ลงทุนโรงแรม
|

ลงทุนโรงแรม (เล็ก) ไม่ใช่เอาจำนวนห้องมาหาร

ลงทุนโรงแรม

ลงทุนโรงแรม (เล็ก)ไม่ใช่เอาจำนวนห้องมาหาร

หลายคนยังคิดว่า “เอาเงินหารด้วยจำนวนห้อง” แล้วเปรียบเทียบกับโครงการอื่นที่สร้างได้มากกว่า

แต่ธุรกิจโรงแรมโดยเฉพาะการทำโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ทำบูติกโฮเต็ล ทำโครงการขนาดเล็ก คงไม่ใช่แค่ กี่ห้อง — มันคือ แบรนด์ + ประสบการณ์ + บริการ

เริ่มต้นจากประโยคแรกก่อนเลยว่า “ลงทุนทำโรงแรมเล็ก” – ชัดเจนว่าต้องการทำ “ขนาดเล็ก”

แต่อย่างไรก็ดีคำว่า “ขนาดเล็ก” ของแต่ละคนแตกต่างกันในเรื่อง “จำนวนห้อง”

ดังนั้นเพื่อให้ชัดเจนคำว่า “ขนาดเล็ก” ที่เราจะคุยกันต่อไปหมายถึง บูติกโฮเต็ล และโรงแรมที่พักที่มีจำนวนห้องพักไม่เกิน 30 ห้อง เอาแบบเล็กจริงๆ ใครที่ทำเกินจำนวนห้องที่ไม่ใช่โฮมสเตย์ที่ต้องไปลงทะเบียนเป็นรายได้เสริม หรือจะต้องไปขอใบอนุญาตโรงแรมแต่มีจำนวนน้อยห้อง ก็สามารถใช้แนวคิดนี้ไปปรับใช้ได้

.

ลงทุนโรงแรม ควรพิจารณาอะไรบ้าง

1. ความเข้าใจผิด: ห้องมากกว่า = คุ้มค่ากว่า

เจ้าของโครงการหลายคนหลงไปกับตัวเลขว่าลงทุนเท่ากันแต่โรงแรมอื่นมีจำนวนห้องมากกว่า ดูเหมือนคุ้มกว่า แต่จริงๆ แล้ว โรงแรมไม่ใช่การขายห้องสี่เหลี่ยมเท่ากันทุกห้อง แต่คือการขาย เรื่องราว ความรู้สึก และคุณค่าที่ไม่เหมือนใคร

นอกจากนี้ประเด็นในเรื่อง “จำนวนห้อง” ที่สำคัญคือ ถึงแม้จะช่วยให้คุณเห็นภาพคร่าวๆว่า ทำได้กี่ห้องในพื้นที่ที่มี แต่ไม่ควรลืมว่า คุณยังต้องการพื้นที่สำหรับทีมงานของคุณเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีความสุข คุณยังมีทีมหลังบ้านที่ต้องดูแล มีพื้นที่ให้พัก มีพื้นที่ให้รับประทานอาหาร มีพื้นที่ให้ร้านค้าภายนอกมาติดต่อหรือส่งสิ่งของต่างๆ และยังต้องมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับลูกค้า และสำหรับทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนต้อนรับ พื้นที่สำหรับคุณแม่บ้านได้เก็บสิ่งของต่างๆที่ใช้ในห้องพัก ผ้าปูที่นอนหมอนมุ้งต่างๆ เป็นต้น รวมเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำความสะอาด

ดังนั้น การนำจำนวนห้องพักมาคิดคร่าวๆ ทำได้ แต่ควรคิดแบบรอบคอบ ไม่ใช่ “คิดตามคนอื่น” หรือ “คิดตามที่เขาบอกมา”

2. สูตรการลงทุนที่แท้จริง: Hard Cost + Soft Cost

เงินลงทุนไม่ได้จบแค่ค่านิ้วเหล็ก ก้อนปูน หรือค่าก่อสร้าง (Hard Cost) เท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้โรงแรม “ไปได้จริง” คือ Soft Cost ที่มักถูกมองข้าม ได้แก่

  • งานออกแบบ (Design DNA): ที่ทำให้โครงการแตกต่าง มีเอกลักษณ์ตั้งแต่สถาปัตยกรรมจนถึงรายละเอียดเล็กๆ
  • Service Design: ระบบบริการที่ทำให้แขกรู้สึกถึงมาตรฐาน ความเอาใจใส่ และความต่อเนื่อง
  • Marketing Ramp-up: การสร้างแบรนด์ตั้งแต่ก่อนเปิด การสื่อสารที่ชัดเจน และกลยุทธ์ออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งการที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้จะกลับมาที่การจัดสรรงบประมาณในการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆภายในโครงการของคุณที่สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์โครงการ

