัญหาโครงสร้าง การบริหารสำหรับโรงแรมประเภท Individual Property บริหารโดยเจ้าของคนเดียว หรือครอบครัวที่พบบ่อย ได้แก่

  • การไม่ระบุขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจนของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคน
  • การไม่ออกแบบโครงสร้างอำนาจในการตัดสินใจที่ชัดเจน กระบวนการตัดสินใจตามลำดับไม่ชัดเจน รู้แต่ว่า “ถ้าคนนี้สั่ง ต้องทำ คนอื่นๆสั่งยังไม่ต้องทำ รอก่อน จะได้ไม่ต้องแก้ไขหลายครั้ง”
  • โครงสร้างองค์กรออกแบบชัดเจน แต่มีกำลังภายในจากภายนอกเข้ามาขัดขวาง กำกับ ยกเลิกตลอดเวลา เท่ากับโครงสร้างที่วางไว้ ไม่ได้ถูกนำมาใช้จริง

นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสร้างทีมงานที่มีคุณภาพ เพราะเท่ากับคุณสร้างการรับรู้ และทำให้ทีมเรียนรู้ว่า “ใครสั่ง จึงจะมีผลบังคับใช้”

.

แล้วเมื่อมีปัญหาโครงสร้างการบริหารจัดการ จะแก้ไขปัญหาอย่างไร

  1. สังเกตรูปแบบปัญหาที่เกิดขึ้น
  2. ความถี่ในการเกิดปัญหา
  3. สาเหตุของปัญหา
  4. ต้นตอของปัญหา

4 ขั้นตอนในการจัดการกับปัญหาให้เด็ดขาด ซึ่งเมื่อไล่เรียงไปแล้วเราอาจจะเจอต้นตอที่เรา “รับรู้” แต่เลือกที่จะ “เพิกเฉย” หรือ “ไม่อยากจะยุ่ง” นั่นก็จะยิ่งทำให้ปัญหาเหล่านั้นสะสมจนพอกพูน และลามไปยังส่วนอื่นๆของโรงแรมในที่สุดก็กลายเป็นวิกฤตที่ต้องใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไข ปรับปรุง สร้างระบบใหม่

ปัญหาครอบครัว ที่มาจากความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่ดี มักจะสร้างปัญหาให้กับธุรกิจโรงแรมประเภท Individual Property อยู่เสมอเสมอ

บางครอบครัวเลือกที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา บางครอบครัวเลือกที่จะมองข้าม บางครอบครัวยอมรับปัญหาและเลือกที่จะอยู่กับปัญหานั้นต่อไป

พนักงานที่เข้ามาร่วมงานด้วย เมื่อใช้เวลาทำงานกันไปสักพักเขาก็เริ่มเรียนรู้ระบบการทำงาน และในที่สุดเขาก็จะรู้ว่าเขาควรจะสร้างความก้าวหน้าในอาชีพกับองค์กรในลักษณะนี้หรือไม่ …. นี่จึงเป็นต้นทุนที่มีราคาแพงมากสำหรับการทำธุรกิจในการเสียบุคคลากรที่สามารถทำงานให้คุณได้

.

มาดูเรื่อง ปัญหาโครงสร้างทางการเงินกันบ้าง

เรื่องโครงสร้างทางการเงินของการทำธุรกิจโรงแรมนั้น ก็เหมือนกับโครงสร้างเศรษฐกิจในระดับประเทศ เพียงแต่ลดขนาดลงมาตามมูลค่าการลงทุนและรูปแบบธุรกิจโรงแรมของคุณ

  1. แหล่งที่มาของรายได้มาจากไหน
  2. แหล่งที่ไปของค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง
  3. ใครมีอำนาจในการกำกับนโยบาย
  4. ใครเป็นผู้กำกับการนำนโยบายต่างๆไปปฏิบัติ
  5. มาตรการในการกำกับดูแลเป็นอย่างไร
  6. บทลงโทษในการฝ่าฝืนนโยบายและข้อกำหนดต่างๆคืออะไร และใครเป็นผู้ใช้

ส่วนท่านใดต้องการอ่านคำแนะนำในเรื่องการบริหารการเงินในโรงแรม เสริมสภาพคล่อง เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้เหมาะกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา แนวทางในการ แก้ไขปัญหาโรงแรม สามารถแวะไปอ่านบทความย้อนหลังได้ที่นี่ https://thethinkwise.com/2023/12/09/hotel-finance-management-การเงินโรงแรม/

.

