อย่าปล่อยให้ทีมโพสโซเชียล !!!

⛔️โรงแรมคุณมีนโยบายกำกับการใช้งานโซเชียลของพนักงานหรือเปล่า?

⛔️คุณเคยสังเกตการโพสข้อความของโรงแรมแต่ละแบบหรือไม่ ว่าเขาโพสข้อความอย่างไร แบบเชนโรงแรมใหญ่ แบบระดับหรู แบบบูติกโฮเต็ลมีระดับ แบบบูติกโฮเต็ลขนาดเล็ก โฮสเทล?

⛔️คุณรู้สึกอย่างไรเวลาพนักงานมาทำงาน และเช็คอินที่โรงแรม หรือโพสลงโซเชียลว่าวันนี้งานหนัก สันนี้เจอหัวหน้าจัด วันนี้เจอลูกค้าวีน พร้อมกับเช็คอินสถานที่ที่โรงแรมและเปิดเป็นสถานะข้อความเป็นสาธารณะ

⛔️คุณรู้สึกอย่างไรเวลาทีมที่ดูแลเรื่องโซเชียลขึ้นข้อความแต่สะกดผิด เขียนภาษาอังกฤษแบบไม่ถูกต้อง หรือถึงขั้นสะกดผิดจนผิดความหมาย ทำให้การสื่อสารจากบวกเป็นลบ หรือใช้รูปภาพที่ไม่เหมาะสม?

สิ่งเหล่านี้คือความจำเป็นที่ทุกโรงแรมควรมีนโยบายการใช้สื่อโซเชียลทั้งในส่วนการขายและการตลาด และในส่วนของการใช้งานของพนักงาน เพื่อไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พักในแบบไหน

คำแนะนำ

  • การกำหนดนโยบายให้ทำเช่นเดียวกับการเขียนมาตรฐานฐานการทำงาน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ SOP (Standard Operating Procedure)
  • กำหนดผู้มีหน้าที่ใช้งาน และขอบเขตการใช้งานให้ชัดเจน
  • เขียนวิธีหรือข้อกำหนดให้ชัดเจน รวมทั้งยกตัวอย่างให้เห็น หรือกำหนดคำที่ห้ามใช้ ก็สามารถทำได้เช่นกัน
  • สำหรับการใช้งานของพนักงาน ไม่ควรให้มีการเข็คอินในสถานที่ทำงาน หรือถ่ายเซลฟี่ตามห้องพัก หรือสถานที่ต่างๆในโรงแรม
  • กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน

บางโรงแรม ไม่มีการกำหนดสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นเราจึงเห็นภาพและข้อความที่ไม่เหมาะสมของบางโรงแรม มีตั้งแต่ถ่ายรูปติดถังบำบัดมาโชว์ แต่ใช้ข้อความประกอบว่า “ยินดีต้อนรับผู้รักธรรมชาติ” หรือใช้รูปคนนั่งพักผ่อน แต่มีข้อความ Let’s take a raise แทนที่จะเป็น Let’s take a rest หรือ Let’s take some rest เป็นต้น อันนี้ยังไม่รวมถึงการใช้คำ “คะ” หรือ “ค่ะ” อย่างไม่ถูกต้องอย่างแรงที่เราพบเห็นโดยทั่วไปแบบไม่น่าให้อภัยนะคะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทีมการตลาดหรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการสื่อสารการตลาดและสื่อโซเชี่ยลคือ การทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์ของโรงแรม และการตระหนักในหน้าที่ว่า เรากำลังขึ้นข้อความ “ในนามของโรงแรม” ไม่ใช่ เล่นส่วนตัว ดังนั้นความรอบคอบจึงต้องเพิ่มมากขึ้น และคำว่า “รู้เท่าไม่ถึงการ์ณ” ไม่ควรนำมาใช้ อย่าลืมว่า ทุกโพส สามารถทำเป็นร่าง (draft) ก่อนได้ ตรวจทานให้ดีก่อนขึ้นข้อความ ยิ่งทำล่วงหน้ามากเท่าไหร่ ก็มีเวลาตรวจทานมากขึ้น

อย่าปล่อยให้พนักงานโพสโดยไม่มีการกำกับ เพราะความรวดเร็วของสื่อโซเชียลในบางครั้งอาจแก้ไขไม่ทันและสร้างความเสียหายให้คุณ

