ทางรอดโรงแรม
|

5 ความท้าทายของ คนทำโรงแรม

5 ความท้าทาย คนทำโรงแรม
5 ความท้าทาย คนทำโรงแรม

5 ความท้าทายของ คนทำโรงแรม

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาลองตั้งคำถามสั้น ๆ ภายในกลุ่ม “สารพัดเรื่องโรงแรมเล็ก” ที่เป็นกลุ่มพูดคุยสารพัดเรื่องการทำโรงแรมเล็กกับเจ้าของโรงแรมและผู้ที่สนใจจะเรียนรู้แนวคิด วิธีคิดในการจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการบริหารจัดการโรงแรมในมุมมองของ คนทำโรงแรม พบว่า….

สิ่งที่สมาชิกในกลุ่มมองว่าเป็นความท้าทาย หรือความยากในการบริหารโรงแรม มีดังนี้

  1. การทำการตลาดออนไลน์
  2. การรักษาทีมงานให้ทำงานอยู่ด้วยกันนาน ๆ
  3. การบริหารต้นทุน
  4. การสร้างวัฒนธรรมองค์กร (ข้อนี้ ผู้ร่วมตอบเสนอเข้ามา)
  5. การสร้างแบรนด์

.

.

จะเห็นว่าการให้ความสำคัญในปัจจัยต่าง ๆ ในแต่ละช่วงเวลา หรือภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน มุมมองของผู้ให้คำตอบจะมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคพื้นฐานที่มีอยู่มาอย่างต่อเนื่อง จะยังคงอยู่ในผลสำรวจแต่อาจมีน้ำหนักที่ผู้ตอบให้ความสำคัญแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ เวลาที่ผู้ตอบแบบสำรวจประสบอยู่

.

.

ถ้าย้อนไปในยุคก่อนโควิด-19 โรงแรมที่พักขนาดเล็ก อย่างเช่น บูติกโฮเต็ล เจ้าของโรงแรมอาจชูธงเรื่อง “การสร้างแบรนด์” มาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะต้องการให้โปรดักส์ของตนโดดเด่นและแตกต่างจากโรงแรมที่พักอื่น ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ แต่พอมายุคหลังโควิด-19 ความสำคัญในเรื่องการสร้างแบรนด์อาจถูกปรับลดระดับลง โดยต้องหันมาคำนึงถึงการสร้างรายได้และการควบคุมต้นทุนของธุรกิจมากขึ้น หลังจากขาดรายได้ไปกว่า 2 ปี

.

.

มาถึงจุด ณ ปัจจุบัน เชื่อว่าจากข้อมูลที่ทะลักทะลายและถาโถมเข้ามาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้เจ้าของโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ที่ยังต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อฟื้นฟูธุรกิจและสร้างรายได้ต้องกลับมาตั้งหลักและประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ดี ๆ

.

ถ้าประเด็นเรื่องการทำการตลาดออนไลน์เป็นประเด็นหลัก สิ่งที่ควรเริ่มลงมือทำงาน คือ

  1. สำรวจตลาดว่ากลุ่มโรงแรมที่พักในลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น มีจำนวนห้องพักที่ใกล้เคียงกับคุณ อาจอยู่ หรือไม่อยู่ในพื้นที่เดียวกับคุณ เขาทำอะไรอยู่บ้าง …. ทำง่าย ๆ คือ หากลุ่มตัวอย่างมา 5 โรงแรม แล้วสำรวจบนโลกออนไลน์ว่าสิ่งที่ลูกค้ามองเห็นโรงแรมเหล่านั้นเป็นอย่างไร และเขาใช้ช่องทางไหนบ้างในการสื่อสารกับลูกค้า ได้แก่ Google Search, Facebook Fanpage, Instagram, Youtube, Tiktok, LineOA เป็นต้น
  2. สำรวจและทบทวนงบประมาณด้านการตลาดออนไลน์ที่คุณมีอยู่ และที่ตั้งงบประมาณไว้สำหรับครึ่งปีหลัง 2565 ว่าเป็นอย่างไร ถ้านึกอะไรไม่ออก ขอให้กลับไปอ่านบทความเรื่องการตั้งงบประมาณการตลาดออนไลน์ที่ https://thethinkwise.com/2021/02/18/hotel-seeking-for-marketing-online/
  3. นำข้อ 1 และ ข้อ 2 มาประเมินน้ำหนักในแต่ละด้านร่วมกัน แล้วจึงสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหมาะสมที่ควรจะใช้ในการเดินหน้าต่อ
  4. หากจำเป็นต้องใช้บริการจาก Freelancer หรือ ดิจิทัลเอเจนซี่ ควรศึกษาประวัติและผลงานของผู้ให้บริการเหล่านั้นให้ดี ๆ เพราะผู้ให้บริการที่มีผลงานเกี่ยวกับโรงแรมที่พักขนาดเล็กนั้น ยังมีน้อยมาก และมักขาดความเข้าใจในการทำธุรกิจโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ยิ่งเป็นโรงแรมที่กำลังเตรียมเปิด หรือเตรียมกลับมาเปิดใหม่ ยิ่งมีความแตกต่าง จะนำวิธีการที่เคยใช้กับโรงแรมเชนขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายภายใต้แบรนด์ทั่วโลกมาใช้ ย่อมไม่ได้ หรือจะนำวิธีการโปรโมตร้านอาหาร ที่อาจมีวิธีการใช้ข้อความ สไตล์การเขียนที่ต่างออกไปจากการสื่อสารการตลาดโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ….. อ่านบทความย้อนหลังที่ได้ https://thethinkwise.com/2020/11/07/how-to-brief-online-marketing-team/

