ลงทุนทำโรงแรม

อยากลงทุนซื้อโรงแรม – ต้องดูอะไรบ้าง

ลงทุนทำโรงแรม

อยากลงทุนซื้อโรงแรม – ต้องดูอะไรบ้าง

อยากลงทุนซื้อโรงแรม เพราะเห็นมีประกาศขายโรงแรมผ่านบนหน้าสื่อโซเชียลหลายแห่งในช่วงนี้แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง ? ….. ตัวอย่างคำถามที่มีเข้ามาเป็นระยะ ๆ เนื่องจากเห็นว่าไม่ต้องเสียเวลารอการก่อสร้าง เลี่ยงปัญหาในการควบคุมงานกับผู้รับเหมาก่อสร้าง และร่นระยะเวลาอื่นๆอีกหลายประการ …แต่ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนมีสิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมอีกหลายประการ

เบื้องต้นควรตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นแบบเร็วๆในประเด็นต่างๆดังนี้

  1. แหล่งที่มาของประกาศนั้นๆ ได้แก่ ผู้ประกาศเป็นใคร มีตัวตนจริงหรือไม่ มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน
  2. รูปที่นำมาใช้ประกาศ กับสถานที่จริงมีสภาพใกล้เคียงกันมากน้อยแค่ไหน หรือใช้ภาพตั้งแต่เปิดโครงการมาโฆษณาประกาศขาย แต่สภาพสถานที่จริงปัจจุบันทรุดโทรมไปมาก
  3. เช็คตำแหน่งที่ตั้งของโครงการว่ามีอยู่จริงตามที่แจ้งในประกาศหรือไม่
  4. ความเต็มใจในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ขายเป็นอย่างไร และรูปแบบของข้อมูลน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน

.

คราวนี้ลองมาดูตัวอย่างประกาศขายโรงแรมที่พักประเภทต่างๆกันบ้าง และคุณสนใจ ลงทุนทำโรงแรม ไหน?

ตัวอย่างที่ 1 – ประกาศขายบ้านพักตากอากาศ 4 หลังรวม 10 ห้องนอนตั้งอยู่ห่างจากชายทะเลประมาณ 300 เมตรในจังหวัดทางภาคใต้ ลักษณะเป็นบ้านสร้างใหม่อายุไม่เกิน 3 ปี ขับรถจากกรุงเทพใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ตั้งราคาขาย 45.0 ล้านบาท

ตัวอย่างที่ 2 – ประกาศขายโรงแรมจำนวน 25 ห้อง เป็นตึกสูง 5 ชั้น ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยดั้งเดิมแต่มีเส้นทางเชื่อมต่อไปออกถนนหลักที่มีสถานีรถไฟฟ้ารองรับ เปิดให้บริการมา 10 ปี ตั้งราคาขาย 75.0 ล้านบาท

ตัวอย่างที่ 3 – ประกาศขายรีสอร์ทจำนวน 48 ห้อง มีทั้งห้องพักในตัวตึกและบ้านพักเป็นหลังๆ 4 หลัง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินในจังหวัดทางภาคเหนือ เพิ่งเปิดให้บริการไม่ถึง 1 ปี ตั้งราคาขาย 120.0 ล้านบาท

.

คุณสนใจที่จะลงทุนทำโรงแรมที่พักไหนบ้าง ?

สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ การตรวจสอบว่าโครงการมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมอย่างถูกต้องหรือไม่อย่างไร สำหรับโครงการที่มีจำนวนห้องพักเกินกว่ามาตรฐานโฮมสเตย์

ลำดับต่อมาคือ การขอข้อมูลผลประกอบการที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร แต่ละแห่งสามารถสร้างรายได้ต่อปีมากน้อยอย่างไรบ้าง

.

ผลประกอบการที่ผ่านมาย่อมสะท้อนการทำงานของทีมบริหาร หรือเจ้าของโครงการ (ขึ้นอยู่กับโครงสร้างการบริหารแต่ละแห่ง) และศักยภาพของโครงการว่าเป็นอย่างไร

.

