ต้นทุนโรงแรม ต้นทุนโรงแรม โครงสร้าง Cost Structure สำหรับโรงแรมขนาดเล็ก thethinkwise
|

ต้นทุนโรงแรม – ทำความเข้าใจ คำนวณให้เป็น

ต้นทุนโรงแรม มีอะไรบ้าง? เจาะลึก Cost Structure สำหรับโรงแรมขนาดเล็ก (อัปเดต 2026)

เจ้าของโรงแรมขนาดเล็กและบูติกโฮเต็ลจำนวนไม่น้อย “รู้สึก” ว่าค่าใช้จ่ายเดือนนี้สูงผิดปกติ แต่ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าตัวไหนคือต้นเหตุ บทความนี้เราจะแยกประเภท ต้นทุนโรงแรม ให้ครบทุกมุม ทั้งฝั่งบัญชี ฝั่งโครงการ และฝั่งปฏิบัติการ พร้อมตัวอย่างตัวเลขปี 2026

สรุปสั้นๆ — ต้นทุนโรงแรม มีอะไรบ้าง?

ต้นทุนโรงแรมแบ่งได้ 4 มุมมอง ที่ต้องเข้าใจ:

  1. ตามพฤติกรรม — Fixed Cost (คงที่) vs Variable Cost (ผันแปร)
  2. ตามช่วงโครงการ — Hard Cost / Soft Cost / Pre-opening Cost / Operating Cost
  3. ตามการมองเห็น — Explicit Cost (จ่ายจริง) vs Implicit Cost (โอกาสที่เสียไป)
  4. ตามโครงสร้างการเงิน — CapEx (ลงทุน) vs OpEx (ดำเนินงาน)

โครงสร้างต้นทุนโรงแรมไทยที่อ้างอิงจากสมาคมโรงแรมไทยคือ 30% เงินเดือนพนักงาน / 10% ค่าไฟฟ้า / 60% อื่นๆ ซึ่งใช้ได้กับโรงแรมขนาดกลาง-ใหญ่ แต่โรงแรมขนาดเล็กต้องปรับสัดส่วนตามบริบทตัวเอง

1. ต้นทุนโรงแรมแบ่งตามพฤติกรรม: Fixed vs Variable Cost

วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการเริ่มทำความเข้าใจต้นทุน คือการแยกตามพฤติกรรมว่า “ค่าใช้จ่ายตัวนั้นเปลี่ยนตามอัตราการเข้าพัก (Occupancy) หรือไม่”

ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost – FC)

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในจำนวนเท่ากันทุกเดือน ไม่ว่าจะมีลูกค้ามากหรือน้อย เช่น

  • เงินเดือนและสวัสดิการพนักงานประจำ
  • เงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ก่อสร้าง
  • ค่าเช่าที่ดิน / ค่าเช่าพื้นที่
  • ค่าซอฟต์แวร์ PMS / Channel Manager รายเดือน
  • ค่าประกันภัย
  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประจำปี
  • ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)

ต้นทุนผันแปร (Variable Cost – VC)

ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามจำนวนห้องพักที่ขายได้ (Room Night Sold) เช่น

  • ของอำนวยความสะดวกในห้องพัก (Amenities) — แชมพู สบู่ น้ำดื่ม
  • ค่าซักรีดผ้าและลินิน
  • ค่าน้ำค่าไฟส่วนที่แปรผันกับลูกค้า
  • ค่าคอมมิชชัน OTA (โดยทั่วไป 15-25%)
  • ค่าบัตรเครดิต (Merchant Fee) ~2-3%
  • ค่าใช้จ่าย Loyalty / Referral

💡 ข้อสังเกตจากหน้างานจริง

ค่าไฟฟ้า “ดูเหมือน” จะเป็น Variable Cost แต่ถ้าคุณบริหารการใช้ไฟส่วนกลางไม่ดี (ปั๊มน้ำ ไฟทางเดิน แอร์ห้องประชุมที่ว่างเปล่า) มันจะกลายเป็น Fixed Cost แบบ “เสมือน” ทันที

