ทำตัวให้เบา
|

ทำตัวให้เบา พร้อมรับมือ โรงแรมทำอย่างไร

ทำตัวให้เบา Lean Management for Hotels

ทำตัวให้เบา พร้อมรับมือ โรงแรมควรจัดการอย่างไร

ทำตัวให้เบา ความจริงเรื่องนี้เราเคยหยิบยกมาอธิบายกันเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมาเมื่อครั้งไปช่วยบรรยายในเรื่อง Lean Management for Hotel เพื่อให้เห็นภาพสำหรับธุรกิจโรงแรมอย่างชัดเจน เพราะมิฉะนั้นเมื่อพูดถึง Lean Management มักจะมองกลับไปที่กระบวนการและขั้นตอนในการทำงานของธุรกิจขนาดใหญ่ กระบวนการในโรงงานผลิตต่างๆ และนึกภาพไม่ออกว่าโรงแรมจะนำมาใช้ได้อย่างไร

[อ่านบทความย้อนหลังได้ที่ https://thethinkwise.com/2022/12/26/small-hotels-โรงแรมเล็กทำตัวให้เบ/ ]

ทำตัวให้เบา สำหรับธุรกิจโรงแรมในยุคปัจจุบันควรทำอะไรบ้าง

วันนี้เรามาทบทวนกันอีกครั้งท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปซึ่งอาจมีผลกระทบที่รุนแรงต่อทุกภาคธุรกิจ ซึ่งหากไม่เตรียมตัวให้พร้อมรับมือ ก็เหมือนกับเราไม่เคยออกกำลังกายเลยพอถูกโจมตีจากเชื้อโรคเล็กๆน้อยๆก็เกิดเจ็บป่วยถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล แทนที่จะรักษาตัวเองอยู่กับบ้านได้

1.Mindset Shift การปรับวิธีคิดใหม่

การทำธุรกิจโรงแรมในแบบที่เรียกว่า Value-Driven Simplicity หรือการขับเคลื่อนธุรกิจที่เน้นในเรื่องคุณค่าแบบรอบด้านในแบบเรียบง่ายไม่สลับซับซ้อนนั้น เริ่มจากการที่เรามานั่งคิดว่าแล้วคำว่า “คุณค่า” ของธุรกิจเราคืออะไร หรืออะไรที่จะเป็นตัวสะท้อนการมีคุณค่า การส่งมอบ “คุณค่า” ให้กับลูกค้า จะเห็นว่ากรอบแนวคิดจะกว้างมากถ้าเราไม่ระบุให้ชัดเจนว่าอะไร – เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ก่อน เช่น การกำจัดขยะ (Eliminate Waste) ควรตั้งต้นจากการทบทวนทุกกิจกรรมในโรงแรมที่ไม่เพิ่มคุณค่าอะไรให้ลูกค้า หรือทำให้โรงแรมคุณมีกำไรเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ควรตัดออกไปจะขั้นตอน กระบวนการทำงาน

หรือการปรับปรุงทีมอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ฝึกทีมให้เข้าใจและทำงานอย่างเป็นระบบที่พร้อมให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส โดยไม่รู้สึกว่าถูกจับผิดแต่อย่างใด แต่รู้สึกว่าถ้าทุกคนมีส่วนร่วม ผลสุดท้ายคือสิ่งที่ดีที่ส่งมอบให้ลูกค้า และย้อนกลับมาเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาในการทำงาน เท่ากับเพิ่มรายได้ทีละเล็กทีละน้อย

หรือการกระตุ้นและฝึกทีมพนักงาน (Empower staff) ให้รู้จักช่างสังเกตสิ่งเล็กๆน้อยๆ และลงมือแก้ไขได้อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นท่าไม่ดี จะเกิดอันตราย หรืออาจกระทบต่อการให้บริการลูกค้า – แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ควรมีเวทีให้พนักงานหยิบยกนำเสนอเพื่อปรับปรุงขั้นตอนการทำงานและขั้นตอนการให้บริการได้

2.การลงมือทำทันที (Immediate Actions)

การลงมือทำทันทีสามารถเริ่มต้นได้เลยโดยกำหนดเวลาประมาณ 1-4 สัปดาห์เพื่อทดลองระบบและขั้นตอนการทำงานในทุกๆด้านว่าติดขัดอะไรเพื่อจะได้ปรับจูนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอาจเริ่มจาก 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่

