ปัญหาโครงสร้าง โรงแรม
|

โรงแรมกับ ปัญหาโครงสร้าง ?

ปัญหาโครงสร้าง

โรงแรมกับ ปัญหาโครงสร้าง

ปัญหาโครงสร้าง โรงแรม ไม่ใช่เรื่องปัญหาโครงสร้างการก่อสร้างโรงแรมแต่อย่างใด แต่เป็นปัญหาโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในภาพรวม และเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่จะทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจเป็นไปได้อย่างลำบาก และที่สำคัญ การแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกจุดมีแต่จะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

.

สัปดาห์ที่ผ่านมาหากใครได้ฟังการแถลงข่าวของธนาคารแห่งประเทศไทยและการตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องอัตราดอกเบี้ย ก็อาจจะได้ยินคำว่าปัญหาโครงสร้างบ้างไม่มากก็น้อย ….ในภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันที่มีแรงกดดันและคำถามมากมายว่าในเมื่ออัตราเงินเฟ้อติดลบมาต่อเนื่อง 3 เดือน ทำไมจึงไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจเกิดขึ้น

เราควรมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเวลามีการแถลงตัวเลขปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอัตราดอกเบี้ยนั้น หมายถึง อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้กำกับ ส่งสัญญาณต่อธนาคารพาณิชย์ที่อัตราดอกเบี้ยนี้จะมีผลต่อการทำธุรกรรมระหว่างธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งถึงแม้อาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวหากเป็นเรื่องนโยบาย แต่เมื่อต้นทุนในการกู้ยืมของธนาคารพาณิชย์เพิ่มสูงขึ้น ในที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อภาคเอกชน ภาคครัวเรือนในที่สุด เพราะรายได้หลักของธนาคารพาณิชย์ฯ คือ รายได้ที่เกิดจากดอกเบี้ย และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ซึ่งได้แก่ค่าธรรมเนียมต่างๆนั่นเอง

มาต่อกันว่าทำไมธนาคารแห่งประเทศไทยจึงไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในภาพรวม เพราะการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยจะไม่ใช่การแก้ไข ปัญหาโครงสร้าง นั่นเอง

แล้วปัญหาโครงสร้างของประเทศไทย เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันในมุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทยคืออะไร ?

เราลองมาดูฝั่งที่มาของรายได้ของประเทศไทยในปัจจุบันว่ามาจากอะไรบ้าง …… การส่งออกและการท่องเที่ยว

แล้วสถานะของทั้งสองอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร …. ตัวเลขไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมาย หรือตัวเลขลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการส่งออก ที่เรามีระดับความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง จึงทำให้สินค้าของเราไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ ยังขาดสินค้าที่ตลาดโลกต้องการ เช่นสินค้าที่มีส่วนประกอบของการใช้เทคโนโลยี หรือมีกระบวนการที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มมูลค่าของสินค้า หรือด้านการท่องเที่ยว ถ้าเรายังยึดติดอยู่กับคำว่า “ยังไงต่างชาติก็มาประเทศไทย” เราอาจจะเจอกับปัญหาที่หนักขึ้น

เราควรกลับมาพิจารณาว่า ความน่าสนใจ แรงดึงดูดของประเทศไทยที่(เคย)มีต่อนักท่องเที่ยวประเทศต่างๆนั้น ลดลงอย่างไร ทำไมเราน่าสนใจลดลง ทำไมต่างชาติเลือกที่จะเดินทางไปประเทศอื่นมากกว่าประเทศไทย แล้วมาสร้าง มาเพิ่มจุดที่เราด้อยลง ทำให้มีคุณค่า น่ามอง ชวนมอง จนต้องอยากเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์จริงในบ้านเรา

แต่ไม่ใช่การจัดงานอีเว้นท์รับน้องใหม่ แข่งกินเร็ว แข่งทำลายสถิติ …. อันนี้ไม่ใช่การแก้ไข ปัญหาโครงสร้าง การท่องเที่ยวแต่อย่างใด

.

