thethinkwise How to Hotel
Lesson 1.1 · อ่าน 9 นาที

Lesson 1.1 · Concept & Feasibility

อ่านทำเลด้วยข้อมูล
ไม่ใช่ความชอบ

ที่ดินที่คุณชอบ กับที่ดินที่โรงแรมอยู่ได้ ไม่ใช่ที่เดียวกันเสมอไป บทนี้เป็นวิธีอ่านทำเลด้วยข้อมูลที่หาได้จริงภายในสองวัน โดยไม่ต้องจ้างบริษัทวิจัย

ที่มาของตัวเลขในคอร์สนี้

โรงแรมอิสระขนาดเล็กในไทยไม่มีฐานข้อมูลกลางให้อ้างอิง ตัวเลขที่ใช้จึงมาจากสามทางเท่านั้น — ข้อกำหนดตามกฎหมายซึ่งจะระบุชื่อเอกสารให้เปิดตรวจเองได้ · สูตรคำนวณซึ่งตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง · และค่าตั้งต้นในไฟล์ซึ่งออกแบบมาให้แทนที่ด้วยตัวเลขของคุณ

ตัวเลขที่ถูกต้องที่สุดสำหรับโครงการคุณ คือตัวเลขที่คุณเก็บเอง

อ่านจบแล้วคุณจะทำสามอย่างนี้ได้

  • ระบุ demand driver ของทำเลคุณ — บอกได้ว่าใครจะมานอน และเขามาที่นี่ทำไม
  • วาง comp set ที่ถูกต้อง 5–7 แห่ง — โรงแรมที่แขกเทียบกับคุณจริง ไม่ใช่โรงแรมที่คุณชอบ
  • อ่าน seasonality เป็นตัวเลข — ปีหนึ่งมีกี่เดือนที่ขายได้ราคา และต่างกันกี่เปอร์เซ็นต์

สามอย่างนี้เป็นวัตถุดิบของการตั้งสมมติฐานรายได้ในบท 1.4 ถ้าข้ามบทนี้ไป ตัวเลขในบทนั้นจะไม่มีอะไรรองรับ

demand driver มีสามชั้น

demand driver คือเหตุผลที่คนต้องมานอนแถวนี้ ไม่ใช่เหตุผลที่คนมาเที่ยวแถวนี้ — สองอย่างนี้ต่างกัน และความต่างนั้นคือความต่างระหว่างโรงแรมที่ห้องเต็มกับร้านกาแฟที่คนแวะถ่ายรูป

demand driver สามชั้น primary secondary tertiaryLAYER 01PRIMARYสนามบิน · ทะเล · นิคมอุตสาหกรรมทำให้คนเดินทางมา — ถ้าไม่มี คนไม่มาLAYER 02SECONDARYร้านอาหารดัง · คาเฟ่ · จุดถ่ายรูปทำให้คนอยู่ต่ออีกคืนLAYER 03TERTIARYคนที่ขับผ่าน · จองวันต่อวันราคาต่ำ — ห้ามใช้เป็นฐานวางแผน
demand driver 3 ชั้น · primary คือชั้นที่ขาดไม่ได้

ชั้นแรก · primary driver

สิ่งที่ทำให้คนเดินทางมาโดยเฉพาะ — สนามบิน ทะเล โรงพยาบาล นิคมอุตสาหกรรม สนามกอล์ฟ หรืองานประจำปี ถ้าไม่มีสิ่งนี้ คนไม่มา

งานของคุณในบทนี้คือเขียน primary driver ของทำเลตัวเองออกมาให้ได้อย่างน้อยสองข้อ ถ้าเขียนไม่ออก นั่นคือคำตอบแล้ว

ชั้นสอง · secondary driver

สิ่งที่ทำให้คนอยู่ต่ออีกคืน — ร้านอาหารดัง คาเฟ่ ตลาด จุดถ่ายรูป สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ดึงคนมา แต่ยืด length of stay จากหนึ่งคืนเป็นสองคืน ซึ่งเปลี่ยนตัวเลขรายได้ทั้งปีอย่างมีนัยสำคัญ เพราะคืนที่สองแทบไม่มีต้นทุนการขายเพิ่ม

ชั้นสาม · tertiary

คนที่ขับผ่าน กลุ่มนี้จองวันต่อวัน ราคาต่ำ และไม่ควรใช้เป็นฐานในการวางแผน ใช้เติมห้องช่วงโลว์ได้ แต่ถ้าโครงการของคุณต้องพึ่งกลุ่มนี้เพื่อให้อยู่รอด แปลว่าโครงสร้างต้นทุนมีปัญหา

ตัวอย่างที่เจอบ่อย · ห่างหาด 2.5 กม.