(1) การประเมินประสิทธิภาพในการทำงานโดยพิจารณาด้านต้นทุนต่างๆ โดยเริ่มจาก 5 รายการแรกที่มีค่าใช้จ่ายสูง ไม่ว่าจะเป็น ค่าไฟฟ้า ค่่าเงินเดือนพนักงาน ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้ OTA ค่าซักผ้า การจัดการเศษอาหารในแต่ละวัน เมื่อประเมินแล้วก็มาพิจารณาปรับรูปแบบการให้บริการให้เหมาะสมมากขึ้น เช่น หากโรงแรมรีสอร์ทคุณมีของแจกเพื่อต้อนรับลูกค้าแบบเวลคัมคิท (Welcome Kit) ก็ลองพิจารณาว่าจะปรับรูปแบบเป็นอะไรอย่างอื่นได้บ้างที่จะกระทบต่อการรับรู้ของลูกค้าน้อยที่สุด หรือเครื่องใช้ในสำนักงานที่สามารถลดได้ทันทีอย่างเช่น Post It หรือการกำหนดวันซักผ้า วันเข้าทำความสะอาดห้องพัก หากคุณทำที่พักในสไตล์ประหยัดหรือเป็นโฮมสเตย์ เพื่อลดปริมาณผ้าที่ส่งซัก เป็นต้น

(2) การจัดสรรทีมงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (Labor Optimization) ไม่ว่าจะเป็นการมอบหมายงานหลายประเภทให้แต่ละตำแหน่งรับผิดชอบ หรือ การรวบตำแหน่งต่างๆ (ซึ่งปัจจุบันก็มีการใช้อย่างแพร่หลาย ที่เรียกว่า Multi-skilled roles) การปรับรอบการเข้างาน (Flexi Shift) การใช้เช็คลิส (Checklist) เพื่อตรวจสอบคุณภาพงานของแผนกต่างๆ เป็นต้น

3. การให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ (Revenue Focus)

การให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ เพิ่มรายได้ สามารถทำได้ตั้งแต่เรื่องการจัดการห้องพักที่ยังคงเน้นในเรื่องการทำห้องพักให้สะอาด ให้ของใช้ในห้องพักตามคอนเซ็ปต์โดยเน้นเรื่องความสะดวกสบาย สัญญา Wifi การทำงานของเครื่องปรับอากาศเพื่อส่งเสริมการนอนหลับที่ดีของลูกค้า ซึ่งโรงแรมแต่ละประเภทสามารถปรับระดับการให้บริการได้ตามตำแหน่งทางการตลาดและราคาขายห้องพักของคุณ

นอกจากนี้การเพิ่มยอดการจองห้องพักโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มสัดส่วนลูกค้าพักซ้ำ (Repeated Guest) ด้วยเงื่อนไขพิเศษสื่อสารผ่านทาง Line Official Promotions หรือการปรับปุ่มจองห้องพักบนเว็บไซต์ให้ชัดเจนพร้อมเงื่อนไขที่พิเศษต่างๆ

การที่คุณสามารถเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ OTA โรงแรมคุณก็ตัวเบาไปได้มากทีเดียว

และอย่าลืมการใช้สื่อโซเชียลต่างๆเน้นการทำวิดีโอเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นแบบสั้น หรือแบบปานกลาง เพื่อเพิ่มยอดการมองเห็น การใช้เวลารับชมวิดีโอนานขึ้น เป็นต้น

4.การปรับขั้นตอนการทำงานให้กระชับมากขึ้น (Process Streamlining)

เริ่มจากการทบทวน SOP (Standard Operating Procedure) หรือมาตรฐานการทำงานว่าจุดใด ขั้นตอนตรงไหนที่จะลดขั้นตอนการทำงานได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเช็คอิน การเช็คเอ้าท์ การทำความสะอาดห้องพัก การรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาให้จบที่หน้างาน ขั้นตอนการเสริฟอาหารเช้า การจัดการกระเป๋าลูกค้า เป็นต้น

5.การเก็บสต๊อกและการจัดซื้อ (Inventory & Procurement)

สำหรับโรงแรมรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สามารถจัดซื้อข้าวของเครื่องใช้ วัตถุดิบต่างๆได้สะดวกรวดเร็ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสต๊อกของต่างๆไว้มากเกินความจำเป็น และควรมีการติดตามและบริหารสต๊อกต่างๆรายสัปดาห์ นอกจากนี้ร้านอาหารภายในโรงแรมนั้น หากเราสามารถออกแบบเมนูให้วัตถุดิบ 1 ชนิดสามารถผลิตอาหารได้หลายจานทั้งไทยและเทศ ก็จะช่วยให้การบริหารจัดการวัตถุดิบในครัวได้ดีขึ้น

6.ทีมงานและวัฒนธรรมองค์กร (People & Culture)

การทำงานเป็นทีมและมีความใกล้ชิดระหว่างหัวหน้าทีมและลูกทีมจะช่วยสร้างรูปแบบการทำงานที่มีการแบ่งปันข้อมูลกันมากขึ้น สำหรับแต่ละแผนกแล้วอาจจัดให้มีการพูดคุยประจำสัปดาห์และตั้งคำถามว่า “มีประเด็นอะไรที่เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้บ้าง?” หรือ ระดมไอเดียการประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ และกระตุ้นการให้บริการด้วยใจ

