ออกแบบโรงแรม

ออกแบบคอนเซ็ปต์โรงแรมเพื่อสร้างแบรนด์

ออกแบบโรงแรม

ออกแบบโรงแรม วางคอนเซ็ปต์หลักให้ขายได้ ตอบโจทย์การตลาดและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และสร้างแบรนด์ที่มีคุณค่า มีประเด็นอะไรบ้างที่ควรวางแผนให้ดี

ออกแบบโรงแรม ทำโรงแรมรีสอร์ทคงไม่ใช่แค่การคิด Tag Line เท่ ๆ เหมือนการสร้างคำที่จะใช้ทำโฆษณาเพื่อให้คนจดจำได้เพียงชั่วข้ามคืน เพราะธุรกิจโรงแรมไม่ใช่สินค้าเพื่ออุปโภคหรือบริโภค หรือไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่เห็นผลในระยะสั้น แต่การทำธุรกิจโรงแรมที่ยั่งยืนนั้นอยู่ที่ “วิธีคิดที่มีการออกแบบรอบด้าน” ทั้งเรื่องการออกแบบสิ่งปลูกสร้าง อาคารต่างๆ การตกแต่งภายใน และ การออกแบบการให้บริการ ต่อเนื่องไปถึง “การสื่อสาร” ที่จะใช้เป็นตัวถ่ายทอดสิ่งที่คุณทุ่มงบประมาณเพื่อก่อสร้างให้แล้วเสร็จ

เจ้าของโครงการหลายแห่งมุ่งไปแต่เรื่องการออกแบบ และตัวเลขประมาณการผลตอบแทนการลงทุน แต่ไม่ทราบว่าที่มาของรายได้ที่จะเกิดขึ้นตามตัวเลขที่หยอดลงไปในตารางนั้นจะมาจากไหน และต้องทำอย่างไรให้ลูกค้าสนใจ เพราะมีแต่ภาพลักษณ์ตัวตึกและการตกแต่งภายในที่ดึงดูดความสนใจในช่วง 2 ปีแรกหลังการเปิด แต่พอมาถึงเรื่อง “การบริการ” ไม่ได้คิดให้ละเอียดรอบคอบว่าจะออกแบบอย่างไรให้อยู่กับโครงการระยะยาวเพื่อใช้เป็นกลไกหลักในการสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง

เจ้าของโครงการหลายแห่งสร้างแบรนด์จากภาพลักษณ์เก่ง ออกแบบโลโก้ ตั้งชื่อโครงการ ใช้คำเท่ๆ แต่เมื่อลูกค้าได้เข้าไปใช้บริการจริง กลับไม่มีอะไรที่เหมือนคำโปรยเท่ๆเหล่านั้นเลย หรืออาจจะทำได้ในช่วง 2-3 เดือนแรก พอเห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายในแต่ละวันที่เกิดขึ้น เริ่มปรับเปลี่ยนท่าที ลดโน่น ปรับนี่เพราะคำนึงแต่ตัวเลข ตัวเลข และตัวเลข จนลืมไปว่าในช่วงที่กำลังพัฒนาโครงการออกแบบคอนเซ็ปต์นั้นวาดภาพทุ่งลาเวนเดอร์ไว้ขนาดไหน

บางคนก็ติดกับธุรกิจซื้อมาขายไปจนแยกแยะไม่ได้ว่า ธุรกิจโรงแรม คือ ธุรกิจบริการ ดังนั้น ถ้าทำบริการไม่ดี ความเสี่ยงในธุรกิจย่อมเกิดขึ้น ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างอยู่บนโลกออนไลน์ ข้อมูลข่าวสาร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวถูกส่งต่อบนโลกออนไลน์ในแบบสาธารณะ (Public) เกิดขึ้นในชั่วเวลาเสี้ยววินาทีเท่านั้น

ดังนั้นวันนี้จึงอยากหยิบยกประเด็นที่เจ้าของโครงการ ผู้ลงทุน หุ้นส่วนการลงทุนควรจะ “หาเวลา” เพื่อหยิบยกมาพิจารณานอกเหนือจากตัวเลขบรรทัดสุดท้ายที่ต้องการ เพราะถ้าออกแบบประเด็นเหล่านี้ไม่รอบคอบ และกลมกล่อม เท่ากับว่าการที่จะนำโรงแรมของคุณไปนำเสนอให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็อาจจะไม่ได้รับความสนใจจนถึงการจองห้องพักตามที่คาดหวังไว้ตามตัวเลขบรรทัดสุดท้าย

