โรงแรมควรสรุปอะไรกับคนทำ การตลาดออนไลน์

โรงแรมควรสรุปอะไรกับคนทำการตลาดออนไลน์ที่เราไปขอคำปรึกษา หรือว่าจ้างมาเพื่อช่วยทำให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้มากขึ้น มีลูกค้าสนใจมากขึ้น และ(ด้วยความหวัง)ว่าจะทำให้เกิดยอดจองห้องพักเพิ่มขึ้น

ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เวลาโรงแรมไปคุยกับบริษัทหรือฟรีแลนซ์หรือดิจิทัล เอเจนซี่ที่รับทำการตลาดออนไลน์มักไม่ได้มีการพูดคุยหรือมีการบรีฟโจทย์กันอย่างละเอียด และที่สำคัญมักไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน จึงทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมประสบกับปัญหาอันเนื่องมาจากความไม่เข้าใจ หรือการที่ไม่ได้อยู่ที่จุดเริ่มต้นก่อนการทำงานเดียวกัน ซึ่งในที่สุดก็จะกลับมาที่ปัญหาว่า “ทำไมใช้เวลานาน?” หรือบางแห่งบอกว่า “จะต้องจ่ายเงินอีกกี่เดือนถึงจะเห็นผล” เป็นต้น

วันนี้เราจึงควรมาเตรียมตัวและเตรียมข้อมูลให้ดีก่อนที่จะไปพบกับดิจิทัล เอเจนซี่ หรือบริษัทที่รับทำการตลาดออนไลน์กัน

สิ่งที่โรงแรมควรหาข้อมูล เตรียมสรุปสิ่งที่ต้องการให้ชัดเจนมีประเด็นหลักๆอยู่ 3 เรื่อง

1.สถานะปัจจุบัน (Current Status)ในโลกออนไลน์

ข้อนี้สำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเหมือนเราไปพบแพทย์ เราก็ต้องเล่าอาการก่อนว่าเป็นอะไร อาการเป็นอย่างไร เป็นมากี่วันแล้ว หรือตอบคำถามตามที่แพทย์ซักถาม เพื่อให้รู้ว่าเราอยู่ที่จุดไหน หมอจะได้รักษาอาการถูก ใช้เครื่องมือที่เหมาะสม และจ่ายยาถูกต้องตามระยะเวลาที่ต้องการ

การทำการตลาดออนไลน์ หรือทำงานอะไรก็ตาม ไม่มีอะไรที่เสกให้เห็นผลได้ทันตาตามต้องการ เพราะฉะนั้น “ต้องใช้เวลา” แต่จะใช้เวลาเท่าไหร่ก็อยู่ที่อาการของโรค

ถ้าโรงแรมไม่เคยมีตัวตนบนโลกออนไลน์ใด ๆ เลย แปลว่า เราต้องมาเริ่มกันใหม่ตั้งแต่ก้าวแรก คือการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ก่อน แล้วจึงค่อยวางทางไปตามเส้นทางต่าง ๆ ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโรงแรมคุณมีพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ที่จะไปเกี่ยวข้องกับเครื่องมือนั้น ๆ หรือใช้เครื่องมือนั้น ๆ

แต่ถ้าใครพอจะมีตัวตนบนโลกออนไลน์อยู่บ้าง แต่เน้นแต่เรื่องการสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย เช่น มีแต่เฟสบุ๊กแฟนเพจ ไม่มีเว็บไซต์ของโรงแรม กรณีนี้ก็คงเริ่มจากรวบรวมสถิติที่อยู่บนหน้าเพจของโรงแรมคุณที่อยู่ในเมนู Insight และเลือกกำหนดระยะเวลาที่ต้องการให้แสดงผล เช่น ย้อนหลัง 30 วัน หรือย้อนหลังตั้งแต่เปิดเพจขึ้นมา เป็นต้น หรือถ้าใครใช้ Instagram ก็สรุปตัวเลขปัจจุบันที่มีคนติดตามมากน้อยเท่าไหร่ ที่ผ่านมาโพสข้อความ ภาพนิ่ง วิดีโอด้วยความถี่อย่างไร เป็นเนื้อหาประเภทไหน