แล้วปัญหาโครงสร้างโรงแรมคืออะไร

ปัญหาโครงสร้างหลักๆของโรงแรมแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. โครงสร้างทางการเงิน และ
  2. โครงสร้างในการบริหาร

.

ปัญหาโครงสร้างทางการเงิน มาจากปัญหาโครงสร้างในการบริหารจัดการ

ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น ?

การออกแบบโครงสร้างธุรกิจ จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณควรออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจอย่างไร

ตอนเริ่มทำโรงแรม มักจะจดจ่อที่การสร้างโรงแรมให้เสร็จ ให้ได้ภาพตามที่ต้องการ และได้ถ่ายรูปวันเปิดโรงแรมที่มีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมแสดงความยินดี ยิ่งปัจจุบันมีสื่อโซเชียลช่วยกระตุ้นเรียกความสนใจ ยิ่งใครโพสต์คอนเทนต์ขึ้นบ่อยขึ้นถี่ก็อาจจะช่วยเพิ่มการมองเห็นได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่คำนึงถึงรูปแบบธุรกิจที่ต้องการทำตั้งแต่เริ่มแรก แต่มักจะมองว่า “ทำโรงแรมก็เหมือนๆกัน ไม่ใช่เหรอ” ก็มีคนคุมโรงแรม จะเป็น GM หรือ Hotel Manager ก็แล้วแต่ประเภทโรงแรมที่ต้องการทำ ก็แค่นั้น เจ้าของก็นั่งดูไปเรื่อย ๆ

แต่ต่อมาเมื่อเลือกที่จะทำธุรกิจที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น รูปแบบการทำธุรกิจ และรูปแบบการวางโครงสร้างภายในองค์กรที่ไม่ได้ออกแบบไว้เพื่อรองรับ ก็จะค่อยๆเริ่มสร้างปัญหา หากไม่มีการปรับแก้เพื่อให้มีความคล่องตัวและสนับสนุนความรวดเร็วในการทำธุรกิจในปัจจุบัน

ยกตัวอย่างเช่น เจ้าของโรงแรม เลือกบริษัทฯภายนอกเข้ามาช่วยบริหารโรงแรมเพิ่มขึ้น แต่อาจยังไม่ได้ศึกษาการทำงานของแต่ละบริษัทฯให้เข้าใจ เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงของแบรนด์นั้นๆว่าดี มีลูกค้าในต่างประเทศจำนวนมาก แต่ก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจ หรือไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเขาทำงานกันอย่างไร …ต่อมาเมื่อจ้างเข้ามาทำงานแล้วไม่พอใจ ไปจ้างอีกบริษัทฯหนึ่งเข้ามาเสริม กลายเป็นจ้าง 2 บริษัทฯเข้ามาทำงานประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน มีแต่การประชาสัมพันธ์นำหน้า ผ่านจำนวนคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียล แต่ไม่ได้ตอบโจทย์การทำธุรกิจโรงแรมในทำเลที่ตั้งในประเทศไทย และในจังหวัดที่มีฐานลูกค้าคนไทยมากกว่า 80% …. เท่ากับว่า เสียค่าใช้จ่าย 2 เท่า แต่ไม่ได้แก้ไขปัญหา แถมการรับรู้ต่อแบรนด์ ก็ยิ่งสับสนเพราะสรุปไม่เข้าใจว่าโรงแรมนี้อยู่ภายใต้แบรนด์อะไร

.

