Hotel Tip(s) ตอน เช็คอินให้ประทับใจ
เช็คอินให้ประทับใจ เขาทำอย่างไรกัน หลายคนคงอยากทราบว่าโรงแรมจะฝึกทีมงานอย่างไรให้การเช็คอินราบรื่นและประทับใจลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรก
เช็คอินให้ประทับใจ เขาทำอย่างไรกัน หลายคนคงอยากทราบว่าโรงแรมจะฝึกทีมงานอย่างไรให้การเช็คอินราบรื่นและประทับใจลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรก
โรงแรมจะทำให้มอนิ่งบรีฟมีประสิทธิภาพ สั้น และกระชับได้อย่างไร เพื่อให้การบริหารโรงแรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทีมให้บริการทำงานราบรื่นขึ้น
โรงแรมจะสื่อสารกับลูกค้าอย่างไรให้เป็น เพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกครั้ง
โรงแรมไหนจะออกตัวเร็วกว่ากันหลังโควิด19 มาเตรียมพร้อมโรงแรมกัน
โรงแรมควรเร่งทำแผนฟื้นฟูการตลาดและการขายอย่างไร เพื่อให้ธุรกิจฟื้นตัวเร็วที่สุด
เมื่อสถานการ์ณยืดเยื้อ การตัดสินใจของผู้นำเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ “เดินหน้า” ต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าไปในทิศทางใด
เมื่อสถานการ์ณเปลี่ยนไปในแบบที่ไม่เคยวาดภาพไว้ โรงแรมจะทำอย่างไรดี
สำหรับโรงแรมที่เปิดให้บริการมากกว่า 10 ปีอาจเคยผ่านประสบการ์ณที่ต้องปิดโรงแรมบางส่วน หรือปิดทั้งหมดในช่วงโลว์ซีซั่นเพื่อปรับปรุงโรงแรม หรือที่เรียกว่า “Renovation” ส่วนจะเป็นปรับปรุงเล็ก หรือปรับปรุงใหญ่ ก็ขึ้นอยู่กับสภาพของอาคารและระบบภายในโรงแรม หรือรวมไปถึงเปลี่ยนโฉมห้องพักใหม่ สร้างห้องพักเพิ่มเติมต่อจากอาคารเดิม ซึ่งกรณีที่เป็นงานซ่อมเล็กซ่อมน้อยในช่วงโลว์ซีซั่นอาจใช้เวลาตั้งแต่ 45 วัน ถึง 60 วัน ส่วนถ้าเป็นการก่อสร้างใหม่อาจใช้เวลามากกว่านั้น ในสถานการ์ณโควิด-19 นี้ไม่ต่างอะไรจากช่วงที่เราต้องปิดโรงแรมเพื่อรีโนเวต แต่ที่รุนแรงกว่าคืออาจต้องปิดในระยะเวลาที่ยาวนานกว่า ในพื้นที่ที่เป็นเกาะ เช่น เกาะกูด เกาะช้าง หรือเกาะสมุย เกาะพงัน ฤดูกาลท่องเที่ยวถูกกำหนดโดยธรรมชาติเป็นเรื่องปกติอยู่เป็นธรรมดา ช่วงโลว์ซีซั่น คลื่นลมจะแรง ทะเลเป็นสีโคลน การเดินทางโดยทางเรือไม่สะดวก นอกจากนี้ยังอาจเจอลมและฝนแบบมรสุม คือทั้งลม และทั้งคลื่นสูงเกือบ 2 เมตร หรือมากกว่าในบางเดือน ส่วนพื้นที่อย่างจังหวัดระนอง หรือพังงา ภูเก็ต พื้นที่เหล่านี้ได้ชื่อว่า “ฝนแปด แดดสี่” อยู่แล้ว หมายความว่าช่วงฝนมากกว่าช่วงมีแดด 2 เท่า ซึ่งโรงแรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เหล่านี้เข้าใจเป็นอย่างดีว่าควรจะกำหนดราคาขายห้องพักในแต่ละฤดูกาลอย่างไร และในช่วงที่เป็น “ฝนแปด” จะให้พนักงานทำอะไร สิ่งที่อยากจะมาเตือนความทรงจำในช่วงที่โรงแรมมีการปิดทั้งหมด หรือปิดบางส่วนนั้น กิจการงานที่คนโรงแรมจะต้องทำในช่วงเวลาดังกล่าวมีมากมาย…
เวลาผ่านมาเกือบ 3 เดือนเราพอเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าในอีก 9 เดือนที่เหลือเราควรจะทำอย่างไรกับโรงแรมที่พักของเรา หลายคนยังตกอยู่ในภาวะ “หาคนผิด” ไม่ก็ “โทษคนอื่น” ยังก้าวออกมาไม่ได้ ในขณะที่อีกหลายคนก็ออกก้าวเดินด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง ฮึดสู้ต่อไปด้วยภาระหน้าที่ต่าง ๆ ที่รออยู่ เรามาลงมือทำตัวเลขประมาณการของโรงแรมกันใหม่ดีกว่า มาดูตัวอย่างตามตารางนี้ไปทีละขั้น ทีละตอนกัน เพื่อที่เราจะได้เร่งลงมือแก้ไข และพร้อมกับสถานการ์ณข้างหน้าต่อไป จากตารางข้างบน สมมติว่าเป็นโรงแรมประเภทบูติกโฮเต็ลในระดับพรีเมี่ยม มีจำนวนห้อง 35 ห้อง มีจำนวนพนักงาน 25 คน เดิมตั้งเป้าหมายอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70% ทั้งปี และตั้งเป้าหมายมีอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่ 2,975 บาทต่อห้อง ตั้งแต่ต้นปีเมื่อมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ตัวเลขตกลงอย่างต่อเนื่องในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้รายได้ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมลดลงมากกว่า 50% จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ เนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 1 เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ ไฮซีซั่น ในขณะที่ฝั่งค่าใช้จ่ายในช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมายังคงอยู่ในสัดส่วน 35% ของรายได้รวม เนื่องจากยังไม่มีการปรับลดพนักงานแต่อย่างใด เฉลี่ยเดือนละ 9 แสนกว่าบาท แบ่งเป็น 70% เป็นเงินเดือนค่าจ้าง 25%…
ทำไมโรงแรมแต่ละแห่งถึงแตกต่างกัน ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่อยู่ที่ “แต่ละคน” เลือกที่จะทำอะไร
กด ESC หรือคลิกที่นี่เพื่อปิด