.

.

.

คราวนี้มาดูในประเด็นที่มีความสำคัญลำดับที่ 2 คือ การรักษาทีมงาน ให้อยู่ด้วยกันนาน ๆ จะทำอย่างไร ?

ประเด็นนี้มีความเกี่ยวพันกับ “การสร้างวัฒนธรรมในองค์กร” ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และความสม่ำเสมอในการแสดงออกให้ทีมงานของคุณได้เห็นประจักษ์ในด้านต่าง ๆ ไม่ใช่แต่เรื่อง “ผลตอบแทน” จึงจะทำให้ทีมงานมีความรู้สึกร่วม และเกิดความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร

การที่จะรักษาทีมงานให้อยู่ร่วมงานกับโรงแรมของคุณไปนาน ๆ อาจต้องเริ่มจากการทบทวนพฤติกรรมของเจ้าของโรงแรม และทีมบริหารโรงแรมก่อนว่า แต่ละท่านมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร และสร้างที่ทำงาน สร้างบรรยากาศการทำงานที่สนุก ท้าทาย และมีอนาคตที่มั่นคงกับทีมงานระดับโอเปอเรชั่นอย่างไร ซึ่งตัวแทนที่จะส่งผลสิ่งเหล่านั้นโดยตรงก็คือ “ทีมทรัพยากรบุคคล” หรือ “ทีมบุคคล” ของคุณนั่นเอง

.

.

ขอเล่าเรื่องให้ฟังเป็นข้อคิดเรื่องหนึ่ง

ทีมงานฝ่ายบุคคลมาเอ่ยปากขอคำปรึกษา (บางที thethinkwise ก็ทำหลายหน้าที่ไม่ใช่แต่เรื่องการให้คำปรึกษาเรื่องการบริหารโรงแรมให้ไปรอด) ว่าจะทำอย่างไรดี “หนูไม่อยากคอนเฟิร์มผู้สมัครรายนี้เลยค่ะ เพราะหนูว่าเขาน่าจะมีอนาคตที่ดีกว่ามาร่วมงานกับโรงแรมที่หนูทำงานอยู่ค่ะ”

.

.

ถ้าตั้งต้นจากประโยคนี้ของทีมบุคคล อันนี้ถือว่าเป็นปัญหาที่อยู่ในขั้นโคม่าแล้ว ไม่ใช่แค่คุณจะรักษาทีมงานให้อยู่ด้วยกันนาน ๆ ได้อย่างไร แต่คำว่า “วัฒนธรรมองค์กร” ของโรงแรมคุณ มีหรือไม่มี หรือมีในแบบไหน ยิ่งต้องตั้งข้อสังเกตให้ดี ๆ

.

.

อย่าลืมว่า ภายใต้สถานการณ์หลังโควิด-19 คลี่คลาย ปัญหาหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาพรวม คือ “การขาดแคลนแรงงานภาคบริการ” กล่าวคือในช่วงโควิด-19 แรงงานในภาคการท่องเที่ยวเลือกที่จะกลับไปยังบ้านเกิดของตน และหาอะไรทำในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเลือกที่จะไม่กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานในภาคการท่องเที่ยวอีก

[อ่านข่าวปัญหาการขาดแคลนแรงงานในต่างประเทศ https://www.dw.com/en/holiday-woes-hospitality-sector-faces-tourism-boom-while-desperately-short-staffed/a-61464203 ]

ดังนั้นนี่คือปัญหาหลักของทุกโรงแรมในการสรรหาบุคคลากรให้ได้ตามที่ต้องการ

เพราะฉะนั้นโรงแรมไหนที่ประสบปัญหาเหล่านี้ ให้ทำความเข้าใจว่าเป็นปัญหาที่ทุกโรงแรมต้องผ่านไปให้ได้ ดังนั้น ความชัดเจนในการแสดงออกขององค์กรของคุณในการสรรหาบุคคลากรในตลาดแรงงาน นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการรับรู้ของผู้ที่กำลังมองหางาน

แต่อีกส่วนคือเมื่อมีการปฏิสัมพันธ์กับทีมงานของคุณ เช่น การโทรสอบถาม การตอบข้อซักถามบนช่องทางโซเชียลต่าง ๆ คุณเลือกที่จะสื่อสารแบบไหน ที่ยังคงอยู่ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ของคุณ

.