ถ้าใครมีเว็บไซต์ของโรงแรมแต่ไม่เคยเข้าไปดูสถิติ ก็สามารถให้บริษัทช่วยเข้าไปดูหลังบ้านได้ว่าที่ผ่านมามีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์กี่คน มาจากไหน ใช้เวลาอยู่บนหน้าเว็บไซต์โรงแรมแต่ละหน้ากี่นาที หรือกี่วินาที และสถิติอื่น ๆ

ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เห็นว่าสถานะบนโลกออนไลน์ของโรงแรมคุณเป็นอย่างไร และจะได้ใช้เป็นจุดเริ่มต้น เพื่อกำหนดตัวชี้วัดความคืบหน้าในการทำงานต่อไป

2. กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ข้อนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ออกแบบกิจกรรมทางการตลาดให้เหมาะสมตามความต้องการของโรงแรม เพราะฉะนั้นถ้าโรงแรมไหนมีภาพกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน การออกแบบการทำการตลาดของดิจิทัลเอเจนซี่ หรือบริษัทที่ทำการตลาดออนไลน์ก็จะไม่ตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น การที่โรงแรมให้โจทย์ว่า “ใครก็ได้ ขอให้มาพักที่โรงแรมเยอะ ๆ ” กรณีเช่นนี้จะทำให้โรงแรมสิ้นเปลืองงบประมาณในการทำการตลาดออนไลน์มาก

ภาพกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ยิ่งชัดมากเท่าไหร่ ยิ่งจะมีประโยชน์ในการออกแบบการทำตลาด

อย่างที่ทุกท่านคงทราบดีว่าในยุคปัจจุบันคงไม่ใช่มาบอกกันว่า ลูกค้าเป็นผู้หญิง ผู้ชาย อายุประมาณเท่าไหร่ แต่จะลงละเอียดไปถึงพฤติกรรม และไลฟ์สไตล์ ความชอบ ความไม่ชอบ เครือข่ายต่างๆของลูกค้าแต่ละกลุ่มกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าภาพกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจน ทีมที่ทำงานก็จะสามารถทำงานได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น

3. เป้าหมายที่ต้องการ

คุณต้องการอะไร ควรบอกให้ชัดเจน เพราะปัจจุบันหมดยุคแล้วที่เดินเข้าไปหาบริษัทการตลาดออนไลน์แล้วบอกอยากได้ไลก์เยอะๆ เพราะเอามาทำประโยชน์อะไรไม่ได้ จำนวนไลก์ที่มากไม่ได้แปลว่าคุณได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เพราะคนที่มาไลก์คุณก็อาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการทุกคน

ในข้อนี้ถ้าข้อ 2 คือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจน คุณก็จะวางเป้าหมายที่ชัดเจนได้มากขึ้น เช่นต้องการตอกย้ำเรื่องการสร้างการรับรู้เล็กน้อยเพราะโรงแรมเป็นที่รู้จักอยู่พอสมควรแล้ว แต่อยากสร้าง Engagement กับลูกค้ากลุ่มนั้นกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้คุยกับลูกค้ามาขึ้น รู้จักลูกค้ามากขึ้น และหวังว่าจะเกิดยอดการจองห้องพักเพิ่มขึ้นกับโปรโมชั่นที่เตรียมจะออกในช่วงไตรมาสต่อไป เป็นต้น

เรื่องเป้าหมายนี้จะมาเป็นตัวกำหนดกรอบระยะเวลาในการทำงานว่า ถ้าโรงแรมต้องการประมาณนี้จะใช้เวลาทำงานนานเท่าไหร่ กี่เดือน และบริษัทจะทำกิจกรรมบนโลกออนไลน์อะไรบ้าง หวังผลมากน้อยแค่ไหน มีปัจจัยอะไรเป็นตัวที่จะทำให้ได้ผลตามที่ต้องการ หรือไม่ได้ผลตามที่ต้องการ

