สร้างแบรนด์โรงแรม

ออกแบบ CI โรงแรมจะลงมือเมื่อไหร่ดี

สร้างแบรนด์โรงแรม

สร้างแบรนด์โรงแรม กับการออกแบบ CI โรงแรมควรจะเริ่มเมื่อไหร่ดี

คำถามนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมองภาพเส้นทางการ สร้างแบรนด์โรงแรม ในแบบไหน และโครงการโรงแรมของคุณวางเป้าหมายธุรกิจไว้อย่างไร ตำแหน่งทางการตลาดอยู่ตรงไหน ใครเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และมีความพร้อมของทีมงานที่จะใช้ CI ที่พัฒนาแล้วให้เกิดประโยชน์มากน้อยอย่างไร

.

CI = Corporate Identity

Corporate Identity (CI) refers to the visual and verbal elements that represent a company or brand. It includes the logo, color palette, typography, imagery, and tone of voice, which together create a consistent and recognizable image. A strong CI helps build trust, differentiate the brand from competitors, and communicate its values and personality to the target audience.

อัตลักษณ์องค์กร หมายถึงองค์ประกอบทางภาพและการสื่อสารที่ใช้ในการแสดงถึงบริษัทหรือแบรนด์ ซึ่งรวมถึงโลโก้ ชุดสี แบบตัวอักษร ภาพลักษณ์ และน้ำเสียงในการสื่อสาร ที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่สม่ำเสมอและเป็นที่จดจำ CI ที่แข็งแกร่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ แยกแบรนด์ออกจากคู่แข่ง และสื่อสารค่านิยมและบุคลิกของแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

หลายคนมักมองว่าการออกแบบโลโก้ กับการเลือกใช้รูปแบบตัวอักษร และกำหนดโทนสีในการวางกราฟิกและการจัดวาง (Layout Design) คือ “จบ” กับการทำ CI ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ ถึง 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับโจทย์ที่บรีฟให้ผู้ออกแบบไปตีความและออกแบบ ซึ่งขั้นตอนนี้เรียกว่า Visual Identity Design ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการพัฒนา CI (CI Development)

ขั้นตอนการพัฒนา CI

  1. Discovery and Strategy
  2. Visual Identity Design
  3. Brand Guidebook
  4. Implementation Planning
  5. Launch and Evaluation

เรามักพุ่งเป้าไปที่ข้อ 2 การออกแบบและข้อ 3 คู่มือการใช้งาน ในฐานะสิ่งตอบแทนกับค่าจ้างที่จ่ายให้ผู้ออกแบบ นอกเหนือจากงานที่ได้รับคือแบบโลโก้ แบบตัวอักษร การจัดวาง และก็ควรมีคู่มือการใช้งานบนพื้นงานประเภทต่างๆ ทั้งพื้นสีเข้ม พื้นสีอ่อน ไปจนถึงการกำหนดขนาดความสูง ความกว้างขั้นต่ำของโลโก้ที่จะนำไปใช้ในกรณีต่างๆ —- แล้วก็ถือว่า “จบ”

.

ถ้าเราลองมาดูประเด็นที่ควรให้ความสำคัญในการพัฒนา CI ของโรงแรมแต่ละประเภทกันบ้าง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า “คุณควรเริ่มพัฒนา CI เมื่อไหร่?”

  1. Budget Hotel กลุ่มราคาประหยัด
    • ให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและการใช้งบประมาณ (Simplicity and Cost-effective)
    • ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและสอดคล้องกับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ (Operational Efficiency)
  2. Boutique Hotel กลุ่มบูติกโฮเต็ล โรงแรมขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
    • ให้ความสำคัญกับเรื่อง Storytelling การเล่าเรื่องที่น่าสนใจ น่าดึงดูดและชวนติดตาม
    • การให้เวลากับขั้นตอนการออกแบบเพื่อสร้างความสมดุลย์ระหว่าง “ไอเดีย” (Creativity) กับ “การนำไปใช้จริง” (Practicality)
  3. Luxury Hotel กลุ่มโรงแรมระดับหรู หรือระดับลักช์ชูว์ แบบที่ชอบเรียกกัน
    • ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในประเด็นต่างๆรอบด้าน (High level of detail and refinement)
    • ให้เวลาอย่างเพียงพอเพื่อสร้างงานระดับคุณภาพที่มีความพิเศษ (Exclusivity and premium quality)

.

จากความแตกต่างของโรงแรมแต่ละประเภทข้างต้น การจัดวางตารางในการพัฒนา CI จึงมีความแตกต่างกันเนื่องจาก

  1. ความซับซ้อนของงาน (Complexity)
  2. ระดับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Involvement) — ขั้้นตอนที่มักประสบปัญหาเนื่องจากรอความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาสรุปเพื่อปรับปรุงงานต่อไป
  3. ตำแหน่งของแบรนด์ในตลาด (Brand Positioning)

.

