ค่าไฟฟ้า แพงขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นจริงหรือ?

ค่าไฟฟ้า แพงขึ้นในอังกฤษและยุโรป จะทำให้ผู้คนหันมาตัดสินใจย้ายที่พักในช่วงฤดูหนาวจริงหรือ ?

ข่าวจากสำนักข่าว EuroNews.Travel เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมามีประเด็นที่น่าสนใจเรื่องการเพิ่มขึ้นของ ค่าไฟฟ้า ที่จะเป็นปัจจัยกระตุ้นการท่องเที่ยวในบ้านเราหลายด้าน ได้แก่

  • การเพิ่มขึ้นของ ค่าไฟฟ้า ในยุโรปโดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเริ่มวางแผนที่จะหนีหนาว และลดภาระค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย
  • ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแก๊สและ ค่าไฟฟ้า ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น 80% เท่ากับส่งผลให้แต่ละครัวเรือนต้องรับภาระเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ปอนด์ต่อปี และคาดว่าในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 จะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว (อัตราแลกเปลี่ยน ณ 28/9/2565 อยู่ที่ 40.64 บาท ต่อ 1 ปอนด์) หรือแต่ละครัวเรือนจะมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 120,000 – 200,000 บาทต่อปี คิดเฉลี่ยรายเดือนเท่ากับ 10,000 – 16,900 บาท
  • คาดว่าภายในเดือนเมษายน ปี 2566 ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนจะขยับขึ้นไปสูงถึง 7,700 ปอนด์ หรือประมาณ 312,928 บาท เทียบเท่าวันละ 20 ปอนด์ จากปกติที่อยู่ที่ 10 ปอนด์ต่อวัน กรณีไม่เปิดเครื่องทำความร้อน หรือ Heater
  • เมื่อค่าใช้จ่ายในประเทศอังกฤษสูงขึ้นอย่างมาก การเริ่มสำรวจหาข้อมูลที่พักระยะยาวมากกว่า 2-3 สัปดาห์ในประเทศที่มีอากาศอุ่นในช่วงฤดูหนาว (Winter) อย่างเช่น มอลต้า สเปนตอนใต้ หรือโปรตุเกส ที่มีที่พักในแบบอพาร์ทเม้นท์ราคาประหยัดในระดับต่ำกว่า 1,000 ต่อคืน บวกกับค่าเดินทางไม่สูงมาก ค่าใช้จ่ายด้านอาหารและอื่นๆอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ จึงเป็นเรื่องที่กระตุ้นการเดินทางอีกครั้ง

สำหรับการเดินทางระยะไกลแบบ Long Haul นั้น….

  • ค่าเดินทางมีราคาแพง
  • ที่พักราคาประหยัด
  • ค่าครองชีพอยู่ระดับต่ำ

เพราะฉะนั้น นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางควรเลือกที่จะพักระยะยาวมากขึ้น เช่น นานมากกว่า 1 เดือน

ข่าวนี้มีการยกตัวอย่างประเทศไทยด้วย โดยพูดถึงการพัก 1-2 เดือน ย่อมสามารถหาที่พักในระดับราคาต่ำกว่า 50 ปอนด์ หรือต่ำกว่า 2,000 บาทต่อคนต่อคืนได้ไม่ยาก

.

.

คำถาม คือ จะมีนักท่องเที่ยวอังกฤษ หรือนักท่องเที่ยวในยุโรปกี่คนที่จะเต็มใจเลือกเดินทางเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่ในอีกซีกของโลกในโซนเมืองร้อนชื้นแบบบ้านเรา เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนกับภาระ ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สในครัวเรือนที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว

.

.

