เลือกแบรนด์

เลือกแบรนด์ ให้ตรงเป้าหมายและตอบโจทย์

เลือกแบรนด์

เลือกแบรนด์ ให้ตรงเป้าหมายและตอบโจทย์

การลงทุนทำธุรกิจโรงแรมมีประเด็นที่สำคัญที่ควรพิจารณาให้ชัดเจนก่อนที่จะไปถึงเรื่องการออกแบบและการก่อสร้างโรงแรมให้ออกมาตามแบบ คือ การออกแบบโครงสร้างการบริหารและการทำงานให้เหมาะสมกับเวลาและทรัพยากรที่จะสามารถจัดสรรได้ในอนาคต เมื่อวางโครงสร้างที่เจ้าของโครงการสามารถจัดการ กำกับดูแลได้แล้ว จึงค่อยมาตัดสินใจในแต่ละส่วนว่าส่วนไหนจะทำเอง ส่วนไหนจะหาคนมาช่วย ส่วนไหนจะหาคนมาทำในแบบต้อง เลือกแบรนด์ ที่จะใช้งานให้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และด้านการจัดสรรเงินลงทุน

.

ถ้าแบ่งการบริหารจัดการโรงแรมตามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกเป็น 3 ส่วน

  1. เจ้าของธุรกิจโรงแรม (Hotel Owner)
  2. คู่ค้าทางธุรกิจ (Business Partner)
  3. ทีมบริหารจัดการ (Hotel Operator)

การวางขอบเขตการทำงานระหว่างกันเพื่อขับเคลื่อนงานไปข้างหน้าตามเป้าหมายและกรอบเวลาตามที่ตกลงกันเป็นเรื่องที่สำคัญ และควรพิจารณาย้อนกลับไปตั้งแต่ประสบการณ์ ผลงานที่ผ่านมา และความรู้ความเข้าใจในการทำธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย … เรื่องนี้สำคัญที่ต้องเน้นว่า “ทำธุรกิจในประเทศไทย” เพราะอะไร เราจะว่ากันในส่วนต่อไป

กลับมาที่ชื่อเรื่องที่ว่าด้วย เลือกแบรนด์

การเลือกแบรนด์ทีมที่จะมา บริหารโรงแรม นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการและเป้าหมายของแต่ละโครงการ และงบประมาณ ถ้าเราจะพูดถึงทีมบริหารจัดการ หรือ Hotel Operator นั้น การกำหนดขอบเขตการทำงานร่วมกัน และการศึกษารูปแบบการทำงานของแต่ละผู้ให้บริการเป็นสิ่งจำเป็น

ยกตัวอย่างเช่น คุณอยากได้ทีมมาจัดการให้ทุกอย่าง ไม่ต้องการยุ่งเรื่องอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายหรือแก้ไขปัญหาการให้บริการรายวัน ต้องการนั่งดูแต่รายงานบรรทัดสุดท้ายว่าเป็นบวกหรือเปล่า — กรณีเช่นนี้ก็ควรค้นหาผู้ให้บริการที่มีขอบเขตการทำงานในลักษณะนี้ซึ่งในปัจจุบันมีหลายผู้ให้บริการให้เลือก ทั้งแบบมีการการันตีผลงานด้วยตัวเลขอัตราการเข้าพัก ราคาห้องพักเฉลี่ย แลกเปลี่ยนกับค่าบริการรายเดือน รายปี (Management Fee) และค่าบริการที่ขึ้นกับผลงานที่ทำได้ (Incentive Fee)

แต่ในบางครั้งเจ้าของธุรกิจวางเส้นทางการทำธุรกิจไว้ในเรื่อง “กล่องกับเงิน” ในแต่ละปีไว้เป็นลำดับ เช่น ปีแรกต้องเน้นกล่อง ให้มีโล่ห์มีรางวัลเพื่อสร้างการยอมรับ ความเชื่อมั่นท่ามกลางกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็มักจะว่าจ้างทีมประชาสัมพันธ์ หรือบริษัทฯที่รับ บริหารโรงแรม แต่เน้นการประชาสัมพันธ์เข้ามาทำงานให้ในช่วงแรก

อีกรูปแบบของการ เลือกแบรนด์ ที่อยากแบ่งปัน คือ การเข้าเป็นสมาชิกในกลุ่มโรงแรมที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใกล้เคียงกัน โดยมีบริษัทฯที่ทำหน้าที่รวมกลุ่ม สร้างเป็นคอลเลคชั่นโรงแรมรีสอร์ท และบริหารจัดการโดยเน้นการประชาสัมพันธ์ร่วมกัน การทำแคมเปญการตลาดเป็นครั้งคราวด้วยกัน หรือลงโฆษณาเพื่อสร้างแบรนด์ของกลุ่ม และแบ่งกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามสัดส่วน ตามขนาดธุรกิจ ตามรูปแบบธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯเหล่านี้จะมีการเก็บค่าสมาชิกรายปี และ/หรือรายครั้งต่อการทำแคมเปญร่วมกัน เป็นต้น

