ท่องเที่ยวไทย ปี 2567 โรงแรมรับมืออย่างไร

ท่องเที่ยวไทย ปี 2567 โรงแรมรับมืออย่างไร
จบไปเรียบร้อยกับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 28.0 ล้านคนพร้อมรายได้ 1.2 ล้านล้านบาท และแน่นอนว่าตลาดเอเซียเป็นตลาดที่เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการให้การ ท่องเที่ยว บ้านเราอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องตลอดทั้งปี เห็นได้จากตัวเลข 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ อินเดีย และรัสเซีย ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ใช้เวลาในการเดินทางไม่กี่ชั่วโมง หรือบางส่วนอย่างมาเลเซียที่สามารถเดินทางโดยรถยนต์ รถไฟผ่านมาทางด่านทางภาคใต้ของเราได้ตลอดเวลา
ปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อการ ท่องเที่ยว ในบ้านเรา
ก่อนอื่นอยากจะหยิบยกตัวอย่างตัวชี้วัดศักยภาพการพัฒนาการท่องเที่ยวในระดับสากลอย่างเช่น ดัชนีการเดินทางและการพัฒนาการท่องเที่ยว หรือ Travel & Tourism Development Index ที่มีรายงานเผยแพร่ผ่าน World Economic Forum ล่าสุดเมื่อปี 2021 หรือ 3 ปีที่ผ่านมาเป็นรายงานฉบับล่าสุด
ดัชนี้ชี้วัดตัวนี้พัฒนามาจาก TTCI – Travel & Tourism Competitive Index ที่มีการกำหนดกรอบและปัจจัยที่ใช้เป็นตัวชี้วัดการศักยภาพในการแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศต่างๆที่มีการสำรวจมาต่อเนื่องกว่า 15 ปี และต่อมาก็มีการปรับกรอบในการกำหนดตัวชี้วัดใหม่เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์และปัจจัยที่เกิดขึ้นบนโลกเรา โดยเพิ่มประเด็นในส่วนของหัวข้อ Sustainability ที่สะท้อนผ่านนโยบายและการพัฒนาด้านต่างๆของแต่ละประเทศ และเปลี่ยนมาเป็น TTDI – Travel & Tourism Development Index ดังนั้นตัวเลขที่ได้ในรายงานฉบับล่าสุดในปี 2021 จึงไม่ควรนำไปเปรียบเทียบกับตัวเลขที่ได้ในปี 2019 เพราะกรอบและขอบเขตปัจจัยที่ใช้ชี้วัดแตกต่างกัน
กรอบในการสร้างดัชนีชี้วัด TTDI แบ่งออกเป็น 17 ส่วนหลักและ 112 ตัวชี้วัดในด้านต่างๆ และประเด็นที่สำคัญของการทำการสำรวจและประเมินในครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเก็บข้อมูลตัวเลขในด้านต่างๆ และอีกส่วนเป็นการสำรวจความคิดเห็น หรือที่เรียกว่า Opinion Survey ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจในคำถามแต่ละคำถามที่ตัวแทนของแต่ละประเทศตอบคำถามจึงเป็นประเด็นสำคัญต่อผลสำรวจที่ได้ออกมาในรายงานปี 2021
เรามาดูกันว่า 17 หลักใหญ่ที่ใช้ในการประเมินเพื่อดูศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยว ของแต่ละประเทศที่ใช้มีอะไรบ้าง

จะเห็นว่าภายใต้ 17 หัวข้อหลักนั้น อยู่ภายใต้กรอบภาพกว้าง 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
- Enabling Environment
- Travel and Tourism Policy and Enabling Conditions
- Infrastructure
- Travel and Tourism Demand Drivers
- Travel and Tourism Sustainability
ถ้ามองในภาพรวมถึงปัจจัยข้างต้นจะเห็นว่าแต่ละเรื่องทั้งนโยบาย และมาตรการในด้านต่างๆจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ในภาพใหญ่ และธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อยซึ่งรวมถึงโรงแรมที่พักด้วยมีการเติบโตขยายตัวได้ในแต่ละปี เรียกได้ว่าต้องเริ่มมาจากภาครัฐที่มีวิสัยทัศน์ในการมองภาพเศรษฐกิจในอนาคต และรู้และเข้าใจว่าเศรษฐกิจในบ้านเราขับเคลื่อนรายได้จากด้านไหน และควรออกนโยบาย เร่งมาตรการอะไรมาเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างแรงจูงใจเพื่อให้แต่ละด้านเติบโตตามเป้าหมาย
