ต้องจัดหนัก – คุมอยู่ ก็รอด

#

ร้านกาแฟ

เช้านี้แวะร้านกาแฟเปิดใหม่ เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักเป็นพนักงานรับออเดอร์และแคชเชียร์ยืนประจำที่เคาน์เตอร์ และมีอีก 2 คนอยู่ที่สเตชั่นของตัวเองคือเครื่องชงกาแฟ และเตาปิ้งขนมปัง

เราสั่งกาแฟดำ 1 แก้ว และขนมปังปิ้งทาเนยโรยน้ำตาล 1 แผ่น ราคา 65 บาท ให้เงินไปพอดีกับราคาเป๊ะ รับใบเสร็จ รอรับของและมานั่งจิบกาแฟสบายใจ

หันไปมองใบเสร็จรับเงิน

ราคา 65 บาท

รับเงินสด 105 บาท

เงินทอน 40 บาท

นั่งคิด…รอก่อน…รอให้เจ้าของมา

สักพักเจ้าของร้านชายหญิงวัย 30 กลางมาถึงร้าน เรารอให้เขาจัดการอะไรให้เรียบร้อย พอดีกับที่เราดื่มกาแฟเสร็จ เตรียมเดินออกจากร้านเพื่อแวะที่เคาน์เตอร์พร้อมหลักฐานใบเสร็จ

เรา: ขอโทษนะคะ มีข้อสงสัยในใบเสร็จค่ะ เพราะเมื่อกี้ชำระเงินตรงตามราคาคือ 65 บาทค่ะ พร้อมยื่นใบเสร็จให้ดู

เจ้าของร้าน(หญิง): อะไรนะคะ ลูกค้าไม่ได้รับเงินทอนเหรอคะ

เรา: ไม่ใช่ค่ะ คืองงว่าจ่ายเงินตรงจำนวน ทำไมถึงขึ้นในใบเสร็จว่ารับเงินสด 105 บาท และมีเงินทอน 40 บาท

เด็กแคชเชียร์ : ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่คีย์ผิดค่ะ

เจ้าของร้าน(หญิง): (ทำหน้างงๆ และหันไปถามแคชเชียร์ 2-3 รอบ และนึกขึ้นได้ว่ามีลูกค้ายืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ ในขณะที่เสียงเด็กแคชเชียร์ยังคงยืนยันประโยคเดิมว่า ไม่มีอะไร แค่คีย์ผิด

ตัดภาพกลับมาที่เพื่อนร่วมงานเริ่มทำสีหน้างงว่าเกิดอะไรขึ้น….

เรา: (พูดกับเจ้าของร้าน) ฝากดูด้วยนะคะ แล้วเดินออกจากร้านให้เขาพิจารณาคดีกันเอง

————

🚫 ถ้าเด็กแคชเชียร์คนนี้ทำแบบนี้ทุกวันตั้งแต่ร้านเปิด ไม่ต้องมาก วันละ 10 – 15 แก้ว ๆ ละ 20-40 บาท จะเกิดอะไรขึ้น

🚫 เมื่อทำแล้ว ตัวเองก็ออกรอบไปช่วงบ่าย ปล่อยให้เพื่อนมาเข้าเวรต่อ หากร้านไม่มีระบบตรวจสอบและส่งมอบรอบ/ต่องานที่ดี ไม่มีการนับเงินสดต่อรอบเทียบกับจำนวนแก้วที่ขายได้ ก็คือ “จบ”

🚫 คงทำมาหลายครั้งแล้ว สะท้อนว่าเจ้าของคงไม่มีการตรวจสอบจริงๆ เด็กคนนี้ถึงกล้าทำแบบนี้