4. งบประมาณ

สำหรับโรงแรมที่พักขนาดเล็กเรื่องงบประมาณมีความสำคัญมากเพราะส่วนใหญ่ใช้เงินส่วนตัวในการดำเนินธุรกิจ ไม่ได้ใช้บริการเครดิตจากสถาบันการเงิน หรือบางแห่งมีการใช้บริการกับสถาบันการเงิน เช่น มีวงเงินโอดี มีเงินกู้ระยะยาวที่ยังมีภาระในการผ่อนชำระทุกเดือน และยิ่งภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน การใช้งบประมาณในการทำการตลาดออนไลน์ก็ยิ่งต้องเพิ่มความรอบคอบมากขึ้น

ดังนั้นเวลาคุยกับบริษัททำการตลาดออนไลน์ คุณควรพูดให้ชัดเจนว่าโรงแรมคุณขนาดเท่านี้นะ มีจำนวนห้องเท่านี้นะ ราคาขายต่อห้องต่อคืนตั้งแต่กี่บาท ถึงกี่บาท เพราะฉะนั้นงบประมาณที่ทางโรงแรมสามารถจัดสรรเพื่อทำการตลาดออนไลน์ได้นั้นมีจำนวนจำกัดไม่เกินเดือนละ ………บาท หรือตกปีละ…..บาท

5. กำหนดตัวชี้วัด

การว่าจ้างใครให้ทำงานประเภทอะไรก็ตาม ควรกำหนดตัวชี้วัดภายใต้กรอบเวลาในการทำงานควบคู่กันไป เพราะถ้าไม่มีตัวชี้วัดเราจะวัดผลกันได้อย่างไรว่าคนที่เราว่าจ้างทำงานสำเร็จในระดับไหน และถ้าเราไม่มีสถานะเริ่มต้นตามข้อ 1 เราก็จะไม่มีจุดเริ่มต้นเพื่อใช้เทียบเคียงกับเป้าหมายที่เราต้องการจะเดินไป

ในด้านเทคนิคของการทำการตลาดออนไลน์ ถึงแม้โรงแรมอาจจะไม่เข้าใจในตัวชี้วัดต่าง ๆ คุณก็สามารถสอบถาม ซักถาม และพูดคุยกับคนที่คุณว่าจ้างได้ว่า ตัวชี้วัดเหล่านั้นมาตอบโจทย์ หรือแสดงผลที่ทำให้เราเห็นความคืบหน้า หรือผลสำเร็จในเรื่องไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับรู้ (Awareness) หรือการเข้าถึงลูกค้า (Reach) หรือตัว Engagement ต่าง ๆ

ขอย้ำว่า “คุณซักถามได้จนกว่าจะเข้าใจ”

………….. เนื้อหาที่คุณควรมีก่อนไปพบคนที่คุณจะใช้บริการในการทำการตลาดออนไลน์ ก็มีหลักๆประมาณนี้ ส่วนที่เหลือก็คงเป็นการคุยในรายละเอียดถึงการทำแผนงาน การส่งรายงานประจำเดือน หรือกำหนดระยะเวลาในการส่งรายงานความคืบหน้า เงื่อนไขการจ่ายเงิน และอื่นๆตามที่แต่ละผู้ประกอบการต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

สุดท้ายก่อนจบ การที่หยิบยกเรื่องนี้มาเตือนอีกครั้งเพราะในภาวะปัจจุบันที่เรายังต้องอยู่กับโควิดไปอีกนาน การใช้เงินแต่ละบาทของโรงแรมที่พักขนาดเล็กควรเพิ่มความรอบคอบมากขึ้น เลือกใช้จ่ายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และเรียงลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายเงินให้ดีเพื่อให้กิจการของคุณยังคงมีสภาพคล่องที่จะไปต่อได้ (หากคุณเลือกที่จะไปต่อ)

Similar Posts

  • โรงแรมขนาดเล็ก เลือกอะไรในปี 2568

    โรงแรมขนาดเล็ก จะเลือกทำอะไรในปีต่อไปที่มีความท้าทายมากขึ้นในการทำธุรกิจโรงแรมมากขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก

  • |

    5 ความท้าทายของ คนทำโรงแรม

    คนทำโรงแรมจะก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ เหล่านี้ไปได้อย่างไร จะเรียงลำดับการแก้ไขปัญหาแบบไหน ภายใต้งบประมาณเท่าไหร่