ปัญหาโครงสร้าง การบริหารสำหรับโรงแรมประเภท Individual Property บริหารโดยเจ้าของคนเดียว หรือครอบครัวที่พบบ่อย ได้แก่

  • การไม่ระบุขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจนของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคน
  • การไม่ออกแบบโครงสร้างอำนาจในการตัดสินใจที่ชัดเจน กระบวนการตัดสินใจตามลำดับไม่ชัดเจน รู้แต่ว่า “ถ้าคนนี้สั่ง ต้องทำ คนอื่นๆสั่งยังไม่ต้องทำ รอก่อน จะได้ไม่ต้องแก้ไขหลายครั้ง”
  • โครงสร้างองค์กรออกแบบชัดเจน แต่มีกำลังภายในจากภายนอกเข้ามาขัดขวาง กำกับ ยกเลิกตลอดเวลา เท่ากับโครงสร้างที่วางไว้ ไม่ได้ถูกนำมาใช้จริง

นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสร้างทีมงานที่มีคุณภาพ เพราะเท่ากับคุณสร้างการรับรู้ และทำให้ทีมเรียนรู้ว่า “ใครสั่ง จึงจะมีผลบังคับใช้”

.

แล้วเมื่อมีปัญหาโครงสร้างการบริหารจัดการ จะแก้ไขปัญหาอย่างไร

  1. สังเกตรูปแบบปัญหาที่เกิดขึ้น
  2. ความถี่ในการเกิดปัญหา
  3. สาเหตุของปัญหา
  4. ต้นตอของปัญหา

4 ขั้นตอนในการจัดการกับปัญหาให้เด็ดขาด ซึ่งเมื่อไล่เรียงไปแล้วเราอาจจะเจอต้นตอที่เรา “รับรู้” แต่เลือกที่จะ “เพิกเฉย” หรือ “ไม่อยากจะยุ่ง” นั่นก็จะยิ่งทำให้ปัญหาเหล่านั้นสะสมจนพอกพูน และลามไปยังส่วนอื่นๆของโรงแรมในที่สุดก็กลายเป็นวิกฤตที่ต้องใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไข ปรับปรุง สร้างระบบใหม่

ปัญหาครอบครัว ที่มาจากความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่ดี มักจะสร้างปัญหาให้กับธุรกิจโรงแรมประเภท Individual Property อยู่เสมอเสมอ

บางครอบครัวเลือกที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา บางครอบครัวเลือกที่จะมองข้าม บางครอบครัวยอมรับปัญหาและเลือกที่จะอยู่กับปัญหานั้นต่อไป

พนักงานที่เข้ามาร่วมงานด้วย เมื่อใช้เวลาทำงานกันไปสักพักเขาก็เริ่มเรียนรู้ระบบการทำงาน และในที่สุดเขาก็จะรู้ว่าเขาควรจะสร้างความก้าวหน้าในอาชีพกับองค์กรในลักษณะนี้หรือไม่ …. นี่จึงเป็นต้นทุนที่มีราคาแพงมากสำหรับการทำธุรกิจในการเสียบุคคลากรที่สามารถทำงานให้คุณได้

.

มาดูเรื่อง ปัญหาโครงสร้างทางการเงินกันบ้าง

เรื่องโครงสร้างทางการเงินของการทำธุรกิจโรงแรมนั้น ก็เหมือนกับโครงสร้างเศรษฐกิจในระดับประเทศ เพียงแต่ลดขนาดลงมาตามมูลค่าการลงทุนและรูปแบบธุรกิจโรงแรมของคุณ

  1. แหล่งที่มาของรายได้มาจากไหน
  2. แหล่งที่ไปของค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง
  3. ใครมีอำนาจในการกำกับนโยบาย
  4. ใครเป็นผู้กำกับการนำนโยบายต่างๆไปปฏิบัติ
  5. มาตรการในการกำกับดูแลเป็นอย่างไร
  6. บทลงโทษในการฝ่าฝืนนโยบายและข้อกำหนดต่างๆคืออะไร และใครเป็นผู้ใช้

ส่วนท่านใดต้องการอ่านคำแนะนำในเรื่องการบริหารการเงินในโรงแรม เสริมสภาพคล่อง เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้เหมาะกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา แนวทางในการ แก้ไขปัญหาโรงแรม สามารถแวะไปอ่านบทความย้อนหลังได้ที่นี่ https://thethinkwise.com/2023/12/09/hotel-finance-management-การเงินโรงแรม/

.

