Survival Guide

  • |

    กระตุ้นท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้าย

    กระตุ้นท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้าย โรงแรมเตรียมตัวให้พร้อม สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงสัปดาห์นี้มีตัวเลขคาดการณ์มากมาย นอกเหนือจากรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นแบบพุ่งพรวดจากตัวเลขการติดเชื้อในทัณฑสถานหลายแห่ง เริ่มจากตัวเลขประมาณการณ์จากธนาคารแห่งประเทศไทยที่ทำฉากทัศน์ให้เห็นภาพแบ่งเป็น 3 กรณี อธิบายควบคู่ไปกับปัจจัยที่จะส่งผลต่อการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งรวมถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นด้วย ซึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ ความรวดเร็วในการฉีดวัคซีน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด ซึ่งจากการประมาณการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าจะเลื่อนออกไปอีก 1 ไตรมาสจากไตรมาสที่ 2 ปี 2565 เป็น ไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ถ้าฉีดวัคซีนได้ 72% ของจำนวนประชากร ตัวเลขต่อมา… คือแผนการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยตามโมเดลภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ โดยจังหวัดภูเก็ตจะเป็นผู้นำร่องในเดือนกรกฎาคม และตามมาอีก 9 จังหวัดในเดือนตุลาคม ซึ่งแผนนี้จะเกิดผลสำเร็จก็ขึ้นอยู่กับปริมาณประชากรที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มเกิน 70% ของจำนวนประชากรในจังหวัดภูเก็ตเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันก็กำลังเร่งดำเนินการฉีดควบคู่ไปกับการส่งมอบวัคซีนล๊อตใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นให้ทันกับแผน สถิติท่องเที่ยวที่ผ่านมา… คราวนี้จากตัวเลขฉากทัศน์และแผนการเปิดประเทศข้างต้นแล้ว เราควรมาดูตัวเลขอะไรเพิ่มเติมกันบ้างเพื่อจะได้มองภาพความเป็นไปได้ของการท่องเที่ยวในบ้านเรา สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวไตรมาสที่ 4 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวริมทะเลอย่างเช่น ภูเก็ต เกาะสมุย และหัวหิน ที่เราจะนำสถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4 ระหว่างปี 2017-2019 หรือก่อนที่จะเกิดโควิด-19…

  • โรงแรมกับความอยู่รอด

    เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านตอนที่จะเริ่มสร้างประโยคที่จะทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมตระหนักถึงความสำคัญในการทำโรงแรมให้ไปรอด จึงใช้คำว่า #ทางรอดโรงแรม ในการเขียนบทความหลายๆด้านเป็นเหมือนซีรี่ย์ในการบริหารจัดการโรงแรมที่มีประเด็นครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการหลังบ้าน วางโครงสร้างการบริหารงานให้เข้มแข็งพร้อมที่จะเดินหน้าไปด้วยความรวดเร็วพร้อมๆกับงานด้านการตลาดและการขายที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและความคล่องตัวในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้า ต่อมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ร่วมทำงานสัมมนา ออกแบบคอนเทนท์งานให้มีความน่าสนใจ ประโยค “ทางรอดโรงแรม” ก็ยังคงถูกหยิบยกนำมาใช้ เพราะภัยเริ่มขยับเข้ามาใกล้ผู้ประกอบการโรงแรมมากขึ้น จนมาถึง ณ ปัจจุบัน ระดับความรุนแรงของปัจจัยรอบด้านทั้งภายนอกภายในสำหรับการระบาดระลอกที่ 3 เข้ากระหน่ำทุกสายธุรกิจ และสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมนั้นได้รับผลกระทบชนิดที่สาหัสมากขึ้น จากแรงสะท้อนภาพเล็กๆ ในที่สุดก็ขยายเป็นวงกว้างจนถึงภาพใหญ่ระดับมหภาคที่ถ่ายทอดให้เห็นผ่านรายงานเศรษฐกิจฉบับล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย (Business Intelligence) ที่ระบุว่าครั้งนี้ธุรกิจท่องเที่ยว (Tourism) ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มาตรการต่างๆที่ออกมาเป็นลำดับตั้งแต่การระบาดครั้งที่ 1 ที่ไม่ตอบโจทย์โรงแรมที่พักขนาดเล็กและธุรกิจ SMEs ทั้งหลายก็ถูกปรับแต่งเพื่อให้รายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น เมื่อใกล้สิ้นสุดการระบาดระลอกที่ 2 ประกอบกับมาตรการฝั่งกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชนผ่านแคมเปญอุดหนุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเราเที่ยวด้วยกัน เราชนะ และอื่นๆ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ และเมื่อมาถึงการระบาดระบอกที่ 3 ที่มาจากความหละหลวมและการไม่คิดถึงส่วนรวมของคนบางกลุ่ม นั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก เรามีตัวเลขผู้ติดเชื้อขึ้นหลักพันตั้งแต่ 14 เมษายน และขึ้นแต่หลักสองพันต้นเดือนพฤษภาคม ในขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากหลักหน่วย จนขึ้นมาถึงหลักสิบที่ 31 คน ณ วันนี้…

