โรงแรม…ตั้งงบทำการตลาดออนไลน์

โรงแรมกับการตั้งงบทำการตลาดออนไลน์ หรือ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่จัดเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับธุรกิจโรงแรม และธุรกิจอื่น ๆ ในยุคปัจจุบันนั้น โรงแรมและทางฝั่งผู้ให้บริการควรจะพิจารณาและนำเสนอลูกค้าอย่างไรให้เหมาะสม และสมเหตุสมผล

ปกติเวลาโรงแรมอยากจะหาคนมาช่วยทำการตลาดออนไลน์ หรือสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางโลกโซเชี่ยล พอเราติดต่อไปส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะไม่ซักถามข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมมากนัก แต่มักจะบอกอัตราราคาค่าบริการที่คิดอยู่ในปัจจุบันให้ลูกค้าทราบ บางรายก็จะบอกเป็นราคาเริ่มต้นตั้งแต่ราคาเท่าไหร่ บางรายก็จะโฆษณาว่างบเท่าไหร่เราก็จัดให้ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีปัจจัยที่ควรคำนึงเวลาเสนอราคาอย่างไร และฝั่งตัวโรงแรมเองจะจัดจ้างผู้ให้บริการรายได้ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง

1. รูปแบบโรงแรม และตำแหน่งทางการตลาด

สำหรับรูปแบบโรงแรมและตำแหน่งทางการตลาดนั้นพิจารณาถึงจำนวนห้องพัก กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเป้าหมายรายได้จากการทำธุรกิจซึ่งแน่นอนว่าจะมีความสัมพันธ์กับการตั้งเป้าอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย

ทำไมต้องพิจารณาถึงข้อนี้ ?

เพราะตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้ของโรงแรมนั้น ๆ เช่น โรงแรมระดับกลาง ๆ 45 ห้อง ตั้งเป้าราคาห้องพักเฉลี่ย 2,500 บาท ที่อัตราเข้าพักเฉลี่ย 75% ต่อปี เท่ากับว่าโรงแรมนี้สามารถสร้างรายได้ต่อปีที่ 30.79 ล้านบาท (45 x 2,500 x 365 วัน x 75%)

ถามว่าโรงแรมนี้น่าจะสามารถใช้งบการตลาดและการขายต่อปีอยู่ที่เท่าไหร่ ?

ในข้อนี้ขึ้นอยู่กับว่าโรงแรมนั้นต้องการอะไร อยู่ในช่วงระยะเวลาไหน เช่น เตรียมเปิด เพิ่งเปิด เปิดมานานแล้ว โรงแรมบางรูปแบบก็ต้องเน้นเรื่องการสร้างแบรนด์มากหน่อย เช่นพวกดีไซน์โฮเต็ล บูติกโฮเต็ล เป็นต้น งบประมาณก็จะเพิ่มสูงขึ้นเพื่อการสร้างแบรนด์ แต่ถ้าเป็นโรงแรมแบบทั่วๆไปในราคาประหยัดอาจไม่ต้องใช้งบประมาณในการสร้างแบรนด์สูงเท่ากับโรงแรมประเภทบูติกโฮเต็ล หรือดีไซน์โฮเต็ล

สำหรับสัดส่วนแล้วสามารถตั้งงบประมาณได้ตั้งแต่ 5-8%

จากตัวอย่าง ถ้าคิดสัดส่วนอยู่ที่ 5% เท่ากับว่าโรงแรมนี้จะมีงบประมาณด้านการตลาดและการขายปีละ 1.5 ล้านบาท (30.79 ลบ. x 5%) หารต่อเดือนอยู่ที่ 128,320 บาท

ถ้าผู้ให้บริการทำการตลาดออนไลน์ไม่คำนึงถึงจุดนี้ แล้วบุ่มบ่ามเสนอราคาค่าบริการมาที่เดือนละ 85,000-100,000 บาท โรงแรมนี้คงจะบ๋ายบายกับข้อเสนอ หากพิจารณาเฉพาะตัวเลขค่าบริการ ต่อให้ผู้ให้บริการมีพอร์ตโฟลิโอที่เก๋กู้ดขนาดไหน แต่ความสามารถของโรงแรมที่จะใช้จ่ายเงินเพื่อการตลาดออนไลน์คงไม่ใช่จำนวนที่เท่ากับงบประมาณที่ตั้งทั้งหมดอย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้นทั้งฝั่งโรงแรมก็อย่าใช้เงินเกินตัว และทางฝั่งผู้ให้บริการก็กดเครื่องคิดเลขคร่าวๆเพิ่มเติมด้วยก่อนจะส่งใบเสนอราคา