จะเห็นได้ว่าปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ปัญหาการสร้างรายได้ ปัญหาการควบคุมค่าใช้จ่ายนั้น ล้วนแต่มาจากการออกแบบโครงสร้างทั้ง 6 ข้อข้างต้นทั้งสิ้น ดังนั้น หากไม่มีการออกแบบการใช้อำนาจภายในองค์กรให้ดี แน่นอนว่าปัญหาการเงินจะค่อยๆสะสมภายในองค์กรจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขมากขึ้น

.

ตัวอย่าง ปัญหาโครงสร้าง การบริหารส่งผลต่อการบริหารจัดการทางการเงิน

ทำโรงแรมในแบบธุรกิจครอบครัว กำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของลูกๆแต่ละคนเรียบร้อย ส่วน Gen รุ่นพ่อรุ่นแม่ขึ้นไปนั่งเป็นบอร์ดเพื่อคอยช่วยคำแนะนำต่างๆที่เตรียมเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูก

ข้อจำกัด คือ รุ่นลูกๆไม่เคยทำงานในองค์กรหรือบริษัทฯใดๆมาก่อน จึงบริหารทุกอย่างเหมือนการบริหารคนรับใช้ภายในบ้าน — คือ “ฉันสั่ง เธอต้องทำ” และถ้า “ฉันต้องการเดี๋ยวนี้ เธอต้องจัดการเดี๋ยวนี้”

คุณคิดว่าโรงแรมนี้จะเป็นอย่างไร

คุณคิดว่าพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ หรือ Business Partner แม้แต่ซัพพลายเออร์ในท้องถิ่นจะเป็นอย่างไร

วันหนึ่งบอกจะสั่งของ เช้าวันรุ่งขึ้นบอกไม่สั่งแล้ว สั่งบัญชีให้โทรไปบอกว่าไม่เอาแล้ว

วันหนึ่งเดินไปเดินมาในพื้นที่บอกจะสร้างเรือนนวดผ่อนคลาย 4-5 ห้อง โดยไม่สนใจว่าสถานะการเงินของโรงแรมเป็นอย่างไร ไปจัดการหาคนออกแบบมาออกแบบ หาผู้รับเหมามาก่อสร้าง …. ที่สำคัญคือ บอร์ด ไม่สามารถทัดทานได้ เพราะกลัวลูกมีปัญหา

ทีมงานการเงิน จัดซื้อก็แก้ไขปัญหารายวันไป แก้ไขตัวซัพพลายเออร์ไป

ทีมงานหน้าบ้านและการตลาด ก็ต้องหาอะไรมาชดเชยให้กับลูกค้าที่มาเข้าพัก และต้องทนกับเสียงก่อสร้างและทัศนีภาพที่ไม่ดี ทำให้เกิดรีวิวติดลบบนโลกออนไลน์

.

จริงๆเรื่องแบบนี้ ถ้ามีการคุยกัน วางแผนกันล่วงหน้า การทำงานต่างๆในพื้นที่ก็จะสามารถลุล่วงไปได้ด้วยดี ประกอบกับจังหวะในการลงทุน การเพิ่มค่าใช้จ่าย ก็จะถูกจัดสรรอย่างเหมาะสม เมื่อออกแบบ 6 ข้อข้างต้นให้ดี

.

