ตามหาGM

ตามหา GM โรงแรมควรรู้อะไรก่อน?

ตามหาGM

ตามหา GM โรงแรมควรรู้อะไรก่อน?

เมื่อมาถึงขั้นตอนการสรรหาบุคคลากรเพื่อตอบโจทย์สิ่งที่โรงแรมรีสอร์ทต้องการ ปัญหาที่พบบ่อยสำหรับโรงแรมอิสระ หรือ Individual Hotel ที่เจ้าของบริหารเอง นั่งเป็น MD เอง มักเผชิญกับปัญหานี้บ่อยครั้ง คือ ได้คนไม่ตรงปก ได้คนไม่ตรงกับความต้องการ ไปจนถึงขั้นเลวร้าย คือ ได้คนที่มาสร้างความเสียหายให้กับโรงแรมรีสอร์ทของคุณ ดังนั้นโดยเฉพาะในขั้นตอนการ ตามหาGM โรงแรมซึ่งเป็นตำแหน่งแรกๆที่ควรตามหาตั้งแต่การเตรียมเปิดโรงแรมล่วงหน้า 4-6 เดือนขึ้นอยู่กับว่าคุณลงทุนทำโรงแรมในระดับไหน ต้องการจับกลุ่มตลาดอะไร

ขั้นตอนแรกในการ สรรหาคน คือการสำรวจความต้องการของโรงแรมก่อน

  • ต้องการคนในแบบไหน สอดคล้องกับคุณสมบัติ และความเป็นตัวตนของแบรนด์โรงแรมของคุณอย่างไร
  • ขอบเขตงานที่รับผิดชอบมีมากน้อยอย่างไร ต้องการเน้นในประเด็นไหนมากที่สุด เรียงลำดับ 1,2,3….ให้ได้
  • เป้าหมายในระยะยาว คุณคาดหวังให้คนที่มานั่งตำแหน่ง GM โรงแรม ทำอะไรให้องค์กรบ้าง

และที่สำคัญ

  • รูปแบบธุรกิจ รูปแบบองค์กรที่คุณบริหารงานอยู่ มีความจำเป็นในระดับไหนที่จะต้องใช้ GM

.

ข้อสุดท้ายนี่แหละ สำคัญมากๆ เพราะหลายโรงแรมจริงๆแล้วไม่ได้ต้องการต้องใช้คนในระดับถึง GM แต่ต้องการแค่เพียงคนที่มาบริหารจัดการงาน Operation ทั้งหมด ทำให้ลูกค้าแฮ้บปี้ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน …. ซึ่งถ้าคุณต้องการแค่นี้ เลือกใช้ และสรรหา Hotel Manager ก็เพียงพอกับความต้องการ

แต่บางโรงแรมมีขนาดธุรกิจ รูปแบบการทำธุรกิจ จำนวนห้องพัก อยู่ในระดับที่ “ควรจะ” มีผู้จัดการทั่วไป หรือ General Manager(GM) เพื่อช่วยบริหารธุรกิจให้ก้าวหน้าไปตามเป้าหมายที่ต้องการ

เรามาดูกันว่า GM ที่ “ควรจะเป็น” ควรมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านไหนบ้าง ก่อนที่จะประการ สรรหาคน

ขอบเขตงานที่ควรให้ความสำคัญและให้น้ำหนัก ได้แก่

  1. ออกแบบกลยุทธและแนวทางในการดำเนินธุรกิจ
  2. จัดทำและบริหารจัดการงบประมาณ
  3. สร้างรายได้และผลกำไรในโรงแรม
  4. กำกับดูแลงานด้าน Operation ของโรงแรมในภาพรวมให้เรียบร้อย

หน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญ

  1. วางแผนแบบมีกลยุทธและมีงบประมาณกำกับ (Strategic Planning and Budgeting)
  2. การสรรหาหัวหน้าทีม/หัวหน้าแผนก และพัฒนาหัวหน้าให้สามารถปฏิบัติงานตามนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Recruitment and development of department heads)
  3. การบริหารจัดการและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า (Guest satisfaction)
  4. ทำให้แบรนด์โรงแรมเป็นที่่รู้จัก (Brand Reputation)
  5. บริหารจัดการเมื่อมีเหตุวิกฤตเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ (Crisis Management)
  6. ประสานงานกับเจ้าของโครงการ/ผู้ลงทุนอย่างใกล้ชิด

