ต้นทุนเพิ่ม
| |

เมื่อต้นทุนสูงขึ้น โรงแรมจะไปต่ออย่างไร

ต้นทุนเพิ่ม

เมื่อต้นทุนสูงขึ้น โรงแรมจะไปต่ออย่างไร

สำหรับโรงแรมขนาดเล็กที่มีต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมในนามสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) หรือกู้ยืมเพื่อธุรกิจ (Commercial Loan) สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาระทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน และเมื่อธนาคารมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นตามการส่งสัญญาณต่างๆของธนาคารแห่งประเทศไทย คุณย่อมได้รับผลกระทบทันทีที่ทำให้ ต้นทุนเพิ่ม ขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ลองนึกย้อนกลับไปตอนเริ่มลงทุนและไปติดต่อสถาบันการเงินเพื่อต้องการของสินเชื่อ หรือเงินกู้ระยะยาวเพื่อมาสนับสนุนการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเพื่อให้สามารถเปิดดำเนินกิจการได้ การทำตัวเลขประมาณการรายได้ รายรับ รายจ่ายของธุรกิจมีการประมาณการภาระดอกเบี้ยและเงินต้นที่ต้องผ่อนชำระระยะยาวเข้าไปด้วยหรือเปล่า ส่วนใหญ่ก็มีการทำตัวเลขนี้เสมอ แต่ในระหว่างปีที่ทำประมาณการ (Projection) นั้นมีการแบ่งเป็นฉากทัศน์ (Scenario) หรือเปล่าว่า ถ้าหากอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเท่านั้นเท่านี้ ความสามารถในการผ่อนชำระของโครงการจะยังไปต่อได้หรือเปล่า และต้องสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ แหล่งที่มาของรายได้จะเพิ่มขึ้นมาได้จากส่วนไหน หากทางฝั่งค่าใช้จ่ายก็ต้องมีการควบคุมอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการตั้งสำรองเผื่อกรณีฉุกเฉินหากเกิดเหตุอะไรขึ้นอย่างเช่นวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา เป็นต้น

พอมานั่งคิดย้อนกลับไปแบบนี้ เรามักจะเห็น “ความประมาท” ของเราเสมอ

.

สัปดาห์นี้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการประกาศยืนอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.5% เท่าเดิมตามมติการประชุม กนง. 12 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา — ข่าวก็พาดหัวและรายงานผลกระทบกันหลายช่องทางให้ติดตาม และเชื่อว่าคนทำธุรกิจก็ได้อ่านและฟังข่าวนี้แล้วเช่นกัน

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย คืออะไร ?

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็นอัตราที่ธนาคารกลางจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารพาณิชย์ที่เอาเงินมาฝาก หรือเป็นอัตราที่ธนาคารกลางเก็บดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์ที่มากู้เงิน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลกับอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์คิดกับลูกค้าที่เป็นผู้กู้หรือผู้ฝากเงินต่อไป [ที่มา : https://www.bot.or.th/th/our-roles/monetary-policy/about-monetary-policy/policy-rate.html ] ส่วนเหตุและผลของการสนับสนุน หรือไม่พอใจกับการยืนอัตราดอกเบี้ยก็แล้วแต่การมองสถานการณ์ระยะสั้น ระยะยาว และมุมมองในเรื่องอัตราดอกเบี้ยในฐานะเครื่องมือทางนโยบายการเงิน กับ ในฐานะเครื่องมือส่วนหนึ่งในด้านนโยบายสาธารณะก็เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

.

กลับมาที่ธุรกิจโรงแรม กับสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบันที่การท่องเที่ยวตั้งเป้าหมายนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาให้ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19 ให้สำเร็จ กับตัวเลขสะสมถึง 9 มิ.ย. 67 ที่ผ่านมาที่ทะลุ 15.5 ล้านคนไปแล้ว [ติดตามสถิติท่องเที่ยวได้ที่ กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา] ร่วมกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบให้ ต้นทุนเพิ่ม ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าวัตถุดิบปรุงอาหาร ต้นทุนในการหาพนักงานและดูแลพนักงาน ต้นทุนเพื่อช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ — โรงแรมจะรับมืออย่างไร โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็ก

.

ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทย เลือกใช้อัตราดอกเบี้ยในการขับเคลื่อนนโยบายการเงิน แล้วโรงแรมมีเครื่องมืออะไรบ้างในการบริหารธุรกิจ ?

ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักจึงควรมองภาพธุรกิจของตัวเองให้เข้าใจก่อน จึงจะสามารถเลือกหยิบใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ได้อย่างคล่องแคล่วและคาดการณ์ได้ล่วงหน้า เพราะทุกมาตรการ ทุกเครื่องมือจะต้องใช้เวลาในการทำงานกว่าจะเห็นผล ดังนั้น หากผู้ประกอบการไม่มีเครื่องมือที่จะช่วยให้มองเห็นภาพการเดินทางของธุรกิจในภาพรวม ก็คงพบกับความท้าทายที่จะทำให้การตัดสินใจของคุณล่าช้าไป เท่ากับว่า ผลที่จะได้รับตามที่คาดหวังก็จะล่าช้าไปด้วย และยิ่งในสถานการณ์ที่สถานะการเงินเริ่มฝืดเคือง ก็จะยิ่งทำให้การขยับตัวไปทางไหนก็จะลำบากมากขึ้น

ลองมาดูกรณีตัวอย่างกัน – สมมติคุณกู้เงินจากธนาคารมาเพื่อใช้ก่อสร้างทำโครงการโรงแรม 30.0 ล้าน บวกกับเงินลงทุนส่วนตัวอีก 15.0 ล้านบาท รวมเป็น 45.0 ล้านบาทเพื่อให้เปิดโรงแรม 25 ห้องให้ได้

  • การก่อสร้างใช้เวลา 18 เดือน
  • เตรียมเปิด 2-3 เดือน
  • ทำตัวเลขประมาณการ 8-10 ปีตามระยะเวลาที่ยื่นขอกู้เงินแบบเดียวเพื่อให้ได้รับเงินกู้

สมมติถ้าโครงการนี้ได้รับเงินกู้ตามต้องการ แต่ไม่สามารถต่อรองเรื่องระยะเวลาปลอดเงินต้น (Grace Period) ได้ยาวแบบเต็มที่เท่าระยะเวลาก่อสร้าง และเกิดความล่าช้าในการก่อสร้างเพิ่มเข้าไปอีกเนื่องจากต้องสรรหาผู้รับเหมาใหม่ใช้เวลาอีก 30-45 วันกว่าจะเริ่มต้นทำงานต่อใหม่ได้ เจอกับฤดูฝนที่น้ำมามากกว่าปกติเพิ่มเข้าไปอีก จากโครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 18 เดือน กลายเป็น 24 เดือน —- หากผู้ประกอบการมองแต่ตัวเลข 45.0 ล้านบาทแล้วจบ โครงการจะตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจจะไม่ได้เปิด หากไม่สามารถหาเงินทุนเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อทำในส่วนการเตรียมเปิด (Pre-opening set up) ให้สำเร็จ

.

ตัวอย่างต่อไป – โรงแรมเริ่มเปิด และโรงแรมที่เปิดให้บริการมา 3-5 ปี

เริ่มเปิดให้บริการและเข้าสู่ระยะที่ต้องเริ่มผ่อนเงินต้นกับธนาคารฯต่อไปอีก 8 ปีในยอดหลักแสนต่อเดือน เท่ากับว่าความสามารถในการสร้างรายได้ตามตัวเลขที่เคยทำประมาณการไว้จะถูกบวกยอดเงินต้นที่เปลี่ยนแปลงไปตามอัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น

ส่วนฝั่งความสามารถในการสร้างรายได้ก็ไม่ออกมาเป็นตามที่คาดไว้ เพราะเมื่อสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ภาระหนี้ต่อครัวเรือนมีสัดส่วนสูงขึ้นในระดับหาเงินได้ 100 บาทต้องใช้หนี้ 85-90 บาท กำลังซื้อที่จะมาใช้กับเวลาพักผ่อนก็ลดลงเพราะต้องเร่งหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวมากขึ้น ส่วนกลุ่มตลาดบนที่กำลังซื้อไม่ได้รับผลกระทบก็ไม่ได้ชื่นชอบในรูปแบบโรงแรมของคุณ หรือการทำแคมเปญการตลาดของคุณยังไปไม่ถึงเพราะเงินที่จัดสรรไว้เพื่อทำการตลาดออนไลน์ต้องถูกแบ่งมาสมทบเพื่อผ่อนชำระเงินต้นกับธนาคารฯ

.

แล้วเครื่องมือที่โรงแรมจะสามารถนำมาใช้งานเมื่อ ต้นทุนเพิ่ม ได้ คืออะไร ? (บอกมาซักที)