📖 อ่านเพิ่มเติม: หาต้นทุนห้องพัก บริหารโรงแรมให้เป็น | บริหารต้นทุนให้ดี โรงแรมก็ไปรอด

2. ต้นทุนตามช่วงโครงการ: Hard Cost, Soft Cost, Pre-opening Cost

สำหรับเจ้าของที่กำลังพัฒนาโครงการใหม่ หรือกำลัง Renovate การแยกต้นทุนตามช่วงโครงการเป็นสิ่งจำเป็น

ประเภทคืออะไรตัวอย่างสัดส่วนทั่วไป
Hard Cost ต้นทุนการก่อสร้างที่จับต้องได้ โครงสร้าง งานสถาปัตย์ งานระบบ MEP งาน Landscape 55-65% ของงบรวม
Soft Cost ต้นทุนที่ไม่ใช่การก่อสร้างโดยตรง แต่จำเป็น ค่าออกแบบสถาปนิก/ดีไซเนอร์, ค่าที่ปรึกษา, ค่าใบอนุญาต, EIA, ดอกเบี้ยช่วงก่อสร้าง 10-15%
FF&E Furniture, Fixtures & Equipment เฟอร์นิเจอร์ ที่นอน โทรทัศน์ เครื่องครัว 15-20%
OS&E Operating Supplies & Equipment ผ้าปูที่นอน ผ้าขนหนู ถาด เครื่องเขียน 2-4%
Pre-opening Cost ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดบริการ การจ้างทีม การอบรม การตลาดเปิดตัว ค่าซอฟต์แวร์ 3-5%

Soft Cost คืออะไร?

Soft Cost คือต้นทุนที่ไม่ได้เกิดจากการก่อสร้างโดยตรง แต่จำเป็นต่อการทำให้โครงการเดินหน้าได้ ครอบคลุมตั้งแต่ค่าออกแบบ ค่าที่ปรึกษา ค่าใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมต่างๆ ไปจนถึงดอกเบี้ยช่วงก่อสร้าง (Interest During Construction — IDC) เจ้าของโรงแรมเล็กมักประมาณ Soft Cost ต่ำเกินไป ทำให้งบประมาณจริงบานปลาย

3. Explicit Cost vs Implicit Cost — ต้นทุนที่มองเห็น vs มองไม่เห็น

Explicit Cost คือ?

Explicit Cost คือต้นทุนที่จ่ายเงินจริงออกไปและมีหลักฐานทางบัญชี เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าไฟ ค่าคอมมิชชัน OTA — ต้นทุนทุกตัวที่อยู่ในงบกำไรขาดทุนล้วนเป็น Explicit Cost

Implicit Cost คือ?

Implicit Cost คือ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (Opportunity Cost) ที่ไม่ได้จ่ายเป็นเงิน แต่เป็นสิ่งที่คุณ “เสียโอกาส” ไปจากการเลือกทำธุรกิจโรงแรม เช่น

  • เงินเดือนที่คุณจะได้ถ้าไม่ลาออกมาทำโรงแรม
  • ดอกเบี้ยที่จะได้รับถ้านำเงินไปฝากธนาคารแทนการลงทุนโรงแรม
  • ค่าเช่าที่ดินที่คุณเป็นเจ้าของแต่นำมาทำโรงแรมเอง

Implicit Cost ไม่อยู่ในงบบัญชี แต่ จำเป็นต้องคิด เมื่อต้องตัดสินใจว่า “ทำโรงแรมต่อหรือเลิก” หรือ “ปล่อยเช่าหรือบริหารเอง”

Economic Profit = Revenue − Explicit Cost − Implicit Cost
ถ้าคุณคิดแต่ Explicit Cost คุณอาจคิดว่าโรงแรม “กำไร” แต่จริงๆ อาจกำลังขาดทุนเชิงเศรษฐศาสตร์อยู่