ความรู้และประสบการณ์ที่ควรมี

  1. ประสบการณ์ในงานโรงแรม
  2. ความรู้ในการบริหารธุรกิจ อาจจบสายท่องเที่ยวและการโรงแรม หรือสายบริหารธุรกิจก็ได้

ทักษะที่ควรมี

  1. ความรู้และความสามารถในการใช้งานคอมพิวเตอร์และระบบซอฟต์แวร์ที่จำเป็นสำหรับงานสำนักงานโดยทั่วไป เช่น Microsoft Office (Word, Excel, Powerpoint, Outlook), Zoom หรือการประชุมออนไลน์ร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น
  2. การใช้งานระบบโรงแรม PMS – Property Management System
  3. ความรู้และความเข้าใจและใช้งาน Excel คล่องแคล่ว ในระดับที่สามารถคำนวณตัวเลข ประมาณการตัวเลข หาค่าเฉลี่ย และการใช้สูตรต่างๆ เพื่อช่วยในการทำงานเรื่องงบประมาณ การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่าย และออกแบบการสร้างรายได้
  4. ทักษะในการอ่าน พูด และเขียนภาษาอังกฤษในระดับการสื่อสารทางธุรกิจ
  5. ความรู้รอบตัวในการใช้งานโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นอื่นๆ เช่น Google, Facebook (Business Page), Instagram, Tiktok, YouTube, เป็นต้น
  6. มารยาทในการเข้าสังคมเบื้องต้น เช่น มารยาทบนโต๊ะอาหาร มารยาทในการเจรจาธุรกิจ มารยาทในการประชุม เป็นต้น
  7. มีความคล่องตัวในการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  8. มีบุคคลิกดี แต่งกายสะอาด
  9. ภาวะความเป็นผู้นำ
  10. ความสามารถในการสื่อสารในทุกระดับ ไม่ว่าจะบนลงล่าง ล่างขึ้นสู่บน หรือในระนาบเดียวกัน และถ้ามีความสามารถในการจัดทำสิ่งที่นำเสนอได้เองด้วยก็จะยิ่งมีประโยชน์ช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้นด้วย

.

ส่วนประเด็นที่กำลังเป็นคำถามเรื่องความรู้เกี่ยวกับ GenAI นั้นมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด ?

เรื่องนี้ขอให้ความเห็นว่าการทำความรู้จักและมีความเข้าใจถึงการทำงานเบื้องต้นเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณสมบัติของผู้สมัครแต่ละคนที่โรงแรมคุณเรียกมาสัมภาษณ์นั้นได้แสดงวิสัยทัศน์ ทัศนคติ และความเห็นในเรื่องการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการให้บริการลูกค้า

แต่อย่างไรก็ดีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการบริหารโรงแรมนั้น ควรคำนึงถึงแบรนด์คอนเซ็ปต์ (Brand Concept) และแกนหลักในการทำธุรกิจของแต่ละโรงแรมเป็นสำคัญ

ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจไม่ใช่เรื่องการท่องจำว่า GenAI คืออะไร หรือมีผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มชื่ออะไรบ้าง ความแตกต่างระหว่าง ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity ต่างกันอย่างไร แต่ควรมีความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ในการทำธุรกิจอย่างไร และจะเลือกใช้อย่างรอบคอบได้อย่างไรต่างหากที่เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้บริหารโรงแรม

.

สำหรับการ ตามหาGM ขอแนะนำว่าเวลาโรงแรมจะสัมภาษณ์งานในตำแหน่ง Genearl Manager (GM) ควรเน้นการตั้งถามและสอบถามความคิดเห็นในเรื่องการทำธุรกิจให้มากๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถูกสัมภาษณ์มีความรู้ความเข้าใจในการทำธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทในประเภทเดียวกับโรงแรมของคุณ หรือที่มีตำแหน่งการตลาดคล้ายคลึงกับโรงแรมของคุณ

นอกจากนี้การ สรรหาคน ควรเน้นคำถามที่เปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ในการทำงานและบริหารธุรกิจภายใต้กรอบเวลาต่างๆ ซึ่งบางคนก็จะอธิบายแผนการทำงานแบบยาวเหยียดในทุ่งลาเวนเดอร์ สวยหรู ดูดี แต่เมื่อสอบถามเรื่องงบประมาณที่ใช้กับความสามารถในการสร้างรายได้ของโรงแรม ก็อาจจะไม่มีคำตอบในสายลม…..กรณีเช่นนี้ให้ระมัดระวังให้ดี เนื่องจากไม่อยู่บนข้อเท็จจริง พูดไปเรื่อยๆ แต่จับต้องอะไรไม่ได้