ข้อสังเกต

  1. นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะสามารถใช้ชีวิตนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ อย่างที่เราเรียกว่า Digital Nomad นั้นมีตัวเลขอยู่ที่ 35.0 ล้านคนทั่วโลกในปี 2022
  2. จากรายงานการสำรวจจำนวนและพฤติกรรมกลุ่ม Digital Nomads ในสหรัฐอเมริกาพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 4.8 ล้านคนในปี 2018 เป็น 11.0 ล้านคนในปี 2021 โดยกลุ่มนี้มีพฤติกรรมการเข้าพักดังนี้
    • 51% พักในโรงแรม
    • 41% พักบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติ (Friends/Family)
    • 36% พัก Airbnb
    • 21% พักในรถสำหรับท่องเที่ยว (Car/RV/Van)
    • 16% พัก Hostel
  3. สัดส่วน Digital Nomads ใน UK คิดเป็น 8% เทียบเคียงจากตัวเลขรายงานการสำรวจ State of Digital Nomads 2022 และ State of Remote Works 2021 อาจประมาณได้ว่ามีจำนวนคนกลุ่มนี้ประมาณ 2.8 ล้านคนที่อยู่ใน UK
  4. กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มอื่น ๆที่มีโอกาสเดินทางมาประเทศไทย ก็ได้แก่ เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร แต่อาจจะไม่สามารถพักได้ระยะยาวแบบหลาย ๆ เดือน ได้แบบกลุ่ม Digital Nomads
  5. ธุรกิจสายการบินที่ยังคงไม่สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  6. เมื่อจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศมีจำกัด แน่นอนว่าราคาตั๋วเครื่องบินย่อมปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
  7. ค่าครองชีพในบ้านเรานั้น ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อไป จากการใช้นโยบายด้านการเงินในเรื่องอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอยอมรับได้สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ

.

.

มาฉายภาพใหญ่กัน

ตัวเลขประมาณการจำนวนผู้โดยสาร (Passenger Traffic Demand Forecast at 6 Airports) โดยการท่าอากาศยานในปี 2565 อยู่ที่ 45.61 ล้านคนเที่ยว และ ปี 2566 อยู่ที่ 95.50 ล้านคนเที่ยว (ตัวเลขเป็นการประมาณการรวมขาไปและขากลับต่อ 1 คน)

ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2565 อยู่ที่ 8.0-10.0 ล้านคน ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่าง Leisure และ Business และมีทั้งการพำนักระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งในบ้านเรานั้น หากเป็นการพักระยะยาวมากกว่า 1 เดือนมักจะเลือกใช้การค้นหาบ้านพัก บ้านเช่า หรือเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์กรณีต้องการการเดินทางติดต่อทำธุรกิจที่สะดวกในเมืองหลวง มากกว่าที่จะเลือกการพักในโรงแรมแบบระยะยาวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

.

ภาระ ค่าไฟฟ้า ที่เพิ่มขึ้นต่อปีนับว่าเป็นภาระที่หนักทีเดียว แต่อย่างไรก็ดีก็ยังคงมีปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ต้องพิจารณา

.

ถ้าค่าใช้จ่ายในการเดินทางมีราคาที่สูงขึ้นทั้งจากปัจจัยการขาดแคลนแรงงาน ทำให้มีเที่ยวบินจำกัด และต้นทุนราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการเร่งปรับตัวเพื่อลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ทั่วโลกของสายบินต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายโดยเปรียบเทียบจากการย้ายที่อยู่เพื่อมานั่งทำงานระยะไกลอย่างเช่น จากอังกฤษ มาประเทศไทย หรือจากประเทศในยุโรปมายังประเทศไทย อาจจะต้องทบทวนให้รอบคอบมากขึ้นสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง หรือค่อนข้างจำกัดไม่ว่าจะเป็น Digital Nomads หรือไม่ก็ตาม

.

แต่อย่างไรก็ดี นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยในการเจาะตลาดกลุ่มพำนักระยะยาว (มากกว่า 1 เดือน) หรือตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป โดยเพิ่มประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มขึ้นในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(1) จะจูงใจลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยอะไร

(2) สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมที่พักที่ต้องให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นสำหรับการพำนักระยะยาว เช่น การบริการซักผ้า บริการตัดผม บริการตัดเสื้อผ้า เป็นต้น

(3) สัญญาญอินเตอร์เน็ตที่มีความแรง เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างที่พัก

(4) ความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัด

(5) บริการด้านสุขภาพอื่น ๆ กรณีเจ็บป่วยระหว่างเข้าพัก

(6) กิจกรรมอื่น ๆ

.

