|

“อย่าหวังน้ำบ่อหน้า” แล้วโรงแรมจะไปต่ออย่างไร

look no further

เมื่อผู้ว่าททท.กล่าวว่า “อย่าหวังน้ำบ่อหน้า…….” จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายๆคนพอได้อ่านข่าว หรือได้ฟังก็ถึงกับนั่งพัก ตั้งหลักใหม่กันเลยทีเดียว

ประเด็นก็คือ “ให้เราอยู่กับความเป็นจริง และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น”

เมื่อสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวของบ้านเราขึ้นอยู่กับต่างชาติเป็นหลัก แต่ด้วยสถานการ์ณโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ระหว่างประเทศได้ เท่ากับว่ารายได้ที่เราเคยตั้งเป้ากันไว้ว่าจะทำได้ที่ 40.0 ล้านคน สร้างรายได้ที่ 2.03 ล้านล้านบาทนั้นก็คงต้องลืม ๆ ไปก่อน และหันกลับมาดูที่รายได้ที่จะมาจากนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก ซึ่งตั้งเป้าหมายสำหรับปี 2563 อยู่ที่ 1.13 ล้านล้านบาท

ถ้าเปรียบเทียบสัดส่วนรายได้ระหว่างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติกับนักท่องเที่ยวในประเทศ จะอยู่ที่ 65 : 35

ตัวเลขสัดส่วนรายได้ที่แตกต่างกันมากนั้นสะท้อนถึงยอดใช้จ่ายต่อหัวที่แตกต่างกันด้วยระหว่างนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวในประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจึงพยายามเร่งผลักดันมาตรการเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นซึ่งหวังว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศในหลักหมื่นล้านบาท

เมื่อโรงแรมต้องกลับมาอยู่บนความเป็นจริง ขอให้ตั้งหลักให้ดีและประเมินทุกอย่างบนข้อเท็จจริง และกำลังปัจจัยของแต่ละคน โดยเริ่มจากเลิกตั้งคำถามว่า “ทำไมเป็นแบบนี้” หรือ “ทำไมต้องเกิดอะไรแบบนี้” เพราะความจริงคือ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และจะยังอยู่กับเราต่อไปอีกนานพอสมควรจนกว่าจะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 เกิดขึ้นและใช้งานได้จริง

ดังนั้นขอให้พิจารณาและประเมินสิ่งต่าง ๆ ตามประเด็นต่อไปนี้

1. เงินทุนคงเหลือ

ที่ไม่เลือกใช้คำว่า “เงินทุน” เฉย ๆ เพราะหลายโรงแรมเดินทางมาสักพักจนต้องเรียกว่า “เงินทุนคงเหลือ” แล้วเพราะในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาก็ต่างลงขันกันในระหว่างหุ้นส่วน ผู้ร่วมทุนกันไปพอสมควรแล้ว หรือบางโรงแรมอาจจำเป็นต้องนำไปใช้จ่ายสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็น จนทำให้เงินทุนที่มีเริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ ดังนั้นสิ่งที่เจ้าของโรงแรมควรประเมินก็คือ ภายใต้เงินที่คงเหลืออยู่ ธุรกิจจะสามารถดำเนินต่อไปได้อีกกี่เดือน และถ้าต้องการเงินทุนเพิ่ม ความสามารถในการก่อหนี้เพิ่มเติมเป็นเท่าไหร่ สำหรับโรงแรมที่มีการกู้ยืมมาทำธุรกิจ ส่วนโรงแรมใครไม่มีหนี้สินอะไร และไม่สามารถควักเงินส่วนตัวใส่เข้ามาได้อีกต่อไปแล้ว ก็ควรเริ่มติดต่อสถาบันการเงินเพื่อให้เขาช่วยประเมินว่าโรงแรมของคุณสามารถกู้ได้เท่าไหร่ ภายใต้เงื่อนไขอย่างไร อัตราดอกเบี้ยเป็นเท่าไหร่ และคุณค่อยกลับมาประเมินว่า ภายใต้ตลาดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คุณจะสามารถสร้างรายได้เพียงพอที่จะมาผ่อนชำระตามเงื่อนไขของธนาคารได้หรือไม่