สิ่งที่ควรประเมินเพิ่มเติม ได้แก่

  1. เปรียบเทียบอายุโครงการ กับราคาขายที่ตั้งไว้ ควบคู่ไปกับระยะเวลาในอนาคตที่คุณจะสามารถสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่ซื้อมา

การทำธุรกิจโรงแรมควรมีเงินสะสมสำรองสำหรับการปรับปรุงโรงแรม บำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใหม่และพร้อม ให้บริการอยู่เสมอ ซึ่งควรดำเนินการทุกๆ 5 ปีเป็นอย่างน้อย กรณีนี้ไม่นับการปรับปรุงเล็กๆ การทาสีบริเวณต่างๆที่ควรมีการเก็บงานอย่างสม่ำเสมอโดยทีมช่าง

2. ค่าใช้จ่าย และเงินลงทุนที่ต้องใช้ทั้งหมดเป็นเท่าไหร่

คุณควรประเมินสภาพของอาคารต่างๆ อายุโครงการ และควรประมาณการเงินลงทุนอีกก้อนเพื่อปรับปรุงให้มีสภาพใหม่สดใสพร้อมเปิดขายในแบบที่น่าสนใจอีกครั้ง ดังนั้น ราคาขายที่ตั้งไว้ จึงควรบวกด้วยเงินทุนในการปรับปรุงใหม่อีกก้อน จึงเป็นเงินลงทุนในภาพรวมในส่วนของอาคารสิ่งปลูกสร้าง

ค่าใช้จ่ายในส่วนการปรับแนวคิดหลัก ปรับแบรนด์ เปลี่ยนภาพลักษณ์ และงานกราฟิกต่างๆที่จะใช้ในอนาคตทั้งหมด

ค่าใช้จ่ายในส่วนการเตรียมทีม การฝึกอบรมทีมใหม่ อาจมีการปรับเปลี่ยนยูนิฟอร์มใหม่

ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบการทำงาน ตั้งแต่ระบบบริหารจัดการ PMS ระบบจัดการภายในอื่นๆ เป็นต้น

เงินหมุนเวียนสำรองในการดำเนินงานตั้งแต่ช่วงเปลี่ยนผ่านไปจนถึงการเปิดให้บริการอย่างเต็มที่

3. ความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคต เปรียบเทียบกับผลประกอบการที่ผ่านมาที่ได้ข้อมูลมาจากผู้ขาย

ในประเด็นนี้ ไม่ใช่การหยอดตัวเลขลงในตาราง Excel ว่าด้วยจำนวนห้องพัก คูณกับราคาห้องพักต่อคืน คูณด้วยจำนวนวัน และการคาดการณ์อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีแบบที่ไม่มีข้อสมมติฐานของตัวเลขแต่อย่างใด แต่คุณควรออกแบบการตลาดและการขายแบบเร็วๆในกระบวนการวิเคราะห์ว่าลักษณะโครงการแบบนี้ มีรูปแบบการขาย และการทำตลาดในแบบอื่นๆ อย่างไร เพื่อให้สามารถสร้างรายได้คุ้มค่าการลงทุนและให้ผลตอบแทนที่มีระยะเวลาในการคืนทุนตามกรอบระยะเวลาที่ต้องการ

.

[[[[[ อ่าน รวมมิตรว่าด้วยเรื่องอยากทำโรงแรมได้ที่ https://thethinkwise.com/2023/06/14/medley-hotel-investment-อยากทำโรงแรม/ ]]]]]

.

อยากลงทุนซื้อโรงแรม คงไม่ใช่ขั้นตอนที่จะตัดสินใจกันด้วยความรวดเร็ว หากแต่ควรใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่อง ทีมบริหารธุรกิจในอนาคตว่าเป็นใคร จะไปหามาจากไหน บนต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างไร เทียบกับความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคต

.