ดังนั้น เช่นเดียวกับ ธุรกิจโรงแรม ไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก หรือเจ้าของคนเดียวบริหารเอง หรือบริษัทฯครอบครัวบริหารโรงแรม หรือบริษัทฯลงหุ้นระหว่างเพื่อนฝูงมาทำโรงแรม ล้วนอยู่ภายใต้กรอบแนวคิดในลักษณะนี้เช่นกัน คือ มีวิสัยทัศน์ อ่านโจทย์เป็น วางทางให้เดินสะดวก และในขณะเดียวกันมีมาตรการทั้งกระตุ้นและป้องกันความเสี่ยงด้านต่างๆ

ถ้าเรากำหนดกรอบในการขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมแบ่งออกเป็น 5 ส่วนใหญ่ ๆ ตามภาพข้างต้น – คุณประเมินธุรกิจของคุณอย่างไร
- นโยบายระดับประเทศ – ทิศทางของนโยบายภาครัฐเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีอะไรบ้าง และระดับความเกี่ยวข้องของแต่ละนโยบายและมาตรการจะช่วยส่งเสริมให้โรงแรมของคุณสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร เช่น มาตรการฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่จะมีผลบังคับในเดือนมีนาคม 2567 มาตรการลดหย่อนภาษีผ่าน E-Tax Invoice ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้น หรือสามารถมองไปถึงนโยบายที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจ เช่น นโยบายด้านพลังงาน นโยบายการรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน หรือการประกาศกฎกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจโรงแรม เป็นต้น
- ศักยภาพในพื้นที่ – สิ่งที่น่าสนใจในพื้นที่จังหวัดของคุณมีศักยภาพตอบโจทย์การท่องเที่ยวมากน้อยอย่างไร การปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่สนับสนุนให้คุณสามารถทำธุรกิจได้อย่างสะดวก คล่องตัว โดยไม่มีอุปสรรคในระดับไหน เช่น งบประมาณซ่อมถนนทางเข้าอำเภอมีกำหนดจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี และคาดว่าจะจบโครงการได้ภายในสิ้นปี เท่ากับว่าคุณมีอุปสรรคในเรื่องการเดินทางสัญจรที่เกิดขึ้นจากแผนพัฒนาฯสาธารณูปโภคของจังหวัด ซึ่งจะทำให้การเดินทางในอนาคตสะดวกขึ้น ดังนั้น คุณจึงควรศึกษาหาทางเลือกในการเดินทางให้กับลูกค้า และสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจ เพื่อที่จะไม่มองประเด็นนี้เป็นอุปสรรคในการเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อมาเข้าพักที่โรงแรมของคุณ เป็นต้น
- ดีมานด์การท่องเที่ยว – พฤติกรรมนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มเปลี่ยนไปอย่างไร มีข้อจำกัดในเรื่องรายได้ที่ต้องรัดเข็มขัดเพิ่มขึ้นหรือไม่ วิเคราะห์รูปแบบการใช้งานสื่อโซเชียลของลูกค้า ไปจนถึงวิธีในการติดต่อโรงแรมผ่านช่องทางต่างๆ หรือการโต้ตอบของลูกค้ากับโรงแรมบนแอพพลิเคชั่นต่างๆ เทรนด์การท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ
- งบประมาณที่จัดสรร – แผนดำเนินงานและแผนธุรกิจของแต่ละโรงแรมที่ได้รับการอนุมัติไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรเมื่อนำมากระจายให้กับแผนกต่างๆ โดยควรมองภาพเปรียบเทียบกับปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นจริงและที่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีการปรับตัวอย่างไรเพื่อให้การขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนงานยังคงสามารถดำเนินงานต่อไปได้ ยกตัวอย่าง บางโรงแรมอาจมีแผนในการปรับปรุงโรงแรมใหญ่ในช่วงโลว์ซีซั่น อาจทบทวนแผนงานอีกครั้ง หรือเริ่มลงมือล่วงหน้าในการคัดเลือกผู้รับเหมาเพื่อที่จะได้มีเวลาในการทบทวน คัดเลือกผู้รับเหมาที่เหมาะสม เป็นต้น หรืองบประมาณที่จัดสรรสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ จัดสรรให้ช่องทางไหนบ้าง ได้สัดส่วนกับรายได้ที่จะเข้ามาในแต่ละช่องทางหรือไม่อย่างไร มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ตัวเลขต่างๆหรือไม่ ซึ่งประเด็นการวิเคราะห์นี้ โรงแรมที่พักขนาดเล็กเริ่มได้ทันทีจากการเรียนรู้การใช้โปรแกรม Excel ช่วยในการประมวลผลข้อมูลด้วยตัวชี้วัดต่างๆ หรือแม้แต่การสร้างกราฟ การทำ Dashboard แบบง่ายๆ ที่เริ่มจากการเก็บข้อมูลตัวเลขที่ถูกต้องก่อน
