โรงแรมเล็กเมื่อไหร่จะเห็น “กำไร”

เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก

ส่วนหนึ่งเพราะมุ่งไปแต่เรื่อง “ขนาด” ว่าทำโรงแรมขนาดเล็กจะทำรายได้ได้ซักเท่าไหร่ต่อวัน ต่อเดือน แล้วเมื่อไหร่จะคืนทุน ยิ่งเป็นโฮสเทล ราคาต่อเตียงก็ต่ำ จะอยู่รอดเหรอ???

เวลาเราพูดถึงคำว่า “กำไร” คือไม่ใช่แค่ไม่ต้องควักเนื้อ หากแต่ยังมีเงินเหลือแต่ละเดือนให้ชื่นใจ

มีเจ้าของโรงแรมหนึ่ง ไม่เคยทำธุรกิจโรงแรมเลย โรงแรมเปิดให้บริการได้ 3 เดือน ตั้งคำถามว่า “เมื่อไหร่จะมีกำไร?”

ถามว่า เป็นคำถามที่ควรจะตอบอย่างไร?? (แบบไม่ดราม่านะ) บางครั้งก็ต้องตั้งหลักอธิบายกันหลายเรื่องที่ไม่ใช่การอธิบายแต่ทางฝั่งรายได้อย่างเดียว

ลองมาดูประเด็นอื่นๆ และทางฝั่งรายจ่ายบ้างว่าเราควรพิจารณาปัจจัยอะไรบ้าง สำหรับโรงแรมที่พักที่เปิดใหม่ หรือเปิดให้บริการมาได้สักพักแล้วและอยากจะได้คำตอบในเรื่องนี้

1) คุณเริ่มทำการตลาดเมื่อไหร่ ยิ่งเริ่มช้า ก็ยิ่งเห็นผลช้า

2) มีการปรับเปลี่ยนราคาขายบ่อยเกินไปหรือไม่ อย่างไร ? บางโรงเปิดแค่ 3 เดือนเปลี่ยนประภทห้องพักใหม่หมด ทำราคาใหม่หมด ย้ำ..เปิดแค่ 3 เดือนนะ

3) มีการเปลี่ยนทีมบริหารบ่อยแค่ไหน อย่างไร เหตุผลที่เปลี่ยนคืออะไร

4) การบันทึกรายจ่ายครบถ้วนหรือไม่ ขาดตกบกพร่องตรงไหน โดยเฉพาะโรงแรมที่มีร้านอาหาร การบันทึกรายการจัดซื้อ การคำนวณต้นทุน การตั้งราคาขาย การบันทึกรายการของเน่าเสีย/โอน เลี้ยงรับรองลูกค้า ทดสอบอาหาร/เครื่องดื่มครบถ้วนหรือไม่

5) ขั้นตอนการทำงานมากเกินไปหรือเปล่า ลดขั้นตอนได้หรือไม่

6) การบริหารจัดการเรื่องทีมงาน ให้เหมาะสมกับคอนเซ็ปต์ในการให้บริการหรือไม่ การจัดรอบการเข้างาน การวางกำลังคนในแต่ละช่วงเวลา

7) เจ้าของโรงแรมมีความเข้าใจในธุรกิจโรงแรมมากน้อยแค่ไหน ไม่รู้ ไม่มีปัญหา แต่ควรขวนขวายทำความเข้าใจว่าธุรกิจภาคบริการ แตกต่างจากธุรกิจภาคสินค้าซื้อมาขายไปอย่างไร

ส่วนฝั่งรายได้ ให้พิจารณา

1) มารยาทของผู้บริหารและทีมงานในการให้บริการลูกค้าเป็นอย่างไร

2) ขั้นตอนและวิธีการจองห้องพักซับซ้อนมากเกินไปหรือเปล่า

3) วิธีการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเหมาะสมหรือไม่ ใช้คำพูดคำจาดีหรือเปล่า

4) ภาพลักษณ์โรงแรมที่นำเสนอตรงกับคอนเซ็ปต์ที่วางไว้หรือไม่ อย่าลืมว่าเรื่องภาพลักษณ์ต้องใช้เวลาและต้องสม่ำเสมอ หากเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ย่อมเสียเวลา เสียโอกาสแน่นอน

5) การมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ เคยทำบ้างหรือไม่ การตลาดปัจจุบันนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว ถ้ายังทำการตลาดแบบเดิมๆก็คงลำบาก

มีโครงการหนึ่ง เจ้าของโครงการตั้งคำถามหลังจากเปิดมา 1 เดือนว่า “ทำไมไม่แจก ไม่แถมล่ะ ลูกผมขายเสื้อยืด ซื้อ 2 แถม 1 เห็นมันขายดีมากเลยนะ ทำไมไม่ทำบ้างล่ะ”

ก็เป็นไอเดียที่สร้างสรรค์นะ แต่ว่า…มันใช่หรือเปล่า? จังหวะเวลา ประเภทโรงแรมของคุณ ตำแหน่งทางการตลาดที่วางไว้ มันจะดีหรือที่จะทำ คงต้องประเมินหลายๆปัจจัยก่อนนะ

