เพิ่มรีช

รีชหาย เอนเกจเม้นไม่มี โรงแรมไปต่ออย่างไร

รีชหาย

รีชหาย เอนเกจเม้นไม่มี โรงแรมจะไปต่ออย่างไร

เมื่อ รีชหาย เอนเกจเม้นไม่มี โรงแรมที่พักทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่จะไปต่ออย่างไรเป็นปัญหาที่เชื่อว่าหลายๆโรงแรมกำลังคิดทบทวนอย่างหนักว่าจะเตรียมรับมือ เตรียมแผน และที่สำคัญเตรียมงบประมาณเพื่อการตลาดออนไลน์ในปีต่อไปอย่างไร

ประเด็นนี้อาจแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ ฝั่งตัวโรงแรมเอง และฝั่งผู้ให้บริการ ซึ่งได้แก่สื่อโซเชียลที่โรงแรมคุณเลือกใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการ

ด้านโรงแรม

  1. เวลาที่โรงแรมบอกว่า รีชหาย เอนเกจเม้นไม่มี เป็นการเปรียบเทียบตัวชี้วัดในโลกออนไลน์ในแบบไหน และภายใต้ช่วงเวลาใดบ้างที่นำมาเป็นข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์
  2. ข้อมูลต่างๆที่ใช้สื่อสารบนโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนมีอะไรบ้าง ควรแยกประเภทออกมาเป็น 2 ส่วนคือ ข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือหรือคอนเทนต์ที่ใช้อยู่มีแบบไหนบ้างและวัตถุประสงค์ในการใช้ของแต่ละคอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์ หรือมีวัตถุประสงค์อย่างไร กับส่วนที่ 2 คือสื่อที่มีในมือ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วิดีโอคลิปทั้งแบบสั้นและยาว ภาพถ่ายมุมสูง หรือบางโรงแรมอาจมีการใช้กราฟิก ภาพการ์ตูนต่างๆ มีอะไรบ้าง จัดเป็นกลุ่มๆให้เห็นชัดเจน จากนั้นให้ประเมินว่าสิ่งที่มีอยู่ในมือเพียงพอที่จะทำงานในปีต่อไปหรือไม่ ต้องผลิตเพิ่มมากน้อยอย่างไร
  3. แผนในการสื่อสารในปีต่อไปในภาพรวมตั้งเป้าหมายจะเน้นในเรื่องอะไร ธีมในแต่ละฤดูกาลประมาณไหน ค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปในปีปัจจุบัน กับงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับการทำงานในปีหน้าเป็นอย่างไร เพียงพอหรือไม่ แบ่งสัดส่วนเพื่อกิจกรรมการตลาดออนไลน์ด้วยเครื่องมือต่างๆเป็นอย่างไร

การทำการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มรีช สร้างเอนเกจเม้น

กิจกรรมการตลาดออนไลน์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ทำอะไรบ้าง และทำอย่างไรบ้าง ถ้าลองนำสิ่งที่ทำทั้งหมดมาจัดหมวดหมู่แยกตามเป้าหมายต่างๆเป็นอย่างไร เช่น เพื่อสร้างการรับรู้ (Awareness) เพื่อการเพิ่มการเข้าถึง (Reach and Traffic) เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) เพื่อสร้างลีด (Leads) เพื่อทำให้เกิดการซื้อ (Conversion) และแต่ละส่วนใช้เงินไปเท่าไหร่ที่ผ่านมาในช่วงเวลาต่างๆ หากแบ่งตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ก็จะดีมาก – จริงๆใน Insight Report ของผู้ให้บริการแต่ละรายช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้

ถ้าโรงแรมไม่มีข้อมูลเชิงลึก (Insight Report) เป็นสารตั้งต้น เราจะทราบได้อย่างไรว่าจะขยับและปรับปรุงในส่วนไหนบ้าง

ดังนั้นจึงจำเป็นมากก่อนที่จะสรุปว่า รีชหาย เอนเกจเม้นไม่มี ควรมีข้อมูลตั้งต้นเพื่อเปรียบเทียบก่อน

ประเด็นที่ควรจะพิจารณาเพื่อปรับตัวในระยะต่อไป

  1. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ผู้ติดตาม ให้ละเอียดมากขึ้น

การแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ทำอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้การทำแคมเปญต่างๆเข้าถึงกลุ่มที่ต้องการได้ เช่น เดิมโรงแรมคุณอาจจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว หรือ Travel หรือ Tourism เท่านั้น แต่ต่อไปควรระบุกลุ่มที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวให้ละเอียดเพิ่มขึ้นเช่น ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ท่องเที่ยวแบบที่พักหรูหรา ลักชูว์ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นต้น โดยศึกษาจากสิ่งที่ลูกค้าแสดงออกบนโลกออนไลน์ และสื่อโซเชียลเพิ่มเติม และที่สำคัญกลุ่มลูกค้า ฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิมจาก Guest’s Profiles