  • |

    เตรียมพร้อมพบแบงค์ – โรงแรมทำอย่างไร?

    หาแหล่งเงินทุน เพิ่มสภาพคล่อง บริหารธุรกิจโรงแรมในภาวะวิกฤตต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เจ้าของโรงแรมควรรู้ ผู้บริหารควรเข้าใจ

  • |

    มาตรการ ปิด งด จำกัด – โรงแรมทำอย่างไร

    มาตรการปิด งด จำกัด – โรงแรมควรทำอย่างไร มาตรการยกระดับการป้องกันโควิดของทุกจังหวัดที่ประกาศเมื่อกลางเดือนเมษายน 2564 หลังจากยอดผู้ติดเชื้อทะลุหลักพันตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2564 ที่ผ่านมามีอะไรบ้าง มาดูกันว่า 3 มาตรการที่สำคัญคืออะไร ปิด งด จำกัด โดยหลักการก็คือมุ่งไปที่ “การเว้นระยะห่าง” ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ละเลย ถึงแม้จะใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อย ๆ แล้ว แต่เมื่อมีการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง และที่สำคัญไปในสถานที่ที่มีผู้คนใช้บริการในพื้นที่นั้นเป็นจำนวนมาก กฎป้องกันตัวที่เคยปฏิบัติก็ถูกลดระดับลงโดยอัตโนมัติ …. ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะนี่คือ “การป้องกันตนเอง” และ “ป้องกันเชื้อจากผู้ที่มีความเสี่ยง” มาตรการยกระดับนี้จะใช้บังคับเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ได้แก่ ปิด – สถานบริการและสถานบันเทิง สวนสนุกและงดเล่นเครื่องเล่นในห้างสรรพสินค้า งด – การจำหน่ายและดื่มสุราในร้านอาหาร กิจกรรมที่มีคนรวมกลุ่มกันเกิน 50 คน การจัดกิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรค์ การเรียนการสอนในห้องเรียน จำกัด – การใช้บริการในร้านอาหารแบบนั่งในร้านไม่เกิน 21.00 น….

  • |

    บริการโรงแรมท่ามกลางโควิด-19

    ให้บริการด้วยความห่วงใย ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อ ณ วันนี้ 985 คน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหากยังมีการเคลื่อนที่ของคนไปมาข้ามจังหวัด หรือแม้แต่ในจังหวัดเดียวกันเนื่องจากผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการเหมือนเช่นที่ผ่านมาในรอบที่ 2 เพราะฉะนั้น อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ยังคงใช้ได้เสมอ หากไม่มีธุระจำเป็นที่ต้องเดินทางกรุณาอยู่บ้านเพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณเองและบุคคลรอบข้าง แล้วคนที่เดินทางในช่วงนี้จะทำอย่างไร ? เรื่องนี้มีมาตรการที่ชัดเจนจากทางการขอแค่ให้มีวินัยในการปฏิบัติตน คือ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ (อย่างน้อย 20 วินาที) และเว้นระยะห่าง และเมื่อไปต่างสถานที่ก็ควรเคารพกฎกติกามารยาทในแต่ละสถานที่ด้วย ไม่ใช่ไปแสดงกริยาที่ไม่เหมาะสม จะเอาแต่ความสะดวกสบาย และไม่ให้ความร่วมมือกับสถานที่นั้น ๆ สำหรับโรงแรมที่ยังคงต้องให้บริการนักท่องเที่ยวที่ไม่ประสงค์จะยกเลิกการเดินทางและเดินหน้าเข้าพักตามกำหนดเดิม เพราะยึดถือในวิถีปฏิบัติของตนเองว่า “เมื่อถึงวันหยุดยาว ต้องออกไปเที่ยวให้คุ้มกับที่ได้หยุด” ทีมงานโรงแรมก็จำเป็นต้องให้บริการด้วยความรอบคอบมากขึ้น และยังคงแสดงออกถึงความห่วงใยและใส่ใจลูกค้าทุกท่าน สิ่งที่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการให้บริการท่ามกลางโควิด-19 กำลังระบาดอย่างรวดเร็ว 1. เรียงลำดับการให้บริการให้ชัดเจน การเรียงลำดับการให้บริการให้ชัดเจนตั้งแต่ลูกค้าก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณโรงแรมเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เพียงการต้อนรับลูกค้าด้วยความยิ้มแย้ม แต่ต้องนำมาตรการด้านสุขอนามัยและการคัดกรองมาใช้อย่างเข้มงวด เช่น ถ้าโรงแรมมียามรักษาความปลอดภัย รถทุกคันที่เข้ามาในบริเวณโรงแรมควรมีการตรวจวัดอุณหภูมิทั้งคนขับ และสมาชิกในรถทุกท่าน ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความล่าช้า เราสามารถออกแบบใช้คำพูดเพื่อขอความร่วมมือจากลูกค้าได้ทุกคน เมื่อลูกค้ามาถึงส่วนเช็คอิน วางขั้นตอนอย่างไร วางกระเป๋าลูกค้าตรงไหน จัดการกับกระเป๋าอย่างไร พาลูกค้าไปนั่งในส่วนรับรอง…