ตัวเลขที่ประมาณการนั้นควรรวบรวมให้ครบถ้วนไม่เฉพาะแต่เรื่องเงินที่จะใช้จ่ายเงินเดือนพนักงาน แต่ควรทำงบการตลาด การขายและการประชาสัมพันธ์ทางช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะออนไลน์เป็นหลักด้วย

2. ทรัพยากรและทีมงานที่มีอยู่

ทีมงานและทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่สามารถใช้งานและเพียงพอในการให้บริการลูกค้าได้มากน้อยอย่างไร สถานการ์ณในอีก 6 เดือนข้างหน้า ปริมาณลูกค้าที่คาดว่าจะเข้ามาตามแผนการตลาดและการขายที่คุณได้ลงมือทำ และมีแผนที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

สำหรับโรงแรมที่มีรายการที่ต้องปรับปรุงเล็ก ปรับปรุงน้อยเพื่อให้โรงแรมดูสดใสมากขึ้นนั้น ควรเร่งรวบรวมรายการสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นเรียงลำดับความสำคัญให้ดีว่าอะไรก่อนหลัง อะไรรอได้ แล้วทะยอยจัดซื้อให้เหมาะสมกับรายได้และเงินหมุนเวียนที่มีอยู่

ส่วนทีมงานนั้นก็ควรปัดฝุ่นเล็กน้อยโดยเพิ่มเรื่อง Health and Safety เข้าไปในทุกส่วนทุกขั้นตอนในการให้บริการว่าจะสามารถตอบสนองทั้งความต้องการลูกค้าได้อย่างไรเพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้บริการมากขึ้น

สิ่งที่เห็นบางแห่ง เช่น ร้านอาหาร มีการป้องกันอย่างดี แยกสำรับทุกอย่าง แต่ไม่มีเรื่องการเว้นระยะห่างเลย พนักงานยังคงยืนจับกลุ่มคุยกันเมื่อไม่มีลูกค้าโต๊ะไหนเรียกเสมอ

3. ตลาดในประเทศ

อย่างที่เคยย้ำไปในหลายบทความ และใน podcast ว่าคำว่า “ตลาดในประเทศ” ต้องไม่ลืมชาวต่างชาติที่ทำงานในบ้านเราด้วยเป็นอันขาด เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่โรงแรมควรใส่ใจและทำการตลาดเช่นกัน

ถึงแม้ในภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันทุกคนต้องระมัดระวังในเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่เชื่อว่าถ้าคุณจัดแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เหมาะกับโรงแรมของคุณ ก็เชื่อว่าคุณจะสามารถออกแบบการสื่อสารการตลาดให้เข้าถึง และสร้างความสนใจให้ลูกค้ามาจองห้องพักกับคุณได้แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าในระหว่างที่เราถูกล็อคดาวน์ คุณและโรงแรมของคุณแสดงออกอย่างไร สื่อสารกับลูกค้าของคุณอย่างไร ถ้าคุณมีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ คุณมีโอกาสที่จะกลับมาได้เร็วกว่าโรงแรมที่ไม่มีการสื่อสารการตลาดเลย

4. รายได้กับแผนการตลาด

สำหรับโรงแรมที่มีการจำหน่าย Voucher ไปล่วงหน้าใช้ได้แบบอีก 1-2 ปีเลยนั้น เงินที่เข้ามาคุณวางแผนจัดการอย่างไร เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นประจำเดือนมากน้อยอย่างไร และถ้าจะเปิดต่อไปให้ถึงสิ้นปีด้วยความหวังว่าไตรมาสสุดท้ายของปีสถานการ์ณจะดีขึ้น คุณควรจะมีเงินหมุนเวียนเพื่อให้โรงแรมเดินต่อไปได้เท่าไหร่

สิ่งสำคัญคือ โรงแรมควรลุกขึ้นมาทำการตลาดแบบ Super Active Marketing หรือเรียกว่า “วิ่งเข้าใส่ ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าเห็นโรงแรมคุณในทุกช่องทาง” ส่วนใครที่ยังคงทำการตลาดแบบเดิม ๆ แล้วก็นั่งบ่นเรื่องความไม่เท่าเทียมกันบนขนาดของธุรกิจ ทำให้โรงแรมขนาดเล็กสู้โรงแรมขนาดใหญ่ไม่ได้นั้น ก็คงต้องปล่อยให้เขาอยู่กับตรงนั้นไป เพราะในยุคปัจจุบันการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ที่ขนาดแล้ว แต่อยู่ที่ “ใครเร็วกว่ากัน” เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณเสียไปกับการย้ำคิดย้ำทำกับเหตุการ์ณในอดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้นั้นก็ยิ่งแสดงว่าคุณไม่ได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