———

ข้อควรระวังและสิ่งที่ควรทำ

+ จัดระบบในร้านให้ดีโดยเฉพาะเงินสดแต่ละรอบ

+ วางระบบตรวจสอบในร้านให้รัดกุม อย่ามองว่าแค่ร้านกาแฟเล็กๆ ไม่น่าจะมีอะไร

+ ทำประวัติ และเช็คประวัติพนักงานก่อนเข้างาน

+ เข้าร่วมกลุ่มผู้ประกอบการประเภทเดียวกันเพื่อแชร์ประสบการณ์และเตือนเพื่อนร่วมธุรกิจ

#ตรวจสอบการเงินในร้าน

#อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวล

#บริหารร้านกาแฟ

Similar Posts

  • โรงแรมจะจัดงบดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งอย่างไร

    โรงแรมจะตั้งงบประมาณการตลาดอย่างไร แล้วจะจัดสรรให้งบการตลาดออนไลน์เท่าไหร่ดี

  • เป้าหมายพร้อม แผนพร้อม ทีม…?

    ใกล้สิ้นปีเข้าไปทุกทีชนิดที่ว่าแทบจะหายใจรดต้นคอเข้ามาทุกวัน เดือนตุลาคมที่กำลังจะมาถึงตัวเลขทุกตัวที่จะใช้สรุปทำงบประมาณในปีต่อไปควรจะพร้อมได้แล้ว แต่ในความจริง…..ตัวเลขที่รวบรวมได้กลับเป็นตัวเลขที่ไม่อยากจะนำมาใช้เลยทีเดียว ทั้งต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งไม่รู้จะใช้หลักเกณฑ์อะไรมาตั้งเป้า…น่าปวดหัวจริงๆ ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีเสียงพึมพำอยู่ในหัวว่า “ทำไปทำไม ของเราเล็กนิดเดียว ขายๆไปเถอะ ทำยังไงก็ได้ให้มีลูกค้ามาพัก ไม่เห็นต้องยุ่งยาก” ในขณะที่อีกโรงแรม มีแผนงานพร้อมเป้าหมายและงบประมาณประจำปีเป็นเล่ม แต่ 9 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีใครลงมือทำตามแผนที่วางไว้เลย เพราะคนที่เขียนแผนก็ไม่อยู่กับโรงแรมแล้ว ส่วนคนที่มาทำหน้าที่ต่อ ก็บอกว่าแผนที่เขียนไว้ไม่ดี เดี๋ยวจัดการใหม่ แต่ไม่เคยมีการเขียนแผนที่จะทำใหม่ ใช้แต่วิธีนั่งเปิด-ปิดห้องพักบนโลกออนไลน์กับ OTA แล้วคุณคิดว่าอย่างไร? เรื่องนี้มีหลายประเด็น หลายสาเหตุ ลองมาดูกันว่าคุณตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน 1) เจ้าของกิจการไม่เห็นความสำคัญกับการทำแผนงานและวางเป้าหมาย 2) เจ้าของกิจการเห็นความสำคัญและต้องการจะทำ แต่ทีมงานที่รับผิดชอบและมีหน้าที่ ไม่สามารถทำได้ เหมือนตอนที่สัมภาษณ์รับเข้าทำงานแล้วบอกว่าทำได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการขายและการตลาด 3) ทีมงานที่รับผิดชอบทำแผนงานและเป้าหมายเสนอไปให้เจ้าของกิจการพิจารณาแต่ไม่เคยพิจารณาอนุมัติลงมาเป็นเรื่องเป็นราว ไม่เคยให้เวลาในการนำเสนอในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน แต่ผลที่จะได้รับคือ ธุรกิจไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ไม่มีแนวทางในการทำกลยุทธการตลาดหรือการขาย ไม่มีการจัดสรรงบประมาณในการทำกิจกรรมการตลาดหรือการขาย เพราะฉะนั้นการทำงานของทีมก็เป็นไปแบบไม่มีแผน วิ่งขายแบบไร้ทิศทาง เพราะอยู่บนแนวทางที่ว่า “ทำยังไงก็ได้ ให้มีลูกค้าเข้าพัก” การปล่อยให้ธุรกิจเดินหน้าแบบไร้ทิศทางที่เป็นรูปธรรมมีแต่จะทำให้ประสิทธิภาพของผลดำเนินงานค่อยๆลดน้องถอยลง ไม่ว่าจะสะท้อนออกมาให้เห็นจากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่ลดลง หรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแบบที่ไม่สมเหตุสมผลกับผลการดำเนินงาน ดังนั้น ในปีต่อไปเรามาลองเริ่มทำแผนงานการตลาดและการขายแบบที่มีงบประมาณรองรับกิจกรรมการตลาดและการขายกันดีกว่า หากใครยังไม่เคยทำ…