2. ประสบการณ์ของผู้ให้บริการ

ผู้ให้บริการบางรายก็ภูมิใจนำเสนอผลงานมาก ซึ่งก็ไม่ได้แปลกอะไร ถือเป็นเรื่องปกติในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า แต่ประเด็นที่อยากจะแนะนำ คือ ถ้าผู้ให้บริการพิจารณาโปรไฟล์ของลูกค้าว่าเป็นโรงแรมประเภทไหนให้ชัดเจนก่อนที่จะนำเสนอผลงานตนเอง ก็จะสามารถออกแบบการนำเสนอได้น่าสนใจยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่าง โรงแรมเป็นโรงแรมขนาดเล็กแบบบูติกโฮเต็ลแบบตัวอย่างข้างต้น อยากหาทีมมาช่วยทำการตลาดออนไลน์ แต่ผู้ให้บริการมีแต่ประสบการณ์กับเชนโฮเต็ลขนาดใหญ่ที่มีห้องพักเฉลี่ย 150 ห้องขึ้นไป แต่พยายามนำเสนอว่าเราสามารถเก่งกาจเพราะเราทำโรงแรมแบบเชนโฮเต็ลมาแล้ว ……ซึ่งในความเป็นจริงการทำการตลาดโรงแรมเล็กกับโรงแรมใหญ่นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การวางกรอบวิธีคิดว่า “ชั้นทำโรงแรมใหญ่มาแล้ว ทำไมโรงแรมเล็กแค่นี้จะทำไม่ได้ หมู ๆ ” ถ้าคิดแบบนี้ไปต่อไม่ได้แน่นอน

เพราะฉะนั้น ฝั่งโรงแรมก็พิจารณาโปร์ไฟล์ของผู้ให้บริการให้ดี และไม่ได้แปลว่าคนทำโรงแรมใหญ่มาแล้วจะสามารถทำโรงแรมเล็กได้ ส่วนทางฝั่งผู้ให้บริการก็ควรพิจารณาข้อ 1 เพิ่มขึ้นมากหน่อย ก่อนบรรยายสรรพคุณตัวเองให้ลูกค้าฟัง

3. กรอบเวลาในการทำงาน

กรอบเวลาในการทำงานนั้นมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดทั้งฝั่งโรงแรมและฝั่งผู้ให้บริการ เพราะทางฝั่งโรงแรมก็จะเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่ต้องจัดสรร ส่วนฝังผู้ให้บริการก็จะเป็นตัวพิสูจน์ฝีมือความสามารถว่าจะจัดการงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในกี่เดือน

เช่น ถ้าฝั่งผู้ให้บริการแจ้งโรงแรมว่าถ้าจะทำ SEO นั้นกว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลามากกว่า 8 เดือน ก็ต้องสามารถอธิบายให้โรงแรมฟังได้ว่าในช่วงระยะเวลา 8 เดือนนั้นมีกรอบในการทำงานอย่างไรบ้าง มีปริมาณงานอะไรบ้าง แล้วเราจะวัดผลงานกันอย่างไร จะตั้งตัวชี้วัดในแต่ละเดือนอย่างไร ประเด็นนี้ควรทำภาพให้ชัดเจน จะได้เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย

โรงแรมแบบหนึ่งอาจใช้เวลาแตกต่างจากโรงแรมอีกแบบหนึ่ง ไม่มีมาตรฐานตัวเลขที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับว่าฝั่งโรงแรมให้ข้อมูลกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ชัดเจนมากขนาดไหน และทางฝั่งผู้ให้บริการก็ไม่ใช่นำการทำงานของโรงแรมอื่น มาใช้กับลูกค้าทุกคน ไม่มี one template fits all เพราะถ้าคุณทำแบบนั้น แสดงว่าคุณยังไม่ได้ศึกษาลูกค้าโรงแรมอย่างละเอียดพอ

เพราะฉะนั้น ฝั่งโรงแรมวางกรอบเวลาให้ดี ให้เหมาะกับงบประมาณที่มี ส่วนฝั่งผู้ให้บริการก็พิจารณารูปแบบของโรงแรมและความสามารถในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย

.

.

.