  • |

    โรงแรมควรรู้ สร้างทีมหน้าฟร้อนท์ให้แกร่ง

    จุดเริ่มต้นการให้บริการของทุกโรงแรมเมื่อลูกค้าเดินทางมาเช็คอิน แน่นอนว่าทีมหน้าบ้าน หรือทีมฟร้อนท์ออฟฟิศที่ไม่ว่าโครงสร้างทีมงานของโรงแรมคุณจะแบ่งอย่างไร แต่พนักงานทุกคนที่อยู่ในทีมนี้เป็นทีมที่มีโอกาสแรกที่จะสร้างความประทับใจ หรือสร้างความไม่ประทับใจให้ลูกค้านับตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง แล้วทำไมหลายโรงแรมจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญในขั้นตอนการทำงาน การเตรียมงานให้แน่นๆ แต่มักจะไปเน้นตรงปลายทาง เช่น จะใช้อะไรเสริฟเป็นเวลคัมดริ๊งค์ดี จะเสริฟแบบไหนดี จะใช้คำทักทายลูกค้าอย่างไรดี บทความนี้ รวมข้อคิดในการทำงาน การสร้างทีมหน้าบ้านให้แข็งแกร่งที่โพสในหน้าเฟสบุ๊ก thethinkwise มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมารวม 3 ตอน ซึ่งเราได้รวบรวมมานำเสนออีกครั้งในบทความเดียว เพื่อสะดวกสำหรับทุกท่านในการอ่านให้ครบจบในคลิกเดียว ….อ่านแล้วมีประโยชน์ โปรดแบ่งปันให้เพื่อน ๆ เจ้าของโรงแรม หรือเพื่อนๆที่ทำงานหน้าฟร้อนท์ด้วยกันได้เลยนะคะ เรื่องที่ 1 – คุณต้อนรับลูกค้าเก่าที่เคยเข้าพักอย่างไร เวลามีลูกค้าเก่าเข้าพัก คุณกำหนดให้ทีมสื่อสารโดยใช้คำพูดแบบไหน?ส่วนตัวได้ประสบการณ์ในระดับห้าดาวมาแล้วทั้งห้าดาวแบบบวก และห้าดาวแบบไม่ขอกลับไปอีก แบบที่ 1 – สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับคุณ….อีกครั้งนะคะ ครั้งนี้เราเตรียมห้อง….สำหรับคุณ…..พร้อมอาหารเช้าตามเวลาที่แจ้งไว้ในระบบเหมือนทุกครั้งนะคะ และแน่นอนว่าเรากำชับทีมแม่บ้านเรียบร้อยว่างดฉีดน้ำยาปรับอากาศ หรือน้ำยาไล่ยุงที่มีกลิ่นรุนแรงตามที่ลูกค้าได้กรุณาให้คำแนะนำไว้เมื่อเข้าพักครั้งก่อนค่ะ…..วันนี้มีสัมภาระกี่ชิ้นคะ เดี๋ยวทีมงานจะเดินไปส่งลูกค้าพร้อมกับกระเป๋าค่ะ…..ไม่ทราบลูกค้าสะดวกให้ดิฉันเข้าห้องพักเพื่อแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมเราเพิ่มเติมในห้องพักหรือเปล่าคะ… แบบที่ 2 – สวัสดีค่ะ วันนี้ที่จองมา 2 ท่าน ห้อง….ไม่มีอาหารเช้านะคะ ถ้าจะรับประทานราคาท่านละ….บาท บวก บวก นะคะ ….เชิญทางนี้ค่ะ ไม่ทราบว่ายังพอจะจำสิ่งของเครื่องใช้ในห้องได้มั้ยคะ…