7. การติดตามผลและปรับการทำงาน (Monitor & Adapt)

ควรมีการทำ Lean Dashboard ติดที่บอร์ดพนักงานเพื่อให้พนักงานทุกคนเห็นความคืบหน้าในการทำงานร่วมกันเพื่อช่วยกันทำให้โรงแรมตัวเบา โดยแดชบอร์ดอาจแสดงตัวเลขรายสัปดาห์เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลง เช่น Occupancy Rate, ADR, ความพึงพอใจลูกค้าผ่านการรีวิวผ่านช่องทางต่างๆ ไปจนถึงต้นทุนต่อห้องพักที่มีคนเข้าพัก (Cost per occupied room) เป็นต้น

.

.

สิ่งที่อยากย้ำเตือนในเรื่องการนำแนวคิดเรื่อง Lean Management มาใช้กับโรงแรมรีสอร์ทนั้นควรสร้างความเข้าใจกับพนักงานทุกคนว่า “การที่เราหันมาให้ความสำคัญเรื่อง Lean นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ให้ความสำคัญกับการทำทุกอย่างให้ถูกลงถูกลง แต่เป็นการกำหนดความสำคัญในเรื่องต่างๆและกระจายให้ผู้เกี่ยวข้องลงมือทำ” – “Lean” is not about being cheap – it’s about being focused and agile.

.

ทำตัวให้เบา

สุดท้าย อยากเน้นย้ำในประเด็นที่เคยบรรยายคือเรื่อง Unnecessary items หรือการปรับรายการ ขั้นตอน กิจกรรมต่างๆที่ไม่จำเป็นโดยการไล่เรียงใน 4 ประเด็น ได้แก่

(1) การลดขั้นตอนการทำงาน (Reduce Motion)

(2) การตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออก (Eliminate Over-Processing)

(3) การลดการจัดการ (Minimize Handling)

(4) การหลีกเลี่ยงและลดงานที่ต้องส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ (Avoid Work-In-Progress)

(5) การสร้างมาตรฐานการทำงานที่เรียบง่าย อ่านแล้วเข้าใจ เน้นใช้ภาพหรือสัญญลักษณ์ในการอธิบายมากขึ้น (Visual Controls & Simple SOPs)

.

ติดตามคำแนะนำดีๆสำหรับการบริหารโรงแรมของคุณได้ที่ https://linktr.ee/thethinkwise

Similar Posts

  • Work from Home กับคนโรงแรม

    คนโรงแรมจะทำงานจากที่บ้านได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง มาวิเคราะห์กัน

  • เตรียมรับ Summer ให้ปัง

    เตรียมรับมือกับ Summer ที่กำลังมาถึงอย่างไรให้ครบวงจร โรงแรมควรรู้

  • |

    งบประมาณโรงแรม – ทำเสร็จหรือยัง?

    ทำ งบประมาณโรงแรม ใกล้จะสิ้นเดือนตุลาคมแล้ว แปลว่า เทศกาลทำ Annual Operating Buget Plan ควรจะเสร็จเรียบร้อย เตรียมนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากเจ้าของโรงแรม หรือ MD แล้วแต่รูปแบบโครงสร้างองค์กรของโรงแรมคุณในเดือนพฤศจิกายน….. อย่าบอกว่าบางโรงแรมเพิ่งเริ่มเก็บตัวเลขต่างๆจากทุกแผนก แล้วจะรอแค่ตัวเลขจบสิ้นเดือนพฤศจิกายน แล้วจึงนำมาใช้ประมาณการสำหรับการตั้งเป้าหมายในปี 2567 ต่อไปนะคะ . วันนี้ขอทบทวนและแนะนำให้ #ชาวโรงแรม ไม่ว่าจะเกี่ยว หรือไม่เกี่ยวกับการบริหารโรงแรมก็สามารถแชร์มุมมองในการทำงานของคุณร่วมกันได้ และอยากแนะนำให้ #เจ้าของโรงแรม แจกแบบฟอร์มนี้ให้กับหัวหน้าแผนกและพนักงานช่วยกันแชร์ความเห็นออกมา …มั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำแผนงานสำหรับปีต่อไปได้แน่นอน เมื่อได้คำตอบจากทีมงานแต่ละแผนกแล้วให้นำความเห็นทั้งหมดมาประมวลผล เรียงลำดับความสำคัญ จำเป็น เร่งด่วนในแต่ละส่วน และ นำมาประกอบร่างกับ การทำตัวเลขโรงแรมอื่นๆ Travel Trend, Consumer Behavior และรายงานวิเคราะห์ต่างๆ หรือที่คุณไปฟังบรรยายจากที่ต่างๆ . ตัวเลขที่ควรรวบรวมเพื่อใช้ในการทำ งบประมาณโรงแรม นั้นจะประกอบไปด้วย ด้านรายได้ ด้านรายจ่าย งบเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงาน เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานย่อมมีการชำรุดทรุดโทรมไปตามเวลาจากการใช้งาน แต่ถ้าโรงแรมไหนมีการบำรุงรักษาดูแลอย่างดี ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ การทำ งบประมาณโรงแรม ประจำปีจึงควรมีการสอบถามแต่ละแผนกว่ามีความต้องการเครื่องมือเครื่องใช้เพิ่มเติม หรือทดแทนในปีต่อไปหรือไม่ และต้องการในช่วงเวลาไหนในปีต่อไป เช่น แผนกแม่บ้านอาจส่งข้อมูลว่าต้องการผ้าเช็ดเท้า 5…