ประเด็นที่ควรพิจารณาเพื่อ ออกแบบโรงแรม วางแนวคิดเพื่อการสร้างแบรนด์

  1. Hyper-Local Experience : การเข้าถึงสิ่งที่แสดงออกถึงชีวิตจิตใจของชุมชนโดยรอบ สำรวจว่ามีเรื่องราวอะไรที่เป็นจุดเด่น จุดดึงดูด จุดน่าค้นหาของพื้นที่โดยรอบที่เป็นที่ตั้งของโรงแรม ไม่ใช่แต่เพียงสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ให้มองภาพรวมไปถึงวิถีชีวิต อาหารการกิน งานคราฟท์ และประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
  2. Eco-Conscious Luxury : แนวทางเพื่อความยั่งยืนที่จะนำมาใช้ในโครงการของคุณ ตั้งแต่เรื่องการประหยัดพลังงานตั้งแต่พลังงานไฟฟ้า การใช้น้ำภายในโครงการ การกำจัดของเสีย การจัดการกับอาหารที่เหลือในแต่ละวัน ไปจนถึงการเลือกวัสดุก่อสร้าง ข้าวของเครื่องใช้ภายในโรงแรมที่ให้ความสำคัญกับการนำสิ่งของเหลือใช้ หรือวัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ รวมทั้งการเลือกวิธีปรุงอาหารที่เน้นให้ลูกค้าได้ชิมรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบแต่ละส่วน เรียกว่าปรุงแต่งน้อยแต่ได้รสชาติความสดใหม่
  3. Niche-Themed Concept: คอนเซ็ปต์ที่มีธีมที่ชัดเจนและโดดเด่นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีความเฉพาะเจาะจงมาขึ้น และแสดงออกในพฤติกรรมความชอบไลฟ์สไตล์อย่างเต็มที่บนสื่อโซเชียล การออกแบบเพื่อตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มนั้น บางประเด็นอาจไม่ต้องลงมือทำเอง หาผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องเข้ามาช่วย หรือจะหาพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาเสริมเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ซึ่งประเด็นนี้สามารถคิดและออกแบบยาวไปถึงการทำกิจกรรมต่างๆที่สอดคล้องกับธีมของโรงแรมคุณ
  4. Tech-Forward Hospitality: การออกแบบการบริการด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ หรือเรียกว่า Seamless, Smart Stays ไม่ว่าคุณจะลงทุนทำโรงแรมรีสอร์ทในแบบไหนก็สามารถออกแบบด้วยการใช้เทคโนโลยีที่มาเสริมจุดเด่นในเรื่องนี้ได้ คงไม่ใช่แค่เลือกแบบของการ์ดห้องพักที่จะใช้ในโรงแรมเพื่อเปิด-ปิดระบบจ่ายไฟในห้องพัก หรืออินเตอร์เน็ทความเร็วสูงภายในพื้นที่โรงแรม
  5. Intimate Storytelling : ถ่ายทอดเรื่องราวให้มีชีวิตชีวาและชวนให้ติดตามในแบบ A Living Narrative ที่ควรออกแบบสัดส่วนในการเล่าเรื่องอย่างเหมาะสม ไม่ใช่อยู่ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ก็จะเล่าแต่เรื่องประวัติศาสตร์ หรือเล่าแต่เรื่องครอบครัวที่มาที่ไป หรือเล่าแต่เรื่องออกแบบการตกแต่งอาคารต่างๆ แต่อยู่ที่การวางสัดส่วนในการเล่าตามระยะเวลาที่ผ่านไป เช่น ก่อนเปิดโรงแรม ควรเล่าเรื่องอะไร ช่วงเปิดโรงแรมในระยะแรกควรเล่าเรื่องอะไร ในสัดส่วนแบบไหนที่จะนำเสนอแพ็คเกจการเข้าพักเข้าไปด้วยอย่างมีสไตล์
  6. Community-Centric Hub: การใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนและเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้คนในชุมชนกับลูกค้า นักเดินทางท่องเที่ยว สิ่ง่เหล่านี้สามารถคิดและออกแบบได้ตั้งแต่การวางแนวคิดโครงการไปจนถึงการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน การจัดสวน ไปจนถึงการออกแบบเมนูอาหาร การสร้างกิจกรรมที่สะท้อนวิถีชุมชนใกล้เคียง หรือการสนับสนุนชุมชนใกล้เคียง
  7. Minimalist Elegance : เรียบง่ายแต่สง่างาม หรือที่เรามักได้ยินคำว่า “Less is More” การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสร้างความประทับใจเมื่อได้สัมผัส ได้กลิ่น มองเห็นด้วยตา แต่ไม่ยัดเยียดจนเกินไปเพราะติดกับกับดักคำว่า “Big Idea”
  8. Seasonal Transformation : การออกแบบที่มีความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆในแต่ละฤดูกาล เช่น การปรับเปลี่ยนเมนูตามฤดูกาลของวัตถุดิบ การเลือกใช้สีหมอนอิง หรือเบาะตามที่นั่งต่างๆในโรงแรมที่เมื่อเปลี่ยนแล้วไม่กระทบกับธีมหลัก แนวคิดหลัก แต่ยังคงส่งอารมณ์และสร้างการรับรู้ได้ตามแนวคิดที่วางไว้