📖 อ่านเพิ่มเติม: Explicit / Implicit Cost ของโรงแรม ที่ทุกคนควรรู้

4. โครงสร้างต้นทุนโรงแรมไทย: 30 — 10 — 60

จากรายงานข่าวเศรษฐกิจของกรุงเทพธุรกิจ ที่อ้างอิงข้อมูลจากสมาคมโรงแรมไทย โครงสร้างต้นทุนของโรงแรมที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่:

หมวดสัดส่วนหมายเหตุ (อัปเดต 2026)
เงินเดือนค่าจ้างพนักงาน~30%เพิ่มขึ้นจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท และค่าครองชีพ
ค่าไฟฟ้า~10%มีแนวโน้มเพิ่มจาก Ft และค่าใช้จ่ายระบบทำความเย็น
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ~60%OTA Commission, Maintenance, F&B, Marketing, Insurance

⚠️ ข้อควรระวังสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก

โครงสร้าง 30-10-60 ออกแบบสำหรับโรงแรมขนาดกลาง-ใหญ่ที่มีระบบ Department ครบ ถ้าโรงแรมคุณมี <30 ห้อง สัดส่วนเงินเดือนอาจสูงถึง 40-45% เพราะ “ทีมขั้นต่ำ” (Minimum Manning) มีน้ำหนักต่อรายได้สูงกว่า

5. ค่าก่อสร้างโรงแรม 50 ห้อง อยู่ที่เท่าไหร่?

เป็นคำถามยอดฮิตของนักลงทุนหน้าใหม่ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ “ขึ้นอยู่กับเซกเมนต์และทำเล” — แต่เพื่อให้เห็นกรอบคร่าวๆ เราขอประเมินช่วงราคาต่อห้อง (Cost per Key) ของโรงแรม 50 ห้องในประเทศไทย:

เซกเมนต์Cost per Key (THB)งบรวม 50 ห้อง (THB)หมายเหตุ
Economy / Budget Hotel900,000 – 1,500,00045 – 75 ล้านเน้นฟังก์ชัน วัสดุพื้นฐาน
Midscale1,500,000 – 2,500,00075 – 125 ล้านมีสระว่ายน้ำ ห้องอาหารเล็ก
Upscale / Boutique2,500,000 – 4,500,000125 – 225 ล้านDesign-driven, F&B Outlet
Luxury5,000,000 – 10,000,000+250 ล้าน+Pool Villa, Wellness, FF&E สั่งทำ

*ตัวเลขประมาณการสำหรับโครงการ New Build ในประเทศไทย ไม่รวมต้นทุนที่ดิน อัปเดตจากข้อมูลตลาด Q1 2026

🛠️ Free Tool

ประเมินงบโครงการของคุณเบื้องต้นได้ทันที ครอบคลุมตั้งแต่ Hard Cost, Soft Cost, FF&E, Pre-opening จนถึง Marketing Launch พร้อมรับ PDF สรุปฟรี

👉 Hotel Project Estimator

6. วิธีคิดต้นทุนห้องพักโรงแรม

การหา “ต้นทุนต่อห้องพักที่ขายได้” (Cost per Occupied Room — CPOR) เป็นจุดเริ่มต้นที่จำเป็นสำหรับการตั้งราคา (Pricing) และการตัดสินใจรับงาน Last-minute

สูตรคำนวณเบื้องต้น

CPOR = Total Operating Cost ÷ Total Room Nights Sold

ตัวอย่าง: โรงแรมขนาด 25 ห้อง

  • Total Fixed Cost/เดือน: 450,000 THB
  • Total Variable Cost ต่อห้อง: 480 THB
  • Occupancy 70% × 30 วัน × 25 ห้อง = 525 room nights
  • Total Cost = 450,000 + (525 × 480) = 702,000 THB
  • CPOR = 702,000 ÷ 525 = 1,337 THB / ห้อง

ถ้าตั้งราคาขาย Rack Rate ที่ 2,500 THB (ก่อน VAT 7% และ Service Charge 10%):

  • Net Room Revenue ≈ 2,500 ÷ 1.177 ≈ 2,124 THB
  • Contribution Margin per Room = 2,124 − 480 = 1,644 THB