คำแนะนำสุดท้าย

การทำธุรกิจโรงแรมให้ประสพความสำเร็จ เริ่มจากการมองภาพรวมให้ชัดเจน

  1. ต้องการทำอะไร
  2. ใครเป็นคนดูแล

ได้คำตอบแล้ว มาออกแบบธุรกิจ ออกแบบโครงสร้างการทำงาน

และที่สำคัญ การออกแบบมาตรการต่างๆเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า และในขณะเดียวกันก็ออกแบบมาตรการในการกำกับดูแล

ในสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในปัจจุบันที่มีความรวดเร็ว ความไม่แน่นอน และความผันผวนเกิดขึ้นตลอดเวลา การออกแบบโครงสร้างทั้งการจัดการ และโครงสร้างทางการเงินที่ดี ไม่ใช่การ Copy/Paste จากโรงแรมหนึ่งไปสู่โรงแรมหนึ่ง แต่ควรกลับไปที่ข้อ 1 และข้อ 2 ของธุรกิจของคุณ เพื่อออกแบบให้เหมาะกับปัจจัยและข้อจำกัดในด้านต่างๆที่มี เพื่อหาทางป้องกันและเตรียมแนวทางในการ แก้ไขปัญหาโรงแรม ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

.

ไม่พลาดคำแนะนำดีๆในการบริหารโรงแรมด้วยตัวคุณเอง คลิก https://linktr.ee/thethinkwise

Similar Posts

  • E+D แหล่งรายได้จากการท่องเที่ยว

    ข่าวจาก skift.com ล่าสุดรายงานว่า TripAdvisor ประมาณการรายได้จาก E+D หรือ Experience and Dining จะเป็นแหล่งที่มาของรายได้หลักในปี 2020 นั่นแปลว่าบนแพลตฟอร์มของ TripAdvisor จะไม่เป็นเพียงช่องทางให้นักท่องเที่ยวใช้เปรียบเทียบและค้นหาที่พักแต่เพียงอย่างเดียว หลังจากที่เข้าซื้อกิจการ Viator ซึ่งเป็นผู้ให้บริการท่องเที่ยวระยะสั้นในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ นั่นแปลว่า… พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป แสวงหาแหล่งท่องเที่ยวและจุดที่น่าสนใจของแต่ละเมืองผ่านผู้นำเที่ยวในท้องถิ่นนั้นๆเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน รวมถึงการสรรหาอาหารที่อร่อยในพื้นที่ด้วยเช่นกัน สิ่งที่เราน่าจะเร่งทำคือการที่เราจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยว – เข้าถึงเราให้รวดเร็วและสะดวกสบาย – แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์และสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจ – ได้ข้อมูลที่ทันต่อเหตุการณ์ ทันสมัย – สามารถเลือกกิจกรรมได้หลากหลายตอบโจทย์ไลฟสไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น – ระบบการจองที่ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจตั้งแต่เริ่มค้นหาไปจนถึงการชำระเงิน #ท่องเที่ยว #ประสบการ์ณการท่องเที่ยว #พฤติกรรมนักท่องเที่ยว #thethinkwise #hotelconsulting #brandingforhotel