Similar Posts

  • |

    บริการโรงแรมท่ามกลางโควิด-19

    ให้บริการด้วยความห่วงใย ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อ ณ วันนี้ 985 คน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหากยังมีการเคลื่อนที่ของคนไปมาข้ามจังหวัด หรือแม้แต่ในจังหวัดเดียวกันเนื่องจากผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการเหมือนเช่นที่ผ่านมาในรอบที่ 2 เพราะฉะนั้น อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ยังคงใช้ได้เสมอ หากไม่มีธุระจำเป็นที่ต้องเดินทางกรุณาอยู่บ้านเพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณเองและบุคคลรอบข้าง แล้วคนที่เดินทางในช่วงนี้จะทำอย่างไร ? เรื่องนี้มีมาตรการที่ชัดเจนจากทางการขอแค่ให้มีวินัยในการปฏิบัติตน คือ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ (อย่างน้อย 20 วินาที) และเว้นระยะห่าง และเมื่อไปต่างสถานที่ก็ควรเคารพกฎกติกามารยาทในแต่ละสถานที่ด้วย ไม่ใช่ไปแสดงกริยาที่ไม่เหมาะสม จะเอาแต่ความสะดวกสบาย และไม่ให้ความร่วมมือกับสถานที่นั้น ๆ สำหรับโรงแรมที่ยังคงต้องให้บริการนักท่องเที่ยวที่ไม่ประสงค์จะยกเลิกการเดินทางและเดินหน้าเข้าพักตามกำหนดเดิม เพราะยึดถือในวิถีปฏิบัติของตนเองว่า “เมื่อถึงวันหยุดยาว ต้องออกไปเที่ยวให้คุ้มกับที่ได้หยุด” ทีมงานโรงแรมก็จำเป็นต้องให้บริการด้วยความรอบคอบมากขึ้น และยังคงแสดงออกถึงความห่วงใยและใส่ใจลูกค้าทุกท่าน สิ่งที่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการให้บริการท่ามกลางโควิด-19 กำลังระบาดอย่างรวดเร็ว 1. เรียงลำดับการให้บริการให้ชัดเจน การเรียงลำดับการให้บริการให้ชัดเจนตั้งแต่ลูกค้าก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณโรงแรมเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เพียงการต้อนรับลูกค้าด้วยความยิ้มแย้ม แต่ต้องนำมาตรการด้านสุขอนามัยและการคัดกรองมาใช้อย่างเข้มงวด เช่น ถ้าโรงแรมมียามรักษาความปลอดภัย รถทุกคันที่เข้ามาในบริเวณโรงแรมควรมีการตรวจวัดอุณหภูมิทั้งคนขับ และสมาชิกในรถทุกท่าน ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความล่าช้า เราสามารถออกแบบใช้คำพูดเพื่อขอความร่วมมือจากลูกค้าได้ทุกคน เมื่อลูกค้ามาถึงส่วนเช็คอิน วางขั้นตอนอย่างไร วางกระเป๋าลูกค้าตรงไหน จัดการกับกระเป๋าอย่างไร พาลูกค้าไปนั่งในส่วนรับรอง…