คุณควรจะคิดตั้งแต่ก่อนที่จะลงทุนทำแล้วว่า “คุณเลือกที่จะทำโรงแรมที่พักขนาดเล็ก” เพราะฉะนั้นก็ใช้ข้อได้เปรียบ หรือจุดแข็งของความเล็ก ความคล่องตัว และสร้างกลุ่มตลาดเป้าหมายเฉพาะกลุ่มให้เกิดขึ้น แทนที่จะมานั่งบ่นไปเรื่อย ๆ จนจบวันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทุกโรงแรมมีเวลาอีก 6 เดือนในปีนี้เพราะฉะนั้นคิดจะทำอะไร “ลงมือทำ”

แต่ถ้าคุณคิดว่า “คุณจะไม่ไปต่อ” ก็ควรศึกษา 2 เรื่อง คือ การเปลี่ยน Business Model หรือศึกษาแผนการออกจากธุรกิจ ( Exit Plan ) ว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย

อย่าตั้งหลักนาน เวลามีจำกัด อยู่กับข้อเท็จจริง และกล้าที่จะตัดสินใจ

thethinkwise · EP21 – โรงแรม อย่าหวังน้ำบ่อหน้า

Similar Posts

  • สร้างแบรนด์ให้โรงแรม

    ความจำเป็นและความสำคัญของการสร้างแบรนด์สำหรับโรงแรมนั้น จริงๆอยู่ที่ความต้องการและเป้าหมายทางธุรกิจที่เป็นโจทย์ตั้งต้นของเจ้าของโครงการ ขั้นตอนการทำงานของเราคือการพูดคุย สอบถาม ร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ กับเจ้าของโครงการเพื่อให้เข้าใจจุดประสงค์ เป้าหมายที่ชัดเจน บางกรณีก็ได้ข้อสรุปว่าไม่ต้องทำ แค่สร้างและเปิดให้บริการให้ได้ตามกำหนด บางกรณีต้องการปรับตำแหน่งทางการตลาด ขายในราคาที่ดีขึ้นเนื่องจากต้นทุนสูงมาก กรณีนี้ก็ควรสร้างแบรนด์ หรือบางกรณีลูกค้าต้องการสร้างธุรกิจโรงแรมเพื่อสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง ต้องการต่อยอดไปถึงการทำหลายโครงการ หลายแบรนด์เพื่อจับกลุ่มตลาดที่ต่างกัน เพื่อปูทางไปในสายธุรกิจรับบริหารจัดการโรงแรมในอนาคต กรณีนี้ต้องสร้างและออกแบบแบรนด์ไปจนถึงบริหารแบรนด์อย่างจริงจัง ซึ่งก็จะมีการเขียนคู่มือและแนวทางในการปฏิบัติให้ ตั้งแต่ Brand Statement, Brand Promise, Brand Concept, Brand Management เป็นต้น เมื่อพัฒนาแบรนด์แล้วก็ควรทำการตลาดเพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักให้ตรงตามตลาดที่เป็นกลุ่มเป้าหมายผ่านทางช่องทางต่างๆอย่างมีแผนการจัดการ และตารางการทำงานที่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ และตามด้วยการตอกย้ำทางด้านการขายผ่านทางกิจกรรมต่างๆโดยใช้สื่อที่ยังแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน กิจกรรมข้างต้นทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ดังนั้นความมั่นคงในเป้าหมายในการทำธุรกิจ และแนวทางในการทำธุรกิจจึงมีความสำคัญ ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนทำโรงแรมจึงควรตั้งเป้าหมายในการทำโครงการให้ดีว่าจริงๆต้องการอะไร เพราะการเปลี่ยนเป้าหมายกลางทางมีแต่ผลเสีย หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที สนใจสอบถามเพิ่มเติม สามารถทิ้งคำถามไว้ได้เลยค่ะ ทั้งกล่องข้อความ หรือช่องความเห็น #ทำโรงแรม #สร้างแบรนด์ #โรงแรม #รู้ให้จริงทำให้เป็น