2. การกระตุ้นการมีส่วนร่วมจากกลุ่มลูกค้าที่มีความคล้ายคลึงกัน (Lookalike Audience) มากขึ้น

ถ้าคุณหาข้อมูลลูกค้าตามข้อ 1 เพิ่มเติมเพื่อลงในรายละเอียดมากขึ้นเรียบร้อย คุณสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้นได้ รวมไปถึงลูกค้าที่เคยเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของโรงแรม และกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ในแบบ Custom Audiences โดยสร้างกลุ่ม Lookalike ขึ้นมาเพื่อใช้ทำแคมเปญเพื่อเพิ่มรีชและสร้างเอนเกจเม้นต่อไปได้

3. การจัดงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนการเขียนคอนเทนต์ เขียน storytelling

ปีปัจจุบันลักษณะและรูปแบบคอนเทนต์โรงแรมเป็นแบบไหนบ้าง อาจจะไม่ค่อยได้สื่อสารบอกเล่าเรื่องราวที่จะสร้างการมี “ส่วนร่วม” หรือทำให้ลูกค้าเป้าหมาย ผู้ติดตามรู้สึกร่วมกัน หรือกระตุ้นความสนใจมากนัก เรียกว่าเข้าไม่ถึง ไม่โดนใจ จึงทำให้เอนเกจเม้นตกลง เช่น ที่โรงแรมมักชอบบอกว่าที่พักสร้าง a unique stay moment — เป็นอย่างไร มีความแตกต่างที่โดดเด่นจากโรงแรมอื่นๆตรงไหน คือคอนเทนต์ที่ออกมาอาจดูคล้ายคลึงกันไปหมดเมื่อเทียบกับโรงแรมที่พักอื่นๆ

บางโรงแรมอาจเคยสร้าง ad campaign ในเรื่องเดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน แต่รูปแบบและสไตล์ของการสร้างงานกราฟิก ผลิตคอนเทนต์ที่แตกต่างกันเพื่อจะได้วัดผลเปรียบเทียบ – ในระยะต่อไปอาจเพิ่มการสร้างแคมเปญที่แยกตามกลุ่มย่อยๆมากขึ้น เช่น ad สำหรับคนที่แสวงหาที่พักกึ่งผจญภัยใกล้ชิดธรรมชาติ หรือ ad ที่เน้นความผ่อนคลาย อาจต้องแยกประเภทความผ่อนคลายให้ชัดเจนมากขึ้น ผ่อนคลายจากสปา ผ่อนคลายจากการจิบชายามบ่าย หรือผ่อนคลายจากการไม่ทำอะไรเลย (Do Nothing Mode) เป็นต้น

4. Mobile-First มือถือมาก่อน และเพิ่มวิดีโอสั้นมากขึ้น

การผลิตคอนเทนต์ที่ยังคงต้องให้ความสำคัญกับการมองเห็นบน “มือถือ” และเพิ่มจำนวนคอนเทนต์ที่เป็นวิดีโอสั้นๆมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่โดดเด่นของสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการต่างๆที่มีที่โรงแรมคุณ ประสบการณ์การพักผ่อน และท่องเที่ยวในพื้นที่รอบๆโรงแรม หรือโรงแรมไหนเน้นเรื่องเวลเนส ก็จัดไป

5. การนำเสนอในแบบ Carousel และ Collection Ads

โอกาสที่จะโรงแรมจะนำเสนอภาพได้หลายๆภาพ หรือวิดีโอสั้นๆหลายๆคลิปในการลงโฆษณาในครั้งเดียวเพื่อนำเสนอประสบการณ์ต่างๆที่โรงแรมรีสอร์ทของคุณ หรือจะสร้างเป็นคอเลคชั่นโปรโมชั่นและแพ็คเกจต่างๆที่มีให้ลูกค้าได้เลือกชม และตัดสินใจเลือกในแบบที่เข้ากับสไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละคน

6. กระตุ้นการแบ่งปันคอนเทนต์ในแบบ UGC (User-Generated Content)

การกระตุ้นให้ลูกค้าแบ่งปันและแชร์ประสบการณ์การเข้าพัก การใช้บริการบนสื่อโซเชียลยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำการตลาดโรงแรม ดังนั้นอย่าลืมส่งมอบบริการที่ดี และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเพื่อเพิ่มเอนเกจเม้น

