hotel morning brief
| |

Hotel tip(s) ตอน Morning Brief ให้เป็น

Hotel Morning Brief

โรงแรมที่เปิดให้บริการใหม่อีกครั้งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านเป็นอย่างไรกันบ้าง ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางกันมากขึ้นหรือยังคะ ใครที่ค่อย ๆ ขยับเปิดให้บริการกันเป็นโซน ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนห้องที่เข้าพักได้ทีละสเต็ป ตอนนี้ก็น่าจะเข้าที่เข้าทางกันมากขึ้น แต่คงต้องปรับตัวในเรื่องความรวดเร็วในการสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงมากขึ้นนะคะ

อย่างที่หลายๆคนคงทราบว่าชาวโรงแรมจะมีการประชุมสั้น ๆ ในช่วงเช้าหรือที่เรียกว่า Morning Brief เพื่อทำรายงานตัวเลขที่จบไปของวันที่ผ่านมาหลังจากปิดรอบเรียบร้อย และรายงานสิ่งที่จะเกิดขึ้นประจำวันให้ทีมต่าง ๆ ได้รับทราบ วันนี้จะมาสรุปสั้น ๆ ให้ทุกคนได้ทบทวนกันเพื่อให้การทำ Morning Brief มีประสิทธิภาพและช่วยในเรื่องการสื่อสารระหว่างทีมงานให้ชัดเจนมากขึ้นนะคะ

ทำไมต้องทำ ?

โรงแรมที่พักขนาดเล็กมาก ๆ อาจสงสัยว่าทำไมต้องทำ Morning Brief กัน ไม่ทำจะเป็นอะไรหรือเปล่า ?

ในเรื่องนี้ประเด็นอยู่ที่การที่ในช่วงเช้าก่อนที่แต่ละทีมจะแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ ควรพบปะกันสั้น ๆ เพื่ออัพเดทข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในรอบวันที่ผ่านมาเพื่อจะได้ทราบว่าเรามีอะไรที่จะสามารถแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมได้ในแง่การบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งอัพเดทสิ่งที่จะเกิดขึ้นของวันปัจจุบัน เพื่อให้ทีมงานเตรียมพร้อมในการให้บริการที่ดีขึ้น หากมีอะไรที่ขาดตกบกพร่องเพิ่มเติม

เพราะฉะนั้นถ้าหากถามว่า “ทำไมต้องทำ?” ก็เพื่อป้องกันการตกหล่น และเพื่อให้ทีมงานเห็นภาพตรงกันในด้านวิธีปฏิบัติงานเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น และหัวหน้าทีมจะได้นำไปถ่ายทอดให้ลูกทีมปฏิบัติได้

ใครต้องเข้าฟังบ้าง ?

ความจริงแล้วทีมงานสื่อสารโดยตรงระหว่างทีมเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ใน Morning Brief นั้นหัวหน้าทีม หรือหัวหน้าแผนก หรือโรงแรมใหญ่ ก็เรียกว่า ผู้จัดการแผนก จะเป็นตัวแทนเข้าประชุมร่วมกับผู้จัดการทั่วไป (General Manager) ผู้จัดการประจำโรงแรม (Resident Manager/Hotel Manager) ซึ่งจะเป็นคนขับเคลื่อนและตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ในที่ประชุม

ประชุมกันนานมั้ย ?

ข้อนี้ตอบเลยว่า ไม่ควรประชุมกันนานจนเกินไปนะคะ อย่างที่ชื่อบอกคือ Morning Brief เพราะฉะนั้นก็คือสั้น ๆ ให้ได้ใจความและมีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่เหตุการ์ณจริงที่เกิดขึ้นหลายโรงแรมไม่สามารถทำให้เกิดแบบ “สั้น ๆ” ได้เพราะเรื่องจะเกี่ยวพัน โยงไปเรื่องต่าง ๆ ทำให้บางครั้งหาข้อสรุปไม่ได้ กลายเป็นแต่ละแผนกมานั่งบ่นให้ฟัง กรณีเช่นนี้อยู่ที่ “ผู้นำ” แล้วว่าจะจัดการประชุมให้สั้น กระชับ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไร นั่นแปลว่า “ตีประเด็นให้ขาด” ในแต่ละเรื่องจะช่วยได้มากเลยทีเดียว เรื่องนี้คงต้องฝึกฝนกันไปเรื่อย ๆ และผู้จัดการก็ควรใช้เวลาให้มีประโยชน์มากที่สุด

เรื่องที่ควรพูดมีอะไรบ้าง ?