  • โรงแรมเล็กเมื่อไหร่จะเห็น “กำไร”

    โรงแรมเล็ก เมื่อไหร่จะกำไร จะเริ่มดูจากอะไรก่อนดี

  • การเดินทางเปลี่ยน ตลาดเปลี่ยน

    ทางรอดโรงแรมที่จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการเดินทางที่เปลี่ยนไป ตลาดที่เปลี่ยนไป ลูกค้าเปลี่ยนไป

  • จัดการให้จบ ปัญหาไม่เกิด

    สิ่งที่ทุกโรงแรมที่พักมักจะเจอไม่ช้าก็เร็ว ก็คือ คำติชม คำต่อว่า คำตำหนิจากลูกค้า ขึ้นอยู่กับดีกรีความรุนแรงที่แตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่าดีกรีความแรงขึ้นอยู่กับเหตุที่มาที่ไปของเรื่องนั่นเอง ไหนใครเคยเจอระดับความรุนแรง เทียบเท่าระดับ 6 ของแผ่นดินไหวบ้าง เรียกได้ว่า ไม่มีการฟังเหตุผลอะไรทั้งสิ้นแน่นอน แต่ถ้าเราย้อนกลับไปทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่มาที่ไป อะไรที่เป็นตัวกระตุ้นให้ระดับความโกรธเพิ่มขึ้น เราก็อาจจะพอเข้าใจได้บ้างในบางกรณี ส่วนที่เข้าใจไม่ได้ เข้าใจลำบากก็ขอให้ผ่านไป และหันมาทบทวน ตั้งข้อสังเกต และฝึกทีมให้แข็งแกร่ง ลองมาดูตัวอย่างเหตุการณ์ ณ ร้านอาหารในโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่งที่ราคาอาหารประเภทกับข้าวต่อจาน 450-650 บาท++ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ ลูกค้าสั่งแกงเขียวหวานอโวคาโด มะเขือ และผัก เป็นเมนูจานมังสวิรัติ พออาหารมาเสริฟ ลูกค้าตักราดข้าวชิมรสชาติ พบว่ามีรสหวานมาก จึงเรียกพนักงานเสริฟคนที่ 1 มาแจ้งว่า แกงนี้รสหวานมากนะคะ ขอน้ำปลาพริกซักถ้วยค่ะ พนักงานเสริฟคนที่ 1 รับฟังและไปนำน้ำปลาพริกมาเสริฟ หลังจากได้น้ำปลาพริกมา ลูกค้า ก็พยายามรับประทานอีกแต่ก็รู้สึกว่าไม่ไหว เมื่อพนักงานเสริฟคนที่ 2 ซึ่งดูอาวุโสกว่า มีประสบการณ์มากกว่าเดินผ่านมา จึงแจังปัญหาอีกครั้ง และฝากให้แจ้งทางครัว หรือจะนำชามแกงนี้ไปให้ทีมครัวและทีมเสริฟชิมว่ารสชาติหวานเกินไปจริงๆ…