7. ทบทวนการใช้ hashtag (#) และสร้าง hashtag ใหม่ๆ

การเพิ่มโอกาสในการมองเห็นเพื่อแก้ปัญหา รีชหาย นั้น hashtag มีส่วนช่วยได้หากโรงแรมของคุณสร้างคำที่น่าสนใจ และสะดวกในการค้นหาแบบได้คำตอบตรงกับที่ลูกค้าต้องการ หรือเพื่อสร้างแคมเปญการค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง ตอบโจทย์กลุ่มต่างๆมากขึ้น เช่น แทนที่จะใช้คำว่า #escapetoluxury อาจเพิ่มเป็น #EscapeToThaiLuxury หรือจะกำหนด Location แบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้นก็เป็นไปได้

8. การคัดเลือก Influencer และ Travel Blogs เพื่อร่วมงานมากขึ้น

เพิ่มระดับการคัดเลือกให้ลงถึงระดับ Micro-Influencer มากขึ้น เน้นที่มีกลุ่มผู้ติดตามแบบเฉพาะกลุ่มมากขึ้นเพราะผู้นำเสนอจะเข้าใจ เข้าถึงในสิ่งที่กลุ่มคนเหล่านั้นต้องการ และหากโรงแรมที่พักของคุณมีกลุ่มลูกค้าในลักษณะใกล้เคียงกันก็จะสามารถช่วยเพิ่มรีช สร้างเอนเกจเม้นเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน และในที่สุดก็จะเชื่อมโยงมาถึงแพ็จเกจ โปรโมชั่น เพื่อจองห้องพักกับโรงแรมคุณ

9. Exclusive Deal สำหรับการจองตรงกับโรงแรม

การสร้างแพ็คเกจที่ตระหนักถึงคุณค่าของลูกค้าเดิมและลูกค้าที่จองห้องพักโดยตรงกับโรงแรมจะช่วยตอกย้ำในความแตกต่างและเอกลักษณ์ของโรงแรมคุณ หรือตอกย้ำในแบรนด์ที่โดดเด่นของคุณและความใส่ใจในรายละเอียดของความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

10. วัดผลอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อมีการทำแคมเปญหรือลงสื่อโฆษณาผ่านช่องทางใดก็ตาม การติดตามผลพร้อมมีตัวชี้วัดเพื่อประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จะทำให้โรงแรมสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ รายละเอียดของแต่ละแคมเปญได้อย่างทันท่วงที ไม่ใช่ ลงแคมเปญแล้วก็ทิ้งยาวไปเลย ไม่เคยกลับมาดูว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร ทำให้เสียค่าใช้จ่ายที่อาจไม่ควรต้องเสียไปมาก

.

.

รีชหาย เอนเกจเม้นไม่มี คงไม่ใช่เรื่องของตัวโรงแรมแต่เพียงด้านเดียว

.

ฝั่งผู้ให้บริการ

สำหรับด้านผู้ให้บริการนั้น ควรติดตามความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวมถึงนโยบายของผู้ให้บริการที่จะดำเนินการในระยะต่อๆไป เช่น facebook ที่ลดการเน้นความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อน คนใกล้ชิดลง และเพิ่มการแนะนำโฆษณาประชาสัมพันธ์ของสินค้าและบริการต่างๆขึ้นมารบกวน feeds การใช้งานมากขึ้น จนถึงระดับส่ง Notification เข้าถึงหน้าบัญชีของผู้ใช้งานแต่ละคน

โรงแรมจึงควรยิ่งต้องให้ความสำคัญและแยกประเภทกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้นแบบแยกย่อยในรายละเอียด และกระจายการสื่อสารไปยังทุกกลุ่มย่อยเป้าหมาย และสร้างผู้ติดตามที่แข็งแรงไปตามสไตล์การท่องเที่ยวที่แต่ละท่านชื่นชอบ

อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม คือขนาดของงานกราฟิก รูปแบบ ความละเอียด ความยาวของวิดีโอคลิปบนแต่ละแพลตฟอร์มมีความแตกต่างกัน และมักมีการปรับขนาดเล็กๆน้อยๆในแต่ละปี ดังนั้นควรติดตามและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในทุกๆปี อาจใช้คำค้นหาว่า Cheatsheet [ ชื่อแพลตฟอร์ม] และ ปีที่ต้องการ เช่น cheatsheet instagram 2025 เป็นต้น ก็จะช่วยให้คุณผลิตคอนเทนต์ที่มีขนาดถูกต้องบนแต่ละแพลตฟอร์มซึ่งจะช่วยในเรื่องการมองเห็นได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน

.

.

อ่านบทความย้อนหลังเรื่อง STP : Segmentation, Targeting, Positioning ได้ที่ https://thethinkwise.com/2021/08/03/hotel-data-stp-how-to/

ไม่พลาดคำแนะนำดีๆ คลิกติดตาม หรือ subscribe ได้ที่ https://linktr.ee/thethinkwise

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.