- งบประมาณเพื่อความยั่งยืนที่จัดสรรเพิ่มเติม – การทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนคงไม่ใช่แค่เจ้าของโรงแรมออกมาประกาศว่าโรงแรมจะเดินหน้าในแนวยั่งยืน แต่ควรทำความเข้าใจก่อนว่า “ความยั่งยืน” ของโรงแรมคุณขึ้นอยู่กับเรื่องอะไรบ้าง มีอะไรที่ลงมือทำได้ทันที และมีอะไรที่ต้องค่อยๆดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรม ดังนั้นจึงควรขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน ทั้งนโยบาย เป้าหมาย แผนงาน และที่สำคัญคืองบประมาณที่จะสนับสนุน ตัวอย่างเรื่องการแยกขยะ การจัดซื้อภาชนะเก็บขยะ คัดแยกขยะ โรงเรือนที่ใช้พักขยะก่อนที่รถขยะในพื้นที่จะเข้ามาเก็บ หรือการลดการใช้น้ำดื่มจากขวดพลาสติก ตั้งเป้าเป็นระยะๆค่อยๆลดลง ออกแบบการเปลี่ยนผ่านให้น่าสนใจสร้างเป็นเรื่องราวเพื่อสื่อสารสร้างการรับรู้ที่ดีกับลูกค้าได้ หรือเรื่องการใช้พลังงานสะอาด ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน มาตรการประหยัดไฟต่างๆ เป็นต้น
.
มาตรการต่างๆในแต่ละส่วนข้างต้นนั้น ไม่ต้องมองภาพในระยะที่ไกลตัว เกินความจำเป็นจนเกินไป แต่ควรมีแผนการจัดการ เหมือนกับการวาง Roadmap หรือออกแบบเส้นทางการพัฒนาเป็นระยะพร้อมตัวชี้วัดในแต่ละช่วงเวลา แล้วค่อยๆลงมือทำไปอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยมีการมอบหมายผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน และสมาชิกโรงแรมทุกคนเข้าใจและเห็นภาพเดียวกันว่าโรงแรมกำลังทำอะไรอยู่
.
นอกจากนี้แผนงานรองรับความไม่แน่นอน ก็เป็นสิ่งที่ควรเตรียมพร้อมไว้เช่นกัน
เพราะเมื่อเราผ่านสถานการณ์โควิด-19 มากว่า 3 ปี เราได้เรียนรู้ในเรื่องต่างๆมากมาย จึงควรหยิบประเด็นเหล่านั้นมาพูดคุยกันในทีมบริหาร หรือในครอบครัวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ
.
สิ่งที่คนทำ ธุรกิจโรงแรม หรือทีมบริหารโรงแรมควรทำเพื่อให้แผนรับมือมีประสิทธิภาพ คือ การสร้างตัวชี้วัดด้านต่างๆ เพื่อใช้เป็นตัวส่งสัญญาณให้รู้ว่า “ต้องเตรียมพร้อม” หรือ “ต้องรับมือ” อย่างไร มีเครื่องมืออะไรบ้างในการใช้งาน เช่น การเตรียมเงินหมุนเวียนสำรองจาก 6 เดือน เป็น 8-12 เดือน หากมีการนำเงินสำรองออกไปใช้จนทำให้เงินสำรองร่อยหรอ ใครเป็นคนตรวจสอบ มีรายงานอะไรที่ใช้กำกับ ขั้นตอนในการขอเบิกเงิน ขั้นตอนในการอนุมัติเป็นอย่างไร รัดกุมมากน้อยแค่ไหน เป็นต้น
.
ข้อสุดท้าย คือ การเรียนรู้จากข้อผิดพลาดในการทำธุรกิจที่ผ่านมา หรือตัวอย่างจากโรงแรมที่พักอื่นๆ และหาข้อเรียนรู้ที่จะนำมาเป็นประโยชน์ได้ เช่น ธุรกิจเพื่อนบ้านไม่่สามารถไปต่อได้เพราะไม่มีผู้สืบทอดธุรกิจ ไม่มีเงินทุนสำรองเพื่อไปต่อเนื่องจากต้องมีการปรับโครงสร้างอาคารหลายจุด เป็นต้น แต่ไม่ใช่ตีเป็นประเด็นดราม่า และไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
.
อ่านบทความอื่นๆ เช่น ทำความรู้จักกับ Tourism Landscape ได้ที่นี่ คลิก https://thethinkwise.com/2023/05/16/tourism-landscape-for-hotels-thailand/
.
ไม่พลาดการติดตามคำแนะนำดีๆสำหรับ เจ้าของโรงแรม นักธุรกิจที่สนใจทำโรงแรม หรือคนทำงานโรงแรม กด Subscribe ที่ https://linktr.ee/thethinkwise