เคยมีบางกรณีที่เคยสัมภาษณ์ พรีเซ้นท์ได้ดีมากในส่วน Hotel Operation ทั้งหมดเข้าใจทุกสิ่งอย่าง แต่เมื่อสอบถามเรื่องการทำรายงาน การอ่านรายงานที่เกี่ยวกับตัวเลขต่างๆ ไล่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดได้คำตอบว่า “ผมทำ excel ไม่เป็นครับ อ่านรายงานกำไรขาดทุนได้นิดหน่อย” ก็เลยต้องบอกว่าขอให้ก้าวหน้าในตำแหน่ง Hotel Manager/Resident Manager ไปอีก 2-3 ปี และควรฝึกฝนตัวเองในการใช้โปรแกรมต่างๆ รวมทั้งพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษในระดับสื่อสารทางธุรกิจได้ด้วยจะทำให้คุณมีโอกาสในการได้งานในตำแหน่ง GM เริ่มจากโรงแรมขนาดเล็กก่อนแล้วค่อยขยับขยายไป

แล้วถ้าคนทำงานโรงแรมอยู่แล้ว อยากจะเติบโตไปเป็น GM ที่ดีมีคุณภาพ ควรพัฒนาตนเองในด้านไหนบ้าง

  1. Hotel Operations
  2. Leadership and staff development
  3. Financial Management
  4. Marketing and Sales
  5. Hospitality Law
  6. Customer Service Excellence

แบ่งสัดส่วนตามหัวข้อข้างต้นให้ดีๆ โดยประเมินจากสิ่งที่มีอยู่ว่าอยู่ในระดับใด เพื่อที่จะได้สรรหาความรู้ หาประสบการณ์มาเพิ่มเติมในส่วนนั้นๆได้

ในขณะเดียวกันนั้นเมื่ออยู่ในกระบวนการ สรรหาคน แปลว่าสิ่งที่ควรคำนึงในลำดับแรกๆคือการปรับตัว ปรับความรู้และประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ที่เจอ เพราะโรงแรมรีสอร์ทแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน การที่ใช้วิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหาในช่วงเวลาหนึ่งแล้วประสบความสำเร็จ ไม่ได้แปลว่า คุณจะสามารถใช้วิธีนั้น แบบนั้นในการแก้ไขปัญหาในอีกยุคสมัยแล้วจะประสบความสำเร็จได้

การเป็นผู้บริหารที่ดีจึงควรตั้งใจรับฟังโจทย์ และตีความโจทย์ให้เข้าใจก่อน แล้วจึงออกแบบกลยุทธ แผนงาน และวิธีการในการแก้ไขปัญหาพร้อมกรอบเวลา และกำหนดงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ให้ชัดเจนเพื่อนำเสนอเจ้าของโรงแรม หรือผู้ลงทุนให้เข้าใจ

จะเห็นได้ว่าการเป็น GM ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ได้ตำแหน่ง General Manager หรือผู้จัดการทั่วไปในนามบัตร แต่อยู่ที่ผลงานและการยอมรับจากทีมเพื่อพนักงาน ไปจนถึงผู้ลงทุนหรือเจ้าของโรงแรม

.

ขอให้การ ตามหาGM ของทุกโรงแรมประสบความสำเร็จแบบได้คนที่ตอบโจทย์ความต้องการนะคะ

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม หาคนทำงานกับการออกแบบ EVP – Employee Value Proposition ได้ที่ https://thethinkwise.com/2024/03/27/หาคนทำงานโรงแรม-evp-for-hotels/

ไม่พลาดคำแนะนำดีๆในการบริหารโรงแรม กด subscribe ตามช่องทางที่คุณสะดวกที่ https://linktr.ee/thethinkwise

Similar Posts

  • |

    เมื่อโรงแรมทำให้แขกผิดหวัง

    ช่องว่างระหว่างราคาที่แขกจ่ายกับประสบการณ์ที่ได้รับ คือต้นเหตุของ complaint ที่เลี่ยงได้ บทความนี้พาดูกรณีตัวอย่างจริง วิเคราะห์รากของปัญหา และให้แนวทาง Corrective Action พร้อม Care Matrix สำหรับ 3 Segments