และเมื่อมีการเรียกสัมภาษณ์ ทั้งสัมภาษณ์ออนไลน์ หรือสัมภาษณ์ ณ สถานที่ คุณเลือกที่จะสื่อสารกับผู้สมัครอย่างไร

.

.

เมื่อตัวแทนทีมบุคคล ยังไม่มีความมั่นใจในอนาคตของโรงแรมของคุณ และกำลังมองหางานใหม่อยู่ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คุณในฐานะเจ้าของโรงแรม หรือผู้บริหาร เคยรับทราบปัญหาเหล่านี้หรือไม่ และได้ลงมือแก้ไขอย่างจริงจังหรือเปล่า หรือคุณมองว่าเป็นหน้าที่ของ ผู้จัดการทั่วไป ไม่ใช่หน้าที่เจ้าของธุรกิจที่ต้องลงไปจัดการ …. ถ้าคุณในฐานะเจ้าของโรงแรม มองปัญหาที่เกิดขึ้นแบบนี้ — อันนี้ไม่แปลกใจว่าทำไมตัวแทนของคุณ ในทีมบุคคลจึงรู้สึกเช่นนี้

.

.

วันนี้ขอยกตัวอย่างและอธิบายเฉพาะ 2 ความท้าทายลำดับแรก ๆ ที่เจ้าของโรงแรมต้องก้าวผ่านไปให้ได้

.

.

ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่จะก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปให้ได้ค่ะ

Similar Posts

  • |

    โรงแรมเล็ก – เปิดใหม่ ไม่ต้องพึ่งใคร

    เรื่องเตรียมตัวเปิดโรงแรม(อีกครั้ง) เรามานำเสนอกันค่อนข้างบ่อยครั้ง เนื่องจากสำหรับโรงแรมที่พักขนาดเล็กถึงขนาดกลางแล้วยังคงมีประเด็นที่บางแห่งอาจต้องการความช่วยเหลือเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น และพร้อมอย่างเต็มที่เมื่อเปิดให้บริการ สำหรับเจ้าของโรงแรมที่พักขนาดเล็กภายใต้ภาวะปัจจุบันนั้นการใช้จ่ายอย่างประหยัดเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ใครที่เคยใช้จ่ายอย่างเต็มที่ อยากแต่งห้องแบบไหน ก็จัดไป อยากซื้ออะไรก็ซื้อ ตามประสาที่พักจำนวนห้องน้อยจึงไม่ค่อยได้ระวังมากนัก แต่ในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น และควรมีการจดบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบพร้อมทั้งการทำบัญชีทรัพย์สินแยกประเภท แยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน และที่สำคัญคือ การตั้งงบประมาณ (Operating Budget) ที่จะเป็นตัวช่วยในการกำกับการบริหารโรงแรมต่อไป เจ้าของโรงแรมที่พักขนาดเล็กที่มักสอบถามเข้ามาทาง #thethinkwise เราจึงมักให้คำแนะนำว่า การที่จะว่าจ้างที่ปรึกษามาเพื่อช่วยในการเตรียมเปิดโรงแรมนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณของทางโรงแรม ลองมาพิจารณาทางเลือกกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง 1. ว่าจ้างที่ปรึกษามาช่วยในการเตรียมเปิด ข้อดี – มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในประเด็นต่างๆที่เป็นรายละเอียดในส่วนของ Hotel Operation ที่บางครั้งเจ้าของโรงแรมอาจยังขาดประสบการณ์ในส่วนนี้ทำให้มองข้ามประเด็นต่าง ๆ ที่จำเป็นไป – มีการทำงานอย่างเป็นระบบ มองภาพรวม และความเชื่อมโยงของแต่ละแผนกซึ่งจะช่วยให้การเรียงลำดับงานตามความสำคัญ ความเร่งด่วนได้อย่างแม่นยำ ข้อควรระวัง – ควรพิจารณาคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการเตรียมเปิดโรงแรม (Pre-opening) อย่างชัดเจน ไม่ใช่เคยบริหารหรือทำงานในโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้ว เพราะเรื่องการเตรียมเปิดเป็นเรื่องที่มีเนื้อหาการทำงานแตกต่างจากการทำงานในโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้วอย่างสิ้นเชิง – การบรีฟคอนเซ็ปต์โรงแรมที่ชัดเจนให้กับทีมที่ปรึกษาและให้ออกแบบการทำงานให้เข้ากับคอนเซ็ปท์ ทีมงานและงบประมาณเป็นเรื่องที่ท้าทาย เรื่องนี้ต้องระมัดระวังเพราะอาจเกิดกรณีการนำเทมเพลตโรงแรมอื่นมาใส่ให้กับโรงแรมคุณโดยไม่คำนึงถึงคอนเซ็ปต์ในการให้บริการ – ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของต้องจัดสรรเพิ่มขึ้น และเมื่อครบสัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาแล้วและต้องรับมอบมาบริหารเอง ขอให้ระมัดระวังในช่วงเปลี่ยนผ่าน ส่งมอบงานกันให้ดี มีคำถามอะไร…

