โรงแรมเตรียมพร้อม…แค่ไหน
โรงแรมเตรียมพร้อมอย่างไรเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยว
โรงแรมเตรียมพร้อมอย่างไรเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยว
สังคมการถ่ายภาพกับทีมโรงแรม วันนี้อยากนำเรื่องการถ่ายภาพในสังคมบ้านเรามาพูดคุยกันบ้าง แต่จะไม่ได้พูดในแง่การถ่ายภาพและแชร์ขึ้นโซเชียลในส่วนของคนทั่วไปที่เดินทางท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ และอยากแบ่งปันให้เพื่อนฝูงได้เห็นนะคะ แต่จะพูดในแง่การทำงานของทีมงานภายในองค์กรของแต่ละธุรกิจ เรื่องของเรื่องมาจากคำถามหลังไมค์เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาที่ตั้งคำถามว่า “จะทำอย่างไรดีกับการถ่ายภาพของพนักงานในบริษัท? “ ในบริษัทคุณก็ประสบปัญหานี้เช่นกันหรือเปล่า ? คำถามนี้ไม่ได้จบแค่ประโยคคำถามด้านบน แต่ถูกสำทับด้วยน้ำหนักของข้อมูลเพิ่มเติมว่า “มีหัวหน้างาน จริง ๆ ก็คือเด็กระดับ supervisor ของร้านที่ชอบถ่ายรูปส่งรายงานให้ผู้ถือหุ้นคนนึงตลอด และผู้ถือห้นคนนั้นก็ไม่ค่อยได้เข้ามาดกิจการในร้านแต่กลับเชื่อภาพนั้น โดยไม่ร้ที่มาที่ไปของภาพ” ฟังแล้วก็ต้องบอกว่า…จริง ๆ เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องถ่ายภาพเท่าไหร่ แต่การถ่ายภาพเป็นส่วนประกอบหนึ่งของเรื่องการบริหารจัดการ เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับหลายบริษัทแน่นอน กรรมการหรือผู้ถือหุ้นสั่งให้พนักงานคนใดคนหนึ่งคอยถ่ายภาพรายงานสิ่งต่าง ๆ เช่น ความสะอาดภายในร้าน พนักงานทำน้ำหก ทำแก้วแตก น้ำนองพื้น พนักงานยืนจับกล่มคุยกัน เป็นต้น ประเด็นคงไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก แต่อยู่ที่ว่ากรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนนั้นเลือกใช้การถ่ายรูปเป็นกระบวนการในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างไร ยกตัวอย่าง พนักงานถ่ายภาพอาหารหกเลอะเทอะที่พื้นร้านอาหาร 1 รูป และส่งรูปที่ทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยโดยมีพนักงานกำลังถูพื้นอยู่ หรือการถ่ายภาพห้องเก็บสต๊อกของ วัตถุดิบที่ไม่มีการจัดระเบียบให้สะอาดเป็นระบบ และภาพพนักงานกำลังจัดสต๊อกของให้เรียบร้อย และกรรมการ/ผู้ถือหุ้นคนนั้นก็ชื่นชมผลงานของพนักงานที่ถ่ายภาพ แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อเกิดการประเมินผลงานพนักงานที่ไม่เหมาะสมให้คำชมกับพนักงานผิดคน พนักงานที่ทำงานน้อยใจ เสียใจ เพราะเป็นคนทำงานแก้ไขปัญหาเองทั้งหมด แต่กลับมีพนักงานอีกคนถ่ายภาพรายงานสิ่งต่าง ๆ ให้ผู้บริหาร และผู้บริหารชื่นชมกับผลงานของพนักงานที่ถ่ายภาพ…