  • |

    เลือกบล๊อกเกอร์ (Blogger)ให้ตรงกลุ่ม

    Blogger [บล๊อกเกอร์] ได้แก่คนที่ชื่นชอบการเขียน การถ่ายภาพ การเล่าเรื่อง ถ่ายทอดประสบการ์ณที่ตนเองได้รับไปยังบุคคลอื่น เป็นการแบ่งปันในสังคมเราอีกแบบหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลและมีบทบาทในการตัดสินใจของลูกค้า การทำงานของบล๊อกเกอร์บางท่านเริ่มจากความรักและความชอบโดยส่วนตัวที่อยากเขียนบันทึกเรื่องราวประสบการ์ณ หรืออยากแบ่งปันมุมมองของตัวเองกับคนอื่น ต่อมามีคนติดตามมากขึ้น เพราะชื่นชอบในวิธีการเล่าเรื่อง การนำเสนอ การถ่ายภาพ กลายเป็นมีแฟนคลับมากมาย จนได้รับความไว้วางใจและชื่นชอบของคน และในที่สุดกลายกลุ่มบล๊อกเกอร์ก็กลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและทำการตลาด จนสามารถยึดเป็นอาชีพในการเขียนรีวิวได้ เพราะบางส่วนไม่ใช่การเดินทางไปโดยความตั้งใจส่วนตัวบนค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว หากแต่เป็นค่าใช้จ่ายของสินค้าและบริการที่ต้องการใช้บล๊อกเกอร์ในการสื่อสารผ่านไปยังกลุ่มแฟนเพจ ค่าใช้จ่ายก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความมีชื่อเสียงของบล๊อกเกอร์ จำนวนแฟนเพจ ในธุรกิจโรงแรม เมื่อมีที่พักเปิดใหม่และมีการนำเสนอรูปภาพ ภาพเคลือนไหว การเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ย่อมสามารถดึงดูดความสนใจของบล๊อกเกอร์ได้ เพราะความต้องการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่จะนำมาเล่าเรื่องให้แฟนเพจได้รับทราบ  ในขณะเดียวกัน หากโรงแรมไหนไม่ต้องการรอ ก็สามารถเรียกใช้บริการบล๊อกเกอร์ได้ทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับตารางเวลา และวันว่างของแต่ละบล๊อกเกอร์ สำหรับโรงแรมที่พัก และร้านอาหาร มีวิธีการเลือกบล๊อกเกอร์ให้เหมาะกับธุรกิจของเรา ซึ่งควรคำนึงถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ 1. รูปแบบและไลฟ์สไตล์ของบล๊อกเกอร์ว่าใกล้เคียงกับคอนเซ็ปต์ที่โรงแรมเราวางไว้หรือไม่อย่างไร เพราะนี่คือการสะท้อนความเป็นตัวตนผ่านคู่ค้าทางธุรกิจในอีกรูปแบบหนึ่ง คล้ายกับเราเลือก co-branding partner  ถ้าไลฟ์สไตล์แตกต่างกันมาก ก็อาจทำให้ลูกค้าเกิดความสับสนในตัวตนของโรงแรมคุณ 2.กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหรือกลุ่มแฟนเพจ ดูว่ามีการนำเสนอในรูปแบบไหน เจาะกลุ่มลูกค้าประมาณไหน เช่น วัยรุ่น วัยทำงาน…

  • แล้วโรงแรมควรสื่อสารอะไรในช่วงวิกฤติ

    ก่อนจะตอบว่าโรงแรมควรสื่อสารอะไรในช่วงวิกฤติ ควรตอบคำถามก่อนว่า (1) “คุณจะสื่อสารกับใคร” – ข้อนี้เป็นคำถามสำคัญเพราะคือลูกค้าของคุณ และคุณแบ่งลูกค้าคุณอย่างไร แบบในประเทศกับต่างประเทศ หรือแบ่งตามความลักษณะและพฤติกรรมของลูกค้า (2) ถ้าตอบคำถามข้อที่ 1 ได้เรียบร้อย ควรหาข้อมูลให้ลึกต่อไปว่า “แล้วแต่ละกลุ่ม เขามีความต้องการอย่างไร” เราจะได้ทราบว่าควรใช้เครื่องมือแบบไหนในการสื่อสารถึงเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ (3) รูปแบบในการสื่อสาร ในข้อนี้เมื่อตอบข้อ 1 และ ข้อ 2 ได้เรียบร้อย เราก็จะสามารถออกแบบการสื่อสารของเราได้อย่างเหมาะสมแบบรู้กาละเทศะ . . . แต่ถ้าโรงแรมไหน ไม่ได้ตั้งหลักจากข้อ 1-3 เขาก็จะสื่อสารแบบรวม ๆ แบบกว้าง ๆ ใครจะได้รับหรือไม่ได้รับ ไม่แน่ใจเหมือนกัน แค่อยากจะสื่อสารออกไป ก็อ่านบทความมาเยอะแล้วเขาบอกว่าช่วงวิกฤติต้องสื่อสารกับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ายังจดจำแบรนด์ของคุณได้ คุณเป็นแบบนี้หรือเปล่า ? เวลาเราพูดถึงคำว่า “วิกฤติ” ความหมายคือ อยู่ในขั้นอันตราย ร้ายแรง น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นโรงแรมควรทำความเข้าใจก่อนว่าวิกฤติไวรัสโควิด19 ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยประเทศเดียว และมาตรการที่เราบังคับใช้ปัจจบันไม่ว่าจะเป็น Work from Home หรือ…