วันนี้ฝากข้อคิดไว้ 3 ประเด็นทั้งฝั่งโรงแรมและฝั่งผู้ให้บริการได้กลับไปทบทวนเพิ่มเติม หวังว่าการพบลูกค้าครั้งต่อไปของฝั่งผู้ให้บริการจะสร้างความประทับใจและเพิ่มความเชื่อมั่นให้ฝั่งโรงแรมได้ดีขึ้น และทางฝั่งโรงแรมก็จะรอบคอบมากขึ้นในการสรรหาผู้ให้บริการนะคะ

Similar Posts

  • | |

    ตามหาเพจที่หน้าตาคล้ายเรา

    ตามหาเพจที่คล้ายเราเพื่อจะได้รู้ว่าลูกค้ากำลังสนใจอะไรอยู่บ้าง แล้วปรับการตลาดออนไลน์หรือวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงลูกค้า

  • |

    โรงแรมเล็ก – เปิดใหม่ ไม่ต้องพึ่งใคร

    เรื่องเตรียมตัวเปิดโรงแรม(อีกครั้ง) เรามานำเสนอกันค่อนข้างบ่อยครั้ง เนื่องจากสำหรับโรงแรมที่พักขนาดเล็กถึงขนาดกลางแล้วยังคงมีประเด็นที่บางแห่งอาจต้องการความช่วยเหลือเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น และพร้อมอย่างเต็มที่เมื่อเปิดให้บริการ สำหรับเจ้าของโรงแรมที่พักขนาดเล็กภายใต้ภาวะปัจจุบันนั้นการใช้จ่ายอย่างประหยัดเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ใครที่เคยใช้จ่ายอย่างเต็มที่ อยากแต่งห้องแบบไหน ก็จัดไป อยากซื้ออะไรก็ซื้อ ตามประสาที่พักจำนวนห้องน้อยจึงไม่ค่อยได้ระวังมากนัก แต่ในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น และควรมีการจดบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบพร้อมทั้งการทำบัญชีทรัพย์สินแยกประเภท แยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน และที่สำคัญคือ การตั้งงบประมาณ (Operating Budget) ที่จะเป็นตัวช่วยในการกำกับการบริหารโรงแรมต่อไป เจ้าของโรงแรมที่พักขนาดเล็กที่มักสอบถามเข้ามาทาง #thethinkwise เราจึงมักให้คำแนะนำว่า การที่จะว่าจ้างที่ปรึกษามาเพื่อช่วยในการเตรียมเปิดโรงแรมนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณของทางโรงแรม ลองมาพิจารณาทางเลือกกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง 1. ว่าจ้างที่ปรึกษามาช่วยในการเตรียมเปิด ข้อดี – มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในประเด็นต่างๆที่เป็นรายละเอียดในส่วนของ Hotel Operation ที่บางครั้งเจ้าของโรงแรมอาจยังขาดประสบการณ์ในส่วนนี้ทำให้มองข้ามประเด็นต่าง ๆ ที่จำเป็นไป – มีการทำงานอย่างเป็นระบบ มองภาพรวม และความเชื่อมโยงของแต่ละแผนกซึ่งจะช่วยให้การเรียงลำดับงานตามความสำคัญ ความเร่งด่วนได้อย่างแม่นยำ ข้อควรระวัง – ควรพิจารณาคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการเตรียมเปิดโรงแรม (Pre-opening) อย่างชัดเจน ไม่ใช่เคยบริหารหรือทำงานในโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้ว เพราะเรื่องการเตรียมเปิดเป็นเรื่องที่มีเนื้อหาการทำงานแตกต่างจากการทำงานในโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้วอย่างสิ้นเชิง – การบรีฟคอนเซ็ปต์โรงแรมที่ชัดเจนให้กับทีมที่ปรึกษาและให้ออกแบบการทำงานให้เข้ากับคอนเซ็ปท์ ทีมงานและงบประมาณเป็นเรื่องที่ท้าทาย เรื่องนี้ต้องระมัดระวังเพราะอาจเกิดกรณีการนำเทมเพลตโรงแรมอื่นมาใส่ให้กับโรงแรมคุณโดยไม่คำนึงถึงคอนเซ็ปต์ในการให้บริการ – ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของต้องจัดสรรเพิ่มขึ้น และเมื่อครบสัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาแล้วและต้องรับมอบมาบริหารเอง ขอให้ระมัดระวังในช่วงเปลี่ยนผ่าน ส่งมอบงานกันให้ดี มีคำถามอะไร…