ที่ดินริมถนนสายรอง ห่างหาดสองกิโลเมตรครึ่ง เจ้าของมักบอกว่า “ใกล้หาดนิดเดียว” แต่สำหรับแขก สองกิโลเมตรครึ่งแปลว่าต้องมีรถ

ที่ดินห่างจากหาด 2.5 กิโลเมตร และผลที่ตามมาต่อ segmentที่ดินทะเล2.5 KMCHAINต้องมีรถ → segment เปลี่ยนขนาดห้อง · ที่จอดรถ · ราคา เปลี่ยนตามทั้งหมด
ระยะทางเปลี่ยน segment · segment เปลี่ยนทุกอย่างที่ตามมา

พอต้องมีรถ segment เปลี่ยนทันที จากคู่รักที่บินมาแล้วเรียกรถ กลายเป็นครอบครัวที่ขับรถมาเอง แล้วสิ่งที่ตามมาคือ

สิ่งที่เปลี่ยนจากเป็น
segmentคู่รักบินมาครอบครัวขับรถมาเอง
ขนาดห้องห้องคู่ห้องครอบครัว + เตียงเสริม
ที่จอดรถราว 30% ของจำนวนคีย์ประมาณ 1 คัน ต่อ 1 คีย์
ราคาADR ต่างกันได้ถึง 25–30% (ค่าตั้งต้น · ตรวจกับ comp set ของคุณ)

นี่คือเหตุผลที่เราอ่านทำเลก่อนออกแบบ ไม่ใช่หลัง — ถ้าเริ่มจากแบบ คุณจะได้โรงแรมที่สวยสำหรับลูกค้าที่ไม่มาพัก

เกณฑ์เลือก comp set สี่ข้อ

comp set คือกลุ่มโรงแรมที่แขกเอาไปเทียบกับคุณ ไม่ใช่โรงแรมที่คุณชื่นชม การเลือกผิดข้อนี้ทำให้สมมติฐานราคาทั้งชุดผิดตามไปด้วย

เกณฑ์รายละเอียด
ระยะรัศมี 5 กม. หรือระยะขับรถ 15 นาที — ระยะที่แขกเลือกแทนกันได้
ขนาดจำนวนห้องต่างกันไม่เกิน ±50% · โรงแรม 100 ห้องกับ 20 ห้องเล่นคนละเกม
ข้อจำกัดถ้าคุณไม่ติดหาด ให้เลือกโรงแรมที่ไม่ติดหาดด้วย
ช่องทางขายอยู่บน OTA ตัวเดียวกับที่คุณจะไปอยู่

เลือกให้ได้ 5–7 แห่ง น้อยกว่านั้นข้อมูลแกว่ง มากกว่านั้นคุณจะไม่ได้เก็บจริง

seasonality ย้อนหลังสามปี

เก็บย้อนหลังสามปี ไม่ใช่ปีเดียว วิธีที่ทำได้เองคือเข้าไปดูราคาห้องของ comp set ในแต่ละเดือน — ราคาที่เขากล้าตั้ง บอกคุณตรง ๆ ว่าเดือนไหนของดี

สิบสองเดือนแบ่งเป็น high shoulder low seasonSEASONALITY · 3 YEARSม.ค.ก.พ.มี.ค.เม.ย.พ.ค.มิ.ย.ก.ค.ส.ค.ก.ย.ต.ค.พ.ย.ธ.ค.HIGH4 เดือนSHOULDER3 เดือนLOW5 เดือนตัวอย่างทำเลชายทะเล · ต้องตรวจกับข้อมูลจริงของพื้นที่คุณ
แบ่ง 12 เดือนเป็นสามกลุ่ม · ตัวอย่างทำเลชายทะเล

ตัวเลขสองตัวที่ต้องได้จากขั้นนี้คือ ปีหนึ่งมี high season กี่เดือน และ ADR ระหว่าง high กับ low ต่างกันกี่เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขคู่นี้จะถูกใช้ต่อในบท 1.4 และ 1.5

เกณฑ์เตือน · ค่าตั้งต้น

ถ้าทำเลของคุณได้ high season น้อยกว่า 3 เดือน โครงสร้างต้นทุนคงที่ต้องเบามากเป็นพิเศษ เพราะคุณมีเวลาทำกำไรสั้นกว่าที่ระบบต้นทุนปกติรองรับ

supply pipeline · ของที่กำลังจะเปิด

ข้อที่คนลืมบ่อยที่สุด คุณกำลังสร้าง แปลว่ามีคนอื่นกำลังสร้างเหมือนกัน ตรวจสองที่

  1. 01ประกาศขอใบอนุญาตก่อสร้างที่เทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่
  2. 02กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่บนเฟซบุ๊ก ซึ่งมักรู้ก่อนเอกสารทางการ