  • |

    คุยกับธนาคารให้รู้เรื่อง…โรงแรมต้องทำอย่างไร

    คุยกับธนาคารให้รู้เรื่อง…โรงแรมต้องทำอย่างไร ? เมื่อโรงแรมเลือกที่จะเดินทางต่อ หรือใครที่คิดจะทำโรงแรมใหม่ และต้องการปรึกษาธนาคารเพื่อขอเงินกู้หรือใช้บริการสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ในการสนับสนุนโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเล็กหรือใหญ่ มีประเด็นอะไรที่เราในฐานะเจ้าของกิจการควรจะชี้แจงให้ชัดเจนกับธนาคารเพื่อให้ข้อมูลที่มีน้ำหนักและมีความชัดเจน 1. วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน คุณต้องการใช้เงินไปทำอะไร ชี้แจงให้ชัดเจน ถ้าต้องการก่อสร้างปรับปรุงโรงแรม ก็อธิบายให้ชัด เป็นที่ดินว่างเปล่า ก่อสร้างโรงแรมใหม่ หรือเป็นอาคารพาณิชย์เดิมและต้องการดัดแปลงเพื่อทำเป็นโรงแรม สิ่งที่ธนาคารจะพิจารณามีความแตกต่างกันถึงแม้ประเภทสินเชื่ออาจจะใช้วงเงินกู้ระยะยาวเหมือนกันก็ตาม หากเป็นที่ดินว่างเปล่าก็ต้องไปพิจารณาตั้งแต่ผังเมืองในพื้นที่นั้นอนุญาตให้ทำธุรกิจประเภทโรงแรมได้หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าของโรงแรมก่อนที่จะไปพบสถาบันการเงินจะผ่านการหาข้อมูลในส่วนนี้แล้ว เพราะก่อนที่สถาปนิกจะออกแบบเขาก็จะต้องตรวจสอบกฎระเบียบที่ใช้บังคับในการก่อสร้างอาคารในพื้นที่นั้นๆ เช่น อนุญาตให้ก่อสร้างด้วยความสูงอาคารไม่เกินกี่เมตร พื้นที่ใช้สอยต่ออาคารไม่เกินกี่ตารางเมตร เป็นต้น 2. รูปแบบการทำธุรกิจโรงแรมเป็นอย่างไร ประเภทโรงแรมที่พักของคุณเป็นแบบไหน จำนวนห้องพักกี่ห้อง วางแผนการตลาดในการหารายได้อย่างไร กลุ่มตลาดเป้าหมายเป็นใคร ใช้จำนวนพนักงานเท่าไหร่ ประมาณการค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นอย่างไร และที่สำคัญตัวเลขในการประมาณการธุรกิจมีการแบ่งสถานการณ์หรือการทำฉากทัศน์ (Scenario) ไว้อย่างไร ตั้งแต่สถานการณ์ปกติที่ใช้เป็นฐาน (Base Case) สถานการณ์ดีมาก (Best Case) และในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case) โดยกำหนดอัตราการเข้าพัก และราคาห้องพักเฉลี่ยเป้าหมายอยู่ที่เท่าไหร่ แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์เพื่อให้ธนาคารเห็นภาพว่าคุณวางแผนรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไร มีการจัดการด้านการเงินรองรับอย่างไร ถ้าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หลายโครงการทำตัวเลขไปเฉพาะที่ตัวเองคาดหวังหรือตัวเลขที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคาร เรียกว่าเป็นตัวเลขที่ผ่านเกณฑ์ธนาคารแน่นอน…

  • โควิดกับตลาดท่องเที่ยวของเยอรมนี

    อัพเดทตลาดเยอรมันจากผลกระทบของโควิดต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเยอรมัน….โรงแรมรีสอร์ทควรรู้

  • |

    วัคซีน การท่องเที่ยว…และโรงแรม

    เมื่อวัคซีนเป็นปัจจัยหลักในการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว โรงแรมจะเตรียมตัวอย่างไรเพื่อไปต่อ