ไม่พลาดคำแนะนำดีๆในการบริหารโรงแรมด้วยตนเอง คลิก subscribe ได้ตามช่องทางที่คุณใช้งานที่ https://linktr.ee/thethinkwise

Similar Posts

  • |

    ทำคอนเทนต์โรงแรมให้ปัง

    ทำคอนเทนต์โรงแรมให้ปัง ควรใช้คอนเทนต์แบบไหน และควรใช้อย่างไร

  • |

    เลือกบล๊อกเกอร์ (Blogger)ให้ตรงกลุ่ม

    Blogger [บล๊อกเกอร์] ได้แก่คนที่ชื่นชอบการเขียน การถ่ายภาพ การเล่าเรื่อง ถ่ายทอดประสบการ์ณที่ตนเองได้รับไปยังบุคคลอื่น เป็นการแบ่งปันในสังคมเราอีกแบบหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลและมีบทบาทในการตัดสินใจของลูกค้า การทำงานของบล๊อกเกอร์บางท่านเริ่มจากความรักและความชอบโดยส่วนตัวที่อยากเขียนบันทึกเรื่องราวประสบการ์ณ หรืออยากแบ่งปันมุมมองของตัวเองกับคนอื่น ต่อมามีคนติดตามมากขึ้น เพราะชื่นชอบในวิธีการเล่าเรื่อง การนำเสนอ การถ่ายภาพ กลายเป็นมีแฟนคลับมากมาย จนได้รับความไว้วางใจและชื่นชอบของคน และในที่สุดกลายกลุ่มบล๊อกเกอร์ก็กลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและทำการตลาด จนสามารถยึดเป็นอาชีพในการเขียนรีวิวได้ เพราะบางส่วนไม่ใช่การเดินทางไปโดยความตั้งใจส่วนตัวบนค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว หากแต่เป็นค่าใช้จ่ายของสินค้าและบริการที่ต้องการใช้บล๊อกเกอร์ในการสื่อสารผ่านไปยังกลุ่มแฟนเพจ ค่าใช้จ่ายก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความมีชื่อเสียงของบล๊อกเกอร์ จำนวนแฟนเพจ ในธุรกิจโรงแรม เมื่อมีที่พักเปิดใหม่และมีการนำเสนอรูปภาพ ภาพเคลือนไหว การเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ย่อมสามารถดึงดูดความสนใจของบล๊อกเกอร์ได้ เพราะความต้องการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่จะนำมาเล่าเรื่องให้แฟนเพจได้รับทราบ  ในขณะเดียวกัน หากโรงแรมไหนไม่ต้องการรอ ก็สามารถเรียกใช้บริการบล๊อกเกอร์ได้ทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับตารางเวลา และวันว่างของแต่ละบล๊อกเกอร์ สำหรับโรงแรมที่พัก และร้านอาหาร มีวิธีการเลือกบล๊อกเกอร์ให้เหมาะกับธุรกิจของเรา ซึ่งควรคำนึงถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ 1. รูปแบบและไลฟ์สไตล์ของบล๊อกเกอร์ว่าใกล้เคียงกับคอนเซ็ปต์ที่โรงแรมเราวางไว้หรือไม่อย่างไร เพราะนี่คือการสะท้อนความเป็นตัวตนผ่านคู่ค้าทางธุรกิจในอีกรูปแบบหนึ่ง คล้ายกับเราเลือก co-branding partner  ถ้าไลฟ์สไตล์แตกต่างกันมาก ก็อาจทำให้ลูกค้าเกิดความสับสนในตัวตนของโรงแรมคุณ 2.กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหรือกลุ่มแฟนเพจ ดูว่ามีการนำเสนอในรูปแบบไหน เจาะกลุ่มลูกค้าประมาณไหน เช่น วัยรุ่น วัยทำงาน…

