โรงแรมขนาดเล็ก เลือกอะไรในปี 2568

โรงแรมขนาดเล็ก ควรเลือกทำอะไรในปี 2025/2568
3 ประเด็นหลักใหญ่ๆที่ โรงแรมขนาดเล็ก ถึงขนาดกลางควรให้ความสำคัญและวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังเพื่อเตรียมรับมือกับปี 2568/2025 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
หากพิจารณาเฉพาะในเรื่องกำลังซื้อ (Purchasing Power) ของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าคนไทย หรือลูกค้าชาวต่างชาติ การใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและ “เลือกที่จะใช้จ่าย” ตามความจำเป็นจะเป็นประเด็นที่ชัดเจนมากขึ้น
ภาคธุรกิจโรงแรมท่องเที่ยว ภายใต้เป้าหมายที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทยให้แตะ 40.0 ล้านคนในปี 2568 นั้น ในฝั่งผู้ประกอบการหรือ “เจ้าของโรงแรม” ที่มีต้นทุนในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น การบริหารจัดการกำลังคนที่มีทักษะและทัศนคติพร้อมให้บริการยิ่งทวีความยากลำบากมากขึ้น และความท้าทายของโรงแรมขนาดเล็กที่จะสร้างการเข้าถึง – ทำให้คนมองเห็นในโลกออนไลน์ยิ่งจะมีระดับความยากมากขึ้นจากการที่ทุกแพลตฟอร์มต้องปรับแนวทางและรูปแบบในการทำธุรกิจเพื่อสร้างรายได้มากขึ้น ยิ่งทำให้การที่จะบริหารจัดการการตลาดออนไลน์ต้องใช้งบประมาณมากขึ้นในการจัดการ และยังมีประเด็นอื่นๆอีกมากมาย
สำหรับการประมาณการตัวเลขที่บางโรงแรมอาจทำงบประมาณไปเรียบร้อยแล้ว และได้รับอนุมัติจากผู้บริหารเรียบร้อยแล้ว อาจต้องหยิบตัวเลขที่ทำไว้มานั่งทำตัวเลขที่ปรับฉากทัศน์ (Scenario) เพิ่มเติม ดังนั้น ทีมบัญชีการเงินของโรงแรมไหนยังไม่ได้ลองนั่งทำตัวเลขเป็นฉากทัศน์ว่าหากภาษีมูลค่าเพิ่มปรับขึ้นเป็น 10%, 12% หรือแตะ 15% ประกอบกับต้นทุนค่าอาหารวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นมากๆ กรุณารีบนั่งทำตัวเลขกันได้เลย หรือโรงแรมไหนที่เจ้าของนั่งบริหารเอง ก็ควรลองนั่งทำตัวเลขกันได้ทันที
คราวนี้เรากลับมาดู 3 ประเด็นหลักที่ โรงแรมขนาดเล็ก ควรเพิ่มระดับความใส่ใจในรายละเอียด
1) การเพิ่มยอดจองตรงกับโรงแรม (Strengthening Direct Bookings) – เรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นที่สำคัญอย่างต่อเนื่องและเพิ่มระดับความเข้มข้นมากขึ้น เพราะหากคุณเพิ่มจำนวนการจองห้องพักโดยตรงได้ เท่ากับว่า โรงแรมคุณมีความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น เพราะไม่ต้องเอาตัวเองไปอิงกับ OTA ในสัดส่วนที่สูงจนเกิดไป

การเพิ่มยอดจองตรงกับโรงแรมจึงรวมไปถึงการจัดงบประมาณเพื่อที่จะสร้างยอดจองตรง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซต์ การใช้โซเชียลมีเดียที่สะท้อนตัวตนที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่พักอื่นๆ การสร้างงานกราฟิกที่น่าสนใจ ดึงดูดความสนใจ และการเขียนคอนเทนต์ที่เข้าใจในตัวตนของโรงแรมของคุณ
2) การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุน (Cost Control Efficiency) – การตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนอย่างละเอียดจะทำให้คุณเข้าใจว่า เงินที่ใช้จ่ายในแต่ละเดือนนั้นกระจายไปยังหน่วยธุรกิจที่สร้างรายได้ให้โรงแรมมากน้อยแค่ไหน และหากจะมีการปรับลดค่าใช้จ่ายจะมีส่วนไหนที่ยังสามารถทำได้ โดยเฉพาะในเรื่องการประหยัดพลังงาน และการจัดการขยะ ของใช้แล้วทิ้งต่างๆ

3) งบประมาณการทำกลยุทธดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง (Strategic Digital Marketing Budget) – การวิเคราะห์ข้อมูลที่ผ่านมาจะช่วยให้คุณเห็นภาพว่า คุณใช้เงินไปในเครื่องมือการตลาดที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคุณใช้บริการหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็น Google Ads, Facebook, Instagram, Tiktok, YouTube หรือ LineOA.

ประเด็นเรื่องการจัดสรรงบประมาณในการทำการตลาดนั้น ถ้าโรงแรมไม่เคยเก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายที่ทำการตลาดในแต่ละปีและนำมาเปรียบเทียบกับยอดรายได้ห้องพักที่เกิดขึ้นโดยแยกตามช่องทางการขาย หรือช่องทางการจองที่เกิดขึ้น ก็อาจจะมองโจทย์ได้ลำบากว่าที่ผ่านมาธุรกิจโรงแรมของคุณมีการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร
โรงแรมขนาดเล็ก มักประสบปัญหาในลักษณะนี้ คือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์อาจหมดไปกับการจ้างคนโพสต์คอนเทนต์ แต่ไม่ใช่การทำการตลาดดิจิทัล – หากใครประสบกับปัญหาในลักษณะนี้ แนะนำให้อ่านบทความย้อนหลังในเรื่องนี้ได้ที่ https://thethinkwise.com/2024/02/03/ยิงแอด-hotel-marketing/
หากโรงแรมไหนมีข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น เช่น แยกตามช่องทางหรือแพลตฟอร์มที่ใช้งานด้วยคาดการณ์ว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโรงแรมคุณใช้งานบนแพลตฟอร์มนั้น เช่น ตัวเลขในการทำ Facebook Ads หรือ การทำ Google Ads หรือบนช่องทางอื่นๆ และเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องการเกิดการจองห้องพักจากช่องทางนั้นแต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจจะทำให้ลูกค้ารู้จักโรงแรมคุณเพิ่มมากขึ้น (Awareness) หรือการทำงานกราฟิกที่น่าสนใจสร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาคลิกที่คอนเทนต์นั้นๆมากขึ้นบน Instagram เป็นต้น
จริงๆแล้วในเรื่องผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่องทางนั้น หากจะพิจารณาให้ละเอียดด้วยการจัดทำรายงานประจำเดือน คุณก็จะเห็นความชัดเจนมากขึ้นว่า ส่วนประกอบของคอนเทนต์ของคุณที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนเป็นอย่างไรระหว่าง Sales Content vs. Value Content ไปจนถึง จังหวะในการขึ้นคอนเทนต์เหล่านั้น (Timing of Content Posting) และผลลัพธ์ในแบบ Organic vs. Boosting เป็นอย่างไร
จากนั้นจึงมาเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ในปีต่อไปในแต่ละเดือนว่า ถ้าโรงแรมจะไปต่อภายใต้เป้าหมายรูมไนท์ (Room Night) ที่กำหนด ควรจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ และหวังผลได้กี่เปอร์เซ็นต์ นั่นเท่ากับว่า คุณจะสามารถออกแบบตารางการทำงานให้กับทีมการตลาดออนไลน์ของโรงแรมคุณได้ดีขึ้นด้วย
การมานั่งเก็บตัวเลขทั้งปีในการทำงานครั้งเดียวช่วงปลายปี อาจสร้างความเหนื่อยล้าให้กับคนทำงาน แต่เชื่อเถิดว่า “การทุ่มเททำงานจะไม่เสียเปล่าแน่นอน” เพราะจะทำให้ในปี 2568 คุณจะไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย หรือใช้เงินไปในทิศทางที่มีประสิทธิภาพน้อย เกิดผลลัพธ์น้อย
.
ไม่พลาดบทความคำแนะนำดีๆในการบริหารจัดการโรงแรม กดติดตามเราได้ที่ https://linktr.ee/thethinkwise