ขอแยกเป็นแต่ละทีม แต่ละแผนกเพื่อความเข้าใจแบบง่าย ๆ นะคะ

  • ทีมบัญชีการเงิน – รายงานตัวเลขที่ผ่านมา ได้แก่ รายได้จากห้องพัก รายได้จากร้านอาหาร รายได้จากอื่น ๆ (หากมี) เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันที่ผ่านมา และเทียบกับวันที่ผ่านมา รวมทั้งเทียบกับตัวเลขเป้าที่วางไว้ว่าทำได้สูงหรือต่ำกว่าเป้าหมายมากน้อยเท่าไหร่เพื่อให้ทีมเร่งสปีดในการช่วยกันเพื่อให้รายได้ถึงตามเป้าหมาย และหากมีตัวเลขอะไรที่ผิดปกติก็ควรแจ้งให้เพื่อน ๆ รับทราบเช่นกัน รวมทั้งหากจะมีการนัดหมายเพื่อลงไปนับสต๊อก นับทรัพย์สิน ก็สามารถแจ้งทีมในที่ประชุมได้เลย
  • ทีมฟร้อนท์ – รายงานตัวเลขลูกค้าเช็คอิน/เช็คเอ้าท์ประจำวัน และอาจจะรายงานล่วงหน้าไปอีก 2-3 วัน หรือทั้งสัปดาห์ เพื่อให้ทุกทีมเห็นภาพปริมาณลูกค้าที่จะมาใช้บริการ นอกจากนั้นก็รายงานเหตุการ์ณทั่วไปหากมีอะไรเกิดขึ้นในวันที่ผ่านมาและอยากให้ทีมอื่น ๆ รับทราบ หรือขอความร่วมมือ หรือเตือนทีมอื่น ๆ ล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมพร้อม เป็นต้น
  • ทีมร้านอาหาร – รายงานยอดขายประจำวัน แยกเป็นรายได้จากอาหาร และรายได้จากเครื่องดื่ม ในแต่ละรอบ ทั้งเช้า กลางวัน และเย็น เปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งแจ้งกับเพื่อน ๆ หากร้านอาหารจะมีการจัดโปรโมชั่นอาหารต่าง ๆ ในแต่ละสัปดาห์ บางโรงแรมเชฟก็มาเข้าร่วมประชุมด้วยแต่อาจจะไม่ได้มาเข้าทุกวันหากติดภารกิจที่ครัว ก็สามารถฝากเรื่องมากับหัวหน้าทีมร้านอาหารได้
  • ทีมช่าง – รายงานปริมาณการใช้ไฟฟ้า ประปาที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้เปรียบเทียบกับปริมาณลูกค้าที่เข้าพักได้ว่ามีอะไรผิดปกติจากเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปหรือเปล่า นอกจากนี้ก็มีรายงานอัพเดทเรื่องต่าง ๆ ทั้งระบบน้ำ ระบบไฟ ระบบบำบัดของเสีย ระบบอินเตอร์เน็ท ระบบทีวี และระบบต่าง ๆ ภายในโรงแรม หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับอะไรใหม่เกิดขึ้น
  • ทีมแม่บ้าน – รายงานสถานการณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นในวันที่ผ่านมา ทีมคุณแม่บ้านมีความสำคัญมากเพราะเป็นทีมที่เข้าไปทำความสะอาดห้องพัก จะเห็นพฤติกรรมการใช้ห้อง ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในห้องพัก เรื่องเหล่านี้มีประโยชน์ในการทำให้โรงแรมสามารถปรับปรุงการให้บริการที่ดีขึ้นได้มากทีเดียว นอกจากนั้นก็จะช่วยในเรื่องการป้องกันแก้ไขปัญหาในส่วนของงานระบบเช่นกัน ถึงแม้ห้องพักที่มีปัญหาจะมีการแจ้งปัญหาไปกับทีมช่างแล้วก็ตาม แต่การที่แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดช่วยเปิดเช็คอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะช่วยทีมช่างไปด้วย
  • ทีมการตลาด/ทีมขาย – โรงแรมขนาดใหญ่ในต่างจังหวัดมักมีทีมขายแยกประจำอยู่ที่สำนักงานในกรุงเทพเพื่อสะดวกในการพบปะกับทราเวลเอเย่นต์ ส่วนโรงแรมขนาดเล็กอาจมีทีมขายประจำในพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อช่วยในการดูแลการขายในพื้นที่ ต้อนรับทราเวลเอเย่นต์ที่มาเยี่ยมชมโรงแรม ก็มีเช่นกัน ดังนั้นในการเข้าร่วม Morning Brief จึงอาจจะไม่ได้มีทีมการตลาด/ขายโดยตรงเข้าร่วมประชุมด้วยทุกเช้า ซึ่งผู้จัดการทั่วไปอาจทำหน้าที่ในการถ่ายทอดให้ทีมฟังในเรื่องแคมเปญการตลาดและโปรโมชั่นการขายต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น สรุปสั้น ๆ ในขั้นตอนการให้บริการก็เป็นไปได้