  • ทำโรงแรมแบบวางทางเพื่อหาสมดุล

    เกือบสองเดือนที่ผ่านมา คำถามที่พบบ่อยและข้อสังเกตจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับคำถามที่มีผู้ซักถามเข้ามา ความมุ่งมั่นตั้งใจและภาพฝันที่วางไว้ เริ่มเดินคู่ขนานและบางแห่งเริ่มมาถึงสี่แยกที่ต้องตัดสินใจว่าจะไปต่อ หรือรอก่อน หรือกลับบ้านนอน ผิดหวังกับผู้ให้คำปรึกษาและผู้รู้ที่เปิดคอร์สอบรมต่างๆ เพราะนอกจากจะเสียแพงแล้ว ยังไม่ได้อะไรเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับโรงแรมจริงๆ ผู้ออกแบบไม่ยอม ต้องทำตามที่เขาบอกเท่านั้น จ้างเขามาออกแบบ เขาทำให้แล้ว หาทุกอย่างให้จะมาตัด เปลี่ยน ยกเลิกไม่ได้ เจ้าของโรงแรมไม่รู้จะยกเหตุผลอะไรมาต่อสู้กับผู้ออกแบบว่าระบบที่หามาให้นั้นมันเกินความจำเป็น คนออกแบบงานกราฟิกแต่บอกว่าทำเรื่องแบรนด์ดิ้งด้วย ทั้งหลายทั้งปวงที่ล้วนแล้วก่อให้เกิดความเสียหายทั้งงบประมาณในการพัฒนาโครงการ ทั้งเวลาที่เสียไปทำให้ทุกอย่างล่าช้าและไม่เรียงลำดับตามความจำเป็น ประเด็นที่อยากแนะนำ แพชชั่นกับเรื่องจริงควรมาด้วยกัน ถ้าแพชชั่นล้วนๆต้องมั่นใจว่ามีสายป่านที่ยาวพอ อย่าทำอะไรที่เอาแต่ตนเองเป็นที่ตั้ง โดยขาดความรอบคอบและการวิเคราะห์ด้านการตลาดที่ดี มีคอนเซ็ปต์ดีแต่ถ่ายทอดไม่ได้หรือถ่ายทอดได้ซ้ำเดิมเฉพาะกลุ่มก็ไม่สามารถจะเลี้ยงกิจการให้ไปรอดได้ แบรนด์ดิ้งของโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจการให้บริการย่อมต้องประกอบด้วยทางด้านกายภาพ(Rational effect) และ ทางด้านความรู้สึก (Emotional effect) ซึ่งคุณจะบังคับให้คนอื่นรู้สึกเหมือนคุณไม่ได้ แต่คุณควรแสดงออกผ่านรูปแบบและเครื่องมือต่างๆส่งผ่านไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การใช้สื่อออนไลน์ก็ควรอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ของโรงแรมด้วยเช่นกัน ภาพลักษณ์เพียงโลโก้ สี ตัวหนังสือเป็นเพียงตัวนำทางและส่งผ่านให้เกิดการรับรู้ของลูกค้าประมาณหนึ่ง แต่การให้บริการ รูปแบบการให้บริการต่างหากที่จะตอกย้ำตัวตนของโรงแรมคุณ เลือกที่ปรึกษาควรดูให้ดีว่าเขาโดดเด่นในเรื่องอะไร และใช้เขาให้เกิดประโยชน์ในทางนั้น แต่อย่าใช้ของผิดประเภท เช่น เก่งเรื่องออกแบบ แต่ไม่รู้เรื่องโรงแรม การทำงานของทีม ก็จะออกแบบแต่เน้นรูปลักษณ์โดยไม่คำนึงว่าคนทำงานจะมีที่นั่งกินข้าวหรือเปล่า จะมีห้องน้ำเพียงพอหรือไม่ จะเดินชนกับลูกค้าหรือเปล่า หรือกลิ่นท่อระบายน้ำจะโชยไปทางห้องพักหรือเปล่า ตั้งสติและหาจุดยืนให้เจอและนิ่งเพื่อที่จะผลักดันโครงการให้ไปได้อย่างราบรื่นอยู่ภายใต้แกนแนวคิดหลัก ไม่หลงทาง และที่สำคัญใช้การตลาดเป็นตัวตั้งคำถามเสมอว่า “ใครคือลูกค้าของคุณ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.