สุดท้าย ประเด็นที่จะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวทั้งพำนักระยะสั้นและระยะยาวไม่เป็นไปตามที่ คาดการ์ณคือจำนวนเที่ยวบินที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาในบ้านเราต่างหากว่าจะสามารถตอบสนองกับความต้องการที่มีมากในตลาดหรือเปล่า คงไม่ใช่ปัจจัยหรือราคา ค่าไฟฟ้า ในต่างประเทศแต่เพียงประเด็นเดียว

.

.

ติดตามกันต่อไปว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวในบ้านเราในไตรมาสสุดท้ายจะสามารถทำได้ทะลุ 1.0 ล้านคนต่อเดือนหรือไม่ อย่างไร และในจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาบ้านเราเป็น Digital Nomads ในสัดส่วนเท่าไหร่ (หวังว่าจะมีการเก็บตัวเลขนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ออกเผยแพร่)

.

.

อ่านบทความอื่น ๆ เพื่อช่วยในการบริหารโรงแรมให้รอดได้ที่ https://thethinkwise.com/2018/03/20/บริหารต้นทุนให้ดี-โรงแร/

Similar Posts

  • clubhouse กับธุรกิจโรงแรม

    โรงแรมอยากจะเล่น clubhouse ควรระวังอะไรบ้าง

  • จะทำอย่างไรกับพวกบ้าถ่ายรูปแบบไม่เกรงใจดี?

    มีคำถามเข้ามาแบบถี่ ๆ มากขึ้นว่า จะทำอย่างไรกับพฤติกรรมของลูกค้าที่คลั่งไคล้การถ่ายรูปดี ? น่าแปลกใจพอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน ก็เห็นด้วยว่า บางครั้งพฤติกรรมของลูกค้าก็ก้าวข้ามความเหมาะสม รู้จัก “ควร” หรือ “ไม่ควร” ไปในหลาย ๆ กรณี เพียงเพราะคิดว่า “ฉันต้องการภาพไปโพสลงในโซเชี่ยลมีเดียของฉัน” ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ก อินสตาแกรม หรือทำเป็นวิดีโอภาพเคลื่อนไหวเผยแพร่ในช่องยูทูปของตนเอง หรืออยากนำไปลงตามกลุ่มต่างๆที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ เช่น ชมรมกล้องถ่ายภาพยี่ห้องต่างๆ หรือกลุ่มท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม ประสบการ์ณที่ไม่พึงประสงค์ของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปมีหลายแบบ หลายประเภท เช่น ถือกล้องเดินเข้ามาในร้าน และตะลุยยิงภาพถ่ายทุกมุม ทุกบริเวณ เดินทั่วทุกบริเวณไม่เว้นแม้แต่ห้องน้ำ และเดินกลับออกไปเฉย ๆ สถานที่ติดป้ายว่า “ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้บริการร้านอาหารเท่านั้น” แต่ไม่สนใจกับป้าย และไม่สนใจคำพูดที่พนักงานชี้แจง เดินถ่ายรูปต่อไป และเดินออกไปเมื่อถ่ายรูปเสร็จ สถานที่ติดป้ายว่า “พื้นที่กำลังอยู่ระหว่างปรับปรุง ห้ามเดินผ่าน อันตราย” ก็จะเดินเข้าไป มุดใต้เชือกที่ขึงกั้นทางเอาไว้ ขนอุปกรณ์มาแบบจัดเต็มทั้งกล้องพร้อมเลนส์ราคาแพงครบชุด หลายอันให้เลือกพร้อมขาตั้งกล้อง บ้างก็มีโดรนมา มีกล้องวิดีโอขนาดเล็ก แล้วก็เดินดุ่ย ๆ เข้ามาพร้อมเตรียมเปิดฉากการถ่ายภาพแบบไม่มีการขออนุญาตแต่อย่างใด ราวกับว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เข้ามานั่งในร้านอาหารแล้วก็ไลฟ์สดพูดเสียงดัง…

  • | |

    5 คำถามคาใจ คนทำโรงแรม

    คำถามคาใจของคนทำโรงแรมในภาวะที่โควิดยังไม่จบง่ายมีอะไรบ้างที่ไม่อยากตอบก็ต้องหาคำตอบให้เจอ