  • เลือกทีมขาย ไม่ทำลายแบรนด์โรงแรม

    สร้างโรงแรมมาอย่างดี แต่มาตายตอนทีมขายไปขายของและทำลายภาพลักษณ์และการรับรู้ของลูกค้าตั้งแต่ยังไม่เปิด

  • | |

    ออกแบบบริการหลังการขาย

    เมื่อลูกค้าไม่ประทับใจในการบริการ คุณมีวิธีการแก้ไขอย่างไร

  • โรงแรมใหม่ – ด่านสองแม่บ้าน กว่าจะผ่านไปได้

    จะโฮสเทล จะบูติกโฮเต็ล จะเกสท์เฮ้าส์ จะโรงแรม จะที่พักแบบไหน สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ “ความสะอาด”  แล้วที่พักของคุณส่งมอบความสะอาดในระดับไหน กลุ่มแรกอาจตอบด้วยคำตอบในแนวนี้ “ก็ส่งให้ตามราคาที่จ่ายนั่นแหละ” “ทำได้เท่านี้แหละ เพราะคนหายาก เข้าๆออกๆ มาฝึกได้สักพักก็ออกไป จะให้ทำไงล่ะ” “โอ๊ย……พูดจนปากเปียกปากแฉะ ให้ทำแบบนี้ ทำแบบนี้ ไม่เคยรู้เรื่อง จนปัญญา” “โถ..โถ..มานอนแค่คืนเดียว จะเอาอะไรก็นักกันหนา” กลุ่มที่สองอาจตอบด้วยคำตอบในแนวนี้ “ทำอย่างเต็มที่ค่ะ ตรวจแล้วตรวจอีกกว่าจะส่งมอบห้องให้กับหน้าฟร้อนท์ว่าห้องพร้อมแล้ว” “ไม่ได้เลยค่ะ ลูกค้าตั้งใจมาพักกับเรา ต้องไม่ทำให้เค้าผิดหวังค่ะ” “กว่าจะเดินทางมาถึงโรงแรมเรา ไม่ใช่ง่ายๆนะคะ เราต้องทำทุกอย่างให้เนี้ยบที่สุด ประทับใจที่สุดค่ะ” “เราคำนึงถึงต้นทุนการทำงานค่ะ เรามีการกำกับควบคุมทุกๆแผนก ถ้าบอกว่าค่าใช้จ่ายในห้องพักต้องไม่เกิน 150 บาท ก็ต้องตามนั้นค่ะ ถ้าเกิน หัวหน้าทีมแม่บ้านต้องอธิบายได้ค่ะ” “เรานับจำนวนอเมนิตี้ทุกสิ้นเดือนนะคะ ใครจะหยิบกลับบ้านไม่ได้ค่ะ”   การทำงานของทีมแม่บ้านเป็นการให้บริการที่สำคัญอีกส่วนที่จะช่วยสร้างความประทับใจและทำให้ประสบการ์ณการเข้าพักของลูกค้าราบรื่นไปได้เกิดครึ่งเลยทีเดียว ให้ลองนึกว่าเวลาคุณเดินทางไปพักผ่อน หรือไปทำงาน ส่วนที่คุณใช้บริการมากที่สุด ก็คือ ส่วนห้องพัก ดังนั้นแน่นอนว่า “ทีมแม่บ้าน” ย่อมเป็นส่วนสำคัญหรือหัวใจอีกส่วนต่อจากส่วนหน้าฟร้อนท์ที่กล่าวไปในตอนที่แล้วเลยทีเดียว แล้วทีมแม่บ้านจะช่วยทำให้การเข้าพักของลูกค้าเป็นไปอย่างราบรื่นได้อย่างไร? ความสะอาด  ****ต้องใส่หลาย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.