[อ่านบทความย้อนหลังเรื่องทำโรงแรมในประเด็นเกี่ยวกับ Hard Cost vs. Soft Cost ได้ที่ https://thethinkwise.com/2023/06/14/medley-hotel-investment-อยากทำโรงแรม/ ]

3. คำถามสำคัญ: จะไปตลาดแบบไหน ? ตลาดที่แข่งขันกันดุเดือดว่าด้วยราคา หรือจะไปตลาดที่เน้นกำลังซื้อลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ

หากคุณลงทุนโดยไม่มีกลยุทธ์ชัดเจน คุณอาจกำลังลงไปในตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขันด้านราคา แข่งลดราคา แข่งโปรโมชั่น จนกำไรบางลงทุกวัน จนในที่สุดก็ค่อยๆล้มหายไปจากวงจรธุรกิจ และทำให้ตลาดราคาโรงแรมปั่นป่วนเพราะการแข่งขันกันลดราคา จนลืม “เป้าหมายการลงทุน” ในครั้งแรกที่วางไว้

เลือกสร้างจุดยืนที่ต่างออกไป เช่น โรงแรมเชิงอนุรักษ์ (Eco), โรงแรมเล่าเรื่องท้องถิ่น (Storytelling Hotel), หรือโรงแรมที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์เฉพาะ (Experiential Stay) คุณจะเข้าสู่ตลาดที่ลูกค้าเลือกคุณเพราะ “คุณคือคุณ” ไม่ใช่เพราะคุณถูกกว่า

4. สูตรลับของบูติกโฮเต็ลที่ประสบความสำเร็จ

การลงทุนไม่ว่าจะกี่ล้านบาทจะคุ้มค่าได้ก็ต่อเมื่อคุณใส่ใจ 3 สิ่งนี้ให้ครบ:

  1. แบรนด์ (Brand) – ชัดเจน แตกต่าง และเล่าเรื่องได้
  2. บริการ (Service) – ดีไซน์บริการให้ไร้รอยต่อและสร้างความประทับใจ
  3. การสื่อสาร (Communication) – ไม่ได้ขายแค่ห้องพัก แต่ขาย “ความหมายและประสบการณ์”

.

.

ลงทุนโรงแรม ไปพร้อมกับแนวคิดการทำงานที่รอบคอบ

นอกจากนี้สิ่งที่ควรนำมาออกแบบวิธีคิดในการลงทุน คือ การมองทั้งระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นลงทุน จนจบการลงทุน และสามารถเตรียมเปิดโรงแรมเพื่อส่งมอบบริการ สร้างการรับรู้และความรู้สึกตามคุณค่าของแบรนด์ที่กำหนด รวมทั้งสื่อสารสิ่งเหล่านี้ออกมาให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมองเห็นชัดเจน สม่ำเสมอ และต่อเนื่อง

ไม่ใช่ช่วงโรงแรมเปิดใหม่ 1-2 ปี ยังอยู่ในช่วงตื่นเต้นกับธุรกิจ ก็จัดงบประมาณทำการตลาดออนไลน์ สื่อสารเต็มที่ กิจกรรมสร้างแบรนด์ต่อเนื่องไม่ขาด แต่พอเข้าปีที่ 3 ลืมไปแล้วว่า “ตัวตน” ของโรงแรมคุณคืออะไร นึกไม่ออกว่าควรสื่อสารเรื่องอะไร เพราะไปตามกระแสโพสต์แต่เรื่องโปรโมชั่น ลดราคาโดยไม่คำนึงถึง “คุณค่า” ของ Product & Service ของโรงแรมคุณ

.

หรือ ลงทุนก่อสร้างในสัดส่วนเงินลงทุนมากมาย จนไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะสื่อสารการตลาด และคิดว่า “ดีไซน์ที่ดี ขายตัวมันเองได้ ไม่ต้องสื่อสารอะไรมาก” – ตัวอย่างเหล่านี้มีให้เห็นมากมาย และพอกลับมาเริ่มสื่อสาร ก็อาจจะต้องใช้เวลาตั้งหลักใหม่ วางลำดับสื่อสารใหม่ กว่าคนจะรับรู้ว่า “คุณค่า” ของโรงแรมคุณคืออะไร ก็อาจเกิดการรับรู้ในระดับที่ไม่ตรงกับความต้องการของคุณ

.

ค้นหาบทความอื่นๆ เกี่ยวกับการทำโรงแรม การบริหารโรงแรม การทำโรงแรมให้รอด ไปที่ https://thethinkwise.com

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.