คุณนำประเด็นเหล่านี้มาพิจารณาในการออกแบบโรงแรม และสร้างแนวคิดหลักเพื่อการสร้างแบรนด์ และการสื่อสารการตลาดบ้างหรือเปล่า และนำมาพิจารณาในระดับไหนบ้าง

จาก 8 ข้อข้างต้นเป็นการยกประเด็นในรายละเอียดที่ควรนำมาพิจารณาเมื่อจะลงทุนทำโรงแรม หรือแม้แต่โครงการที่เปิดให้บริการแล้วเพื่อให้สามารถปรับตัวกับการตลาดออนไลน์ที่มีบทความสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับโรงแรม ดังนั้น คงไม่ใช่จะลงทุนทำโรงแรมแล้วนั่งคิดเฉพาะ 4P หรือทำ Revenue Projection เห็นตัวเลขบรรทัดสุดท้าย

ลองคิดดูว่าทำไม Nano Influencer จึงสามารถสร้างรายได้ให้กับโรงแรมที่พักขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้ดีกว่าการใช้ Macro Infuencer หรือ Mega Influencer —– เพราะเขาตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มได้ดีกว่า บรรยายได้เข้าถึงและเข้าใจได้มากกว่าสำหรับกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์แบบเดียวกัน

ข้อสรุป(อีกครั้ง)สำหรับคนทำโรงแรมเพื่อสร้างความสำเร็จและยั่งยืน

  1. ให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนและโดดเด่น (Focus on Differentiation)
  2. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้วยการหาพันธมิตรทางธุรกิจ (Leverage Local Partnerships)
  3. จัดลำดับความสำคัญกับประสบการณ์ที่จะส่งมอบให้ลูกค้า (Prioritize Guest Experience)
  4. จัดงบประมาณเพื่อลงทุนกับการทำการตลาดอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ (Invest in Smart Marketing)
  5. หาจุดสมดุลย์ระหว่างการจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายกับคุณภาพ (Balance Cost and Quality)

.

.

สุดท้ายในประเด็น “ความยั่งยืน” อยากย้ำเตือนว่า ไม่ใช่แต่ความยั่งยืนในการช่วยกันรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ควรคิดและออกแบบการทำธุรกิจให้ยั่งยืน (Financially Sustainable Business) เป็นสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจคุณอยู่รอด และทำให้คุณได้เห็นตัวเลขบรรทัดสุดท้ายที่ใส่ในตารางตั้งแต่วันแรกที่เริ่มลงทุน

.

อ่านบทความย้อนหลังเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์โรงแรม คลิกที่ https://thethinkwise.com/2023/03/01/brand-canvas-for-hotel-สร้างแบรนด์/

.

ไม่พลาดบทความคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงแรมแบบ รู้ให้จริง ทำให้เป็น กดติดตาม https://linktr.ee/thethinkwise

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.