เราอาจเรียกกลุ่มเหล่านี้ว่า Hotel Consortium


คำว่า Consortium นั้นหมายถึงการรวมกลุ่มของบริษัท องค์กร เข้าด้วยกันเพื่อร่วมกันเสริมสร้างและขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่ม เพิ่มอำนาจในการต่อรองในการทำธุรกิจ
.
สำหรับธุรกิจโรงแรมนั้น การรวมตัวกันของโรงแรมที่พักต่างๆที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่คล้ายคลึงกัน มีตำแหน่งทางการตลาดในระดับเดียวกันสร้างเป็นคอลเลคชั่น (Collection) โรงแรมที่น่าสนใจ เพื่อร่วมกันสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ภายใต้แบรนด์ที่มารวมตัวกัน และทำการตลาดหรือการประชาสัมพันธ์ร่วมกัน ก็สามารถเรียกว่าเป็น Hotel Consortium ได้เช่นกัน
.
รูปแบบธุรกิจของการรวมตัวไปอยู่ภายใต้แบรนด์ คือ การเรียกเก็บค่าสมาชิก และค่าคอมมิชชั่นจากการใช้เครื่องมือทางการขายของแบรนด์นั้นๆ หรือ หากต้องการเข้าร่วมการทำแคมเปญการตลาดเป็นครั้งคราวก็อาจมีการเรียกเก็บเพิ่มเติม หรืออาจรวมอยู่ในค่าสมาชิกรายปีของกลุ่มแล้วเป็นต้น
.
การที่โรงแรมรีสอร์ทหรือบูติกโฮเต็ลจะเลือกใช้แบรนด์ที่ทำธุรกิจในลักษณะนี้จึงควรศึกษารายละเอียดข้อมูลของแต่ละแบรนด์ให้เข้าใจว่าเขาทำอะไรบ้าง และเขาไม่ทำอะไรบ้าง เพื่อจะได้ไม่มีปัญหากันในภายหลังเพราะค่าสมาชิกรายปีอยู่ในระดับตัวเลข 7 หลัก
.

บางโรงแรมเลือกใช้แบรนด์เหล่านี้พร้อม ๆ กันเพราะตั้งเป้าหมายว่าจะใช้จุดแข็งของแต่ละแบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แต่ละแบรนด์มีความเชี่ยวชาญ แต่สิ่งที่อยากเตือนเป็นข้อคิดคือ การศึกษาโปรไฟล์ของแต่ละแบรนด์ให้ดีว่ารูปแบบการทำงานเป็นอย่างไร เน้นประชาสัมพันธ์เพื่อนำมาสู่การติดต่อทำธุรกิจ หรือ PR-led approach หรือเน้นการขายที่สามารถสร้างคอนเวอร์ชั่น (Conversion) ในกลุ่มลูกค้าที่กว้างกว่า

ถ้าจะเปรียบเทียบคล้ายๆกับการทำคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ ผู้ให้บริการรายหนึ่งอาจจะเก่งทำแต่ Value Content ทำ Sales Content ไม่เป็น แต่อีกผู้ให้บริการอาจทำเป็นแต่ Sales Content ทำ Value Content ไม่เป็น ดังนั้น เจ้าของโรงแรมจึงควรพิจารณาเลือกให้ดี ๆ ให้เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ รูปแบบธุรกิจ และการ บริหารโรงแรม ของคุณ

กรณีที่คุณมองหาทีมดูแลในทุกเรื่องคุณควรใช้บริการ Hotel Management Company ไม่ใช่ Hotel Collection Consortium ที่มักจะเน้นแต่การทำประชาสัมพันธ์ การตลาดเป็นครั้งคราวภายใต้หลักการที่กำหนดคุณสมบัติของโรงแรมที่เข้าร่วมกลุ่ม


นอกจากนี้ควรเปรียบเทียบจำนวนงบประมาณที่จะใช้เข้าเป็นสมาชิก กับการทำการตลาดดิจิทัล หรือการสร้างแบรนด์ของโรงแรมเองเพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องว่าการลงทุนแบบไหนจะคุ้มค่ามากกว่ากัน เพื่อให้ลูกค้าเป้าหมายรับรู้และรู้จักโรงแรมอย่างถูกต้อง
.
โรงแรมเล็ก หรือโรงแรมใหญ่ก็ต้องใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าให้มากที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจที่จะเข้มข้นมากขึ้นในปีต่อไป ดังนั้น อย่าใช้งบประมาณฟุ่มเฟือยจนเกินไปจะดีที่สุด

เลือกแบรนด์ บริหารโรงแรม ให้ดีๆ
.
[กดติดตามเพื่ออ่านคำแนะนำในการบริหารจัดการโรงแรมเล็ก บูติกโฮเต็ลได้ที่ https://linktr.ee/thethinkwise ]

.

อ่านบทความฉบับเต็มในเรื่องต่างๆ ทั้งการสร้างแบรนด์ การตลาดการขาย และทางรอดโรงแรม เพียงเลือกคำค้นหาจาก # Hashtag ที่อยู่ด้านข้างในหน้าจอ หรือจะพิมพ์คำค้นหาเองก็ได้ ให้ไปที่หน้าเว็บไซต์ของเราโดยตรง https://thethinkwise.com

.

ทำความรู้จักเรา thethinkwise กับคำถามที่พบบ่อยได้ที่ https://thethinkwise.com/faq-frequently-asked-questions-thethinkwise/

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.