  • |

    โรงแรมควรรู้ สร้างทีมหน้าฟร้อนท์ให้แกร่ง

    จุดเริ่มต้นการให้บริการของทุกโรงแรมเมื่อลูกค้าเดินทางมาเช็คอิน แน่นอนว่าทีมหน้าบ้าน หรือทีมฟร้อนท์ออฟฟิศที่ไม่ว่าโครงสร้างทีมงานของโรงแรมคุณจะแบ่งอย่างไร แต่พนักงานทุกคนที่อยู่ในทีมนี้เป็นทีมที่มีโอกาสแรกที่จะสร้างความประทับใจ หรือสร้างความไม่ประทับใจให้ลูกค้านับตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง แล้วทำไมหลายโรงแรมจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญในขั้นตอนการทำงาน การเตรียมงานให้แน่นๆ แต่มักจะไปเน้นตรงปลายทาง เช่น จะใช้อะไรเสริฟเป็นเวลคัมดริ๊งค์ดี จะเสริฟแบบไหนดี จะใช้คำทักทายลูกค้าอย่างไรดี บทความนี้ รวมข้อคิดในการทำงาน การสร้างทีมหน้าบ้านให้แข็งแกร่งที่โพสในหน้าเฟสบุ๊ก thethinkwise มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมารวม 3 ตอน ซึ่งเราได้รวบรวมมานำเสนออีกครั้งในบทความเดียว เพื่อสะดวกสำหรับทุกท่านในการอ่านให้ครบจบในคลิกเดียว ….อ่านแล้วมีประโยชน์ โปรดแบ่งปันให้เพื่อน ๆ เจ้าของโรงแรม หรือเพื่อนๆที่ทำงานหน้าฟร้อนท์ด้วยกันได้เลยนะคะ เรื่องที่ 1 – คุณต้อนรับลูกค้าเก่าที่เคยเข้าพักอย่างไร เวลามีลูกค้าเก่าเข้าพัก คุณกำหนดให้ทีมสื่อสารโดยใช้คำพูดแบบไหน?ส่วนตัวได้ประสบการณ์ในระดับห้าดาวมาแล้วทั้งห้าดาวแบบบวก และห้าดาวแบบไม่ขอกลับไปอีก แบบที่ 1 – สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับคุณ….อีกครั้งนะคะ ครั้งนี้เราเตรียมห้อง….สำหรับคุณ…..พร้อมอาหารเช้าตามเวลาที่แจ้งไว้ในระบบเหมือนทุกครั้งนะคะ และแน่นอนว่าเรากำชับทีมแม่บ้านเรียบร้อยว่างดฉีดน้ำยาปรับอากาศ หรือน้ำยาไล่ยุงที่มีกลิ่นรุนแรงตามที่ลูกค้าได้กรุณาให้คำแนะนำไว้เมื่อเข้าพักครั้งก่อนค่ะ…..วันนี้มีสัมภาระกี่ชิ้นคะ เดี๋ยวทีมงานจะเดินไปส่งลูกค้าพร้อมกับกระเป๋าค่ะ…..ไม่ทราบลูกค้าสะดวกให้ดิฉันเข้าห้องพักเพื่อแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมเราเพิ่มเติมในห้องพักหรือเปล่าคะ… แบบที่ 2 – สวัสดีค่ะ วันนี้ที่จองมา 2 ท่าน ห้อง….ไม่มีอาหารเช้านะคะ ถ้าจะรับประทานราคาท่านละ….บาท บวก บวก นะคะ ….เชิญทางนี้ค่ะ ไม่ทราบว่ายังพอจะจำสิ่งของเครื่องใช้ในห้องได้มั้ยคะ…