  • |

    เตรียมตัวรอบสอง ต้องทำอย่างไร

    โรงแรมต้องเตรียมพร้อมอย่างไร ถ้าโควิดกลับมาอีกครั้ง

  • เตรียมจัดงาน

    ใกล้เทศกาลปลายปีที่หลายโรงแรมจะมีการจัดงานคริสต์มาสและขึ้นปีใหม่ บางแห่งคิดราคารวมกับห้องพักเลยสำหรับคนที่จองห้องพักในช่วงขึ้นปีใหม่ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Compulsory Dinner หรือพวกโรงแรมขนาดใหญ่ๆ ก็มักจะชอบเติมคำว่า “Gala” เข้าไปด้วย ซึ่งราคาก็จะค่อนข้างสูงพอสมควร ถ้าคิดในแง่ค่าครองชีพคนไทยระดับตลาดกลางไ แต่ถ้าคิดเทียบเป็นเงินตราต่างประเทศก็อาจจะพอยอมรับได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับธีมของงานว่าจะมีอะไรบ้าง ประเภทของอาหารประมาณไหน มีการแสดง หรือดนตรีเล่นสดหรือเปล่า มีแตกของขวัญ รวมแชมเปญตอนเคาน์ดาวน์ด้วยหรือไม่ บางครั้งโรงแรมที่พักขนาดเล็กเห็นโรงแรมขนาดใหญ่มีชื่อเสียงจัดงาน ก็เข้าใจว่าต้องทำแบบนั้นบ้าง มิฉะนั้นจะไม่ใช่วิถีโรงแรมช่วงปลายปี อันที่จริงแต่ละโรงแรมควรกลับมานั่งคิดก่อนว่า ด้วยรูปแบบโรงแรมของเราจำเป็นต้องจัดงานหรือไม่ และถ้าจัดควรจะจัดแบบไหน เหตุผลเบื้องหลังของเทศกาลทั้งหลาย ก็คือ เป็นช่วงเวลาวันหยุดที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้หยุดพัก(ยกเว้นคนโรงแรม) ดังนั้นเมื่อมีความต้องการในตลาดมาก โอกาสที่โรงแรมจะขายห้องพักและบริการอื่นๆเพื่อร่วมฉลองเทศกาลจึงเกิดขึ้น คราวนี้จะทำอย่างไรให้เหมาะสมก็ขึ้นอยู่กับกับการคิด ออกแบบ วางแผนและลงมือทำให้เหมาะสม และไม่ตั้งราคาสูงจนเป็นการเอาเปรียบลูกค้ามากจนเกินไป สำหรับโรงแรมที่มีแผนจัดงานก็ควรทำแผนงานให้ละเอียด ไล่เรียงขั้นตอนต่างๆตามเวลาแต่ละช่วง พร้อมทั้งมอบหมายผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละส่วน บทบาทที่สำคัญของงานเทศกาลอีกส่วนคือ เมนูอาหาร ทีมครัวต้องแสดงฝีมือเต็มที่ ถ้าจะจัดคริสมาสต์จะต้องมีอาหารอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาล ถ้างานปีใหม่จะเป็นอาหารแบบไหน ลักษณะการจัดจาน หรือไลน์บุฟเฟต์จะเป็นธีมอะไร สุดท้ายที่สำคัญคือ การตั้งงบประมาณ เมื่อได้งบประมาณแล้วจึงมาตั้งราคามาทำประมาณการว่าขายราคาเท่าไหร่ และต้องขายให้ได้กี่หัวจึงจะคุ้มทุน หรือ กี่หัวขึ้นไปจึงจะมีกำไร ถ้าตอนนี้ ใครยังไม่ได้เริ่มวางแผน ให้รีบเร่งมือโดยด่วน

  • คุณเป็น “ผู้นำ” แบบไหน ?

    อยากนำทีมให้ไปรอด แต่ไม่มีภาวะความเป็น “ผู้นำ” – คิดเอาเอง หรือไม่เข้าใจ เรื่องนี้มีคำตอบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.