เพราะฉะนั้น เวลาโรงแรมยังประสบภาวะขาดทุน ยังไม่เห็นกำไรเสียที ควรเริ่มพิจารณาจากแนวคิดในการทำงานของเจ้าของโครงการก่อนเป็นลำดับแรก แล้วจึงค่อยไล่เรียงมาทางฝั่งรายได้ และฝั่งรายจ่าย

โครงการบางแห่ง คำตอบว่าทำไมถึงไม่เห็นกำไรเสียที คือ การขาดเรื่องการมีมารยาทที่ดี เป็นตั้งแต่เจ้าของโรงแรมลงไปยังทีมงาน ในที่สุดลูกค้าก็บอกต่อๆกันไป จนในที่สุดก็ไม่มีคนไปใช้บริการ

ขอสรุปสุดท้ายอีกครั้งว่า เวลามีปัญหาหรืออุปสรรค ไม่ต้องโทษใคร ให้เริ่มจากพิจารณาตัวเองก่อนทุกครั้ง….และไล่เรียงตอบคำถามแต่ละข้อตามรายการข้างบน อีกไม่นานคุณก็จะเห็นกำไรทีละเล็ก ทีละน้อยแน่นอน

Similar Posts

  • จับตาการตลาดบนโซเชียลปี 2018

    การเปลี่ยนแปลงบนโลกโซเชียลมีเดียที่รวดเร็วใน 12 เดือนที่ผ่านมา หลายๆท่านคงเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลายประเด็นไปแล้ว ดังนั้น เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปีต่อไปในการลงมือทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย เราควรจับตาดูเรื่องอะไรบ้าง     1. การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาบนสื่อโซเชียล (Social Advertising)  หมดยุคแล้วสำหรับ Organic Reach หรือการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของเราแบบไม่ต้องเสียเงิน เราควรตั้งงบประมาณที่ชัดเจนและในจำนวนที่เหมาะสมกับตัวเลขที่เราตั้งเป้าทางการขายไว้ ตัวเลขเฉพาะ Facebook อย่างเดียวเพิ่มขึ้นถึง 74% ในปี 2017/2560 หรือในภาพรวมทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นถึง 12%  และมีรายงานการศึกษาพบว่า CPM (Cost per Thousand Impression)  บน Facebook เพิ่มขึ้น 17% และค่าเฉลี่ยของ CPC (Cost per Click) เพิ่มขึ้นมากถึง 136% คุณตั้งงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มขึ้นแล้วหรือยัง หรือจะบริหารจัดการและจัดสรรงบประมาณอย่างไร นโยบายในการใช้ Facebook Ads เป็นอย่างไร สร้างปฏิทินการใช้งานและคอนเท้นท์ดีๆแล้วหรือยัง    2. ภาพเคลื่อนไหว หรือ วิดีโอยังคงเป็นสื่อหลัก…

  • จะทำอย่างไรกับพวกบ้าถ่ายรูปแบบไม่เกรงใจดี?

    มีคำถามเข้ามาแบบถี่ ๆ มากขึ้นว่า จะทำอย่างไรกับพฤติกรรมของลูกค้าที่คลั่งไคล้การถ่ายรูปดี ? น่าแปลกใจพอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน ก็เห็นด้วยว่า บางครั้งพฤติกรรมของลูกค้าก็ก้าวข้ามความเหมาะสม รู้จัก “ควร” หรือ “ไม่ควร” ไปในหลาย ๆ กรณี เพียงเพราะคิดว่า “ฉันต้องการภาพไปโพสลงในโซเชี่ยลมีเดียของฉัน” ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ก อินสตาแกรม หรือทำเป็นวิดีโอภาพเคลื่อนไหวเผยแพร่ในช่องยูทูปของตนเอง หรืออยากนำไปลงตามกลุ่มต่างๆที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ เช่น ชมรมกล้องถ่ายภาพยี่ห้องต่างๆ หรือกลุ่มท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม ประสบการ์ณที่ไม่พึงประสงค์ของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปมีหลายแบบ หลายประเภท เช่น ถือกล้องเดินเข้ามาในร้าน และตะลุยยิงภาพถ่ายทุกมุม ทุกบริเวณ เดินทั่วทุกบริเวณไม่เว้นแม้แต่ห้องน้ำ และเดินกลับออกไปเฉย ๆ สถานที่ติดป้ายว่า “ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้บริการร้านอาหารเท่านั้น” แต่ไม่สนใจกับป้าย และไม่สนใจคำพูดที่พนักงานชี้แจง เดินถ่ายรูปต่อไป และเดินออกไปเมื่อถ่ายรูปเสร็จ สถานที่ติดป้ายว่า “พื้นที่กำลังอยู่ระหว่างปรับปรุง ห้ามเดินผ่าน อันตราย” ก็จะเดินเข้าไป มุดใต้เชือกที่ขึงกั้นทางเอาไว้ ขนอุปกรณ์มาแบบจัดเต็มทั้งกล้องพร้อมเลนส์ราคาแพงครบชุด หลายอันให้เลือกพร้อมขาตั้งกล้อง บ้างก็มีโดรนมา มีกล้องวิดีโอขนาดเล็ก แล้วก็เดินดุ่ย ๆ เข้ามาพร้อมเตรียมเปิดฉากการถ่ายภาพแบบไม่มีการขออนุญาตแต่อย่างใด ราวกับว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เข้ามานั่งในร้านอาหารแล้วก็ไลฟ์สดพูดเสียงดัง…