Morning Brief แบบ New Normal

แล้วในภาวะปัจจุบันโรงแรมควรทำ Morning Brief อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คือนอกจากสั้น และกระชับ ชัดเจนแล้ว ก็ควรใช้เทคโนโลยีที่มีให้เป็นประโยชน์ด้วย แนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที ได้แก่

  1. การตั้ง Line กลุ่มเพื่อสื่อสารกัน – เนื่องจาก Line เป็นแอพพลิเคชั่นที่เรียกได้ว่าทุกคนใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีความสะดวกในแง่การใช้งานเพราะมีความคุ้นเคยและคล่องตัวไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่เพิ่มเติมมากนัก สิ่งที่ควรจะเพิ่มเติมคือการรู้จักใช้งานให้มีประสิทธิภาพ อะไรที่สื่อสารทั่วไปก็อยู่ในช่องสนทนา แต่ข้อความอะไรที่ต้องการเก็บไว้เพื่อเตือนการทำงาน หรือมีข้อความที่สำคัญที่ต้องการให้ทุกทีมสื่อสารกับลูกค้าตรงกัน ก็ควรเก็บไว้ใน Note พร้อมกับใช้เครื่องหมายสัญญลักษณ์หรือ Emoji เพื่อเน้นข้อความสำคัญต่าง ๆ
  2. การประชุมผ่าน Zoom หรือแอพพลิเคชั่นประชุมออนไลน์ – เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงคุ้นเคยกับการใช้ Zoom ตั้งแต่เราถูกล๊อคดาวน์ จนบางคนถึงกับเอือมระอากับระบบไปเลยก็มีด้วยความที่ต้องประชุมผ่านระบบนี้ทุกวัน ระบบ Zoom นี้จะช่วยให้ทีมขาย ทีมการตลาด มีความใกล้ชิดกับทีมปฏิบัติงานที่โรงแรมมากขึ้น การที่ทีมปฏิบัติงานได้แชร์สิ่งที่เกิดขึ้น ณ สถานที่จริงให้ทีมขาย/ทีมการตลาดรับทราบจะช่วยให้มีการปรับปรุงการนำเสนอ ปรับปรุงการเข้าถึงลูกค้าให้ราบรื่นและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ามากขึ้นได้
  3. การ Live สดระหว่างทีมงาน – กรณีนี้อยากแนะนำให้ใช้ในการเตรียมงานในเรื่องต่าง ๆ ที่ทีมขาย กับทีมปฏิบัติงานอยู่กันคนละสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการ Facetime หรือใช้แอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่ทำให้เห็นภาพ เพราะบางครั้งการพูดทางโทรศัพท์หรือโต้ตอบอีเมล์กันไปมาอาจหาข้อสรุปไม่ได้ การเห็นภาพและเสียงพร้อมกันจะช่วยในการแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้น ทำให้การเตรียมงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เป็นอย่างไรบ้างคะ เนื้อหาอาจจะยาวหน่อย แต่เชื่อว่าถ้าทีมงานโรงแรมช่วยกันปฏิบัติเราจะสามารถประหยัดเวลาในการทำงาน แต่ได้เนื้อหาที่กระชับ ชัดเจน เดินหน้าต่อได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นมากขึ้นนะคะ

ลองไปปรับกันดูนะคะ

thethinkwise · EP23 – Hotel tips ทำ Morning Brief ให้เป็น

Similar Posts

  • เพิ่มยอดจองโรงแรมให้พุ่ง

    จะเพิ่มยอดจองห้องพักโรงแรมหลังมาตรการผ่อนคลายอย่างไร เพื่อสร้างประสบการ์ณที่ดีให้ลูกค้า