📖 อ่านเพิ่มเติม: Contribution Margin โรงแรมควรทำความเข้าใจ | 10 ตัวเลขที่ผู้บริหารโรงแรมควรเข้าใจ

7. คำแนะนำจาก thethinkwise

5 ขั้นตอนบริหารต้นทุนโรงแรมให้รอด

  1. เข้าใจ — แยกประเภทต้นทุนของคุณให้ครบทั้ง 4 มุมมอง
  2. วิเคราะห์ — เก็บตัวเลขจริงย้อนหลังอย่างน้อย 12 เดือน
  3. ประมาณการ — ทำ Scenario สำหรับ Low / Shoulder / High Season
  4. จัดลำดับ — ความจำเป็น vs เร่งด่วน vs สามารถเลื่อนได้
  5. ปรับ — เลือกตัดหรือเพิ่มตามผลกระทบต่อ Guest Experience
Every cost is also an expense, but not every expense is a cost.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ต้นทุนโรงแรม มีอะไรบ้าง?

A: ต้นทุนโรงแรมแบ่งได้ 4 มุมมอง คือ (1) Fixed vs Variable Cost ตามพฤติกรรม (2) Hard, Soft, FF&E, Pre-opening Cost ตามช่วงโครงการ (3) Explicit vs Implicit Cost ตามการมองเห็น (4) CapEx vs OpEx ตามโครงสร้างการเงิน

Q: Soft Cost คืออะไร?

A: Soft Cost คือต้นทุนที่ไม่ได้เกิดจากการก่อสร้างโดยตรง แต่จำเป็นต่อโครงการ เช่น ค่าออกแบบ ค่าที่ปรึกษา ค่าใบอนุญาต EIA ดอกเบี้ยช่วงก่อสร้าง โดยทั่วไปอยู่ที่ 10-15% ของงบรวม

Q: Explicit Cost กับ Implicit Cost ต่างกันอย่างไร?

A: Explicit Cost คือต้นทุนที่จ่ายเงินจริงและมีหลักฐานทางบัญชี ส่วน Implicit Cost คือต้นทุนค่าเสียโอกาสที่ไม่ได้จ่ายเงิน แต่เป็นสิ่งที่เสียโอกาสไปจากการเลือกทำธุรกิจโรงแรม

Q: ค่าก่อสร้างโรงแรม 50 ห้อง ใช้งบเท่าไหร่?

A: ขึ้นอยู่กับเซกเมนต์ ตั้งแต่ 45-75 ล้านบาทสำหรับ Economy Hotel ไปจนถึง 250 ล้านบาทขึ้นไปสำหรับ Luxury Hotel โดยทั่วไป Cost per Key อยู่ที่ 900,000 – 10,000,000 บาท ไม่รวมที่ดิน

Q: โครงสร้างต้นทุนโรงแรมไทยเป็นอย่างไร?

A: ตามข้อมูลสมาคมโรงแรมไทย โครงสร้างต้นทุนแบ่งเป็น 30% เงินเดือนพนักงาน 10% ค่าไฟฟ้า และ 60% ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น OTA Commission, Maintenance, F&B แต่สำหรับโรงแรมขนาดเล็ก สัดส่วนเงินเดือนอาจสูงถึง 40-45%

Q: วิธีคิดต้นทุนห้องพักโรงแรมทำอย่างไร?

A: คำนวณจาก Cost per Occupied Room (CPOR) = ต้นทุนการดำเนินงานรวม ÷ จำนวนห้องที่ขายได้ โดยต้องรวมทั้ง Fixed Cost และ Variable Cost ก่อนนำไปใช้ตั้งราคาขายและคำนวณ Contribution Margin

📞 ต้องการคำปรึกษาเฉพาะกรณีของคุณ?

thethinkwise เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนและประเมินความเป็นไปได้ของโครงการโรงแรมขนาดเล็ก-กลาง ตั้งแต่ Pre-development ไปจนถึง Operations

👉 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ LINE @thethinkwise

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.