  • |

    โรงแรมควรรู้ สร้างทีมหน้าฟร้อนท์ให้แกร่ง

    จุดเริ่มต้นการให้บริการของทุกโรงแรมเมื่อลูกค้าเดินทางมาเช็คอิน แน่นอนว่าทีมหน้าบ้าน หรือทีมฟร้อนท์ออฟฟิศที่ไม่ว่าโครงสร้างทีมงานของโรงแรมคุณจะแบ่งอย่างไร แต่พนักงานทุกคนที่อยู่ในทีมนี้เป็นทีมที่มีโอกาสแรกที่จะสร้างความประทับใจ หรือสร้างความไม่ประทับใจให้ลูกค้านับตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง แล้วทำไมหลายโรงแรมจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญในขั้นตอนการทำงาน การเตรียมงานให้แน่นๆ แต่มักจะไปเน้นตรงปลายทาง เช่น จะใช้อะไรเสริฟเป็นเวลคัมดริ๊งค์ดี จะเสริฟแบบไหนดี จะใช้คำทักทายลูกค้าอย่างไรดี บทความนี้ รวมข้อคิดในการทำงาน การสร้างทีมหน้าบ้านให้แข็งแกร่งที่โพสในหน้าเฟสบุ๊ก thethinkwise มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมารวม 3 ตอน ซึ่งเราได้รวบรวมมานำเสนออีกครั้งในบทความเดียว เพื่อสะดวกสำหรับทุกท่านในการอ่านให้ครบจบในคลิกเดียว ….อ่านแล้วมีประโยชน์ โปรดแบ่งปันให้เพื่อน ๆ เจ้าของโรงแรม หรือเพื่อนๆที่ทำงานหน้าฟร้อนท์ด้วยกันได้เลยนะคะ เรื่องที่ 1 – คุณต้อนรับลูกค้าเก่าที่เคยเข้าพักอย่างไร เวลามีลูกค้าเก่าเข้าพัก คุณกำหนดให้ทีมสื่อสารโดยใช้คำพูดแบบไหน?ส่วนตัวได้ประสบการณ์ในระดับห้าดาวมาแล้วทั้งห้าดาวแบบบวก และห้าดาวแบบไม่ขอกลับไปอีก แบบที่ 1 – สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับคุณ….อีกครั้งนะคะ ครั้งนี้เราเตรียมห้อง….สำหรับคุณ…..พร้อมอาหารเช้าตามเวลาที่แจ้งไว้ในระบบเหมือนทุกครั้งนะคะ และแน่นอนว่าเรากำชับทีมแม่บ้านเรียบร้อยว่างดฉีดน้ำยาปรับอากาศ หรือน้ำยาไล่ยุงที่มีกลิ่นรุนแรงตามที่ลูกค้าได้กรุณาให้คำแนะนำไว้เมื่อเข้าพักครั้งก่อนค่ะ…..วันนี้มีสัมภาระกี่ชิ้นคะ เดี๋ยวทีมงานจะเดินไปส่งลูกค้าพร้อมกับกระเป๋าค่ะ…..ไม่ทราบลูกค้าสะดวกให้ดิฉันเข้าห้องพักเพื่อแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมเราเพิ่มเติมในห้องพักหรือเปล่าคะ… แบบที่ 2 – สวัสดีค่ะ วันนี้ที่จองมา 2 ท่าน ห้อง….ไม่มีอาหารเช้านะคะ ถ้าจะรับประทานราคาท่านละ….บาท บวก บวก นะคะ ….เชิญทางนี้ค่ะ ไม่ทราบว่ายังพอจะจำสิ่งของเครื่องใช้ในห้องได้มั้ยคะ…

  • |

    สร้างทีมโรงแรมพร้อมให้บริการ

    หาคอร์สอบรมโรงแรม สร้างทีมโรงแรมให้พร้อมบริการ จะหาจากไหน

  • |

    บริหารอย่างไร เพื่อ #โรงแรม ไปต่อ

    บริหารโรงแรมให้ไปต่อ บริหารโรงแรมแบบรู้ให้จริง ทำให้เป็น เจ้าของโรงแรมควรพิจารณาอะไรบ้าง และปรับตัวอย่างไร หลังโควิด-19