  • โรงแรมเล็กเมื่อไหร่จะเห็น “กำไร”

    โรงแรมเล็ก เมื่อไหร่จะกำไร จะเริ่มดูจากอะไรก่อนดี

  • มองการเปลี่ยนแปลง ผ่านภูฏาน (1)

    “เราอยากทำความรู้จักประเทศไหน ให้เฝ้ามองผู้คนในประเทศนั้น” ภูฏานเป็นอีกประเทศที่เขื่อว่าอยู่ในรายการประเทศที่อยากไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสายธรรม สายธรรมชาติ สายจิตวิญญาณ สายท่องเที่ยว สายวัฒนธรรม และสายอื่นๆอีกมากมาย การเดินทาง เครื่องบินตรงจากกรุงเทพไปยังเมืองพาโร ภูฏานมีทุกวันใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดหน่อย หรือจะชอบแบบบินแวะเมืองกัลกาตา อินเดีย นั่งรอในเครื่อง 35 นาทีเพื่อบินต่อไปยังภูฏานก็มีให้เลือกเช่นกัน เพราะฉะนั้นการเดินทางเข้าออกไม่มีปัญหา สะดวกสบาย แค่ต้องยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศให้เรียบร้อย คุณจะได้อิเล็กทรอนิกส์วีซ่า ถ้าไปกับทัวร์ เขาก็จัดการให้หมดทุกอย่าง สนามบินตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆชื่อ พาโร ในช่วงที่ไปกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่ โดยรอบมีแม่น้ำไหลผ่านข้างๆสนามบิน การขึ้น-ลงของเครื่องบินต้องใช้ความสามารถของกัปตันในการบินลัดเลาะหุบเขาเพื่อนำเครื่องลงและขึ้น ชวนให้ตื่นเต้นตั้งแต่เท้ายังไม่ได้แตะแผ่นดินภูฏานทีเดียว ก่อนเครื่องจะลง จะบินผ่านเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเราทีเดียว ทั้งๆที่กัปตันประกาศว่า “เรากำลังบินอยู่ห่างจากหิมาลัยประมาณ 3 กิโลเมตร” บรรยากาศโดยรอบของเมืองพาโร ไม่ว่าจะขับรถไปทางใดจะเห็นแม่น้ำขนาบข้างทางไปตลอด และถ้ามองไปบนภูเขาที่ห้อมล้อมเราก็จะเห็นบ้านเรือนที่ก่อสร้างในลักษณะตึก 3 ชั้นทาสีพาสเทลจาง ๆ ลดหลั่นกันตามเทือกเขาสลับกับป้อมปราการเก่าที่ปัจจุบันแปลงสภาพการใช้งานมาเป็นพิพิธภัณฑ์บ้าง สถานที่ทำงานของหน่วยงานราชการบ้าง นอกจากนี้ก็มีวัดขนาดต่างๆทั้งของส่วนกลางและวัดส่วนบุคคล….ว่าแล้วก็ออกไปยืนนอกรถแล้วสูดอากาศได้เต็มปอด พร้อมกับฟังเสียงน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่านก้อนหินทรงกลมขนาดต่างๆให้ชื่นใจ นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาที่ภูฏานมีทั้งเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่สนิทที่สุดของประเทศคือ ชาวอินเดียที่มาไหว้พระ ทำบุญตามเมืองต่างๆ รวมทั้งนักท่องเที่ยวในเอเซียอย่างบ้านเรา หรือญี่ปุ่น และไกลออกไปก็คือชาวยุโรปและอเมริกาที่นิยมชมชอบวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวภูฏาน เห็นได้จากทราเวลเอเย่นต์รายใหญ่ๆมีการตั้งสำนักงานในเมือง…

  • |

    OKR กับโรงแรม – นำไปใช้ให้เป็น

    ปรับใช้ OKR กับโรงแรม ทำอย่างไรเพื่อช่วยการบริหารโรงแรมแบบทุกคนมีส่วนร่วม ทีมโรงแรมเข้มแข็ง เรียงลำดับงานได้เหมาะสม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.