  • | |

    โรงแรมเล็กมีปัญหา-ปรับแก้อย่างเป็นระบบ

    มีปัญหา โรงแรมเล็ก ควรแก้ไขอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แก้ไขแบบให้ผ่านไปที เมื่อตัดสินใจทำธุรกิจโรงแรมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ความมุ่งมั่นในการพาธุรกิจก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนควรเป็นเป้าหมายหลักของทุกโครงการ แต่เมื่อระหว่างทาง มีปัญหา เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดจากปัจจัยภายนอกหรือภายใน สิ่งที่จะทำให้ก้าวผ่านไปได้คือการทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา การบริหารโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ทั้งบูติกโฮเต็ล บ้านพักตากอากาศ หรือจะเป็นเกสท์เฮ้าส์ ให้มีตัวเลขมากกว่าจุดคุ้มทุน คือ จุดที่รายรับ หักลบ รายจ่ายแล้วเท่ากับศูนย์ เป็นเป้าหมายที่ควรไปให้ถึง ไม่ใช่แค่ไม่ต้องควักทุนในแต่ละเดือนก็พอ กรณีตัวอย่าง ที่ 1 – บ้านพักไม่เกิน 4 ห้อง ลองมาดูตัวอย่างที่พักแห่งหนึ่ง ไม่ใช่โรงแรม เป็นบ้านพักต่างจังหวัดไม่เกิน 4 ห้องและมีคนเข้าพักไม่เกิน 20 คน จัดเป็นรายได้เสริมของเจ้าของบ้าน – ตั้งราคาขายวันธรรมดา 1,500 บาทต่อห้องต่อคืน และวันเสาร์ 1,800 บาทต่อห้องต่อคืน สำหรับการเข้าพัก 2 คน รวมอาหารเช้า และอาหารเย็นแบบสำรับ (กับข้าว 3 อย่าง ของหวานหรือผลไม้) –…

  • เรื่องเล่าโรงแรม…เล่าเรื่องโรงแรม

    เรื่องเล่าโรงแรม…เล่าเรื่องโรงแรม ปัญหาที่หลายโรงแรมอาจไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาเพราะมั่นใจในภาพลักษณ์ของโครงการ แต่จริงๆแล้วหากสามารถเติมเต็มในส่วนนี้ได้จะทำให้ทั้งโครงการมีความน่าสนใจ และน่าติดตามมากขึ้นด้วยการเลือก เรื่องเล่าโรงแรม และเลือกที่ เล่าเรื่องโรงแรม ให้เป็น . Storytelling หรือ การเล่าเรื่อง การเล่าเรื่องเป็นกิจกรรมทางการตลาดประเภทหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกค้ารู้จักสินค้าและบริการของคุณผ่านการถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอด หรือ การเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวสินค้าเอง หรือ การเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการนั้น ๆ เช่น เจ้าของผลิตภัณฑ์ ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นต้น การเล่าเรื่องนั้นอาจทำได้หลายรูปแบบ ได้แก่ . Storytelling สำหรับธุรกิจโรงแรม การทำโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ทำบูติกโฮเต็ลนั้น การถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจให้กลมกล่อมเป็นจุดเริ่มต้นแรกๆตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์โรงแรม บางครั้งโจทย์หรือสิ่งที่มีอยู่ในมือมีคุณค่ามากๆ แต่เจ้าของโครงการอาจมองข้ามไปเพราะความคุ้นชินกับสิ่งที่มีอยู่ในมือจนเห็นว่าไม่มีอะไรพิเศษหรือสามารถหยิบยกนำมาเล่า มานำเสนอได้ . ดังนั้นก่อนที่คุณจะข้ามไปเข้าเรียนคอร์สออนไลน์ฝึกการเขียนคอนเทนต์ (Content Writing) หรือทำกลยุทธคอนเทนต์ (Content Strategy) ควรจะพิจารณาในประเด็นเหล่านี้ก่อน . คุณเป็นแบบไหนระหว่างมี เรื่องเล่าโรงแรม หรือมีปัญหาการ เล่าเรื่องโรงแรม ? 1) มีเรื่องให้เล่า แต่เล่าไม่เป็น – ข้อนี้รวมไปถึงการไม่รู้ว่าจะหยิบเรื่องอะไรมาเล่า หรือมีเรื่องเยอะ แต่ไม่รู้จะดึงเรื่องไหนมาเล่าให้ฟัง…

  • บรีฟคนทำคอนเทนต์ให้เข้าใจ – การตลาดโซเชียล

    การตลาดโซเชียล โรงแรมควรบรีฟคนทำคอนเทนต์ก่อนเริ่มทำงาน มีประเด็นอะไรบ้างที่ควรเน้นๆให้เข้าใจก่อนลงมือทำงาน

  • OYO คืออะไร เขาเป็นใคร?

    มาทำความรู้จักกับ OYO กันว่าเขาเป็นใคร ทำไมเห็นแต่ป้ายสีแดงเต็มไปหมดในหลายพื้นที่เมืองท่องเที่ยว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.