  • |

    Explicit vs Implicit Cost – โรงแรมควรรู้

    โรงแรมควรรู้ Explicit vs Implicit Cost เจ้าของโรงแรมรีสอร์ทที่ลงทุนและบริหารจัดการธุรกิจด้วยตนเอง และเลือกที่จะสรรหาทีมโอเปอเรชั่นมาดูแลให้เรื่องการให้บริการภายใน โรงแรม และร้านอาหารไปจนถึงสปา ซึ่งอาจจะเป็นการเอ้าท์ซอร์ทผู้ให้บริการเฉพาะทางสปามาบริหาร หรือทำเองก็แล้วแต่ ความรู้สึกบนความตั้งใจ ณ วันที่ตัดสินใจลงทุนจะทำโรงแรม เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว เจ้าของโรงแรมอาจรู้สึกและแสดงออกที่ต่างกัน ณ วันที่ตัดสินใจลงทุน อาจมองว่า “ไม่เป็นไร บริหารเองคนเดียวสบายมาก ขอแค่มีคนมาดูแลเรื่องโอเปอเรชั่นก็พอแล้ว” แต่พอโรงแรมเปิดให้บริการ ปัญหามากมายพรั่งพรูมาเป็นสายโดยเฉพาะเรื่องการให้บริการที่ต้องอาศัยการตัดสินใจขั้นสูงสุดจากเจ้าของ (เพราะวางแนวทางไว้แบบนั้น คือ แบบที่เจ้าของต้องรู้ทุกเรื่อง ต้องเซ็นต์ทุกแผ่น ) ทำให้เวลาที่ควรจะจัดสรรไปดูในภาพรวมเพื่อวางทาง คิดกลยุทธที่จะนำพาธุรกิจไปให้รอด ไม่มี หรือเหลือแค่เพียงไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับเรื่องโอเปอเรชั่น เมื่อไม่มีเวลาบริหารจัดการ วางทาง กำหนดทิศทางที่ธุรกิจจะเดินต่อไป มีแต่ตั้งรับตามแต่ลูกค้าจะเข้ามา แล้วก็แก้ไขปัญหาไปในแต่ละวัน ถึงสิ้นเดือนก็อ่านรายงาน ดูบรรทัดสุดท้าย พบกับตัวเลขสีแดง……เดือนละนิด เดือนละหน่อย สะสมไปเรื่อย ๆ พร้อมกับความหวังในเดือนต่อไปว่าจะดีขึ้น …… แต่ตนเองไม่มีเวลามานั่งคิดวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อสร้างธุรกิจ และไม่คิดที่จะหาคนมาช่วยคิดในเรื่องนี้ ในที่สุดค่าใช้จ่ายก็พอกพูนมหาศาลจนเกินกว่าที่จะรับภาระไหว … แต่นั่นเป็นเพียงค่าใช้จ่ายที่มองเห็นผ่านทางตัวเลขเท่านั้น ถูกต้องแล้วค่ะ……..

  • รับจองห้องพักโรงแรม สื่อสารอย่างไร

    สื่อสารอย่างไร เพิ่มยอดจองห้องพักโดยตรง

  • ต้องจัดหนัก – คุมอยู่ ก็รอด

    # ร้านกาแฟ เช้านี้แวะร้านกาแฟเปิดใหม่ เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักเป็นพนักงานรับออเดอร์และแคชเชียร์ยืนประจำที่เคาน์เตอร์ และมีอีก 2 คนอยู่ที่สเตชั่นของตัวเองคือเครื่องชงกาแฟ และเตาปิ้งขนมปัง เราสั่งกาแฟดำ 1 แก้ว และขนมปังปิ้งทาเนยโรยน้ำตาล 1 แผ่น ราคา 65 บาท ให้เงินไปพอดีกับราคาเป๊ะ รับใบเสร็จ รอรับของและมานั่งจิบกาแฟสบายใจ หันไปมองใบเสร็จรับเงิน ราคา 65 บาท รับเงินสด 105 บาท เงินทอน 40 บาท นั่งคิด…รอก่อน…รอให้เจ้าของมา สักพักเจ้าของร้านชายหญิงวัย 30 กลางมาถึงร้าน เรารอให้เขาจัดการอะไรให้เรียบร้อย พอดีกับที่เราดื่มกาแฟเสร็จ เตรียมเดินออกจากร้านเพื่อแวะที่เคาน์เตอร์พร้อมหลักฐานใบเสร็จ เรา: ขอโทษนะคะ มีข้อสงสัยในใบเสร็จค่ะ เพราะเมื่อกี้ชำระเงินตรงตามราคาคือ 65 บาทค่ะ พร้อมยื่นใบเสร็จให้ดู เจ้าของร้าน(หญิง): อะไรนะคะ ลูกค้าไม่ได้รับเงินทอนเหรอคะ เรา: ไม่ใช่ค่ะ คืองงว่าจ่ายเงินตรงจำนวน ทำไมถึงขึ้นในใบเสร็จว่ารับเงินสด 105 บาท และมีเงินทอน 40…

  • ตลาดผู้สูงอายุ – ข้อสังเกตที่น่าสนใจ

    ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ใครคือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แท้จริง

  • |

    10 ตัวเลขที่สำคัญที่ผู้บริหารโรงแรมควรเข้าใจ

    10 ตัวเลขที่เจ้าของโรงแรมต้องอ่านเป็น — ตั้งแต่ RevPAR Efficiency, Flow-Through Rate, Net RevPAR ไปจนถึง ALOS Elasticity พร้อม Trigger Signals และวิธีใช้ตัดสินใจที่แม่นยำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.