ตัวอย่าง สมมติว่าคุณมีเวลา 9 เดือนก่อนเปิดให้บริการ คุณคิดว่าจะให้เวลาในแต่ละขั้นตอนของการพัฒนา CI อย่างไร —- ลองมาดูตารางต่อไปนี้กัน

PhaseBudget HotelBoutique HotelPremium Boutique HotelLuxury Resort
Discovery and Strategy2 weeks3 weeks4 weeks6 weeks
Visual Identity Design2 weeks3 weeks6 weeks8 weeks
Brand Guidebook2 weeks3 weeks4 weeks6 weeks
Implementation Planning2 weeks3 weeks6 weeks8 weeks
Launch and Evaluation2 weeks3 weeks4 weeks6 weeks
Total Timeline6-8 weeks8-12 weeks20-24 weeks
(5-6 months)
30-34 weeks
(7-8 months)

***หมายเหตุ(ตัวใหญ่มากๆ) ตารางข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน ความละเอียด และความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียของโครงการ เช่น หากคุณลงทุนโครงการในระดับหลัก 100.0 ล้านบาทขึ้นไปตั้งเป้าเปิดอีกหลายโรงแรมในอนาคตในหลายทำเลที่ตั้งไปจนถึงขยายไปยังต่างประเทศ แน่นอนว่าขั้นตอนในส่วนกลยุทธ (Strategy) การออกแบบ ไปจนถึงการผลิตคู่มือการใช้งานโดยละเอียดอาจใช้เวลาพอสมควร แต่ถ้าคุณลงทุนทำบ้านพักตากอากาศในกลุ่มราคาประหยัด อาจใช้เวลาสั้นเพียง 1-2 เดือน หรือทำบ้านพักตากอากาศในกลุ่มตลาดหรู ก็อาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นมาอีก 2-3 สัปดาห์

.

ประเด็นที่อยากจะเน้นสำหรับกลุ่ม Luxury Resort ที่แนะนำให้เริ่มพัฒนา CI แต่เนิ่นๆ มีดังนี้

  1. Attention to Details งานที่มีรายละเอียดมากและมีการออกแบบเพื่อให้ได้งานที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายควรให้เวลาที่เพียงพอ
  2. Stakeholder Alignment โครงการในระดับตลาดบน (Upscale) ขึ้นไปนั้น ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องมีหลายระดับตั้งแต่ ผู้ลงทุุน ผู้ออกแบบ และอื่นๆ จึงควรเผื่อเวลาในการพัฒนา CI เพราะจะมีขั้นตอนการอนุมัติ การคอมเมนต์ต่างๆมากมาย
  3. Exclusive Partnership ความร่วมมือทางธุรกิจเป็นพิเศษ ผู้มีส่วนได้เสียต่างๆมักมีคนรู้จัก ทีมงานที่รู้จักมาช่วย หรือมาร่วมพัฒนาธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น High-end Designers, Artists, หรือแบรนด์ต่างๆ ให้เลือกมากมาย จึงควรรอบคอบและใช้เวลาในขั้นตอนการวางแผนและการทำงานร่วมกันให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
  4. Pre-Opening Marketing หลายคนมองข้ามการใช้งาน CI ตั้งแต่ช่วงก่อนเปิด จึงละเลยการวางแผนเวลาล่วงหน้าเพื่อให้มี CI ใช้ทันการทำแคมเปญการตลาดก่อนเปิดให้บริการ— เรื่องนี้สำคัญ
  5. Consistency across Touchpoints คุณมองจุดที่จะสร้างการรับรู้ การจดจำ และสร้างความประทับใจแบบภาพรรวมทั้งโครงการอย่างไร ลองนึกภาพว่าหากไม่มีการวางแผนการใช้ CI ในพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ป้ายทางเข้าโรงแรม ไปจนถึงเครื่องแบบพนักงาน และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆภายในโรงแรม ความเชื่อมโยงในแต่ละจุดก็อาจจะดรอปไป ไม่มีความต่อเนื่อง ไม่มีเรื่องราวที่จะโยงผูกกันเพื่อให้กลมกล่อม

.

.

ก่อนจบ อยากเน้นประเด็นว่า ทำไม CI ถึงสำคัญในการ สร้างแบรนด์โรงแรม

  1. สร้างความน่าเชื่อถือ (Builds Trust)
  2. สร้างความแตกต่าง (Differentiates the Brand)
  3. การสื่อสารที่เน้นให้คุณค่า (Communicates Values)

.

อ่านบทความย้อนหลังเกี่ยวกับเรื่อง การสร้างแบรนด์โรงแรม คลิกที่ https://thethinkwise.com/category/branding-for-small-hotel/

ไม่พลาดคำแนะนำดีๆ คลิกที่นี่ได้เลย https://linktr.ee/thethinkwise และเลือกช่องทางที่คุณสะดวกใช้งาน

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.