  • |

    2019 : โรงแรมเล็ก จะไปต่อ หรือต้องหยุดรอ

    จะไปต่อหรือต้องหยุดรอสำหรับโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ขึ้นอยู่กับอะไร และควรปรับตัวอย่างไร

  • จะทำอย่างไรกับพวกบ้าถ่ายรูปแบบไม่เกรงใจดี?

    มีคำถามเข้ามาแบบถี่ ๆ มากขึ้นว่า จะทำอย่างไรกับพฤติกรรมของลูกค้าที่คลั่งไคล้การถ่ายรูปดี ? น่าแปลกใจพอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน ก็เห็นด้วยว่า บางครั้งพฤติกรรมของลูกค้าก็ก้าวข้ามความเหมาะสม รู้จัก “ควร” หรือ “ไม่ควร” ไปในหลาย ๆ กรณี เพียงเพราะคิดว่า “ฉันต้องการภาพไปโพสลงในโซเชี่ยลมีเดียของฉัน” ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ก อินสตาแกรม หรือทำเป็นวิดีโอภาพเคลื่อนไหวเผยแพร่ในช่องยูทูปของตนเอง หรืออยากนำไปลงตามกลุ่มต่างๆที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ เช่น ชมรมกล้องถ่ายภาพยี่ห้องต่างๆ หรือกลุ่มท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม ประสบการ์ณที่ไม่พึงประสงค์ของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปมีหลายแบบ หลายประเภท เช่น ถือกล้องเดินเข้ามาในร้าน และตะลุยยิงภาพถ่ายทุกมุม ทุกบริเวณ เดินทั่วทุกบริเวณไม่เว้นแม้แต่ห้องน้ำ และเดินกลับออกไปเฉย ๆ สถานที่ติดป้ายว่า “ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้บริการร้านอาหารเท่านั้น” แต่ไม่สนใจกับป้าย และไม่สนใจคำพูดที่พนักงานชี้แจง เดินถ่ายรูปต่อไป และเดินออกไปเมื่อถ่ายรูปเสร็จ สถานที่ติดป้ายว่า “พื้นที่กำลังอยู่ระหว่างปรับปรุง ห้ามเดินผ่าน อันตราย” ก็จะเดินเข้าไป มุดใต้เชือกที่ขึงกั้นทางเอาไว้ ขนอุปกรณ์มาแบบจัดเต็มทั้งกล้องพร้อมเลนส์ราคาแพงครบชุด หลายอันให้เลือกพร้อมขาตั้งกล้อง บ้างก็มีโดรนมา มีกล้องวิดีโอขนาดเล็ก แล้วก็เดินดุ่ย ๆ เข้ามาพร้อมเตรียมเปิดฉากการถ่ายภาพแบบไม่มีการขออนุญาตแต่อย่างใด ราวกับว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เข้ามานั่งในร้านอาหารแล้วก็ไลฟ์สดพูดเสียงดัง…

  • ถ้าตลาดโรงแรมยังเป็นตลาดในประเทศ

    ตลาดในประเทศเพียงตลาดเดียวกับทางรอดโรงแรมจะไปต่อกันได้อย่างไร มีทางเลือกอื่นหรือไม่

  • |

    เมื่อโรงแรมสภาพไม่ค่อยจะคล่อง ตอนที่ 2

    การปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับโรงแรมสามารถทำได้หลายวิธีหรือทำควบคู่กันไปกับการหารายได้เพิ่ม

  • | |

    ท่องเที่ยวชุมชน

    ท่องเที่ยวชุมชน สร้างชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.