โรงแรมกับการสร้างฉากทัศน์

โรงแรมกับการสร้างฉากทัศน์
ฉากทัศน์ การทำธุรกิจโรงแรมประจำแต่ละปีเป็นเรื่องที่ควรดำเนินการให้ชัดเจนเพื่อที่จะได้ประเมินความเป็นไปได้ และความน่าจะเป็นในแต่ละช่วงเวลาที่เกิดขึ้น และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆอย่างเป็นระบบ มีโรงแรมรีสอร์ทไหนบ้างที่เริ่มต้นปีกับแผนการทำงานที่ได้รับอนุมัติไปเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา หรือโรงแรมไหน ไม่มีแผนงบประมาณที่จะใช้ในปีนี้บ้าง ?
ฉากทัศน์ คืออะไร ?
ฉากทัศน์ แปลมาจากคำว่า Scenario ในภาษาอังกฤษ ที่หมายถึง สถานการณ์ภายใต้บริบทหรือปัจจัยต่างๆที่กำหนด
แล้วการทำ Scenario Analysis คืออะไร
คำนิยามที่เรียบง่ายและชัดเจน คือ การประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์ต่างๆเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อธุรกิจในด้านรายได้ หรือภาพรวมในการลงทุนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ
ทำไมโรงแรมจึงควรสร้างฉากทัศน์ในการประเมินธุรกิจ
เพื่อการเตรียมพร้อมรับมือในสถานการณ์ต่างๆอย่างรอบคอบ เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพราะหากไม่มีการกำหนดฉากทัศน์ที่มีปัจจัยแตกต่างกัน เราก็อาจจะมองธุรกิจในแบบเดียว ภายใต้สถานการณ์เดียวโดยไม่วางแผนเพื่อรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
กรณีนี้ควรอธิบายให้ชัดเจนเพิ่มเติม กล่าวคือ การตั้งเป้าหมายทางธุรกิจประจำปี การอนุมัติงบประมาณเพื่อใช้ในการบริหารธุรกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดเป็นเรื่องที่ธุรกิจควรตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน แต่การทำการวิเคราะห์ฉากทัศน์ในกรณีต่างๆ เป็นเรื่องการวางแผนรับมือหากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้
คำถามคือ แล้วโรงแรมรีสอร์ทของคุณตั้งฉากทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในปีนี้อย่างไร
เรื่องนี้ขอแบ่งโรงแรมที่พักของเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มที่มีการทำงบประมาณประจำปีอย่างเป็นระบบ มีทีมในการจัดทำรายงานอย่างชัดเจน
สำหรับโรงแรมรีสอร์ทที่มีทีมการตลาดการขาย หรือผู้จัดการทั่วไป (ที่เป็นผู้จัดการทั่วไปจริงๆ มีความสามารถในการจัดทำงบประมาณประจำปีจริง และวิเคราะห์ตัวเลขต่างๆได้จริง) ที่จัดทำรายงานวิเคราะห์ต่างๆประกอบการทำงบประมาณประจำปีนั้น ก่อนที่ตัวเลขจะออกมาจะมีการประเมินสถานการณ์ต่างๆอย่างรอบคอบแล้ว จึงได้นำเสนอตัวเลขต่างๆเพื่อขออนุมัติ และใช้เป็นแนวทางในการกำกับการดำเนินงานในช่วงเวลาต่างๆ
2. กลุ่มที่ “ไม่มี” หรือ “ไม่เคย” จัดทำงบประมาณในการดำเนินธุรกิจ
กลุ่มนี้จะบริหารธุรกิจในลักษณะแบบมีอะไรเข้ามา ก็อนุมัติออกไป ใครจะเบิกจ่ายอะไร ผู้มีอำนาจเซ็นต์อนุมัติก็อาจจะทักท้วงบ้าง หรือไม่อนุมัติบ้างตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน แต่ละไตรมาส แต่ละปี จะไม่มีกรอบกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จะอาศัยความรู้สึกกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมาเป็นตัวประกอบการตัดสินใจอนุมัติ หรือไม่อนุมัติในเรื่องต่างๆ
เรียกว่า “ทำธุรกิจด้วยความเสี่ยง”
แนวทางในการกำหนด ฉากทัศน์ สำหรับธุรกิจโรงแรม
เราลองตั้งคำถามง่ายๆ เริ่มจากคุณคิดว่ามีปัจจัยที่ผลกระทบต่อผลประกอบการของโรงแรมรีสอร์ทที่จะเกิดขึ้นบ้าง ?