จะเห็นได้ว่าปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ปัญหาการสร้างรายได้ ปัญหาการควบคุมค่าใช้จ่ายนั้น ล้วนแต่มาจากการออกแบบโครงสร้างทั้ง 6 ข้อข้างต้นทั้งสิ้น ดังนั้น หากไม่มีการออกแบบการใช้อำนาจภายในองค์กรให้ดี แน่นอนว่าปัญหาการเงินจะค่อยๆสะสมภายในองค์กรจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขมากขึ้น

.

ตัวอย่าง ปัญหาโครงสร้าง การบริหารส่งผลต่อการบริหารจัดการทางการเงิน

ทำโรงแรมในแบบธุรกิจครอบครัว กำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของลูกๆแต่ละคนเรียบร้อย ส่วน Gen รุ่นพ่อรุ่นแม่ขึ้นไปนั่งเป็นบอร์ดเพื่อคอยช่วยคำแนะนำต่างๆที่เตรียมเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูก

ข้อจำกัด คือ รุ่นลูกๆไม่เคยทำงานในองค์กรหรือบริษัทฯใดๆมาก่อน จึงบริหารทุกอย่างเหมือนการบริหารคนรับใช้ภายในบ้าน — คือ “ฉันสั่ง เธอต้องทำ” และถ้า “ฉันต้องการเดี๋ยวนี้ เธอต้องจัดการเดี๋ยวนี้”

คุณคิดว่าโรงแรมนี้จะเป็นอย่างไร

คุณคิดว่าพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ หรือ Business Partner แม้แต่ซัพพลายเออร์ในท้องถิ่นจะเป็นอย่างไร

วันหนึ่งบอกจะสั่งของ เช้าวันรุ่งขึ้นบอกไม่สั่งแล้ว สั่งบัญชีให้โทรไปบอกว่าไม่เอาแล้ว

วันหนึ่งเดินไปเดินมาในพื้นที่บอกจะสร้างเรือนนวดผ่อนคลาย 4-5 ห้อง โดยไม่สนใจว่าสถานะการเงินของโรงแรมเป็นอย่างไร ไปจัดการหาคนออกแบบมาออกแบบ หาผู้รับเหมามาก่อสร้าง …. ที่สำคัญคือ บอร์ด ไม่สามารถทัดทานได้ เพราะกลัวลูกมีปัญหา

ทีมงานการเงิน จัดซื้อก็แก้ไขปัญหารายวันไป แก้ไขตัวซัพพลายเออร์ไป

ทีมงานหน้าบ้านและการตลาด ก็ต้องหาอะไรมาชดเชยให้กับลูกค้าที่มาเข้าพัก และต้องทนกับเสียงก่อสร้างและทัศนีภาพที่ไม่ดี ทำให้เกิดรีวิวติดลบบนโลกออนไลน์

.

จริงๆเรื่องแบบนี้ ถ้ามีการคุยกัน วางแผนกันล่วงหน้า การทำงานต่างๆในพื้นที่ก็จะสามารถลุล่วงไปได้ด้วยดี ประกอบกับจังหวะในการลงทุน การเพิ่มค่าใช้จ่าย ก็จะถูกจัดสรรอย่างเหมาะสม เมื่อออกแบบ 6 ข้อข้างต้นให้ดี

.

คำแนะนำสุดท้าย

การทำธุรกิจโรงแรมให้ประสพความสำเร็จ เริ่มจากการมองภาพรวมให้ชัดเจน

  1. ต้องการทำอะไร
  2. ใครเป็นคนดูแล

ได้คำตอบแล้ว มาออกแบบธุรกิจ ออกแบบโครงสร้างการทำงาน

และที่สำคัญ การออกแบบมาตรการต่างๆเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า และในขณะเดียวกันก็ออกแบบมาตรการในการกำกับดูแล

ในสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในปัจจุบันที่มีความรวดเร็ว ความไม่แน่นอน และความผันผวนเกิดขึ้นตลอดเวลา การออกแบบโครงสร้างทั้งการจัดการ และโครงสร้างทางการเงินที่ดี ไม่ใช่การ Copy/Paste จากโรงแรมหนึ่งไปสู่โรงแรมหนึ่ง แต่ควรกลับไปที่ข้อ 1 และข้อ 2 ของธุรกิจของคุณ เพื่อออกแบบให้เหมาะกับปัจจัยและข้อจำกัดในด้านต่างๆที่มี เพื่อหาทางป้องกันและเตรียมแนวทางในการ แก้ไขปัญหาโรงแรม ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

.

ไม่พลาดคำแนะนำดีๆในการบริหารโรงแรมด้วยตัวคุณเอง คลิก https://linktr.ee/thethinkwise

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.