  • Disrupt ? ใครทำอะไรใครกับธุรกิจโรงแรม

    Disruption vs Transformation คำสุดฮิตในปี 2018 กับธุรกิจโรงแรมจะต้องทำอย่างไร

  • ทำโรงแรมแบบวางทางเพื่อหาสมดุล

    เกือบสองเดือนที่ผ่านมา คำถามที่พบบ่อยและข้อสังเกตจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับคำถามที่มีผู้ซักถามเข้ามา ความมุ่งมั่นตั้งใจและภาพฝันที่วางไว้ เริ่มเดินคู่ขนานและบางแห่งเริ่มมาถึงสี่แยกที่ต้องตัดสินใจว่าจะไปต่อ หรือรอก่อน หรือกลับบ้านนอน ผิดหวังกับผู้ให้คำปรึกษาและผู้รู้ที่เปิดคอร์สอบรมต่างๆ เพราะนอกจากจะเสียแพงแล้ว ยังไม่ได้อะไรเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับโรงแรมจริงๆ ผู้ออกแบบไม่ยอม ต้องทำตามที่เขาบอกเท่านั้น จ้างเขามาออกแบบ เขาทำให้แล้ว หาทุกอย่างให้จะมาตัด เปลี่ยน ยกเลิกไม่ได้ เจ้าของโรงแรมไม่รู้จะยกเหตุผลอะไรมาต่อสู้กับผู้ออกแบบว่าระบบที่หามาให้นั้นมันเกินความจำเป็น คนออกแบบงานกราฟิกแต่บอกว่าทำเรื่องแบรนด์ดิ้งด้วย ทั้งหลายทั้งปวงที่ล้วนแล้วก่อให้เกิดความเสียหายทั้งงบประมาณในการพัฒนาโครงการ ทั้งเวลาที่เสียไปทำให้ทุกอย่างล่าช้าและไม่เรียงลำดับตามความจำเป็น ประเด็นที่อยากแนะนำ แพชชั่นกับเรื่องจริงควรมาด้วยกัน ถ้าแพชชั่นล้วนๆต้องมั่นใจว่ามีสายป่านที่ยาวพอ อย่าทำอะไรที่เอาแต่ตนเองเป็นที่ตั้ง โดยขาดความรอบคอบและการวิเคราะห์ด้านการตลาดที่ดี มีคอนเซ็ปต์ดีแต่ถ่ายทอดไม่ได้หรือถ่ายทอดได้ซ้ำเดิมเฉพาะกลุ่มก็ไม่สามารถจะเลี้ยงกิจการให้ไปรอดได้ แบรนด์ดิ้งของโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจการให้บริการย่อมต้องประกอบด้วยทางด้านกายภาพ(Rational effect) และ ทางด้านความรู้สึก (Emotional effect) ซึ่งคุณจะบังคับให้คนอื่นรู้สึกเหมือนคุณไม่ได้ แต่คุณควรแสดงออกผ่านรูปแบบและเครื่องมือต่างๆส่งผ่านไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การใช้สื่อออนไลน์ก็ควรอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ของโรงแรมด้วยเช่นกัน ภาพลักษณ์เพียงโลโก้ สี ตัวหนังสือเป็นเพียงตัวนำทางและส่งผ่านให้เกิดการรับรู้ของลูกค้าประมาณหนึ่ง แต่การให้บริการ รูปแบบการให้บริการต่างหากที่จะตอกย้ำตัวตนของโรงแรมคุณ เลือกที่ปรึกษาควรดูให้ดีว่าเขาโดดเด่นในเรื่องอะไร และใช้เขาให้เกิดประโยชน์ในทางนั้น แต่อย่าใช้ของผิดประเภท เช่น เก่งเรื่องออกแบบ แต่ไม่รู้เรื่องโรงแรม การทำงานของทีม ก็จะออกแบบแต่เน้นรูปลักษณ์โดยไม่คำนึงว่าคนทำงานจะมีที่นั่งกินข้าวหรือเปล่า จะมีห้องน้ำเพียงพอหรือไม่ จะเดินชนกับลูกค้าหรือเปล่า หรือกลิ่นท่อระบายน้ำจะโชยไปทางห้องพักหรือเปล่า ตั้งสติและหาจุดยืนให้เจอและนิ่งเพื่อที่จะผลักดันโครงการให้ไปได้อย่างราบรื่นอยู่ภายใต้แกนแนวคิดหลัก ไม่หลงทาง และที่สำคัญใช้การตลาดเป็นตัวตั้งคำถามเสมอว่า “ใครคือลูกค้าของคุณ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.