ตามหาลูกค้าโรงแรมเพื่อเพิ่มยอดจองห้องพักหลังโควิด จะทำอย่างไรให้ลูกค้าหาโรงแรมเจอ และเมื่อหาเจอแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้ลูกค้าจองตรง
ทำไมโรงแรมแต่ละแห่งถึงแตกต่างกัน ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่อยู่ที่ “แต่ละคน” เลือกที่จะทำอะไร
สร้างความประทับใจในวันที่ลูกค้าเช็คเอ้าท์ เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอน แต่มักเป็นจุดที่โรงแรมมักละเลย
เมื่อลูกค้าไม่ประทับใจในการบริการ คุณมีวิธีการแก้ไขอย่างไร
อยากหาลูกค้าจากญี่ปุ่น ลองมาสังเกตตลาดญี่ปุ่นจากโบรชัวร์ท่องเที่ยวกันก่อน แล้วค่อยว่ากันค่ะ
หลายคนหลายความเห็น แล้วจะเชื่อใครดี
สำนวนอังกฤษที่ใช้เตือนใจสำหรับคนที่มักจะคิดเล็กคิดน้อยกับรายจ่ายจำนวนไม่มาก แต่กับรายจ่ายจำนวนมหาศาลกลับใช้จ่ายได้ เช่น มีเงินซื้อรถใหม่คนละหลายล้าน แต่กลับเรื่องซื้อรองเท้าใช้ทำงานใหม่สักคู่คิดแล้วคิดอีก บางทีสำนวนนี้ก็ทำให้นึกถึงจิตวิทยาในการบริหารงานโรงแรมเรื่องหนึ่งเหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า หัวหน้าแผนกบุคคลทำงบประมาณขอเพิ่มค่าอาหารกลางวันต่อหัวให้พนักงานอีก 5 บาท แต่เจ้าของโรงแรมบอกว่า “เอาไว้ก่อน ก็ยังกินกันได้ไม่ใช่เหรอ” แต่ต่อมาผ่านไป 7 วัน มีรถยุโรปเปิดประทุนคันใหม่มาจอดที่หน้าโรงแรม เรื่องนี้ถึงแม้จะไม่เกี่ยวกัน เจ้าของกิจการจะใช้เงินอะไร ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา แต่เผอิญเป็นจังหวะที่พนักงานกำลังเดือดร้อนในเรื่องอาหารไม่พอและไม่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากต่อพลังบวกของทีมงาน จึงทำให้พนักงานรู้สึกไม่ดีกับเจ้าของกิจการ สำนวนนี้คล้ายกับสำนวนไทยที่ว่า #เสียน้อยเสียยาก_เสียมากเสียง่าย ที่เรารู้จักกัน โดยคล้ายกันในส่วนแรก คือ คิดมากคิดเล็กคิดน้อยกับการจะต้องจ่ายเงินจำนวนน้อย แต่ความหมายในส่วนหลังจะต่างกัน คือของไทยจะหมายถึง ในที่สุดก็ต้องเสียเงินในจำนวนที่มากกว่า เช่น ตอนสร้างโรงแรม ช่างออกแบบงานระบบคำนวณให้แล้วว่าควรใช้ปั๊มน้ำแบบไหน แรงดันเท่าไหร่ แต่ก็ยังไปซื้อปั๊มแบบที่ใช้ตามบ้านเดี่ยวมากระจายติดตามจุดต่างๆ พอโรงแรมเปิดใช้งานได้ไม่นาน ระบบจ่ายน้ำโรงแรมมีปัญหาและในที่สุดต้องรื้อระบบน้ำใหม่ทั้งหมด ต้องปิดโรงแรมชั่วคราวเพื่อให้ช่างทำงานได้ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา เสียทั้งโอกาสทางการขาย เป็นต้น . . อย่าเป็นคนเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย . . จัดเรียงลำดับความสำคัญให้ถูก #เตือนใจ #เรียนรู้จากสำนวน
ทำตลาดเอเย่นต์ต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่เป็นตลาดที่สำคัญที่โรงแรมจำนวนมากห้องควรให้ความสำคัญ
กด ESC หรือคลิกที่นี่เพื่อปิด