ถ้ามีโรงแรมใหม่ขนาดใกล้เคียงกำลังจะเปิดในรัศมี 5 กม. ภายใน 24 เดือน ให้ปรับสมมติฐาน occupancy ปีแรกลง 5–10% (ค่าตั้งต้น · ปรับตามขนาดและตำแหน่งของโรงแรมนั้น)

ลงมือทำ · Location Scorecard

ไฟล์ของบทนี้รวมทุกอย่างข้างต้นไว้เป็นแบบประเมิน 12 ตัวชี้วัด ให้คะแนนข้อละ 1–5 แล้วอ่านคะแนนรวม

  1. 01เปิดแท็บ ตัวอย่างเคส ก่อน — เป็นเคสที่กรอกเสร็จแล้วทั้งชุด พร้อมเหตุผลรายข้อว่าทำไมได้คะแนนนั้น
  2. 02เปิดแท็บ Scorecard — ดูน้ำหนักของแต่ละตัวชี้วัด กลุ่ม Demand ถ่วงน้ำหนักรวม 43 จาก 100 เพราะเป็นกลุ่มที่ตัดสินว่าห้องจะเต็มหรือไม่
  3. 03ให้คะแนนทีละข้อ โดยอ่านคอลัมน์ เกณฑ์ให้คะแนน 5 คะแนน ประกอบ เพื่อไม่ต้องเดามาตรฐาน
  4. 04เปิดแท็บ Comp Set กรอกโรงแรม 5–7 แห่งที่เลือกไว้ ไฟล์จะคำนวณมัธยฐาน ADR และ ADR ตั้งต้นปีแรกให้อัตโนมัติ
เกณฑ์อ่านคะแนนทำเล 70 ขึ้นไป 50 ถึง 70 และต่ำกว่า 5070+ทำเลรองรับโรงแรมได้50–70ทำได้ แต่ positioning ต้องแคบมาก< 50กลับไปคุยเรื่องที่ดินก่อนคุยเรื่องแบบ
เกณฑ์อ่านผล · ค่าตั้งต้นในไฟล์ ปรับได้ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้

สังเกตว่าเกณฑ์ทั้งสามเส้นและน้ำหนักทุกช่องเป็นค่าตั้งต้น ไม่ใช่มาตรฐานอุตสาหกรรม ทุกช่องแก้ได้ ขอเพียงน้ำหนักรวมยังเท่ากับ 100

Location Scorecard
XLSX · 12 ตัวชี้วัด + แท็บตัวอย่างเคส + Comp Set · v1.2 · ไม่มีค่าใช้จ่าย
รับไฟล์ทางอีเมล →

Checkpoint

คำถามทบทวน 1 ข้อ
โรงแรม 20 คีย์ริมถนนสายรอง ห่างหาด 2.5 กม. ตัวชี้วัดไหนควรถ่วงน้ำหนักมากที่สุดในการตัดสินใจ

เฉลย: comp set ที่มีข้อจำกัดเดียวกับคุณ คือตัวแทนของ demand ที่คุณจะได้จริง ตัวเลขระดับจังหวัดใหญ่เกินกว่าจะใช้ตั้งสมมติฐาน occupancy ของโรงแรม 20 คีย์

งานที่ต้องทำก่อนไปบท 1.2

  • เขียน primary driver ของทำเลคุณให้ได้อย่างน้อย 2 ข้อ
  • เลือก comp set 5 แห่ง แล้วจดราคาของเขาในเดือนที่ดีที่สุดและแย่ที่สุด
  • กรอก Location Scorecard ให้ครบทั้ง 12 ข้อ แล้วบันทึกคะแนนรวมไว้
บทถัดไป · 1.2
เลือกลูกค้าก่อน แล้วค่อยเลือกแบบ

ทำเลเป็นตัวกำหนดว่าคุณเลือกลูกค้าได้แค่ไหน ไม่ใช่คุณเลือกได้ตามใจ บทหน้าเราจะเอาข้อมูลจากบทนี้ไปกำหนด segment และเขียน positioning statement

บท 1.2 ถึง 1.6 อยู่ในคอร์สเต็ม ซึ่งกำลังจะเปิด — ลงชื่อไว้ก่อนเพื่อรับราคาพิเศษ และรับไฟล์ Location Scorecard ของบทนี้ทางอีเมลทันที

ลงชื่อ + รับไฟล์ฟรี →
© 2569 thethinkwise · สงวนลิขสิทธิ์ · บทเรียนนี้เผยแพร่เป็นตัวอย่างของคอร์ส How to Hotel — อ่านและแชร์ลิงก์ได้ แต่ห้ามคัดลอกเนื้อหาไปเผยแพร่ซ้ำหรือใช้ประกอบการสอน
ตัวเลขที่ระบุว่าเป็นค่าตั้งต้นมีไว้เพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ควรตรวจสอบกับที่ปรึกษาทางการเงิน กฎหมาย และวิชาชีพของท่านก่อนตัดสินใจลงทุน