  • |

    Benchmark โรงแรม – สร้างด้วย AI

    เจ้าของโรงแรมขนาดเล็ก-กลางไม่มี access เข้าถึงข้อมูล benchmark ระดับสากล เพราะค่าสมัครหลักหมื่นต่อเดือน บทความนี้รวม 5 AI Prompt ที่ช่วยวิเคราะห์ผลดำเนินงานตามมาตรฐาน USALI — ตั้งแต่ KPI Dashboard, Competitive Set, Monthly Review, Cost Leakage Analysis ไปจนถึงระบบเก็บข้อมูลด้วยตัวเอง — ฟรี ไม่ต้องติดตั้ง software

  • ออนไลน์-ออฟไลน์ ที่โรงแรมควรรู้

    ทำตลาดเอเย่นต์ต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่เป็นตลาดที่สำคัญที่โรงแรมจำนวนมากห้องควรให้ความสำคัญ

  • |

    Explicit vs Implicit Cost – โรงแรมควรรู้

    โรงแรมควรรู้ Explicit vs Implicit Cost เจ้าของโรงแรมรีสอร์ทที่ลงทุนและบริหารจัดการธุรกิจด้วยตนเอง และเลือกที่จะสรรหาทีมโอเปอเรชั่นมาดูแลให้เรื่องการให้บริการภายใน โรงแรม และร้านอาหารไปจนถึงสปา ซึ่งอาจจะเป็นการเอ้าท์ซอร์ทผู้ให้บริการเฉพาะทางสปามาบริหาร หรือทำเองก็แล้วแต่ ความรู้สึกบนความตั้งใจ ณ วันที่ตัดสินใจลงทุนจะทำโรงแรม เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว เจ้าของโรงแรมอาจรู้สึกและแสดงออกที่ต่างกัน ณ วันที่ตัดสินใจลงทุน อาจมองว่า “ไม่เป็นไร บริหารเองคนเดียวสบายมาก ขอแค่มีคนมาดูแลเรื่องโอเปอเรชั่นก็พอแล้ว” แต่พอโรงแรมเปิดให้บริการ ปัญหามากมายพรั่งพรูมาเป็นสายโดยเฉพาะเรื่องการให้บริการที่ต้องอาศัยการตัดสินใจขั้นสูงสุดจากเจ้าของ (เพราะวางแนวทางไว้แบบนั้น คือ แบบที่เจ้าของต้องรู้ทุกเรื่อง ต้องเซ็นต์ทุกแผ่น ) ทำให้เวลาที่ควรจะจัดสรรไปดูในภาพรวมเพื่อวางทาง คิดกลยุทธที่จะนำพาธุรกิจไปให้รอด ไม่มี หรือเหลือแค่เพียงไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับเรื่องโอเปอเรชั่น เมื่อไม่มีเวลาบริหารจัดการ วางทาง กำหนดทิศทางที่ธุรกิจจะเดินต่อไป มีแต่ตั้งรับตามแต่ลูกค้าจะเข้ามา แล้วก็แก้ไขปัญหาไปในแต่ละวัน ถึงสิ้นเดือนก็อ่านรายงาน ดูบรรทัดสุดท้าย พบกับตัวเลขสีแดง……เดือนละนิด เดือนละหน่อย สะสมไปเรื่อย ๆ พร้อมกับความหวังในเดือนต่อไปว่าจะดีขึ้น …… แต่ตนเองไม่มีเวลามานั่งคิดวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อสร้างธุรกิจ และไม่คิดที่จะหาคนมาช่วยคิดในเรื่องนี้ ในที่สุดค่าใช้จ่ายก็พอกพูนมหาศาลจนเกินกว่าที่จะรับภาระไหว … แต่นั่นเป็นเพียงค่าใช้จ่ายที่มองเห็นผ่านทางตัวเลขเท่านั้น ถูกต้องแล้วค่ะ……..

  • บิ๊กดาต้า โพสต์เชิญชวน ยังไง อะไร

    โลกที่คนเป็นสินค้าเสียเองโดยไม่รู้ตัว จากข้อมูลหรือดาต้าที่เราป้อนใส่ในโลกออนไลน์ทุกวัน เรามาทำความเข้าใจกระบวนการที่เชื้อเชิญ และเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามาสนใจ ว่าควรจะต้องทำอะไรบ้างกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.