เช่น ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น ราคาของสด ผักสดปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก การขาดแคลนน้ำในพื้นที่ทำให้ต้องเสียค่าสั่งซื้อน้ำเพื่อนำมาใช้ให้เพียงพอกับจำนวนลูกค้าที่เข้าพักในแต่ละเดือน เป็นต้น
สำหรับธุรกิจโรงแรม อาจลองปรับเปลี่ยนตัวเลขแบบง่าย ๆ ในตัวชี้วัดต่างๆต่อไปนี้ แล้วลองประเมินดูว่าภายใต้ทรัพยากรต่างๆที่มีอยู่จะสามารถปรับเปลี่ยน ปรับแก้ไข และเตรียมแผนรองรับได้อย่างไร
ฝั่งการสร้างรายได้
- Occupancy Rate
- Average Room Rate / Average Daily Rate
- Length of stay
ฝั่งค่าใช้จ่ายต่างๆ
- ต้นทุนค่าอาหารและเครื่องดื่ม
- ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน
- ค่าโฆษณาและการทำแคมเปญการตลาดบนโลกออนไลน์
จากนั้นกำหนดค่าตัวแปรต่างๆข้างต้น เพิ่มขึ้น หรือ ลดลง ในแต่ละฉากทัศน์ โดยอาจสร้างฉากทัศน์ขึ้นมา 3 ฉากทัศน์ ได้แก่
- Base Case หมายถึง การคาดการณ์สถานการณ์ที่เป็นไปตามปกติ ไม่มีผลกระทบของปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ
- Most Likely Case หมายถึง การคาดการณ์สถานการณ์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ภายใต้ปัจจัยต่างๆข้างต้นที่ยอมรับได้
- Worst Case หมายถึง การคาดการณ์สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เช่น กรณีโรคระบาด น้ำท่วมในพื้นที่หนักต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูในจังหวัดหลายเดือน
ตัวอย่างการสร้างฉากทัศน์ในสถานการณ์ต่างๆ
โรงแรม 26 ห้อง อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) เฉลี่ยทั้งปี 70% ราคาห้องพักเฉลี่ย 5,800 บาทต่อห้องต่อคืน มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเฉลี่ยคิดเป็น 38% ของรายได้รวม
| Scenario ฉากทัศน์ | Occupancy Rate | ADR | Total Revenue | Operating Expense | Net Revenue |
| Base Case | 70% | 5,800 | 38,353,000 | 14,574,140 | 23,778,860 |
| Most Likely Case | 75% | 6,200 | 43,971,000 | 15,829,560 | 28,141,440 |
| Worst Case | 60% | 5,500 | 31,284,000 | 13,139,280 | 18,144,720 |
จากตารางข้างบน ปัจจัยที่จะทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้น หรือ ลดลง ขึ้นอยู่กับนโยบายการตลาดและการจัดสรรงบประมาณของแต่ละโรงแรมว่าเป็นอย่างไร บางโรงแรมอาจมองฉากทัศน์ในกรณี Most Likely Case ด้วยตัวเลขสูงหรือต่ำกว่า Base Case เพราะเหตุปัจจัยที่กำหนด
จากตัวเลขในตารางทีมผู้บริหาร(ตัวจริง) และทีมบัญชีการเงินไปจนถึงทีมการตลาดและการขายจะสามารถมองเห็นภาพในสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น หรืออาจจะไม่เกิดขึ้น แต่จะสามารถวางแผนรับมือในสถานการณ์ต่างๆได้โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนให้เพียงพอเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป
นอกจากจะเห็นตัวเลขในสถานการณ์ต่างๆแล้ว หากทีมบัญชีการเงินมีตัวเลขค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) และค่าใช้จ่ายแปรผัน (Variable Cost) คุณก็ยังจะสามารถคำนวณหาอัตราการเข้าพักที่จะทำให้ธุรกิจโรงแรมของคุณอยู่ที่จุดคุ้มทุน (Break-even Occupancy)
ลองมาดูสูตรการคำนวณกัน
Break-even Occupancy =Fixed Cost / (ADR x 365 days x No. of Rooms) – (Variable Cost x ADR x 365 days x No. of Rooms)
ตัวอย่างการคำนวณ หากค่าใช้จ่ายคงที่ของโรงแรมคุณอยู่ที่ปีละ 12.0 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามโจทย์คือ 38%
Break-even Occupancy = 12,000,000 / (5,800 x 365 x 26) – (38% x 5,800 x 365 x 26) = 35%
ทดลองทำตัวเลขใน case ที่เหลืออีก 2 case ได้เลย
.
.
การตระหนักถึงตัวเลขจุดคุ้มทุนของธุรกิจจะทำให้คุณ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะเจ้าของโรงแรม หรือผู้บริหาร ก็จะรู้จังหวะในการกระตุ้นทีม การวางทิศทางในการดำเนินธุรกิจ และการให้กำลังใจทีมเป็นระยะ
แน่นอนว่าการทำธุรกิจไม่ใช่ “การทำแค่ให้พอจุดคุ้มทุน” แต่ควรตั้งเป้าหมายในการทำธุรกิจอย่างชัดเจนว่าจะเติบโตแบบมั่นคง แข็งแรง และมีทิศทางที่ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้
.
ตัวอย่างโรงแรมที่พักที่เป็นการบริหารธุรกิจในแบบครอบครัวยิ่งควรให้กำลังใจกันให้มากๆ ช่วยการออกแบบวางแผนการทำงานที่เหมาะสมกับกำลังของครอบครัว และรู้ศักยภาพของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคน แล้วเลือกผลักดันไปในทิศทางที่เกื้อกูลกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำไปคนละทิศคนละทางจนส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ตั้งใจร่วมกันทำ
การช่วยกันวางแผนในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายของธุรกิจ เป้าหมายของครอบครัว และเป้าหมายของแต่ละคน ทุกเป้าหมายมีความสำคัญ ควรจัดสรรเวลาและทรัพยากรที่มีให้เหมาะสม และร่วมกันวางมาตรการป้องกันความเสี่ยงในด้านต่างๆให้ดี ๆ
ขอให้ทุกท่านประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2568 และปีต่อๆไป
เดินต่อไปอย่างมั่นคงแบบมีทิศทางในแบบ “รู้ให้จริง ทำให้เป็น”
.
อยากลงทุนทำโรงแรมเล็ก ควรรู้เรื่องอะไรบ้าง อ่านได้ที่ https://thethinkwise.com/2024/04/04/ลงทุนโรงแรมเล็ก-small-hotels-investment/
อยากติดตามเทคนิคการบริหารจัดการโรงแรมด้วยตนเอง ติดตาม thethinkwise ได้ที่ https://linktr.ee/thethinkwise