งบประมาณการตลาดการบริหารจัดการ
เงินทุนและเงินหมุนเวียนมองภาพทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว และหมั่นปรับตัวเลขให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป เช่น งบประมาณประจำปีที่อนุมัติไปแล้ว ทุกกลางปีก็ควรหยิบขึ้นมาดูเพื่อปรับตัวเลข(ที่จำเป็น)จัดสรรเงินทุนเพื่อทำกิจกรรมการตลาดให้พอเพียงในแต่ละช่วงอายุโครงการบัญชีกับบริหารการเงินทำงานควบคู่กันไป และผู้บริหารควรใส่ใจในรายละเอียดอย่างใกล้ชิด
การใช้จ่ายเงินการประมาณการตัวเลขที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุดจะช่วยให้คุณเห็นภาพค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นได้ และหากสถานการณ์เปลี่ยนไป คุณก็จะสามารถมองเห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นโดยประมาณได้เลือกประเภทกิจกรรมการตลาด การขายและประชาสัมพันธ์ให้เหมาะกับสินค้าและบริการของคุณ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจนการออกแบบขั้นตอนการจัดซื้อ สั่งซื้อ การติดตามรับสินค้าให้ได้ตามที่ต้องการให้ทันตามเวลาที่ต้องการใช้งาน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการที่จะต้องสั่งซื้อฉุกเฉินที่จะมีราคาแพงขึ้น
การเรียกเก็บเงินออกแบบวิธีการเรียกเก็บเงินให้สัมพันธ์กับตัวเลขรายได้ที่ประมาณการไว้จะทำให้ตัวเลขเป็นรายรับที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ควรประมาณการระยะเวลาที่คาดว่าจะได้รับเงินให้ละเอียดมากขึ้นด้วยทุกแคมเปญการตลาดต้องชี้วัดผลได้ หมายความว่า ต้องมีตัวชี้วัด เพื่อให้คุณสามารถปรับกลยุทธและวิธีการที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตามต้องการถ้าการเรียกเก็บเงินเป็นไปตามแผนฯ คุณจะไม่มีตัวเลขตกค้างอยู่ในยอดคงค้างที่ยังเรียกเก็บเงินไม่ได้ หรือรายการค้างนานมากกว่า 30 วัน 60 วัน 90 วัน
ตัวอย่างสิ่งที่ควรทำและเครื่องมือที่จะช่วยบริหารจัดการการดำเนินงานโรงแรมของคุณ

ลองทำตารางข้างต้น และลองเขียนสิ่งที่คุณมีในมือและสามารถนำมาใช้ได้ หรือเพิ่มน้ำหนักการจัดการให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเขียนให้เป็นรูปแบบอะไรที่เป็นทางการหรือกังวลว่าจะเขียนแบบไหน – ลองเขียนดูตามที่คิดไว้ก่อน เพราะแต่ละโรงแรมมีรูปแบบสินค้าและบริการที่แตกต่างกัน และมีโครงสร้างองค์กร กำลังคน ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการที่จะบอกว่าให้ทีมเก็บเงินทำแบบนี้ แต่โรงแรมคุณยังใช้บริษัทนอกฯทำบัญชี ส่วนในโรงแรมยังใช้เพียงลงบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวัน จึงอาจไม่ตอบโจทย์การบริหารจัดการเป็นต้น

แนะนำอ่านบทความเพิ่มเติม ที่เกี่ยวกับการบริหารสภาพคล่องโรงแรม ได้ที่ https://thethinkwise.com/2023/08/26/เพิ่มสภาพคล่อง-howto-manage-hotel-liquidity/

.

กรณีที่ดูตัวเลขภาพรวมแล้วเห็นว่าสถานะการเงินมีแนวโน้มลำบากมากขึ้น ควรนัดพบไปเจรจากับเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ดูแลบัญชีของคุณ โดยก่อนไปควรทำตัวเลขไปใหม่เพื่อนำเสนอให้เห็นฉากทัศน์ (Scenario) ที่คุณมองในระยะต่อไป ซึ่งทางธนาคารฯจะได้นำไปพิจารณาภายใต้สมมติฐานและปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระให้เหมาะสมกับความสามารถในการสร้างรายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ของคุณได้

.

ต้นทุนเพิ่ม จะจัดการได้คุณในฐานะผู้ประกอบการควรมองภาพรวมให้ชัดเจนว่าจะแก้ไขตรงไหน หลายโรงแรมมีเงินที่ยังเรียกเก็บไม่ได้ค้างอยู่แต่ไม่มีมาตรการในการเรียกเก็บเงิน หลายโรงแรมที่พอร์ตฯกระจุกตัวกับ OTA แบบมากกว่า 90% ก็ต้องจัดรอบการใช้จ่ายเงินใหม่ให้เหมาะสมกับรอบการได้รับเงินจาก OTA

.

ตัวเลขประมาณการ (Projection) ที่ทำว่าจะสร้างรายได้เท่านั้นเท่านี้ จะไม่เกิดขึ้นจริง ถ้าคุณไม่สามารถบริหารจัดการการเรียกเก็บเงิน และทำความเข้าใจรอบการชำระเงินจากพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจอย่าง OTA ที่คุณนำโรงแรมไปลงขายห้องพักได้

.

ตัวเลขที่เกิดขึ้นในการบริหารจัดการภายใน ถึงแม้จะเป็นตัวเลขเล็กๆน้อยๆ แต่เป็นตัวเลขที่สะสมไปเรื่อยๆ จนบางครั้งความละเลยจากตัวเลขเล็กๆน้อยๆ กลายเป็นยอดเงินก้อนที่เป็นจำนวนที่อาจคาดไม่ถึง

.

สุดท้าย เครื่องมือที่มีอยู่ในมือและจะเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณจัดการธุรกิจโรงแรมของคุณได้คือ ความเข้าใจ ในธุรกิจโรงแรม ดังนั้น ก่อนเริ่มลงทุนควรเริ่มจากทำความเข้าใจก่อน อย่าเพิ่งรีบลงทุนโดยที่ยังไม่ได้พิจารณาให้รอบคอบ

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.