  • โรงแรมกับการออกแบบการให้บริการ

    #ออกแบบการให้บริการ เริ่มต้นปีด้วยเรื่องที่ตอกย้ำกันมาตลอดตลอด…ว่าด้วยการออกแบบการให้บริการ ซึ่งมักจะเป็นปัญหาในระยะยาวหลังการถูกใช้งานมาสักพักและส่งประสบการณ์ที่ไม่ดี ไม่ราบรื่นให้ลูกค้า ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้น กำลังพัฒนาแบบจึงควรวางแผน เจรจากับผู้ออกแบบให้ดีว่าคุณต้องการอะไร ผู้ออกแบบก็ควรช่วยใช้วิชาความรู้ที่มีมาปรับใช้เพื่อให้สิ่งที่คุณออกแบบไม่ใช่แค่สามารถใช้งานได้จริง แต่จะเป็นแรงส่งประสบการณ์ที่ดี ที่น่าประทับใจ ที่น่าจดจำในทางที่ดีต่อไป คำแนะนำแบบง่ายที่สุดคือ สมมติตัวเองเป็นลูกค้าที่มาใช้พื้นที่ต่างๆว่าจะรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่คิดว่าพื้นที่กว้างขวางเพียงพอหรือไม่ แต่ให้คิดถึงความรู้สึกที่จะได้รับหลังจากการประกอบร่างทั้งงานสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งภายในเรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างห้องล๊อคเกอร์ตามฟิตเนสต่างๆ ยิ่งรองรับจำนวนลูกค้ามาก ก็จะยิ่งมีตู้เหล่านี้มากมายตั้งเรียงรายทั้งสองฝั่งของห้อง หรือตั้งเป็น สามแถวสี่แถวแบ่งพื้นที่ห้องตรงกลางก็มี ระยะการเปิดตู้ ความกว้างของบานเปิด กับช่องทางเดินที่อาจมีการใช้งานทั้งสองฝั่งที่จะเปิดมาชนกัน หรือในพื้นที่แต่งตัว ถ้าผู้ออกแบบยึดมั่นแต่ภาคทฤษฎี ไม่สนใจประสบการณ์การใช้งาน ก็อาจจะกำหนดตำแหน่งปลั๊กไฟ/เต้าเสียบตามตำแหน่งที่กำหนดตามมุมห้อง เสาต่างๆที่ระยะความสูงตามทฤษฎี ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอต่อการใช้งานในช่วงเร่งด่วน หรือช่วงที่มีลูกค้าใช้งานมาก เช่น มีตู้ล๊อคเกอร์หลักมากกว่า 150 ตู้ แต่มีตำแหน่งให้เสียบปลั๊กให้บรรดาลูกค้าสุภาพสตรีใช้เสียบไดร์เป่าผมเพียง 6 จุด …อยากชวนให้นึกสภาพการใช้งานจริงว่าจะโกลาหลขนาดไหน นี่คือตัวอย่างบางส่วนที่เราพบเห็นได้บ่อยๆ ซึ่งส่วนผู้ให้บริการจะมารับรู้ก็เมื่อลูกค้าบ่น ตำหนิ ต่อว่า หรือสมัยปัจจุบันก็คือเขียนรีวิว หรือระบายความในใจบนหน้าวอลล์เฟสบุ๊ก โรงแรมที่พักก็เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเปิดให้บริการมานานแค่ไหน หรือเพิ่งเปิด การให้ทีมงานของคุณได้ลองใช้บริการจริงเช่นเดียวกับลูกค้าจะทำให้เขาเหล่านั้นเข้าใจความรู้สึกของการใช้งานของลูกค้า และจะได้นำสิ่งเหล่านั้นมาช่วยกันปรับปรุงและออกแบบการให้บริการที่ดีขึ้นเพื่อลูกค้าจะได้รับแต่ประสบการณ์ที่ดีต่อไป #ทำใหม่ได้ทุกวัน #แก้ด้วยฮาร์ดแวร์ไม่ได้ก็แก้ด้วยซอฟต์แวร์ #รู้ให้จริงทำให้เป็น #thethinkwise

  • บิ๊กดาต้า โพสต์เชิญชวน ยังไง อะไร

    โลกที่คนเป็นสินค้าเสียเองโดยไม่รู้ตัว จากข้อมูลหรือดาต้าที่เราป้อนใส่ในโลกออนไลน์ทุกวัน เรามาทำความเข้าใจกระบวนการที่เชื้อเชิญ และเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามาสนใจ ว่าควรจะต้องทำอะไรบ้างกัน

  • อย่าปล่อยให้ “โอกาส” หลุดมือ

    เมื่อโอกาสอยู่ตรงหน้า แต่โรงแรมที่พักกลับปล่อยให้หลุดมือไป คำว่า Customer Journey จึงเป็นเพียงแค่คำนิยมตามยุคสมัยที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.