  • สร้างแบรนด์ด้วยการออกแบบการให้บริการ

    มาสร้างแบรนด์ มาสร้างแบรนด์กัน… แล้วธุรกิจการให้บริการอย่างโรงแรมที่พักหรือร้านอาหารจะสร้างแบรนด์ด้วยการให้บริการที่ดียอดเยี่ยมได้อย่างไร

  • |

    โรงแรมควรรู้ สร้างทีมหน้าฟร้อนท์ให้แกร่ง

    จุดเริ่มต้นการให้บริการของทุกโรงแรมเมื่อลูกค้าเดินทางมาเช็คอิน แน่นอนว่าทีมหน้าบ้าน หรือทีมฟร้อนท์ออฟฟิศที่ไม่ว่าโครงสร้างทีมงานของโรงแรมคุณจะแบ่งอย่างไร แต่พนักงานทุกคนที่อยู่ในทีมนี้เป็นทีมที่มีโอกาสแรกที่จะสร้างความประทับใจ หรือสร้างความไม่ประทับใจให้ลูกค้านับตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง แล้วทำไมหลายโรงแรมจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญในขั้นตอนการทำงาน การเตรียมงานให้แน่นๆ แต่มักจะไปเน้นตรงปลายทาง เช่น จะใช้อะไรเสริฟเป็นเวลคัมดริ๊งค์ดี จะเสริฟแบบไหนดี จะใช้คำทักทายลูกค้าอย่างไรดี บทความนี้ รวมข้อคิดในการทำงาน การสร้างทีมหน้าบ้านให้แข็งแกร่งที่โพสในหน้าเฟสบุ๊ก thethinkwise มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมารวม 3 ตอน ซึ่งเราได้รวบรวมมานำเสนออีกครั้งในบทความเดียว เพื่อสะดวกสำหรับทุกท่านในการอ่านให้ครบจบในคลิกเดียว ….อ่านแล้วมีประโยชน์ โปรดแบ่งปันให้เพื่อน ๆ เจ้าของโรงแรม หรือเพื่อนๆที่ทำงานหน้าฟร้อนท์ด้วยกันได้เลยนะคะ เรื่องที่ 1 – คุณต้อนรับลูกค้าเก่าที่เคยเข้าพักอย่างไร เวลามีลูกค้าเก่าเข้าพัก คุณกำหนดให้ทีมสื่อสารโดยใช้คำพูดแบบไหน?ส่วนตัวได้ประสบการณ์ในระดับห้าดาวมาแล้วทั้งห้าดาวแบบบวก และห้าดาวแบบไม่ขอกลับไปอีก แบบที่ 1 – สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับคุณ….อีกครั้งนะคะ ครั้งนี้เราเตรียมห้อง….สำหรับคุณ…..พร้อมอาหารเช้าตามเวลาที่แจ้งไว้ในระบบเหมือนทุกครั้งนะคะ และแน่นอนว่าเรากำชับทีมแม่บ้านเรียบร้อยว่างดฉีดน้ำยาปรับอากาศ หรือน้ำยาไล่ยุงที่มีกลิ่นรุนแรงตามที่ลูกค้าได้กรุณาให้คำแนะนำไว้เมื่อเข้าพักครั้งก่อนค่ะ…..วันนี้มีสัมภาระกี่ชิ้นคะ เดี๋ยวทีมงานจะเดินไปส่งลูกค้าพร้อมกับกระเป๋าค่ะ…..ไม่ทราบลูกค้าสะดวกให้ดิฉันเข้าห้องพักเพื่อแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมเราเพิ่มเติมในห้องพักหรือเปล่าคะ… แบบที่ 2 – สวัสดีค่ะ วันนี้ที่จองมา 2 ท่าน ห้อง….ไม่มีอาหารเช้านะคะ ถ้าจะรับประทานราคาท่านละ….บาท บวก บวก นะคะ ….เชิญทางนี้ค่ะ ไม่ทราบว่ายังพอจะจำสิ่งของเครื่องใช้ในห้องได้มั้ยคะ…

  • โรงแรมกับ Pricing Journey

    โรงแรมจะวางทางให้ลูกค้าหาเจอพร้อมกับประสบการ์ณที่ดีและไม่สร้างความสับสนให้กับลูกค้าอย่างไร

  • สร้างตัวตนโรงแรม เริ่มจากอะไร…เพลง?

    สร้างตัวตนโรงแรมด้วยเพลง ทำอย่างไร จะเริ่มจากตรงไหน และนำไปใช้ได้จริงหรือเปล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.