  • |

    การตลาดโรงแรมเล็ก – เจาะเพื่อขาย

    ทำการตลาดโรงแรมเล็กให้ขายได้ควรพิจารณาอะไรบ้าง

  • |

    รอบสอง โรงแรมต้องตั้งหลักให้ดี

    โรงแรมจะเตรียมพร้อมรับกับโควิดรอบสองอย่างไร จะประเมินสถานการณ์อย่างไรเพื่อไปต่อ

  • |

    คุยกับธนาคารให้รู้เรื่อง…โรงแรมต้องทำอย่างไร

    คุยกับธนาคารให้รู้เรื่อง…โรงแรมต้องทำอย่างไร ? เมื่อโรงแรมเลือกที่จะเดินทางต่อ หรือใครที่คิดจะทำโรงแรมใหม่ และต้องการปรึกษาธนาคารเพื่อขอเงินกู้หรือใช้บริการสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ในการสนับสนุนโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเล็กหรือใหญ่ มีประเด็นอะไรที่เราในฐานะเจ้าของกิจการควรจะชี้แจงให้ชัดเจนกับธนาคารเพื่อให้ข้อมูลที่มีน้ำหนักและมีความชัดเจน 1. วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน คุณต้องการใช้เงินไปทำอะไร ชี้แจงให้ชัดเจน ถ้าต้องการก่อสร้างปรับปรุงโรงแรม ก็อธิบายให้ชัด เป็นที่ดินว่างเปล่า ก่อสร้างโรงแรมใหม่ หรือเป็นอาคารพาณิชย์เดิมและต้องการดัดแปลงเพื่อทำเป็นโรงแรม สิ่งที่ธนาคารจะพิจารณามีความแตกต่างกันถึงแม้ประเภทสินเชื่ออาจจะใช้วงเงินกู้ระยะยาวเหมือนกันก็ตาม หากเป็นที่ดินว่างเปล่าก็ต้องไปพิจารณาตั้งแต่ผังเมืองในพื้นที่นั้นอนุญาตให้ทำธุรกิจประเภทโรงแรมได้หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าของโรงแรมก่อนที่จะไปพบสถาบันการเงินจะผ่านการหาข้อมูลในส่วนนี้แล้ว เพราะก่อนที่สถาปนิกจะออกแบบเขาก็จะต้องตรวจสอบกฎระเบียบที่ใช้บังคับในการก่อสร้างอาคารในพื้นที่นั้นๆ เช่น อนุญาตให้ก่อสร้างด้วยความสูงอาคารไม่เกินกี่เมตร พื้นที่ใช้สอยต่ออาคารไม่เกินกี่ตารางเมตร เป็นต้น 2. รูปแบบการทำธุรกิจโรงแรมเป็นอย่างไร ประเภทโรงแรมที่พักของคุณเป็นแบบไหน จำนวนห้องพักกี่ห้อง วางแผนการตลาดในการหารายได้อย่างไร กลุ่มตลาดเป้าหมายเป็นใคร ใช้จำนวนพนักงานเท่าไหร่ ประมาณการค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นอย่างไร และที่สำคัญตัวเลขในการประมาณการธุรกิจมีการแบ่งสถานการณ์หรือการทำฉากทัศน์ (Scenario) ไว้อย่างไร ตั้งแต่สถานการณ์ปกติที่ใช้เป็นฐาน (Base Case) สถานการณ์ดีมาก (Best Case) และในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case) โดยกำหนดอัตราการเข้าพัก และราคาห้องพักเฉลี่ยเป้าหมายอยู่ที่เท่าไหร่ แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์เพื่อให้ธนาคารเห็นภาพว่าคุณวางแผนรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไร มีการจัดการด้านการเงินรองรับอย่างไร ถ้าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หลายโครงการทำตัวเลขไปเฉพาะที่ตัวเองคาดหวังหรือตัวเลขที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคาร เรียกว่าเป็นตัวเลขที่ผ่านเกณฑ์ธนาคารแน่นอน…

  • |

    โรงแรมเล็ก…ทำตัวให้เบารับปี 2566

    ปีท้าทาย กับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โรงแรมเล็กทำตัวให้เบา ต้องทำอย่างไร มาเตือนความจำกันอีกครั้ง

  • Travel Bubble หายไปไหน?

    Travel Bubble หายไปไหน มาตามหากันว่าเพราะอะไร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.