  • เตรียมจัดงาน

    ใกล้เทศกาลปลายปีที่หลายโรงแรมจะมีการจัดงานคริสต์มาสและขึ้นปีใหม่ บางแห่งคิดราคารวมกับห้องพักเลยสำหรับคนที่จองห้องพักในช่วงขึ้นปีใหม่ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Compulsory Dinner หรือพวกโรงแรมขนาดใหญ่ๆ ก็มักจะชอบเติมคำว่า “Gala” เข้าไปด้วย ซึ่งราคาก็จะค่อนข้างสูงพอสมควร ถ้าคิดในแง่ค่าครองชีพคนไทยระดับตลาดกลางไ แต่ถ้าคิดเทียบเป็นเงินตราต่างประเทศก็อาจจะพอยอมรับได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับธีมของงานว่าจะมีอะไรบ้าง ประเภทของอาหารประมาณไหน มีการแสดง หรือดนตรีเล่นสดหรือเปล่า มีแตกของขวัญ รวมแชมเปญตอนเคาน์ดาวน์ด้วยหรือไม่ บางครั้งโรงแรมที่พักขนาดเล็กเห็นโรงแรมขนาดใหญ่มีชื่อเสียงจัดงาน ก็เข้าใจว่าต้องทำแบบนั้นบ้าง มิฉะนั้นจะไม่ใช่วิถีโรงแรมช่วงปลายปี อันที่จริงแต่ละโรงแรมควรกลับมานั่งคิดก่อนว่า ด้วยรูปแบบโรงแรมของเราจำเป็นต้องจัดงานหรือไม่ และถ้าจัดควรจะจัดแบบไหน เหตุผลเบื้องหลังของเทศกาลทั้งหลาย ก็คือ เป็นช่วงเวลาวันหยุดที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้หยุดพัก(ยกเว้นคนโรงแรม) ดังนั้นเมื่อมีความต้องการในตลาดมาก โอกาสที่โรงแรมจะขายห้องพักและบริการอื่นๆเพื่อร่วมฉลองเทศกาลจึงเกิดขึ้น คราวนี้จะทำอย่างไรให้เหมาะสมก็ขึ้นอยู่กับกับการคิด ออกแบบ วางแผนและลงมือทำให้เหมาะสม และไม่ตั้งราคาสูงจนเป็นการเอาเปรียบลูกค้ามากจนเกินไป สำหรับโรงแรมที่มีแผนจัดงานก็ควรทำแผนงานให้ละเอียด ไล่เรียงขั้นตอนต่างๆตามเวลาแต่ละช่วง พร้อมทั้งมอบหมายผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละส่วน บทบาทที่สำคัญของงานเทศกาลอีกส่วนคือ เมนูอาหาร ทีมครัวต้องแสดงฝีมือเต็มที่ ถ้าจะจัดคริสมาสต์จะต้องมีอาหารอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาล ถ้างานปีใหม่จะเป็นอาหารแบบไหน ลักษณะการจัดจาน หรือไลน์บุฟเฟต์จะเป็นธีมอะไร สุดท้ายที่สำคัญคือ การตั้งงบประมาณ เมื่อได้งบประมาณแล้วจึงมาตั้งราคามาทำประมาณการว่าขายราคาเท่าไหร่ และต้องขายให้ได้กี่หัวจึงจะคุ้มทุน หรือ กี่หัวขึ้นไปจึงจะมีกำไร ถ้าตอนนี้ ใครยังไม่ได้เริ่มวางแผน ให้รีบเร่งมือโดยด่วน

  • |

    ใช้งาน ChatGPT รวมคำสั่ง (Prompt)น่าใช้

    รวม Prompt น่าใช้บน ChatGPT สำหรับทีมโรงแรม พร้อมคู่มือฉบบย่อ

  • |

    โรงแรมเล็ก…ทำตัวให้เบารับปี 2566

    ปีท้าทาย กับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โรงแรมเล็กทำตัวให้เบา ต้องทำอย่างไร มาเตือนความจำกันอีกครั้ง

  • โรงแรมควรจะพูดอะไรกับลูกค้า

    โรงแรมจะสื่อสารกับลูกค้าอย่างไรให้เป็น เพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกครั้ง

  • เล่าเรื่องโรงแรมหรือ พร่ำเพ้อ(เรื่องตัวเอง)

    จะขายสินค้าต้องบรรยายสรรพคุณ ข้อแตกต่างจากสินค้าอื่น เงื่อนไขการใช้งาน แล้วจึงตบท้ายด้วยโปรโมชั่นพิเศษเพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อ โรงแรมที่พักก็เช่นกัน เราก็ต้องมีศิลปะในการเล่าเรื่องเช่นกัน ยิ่งเป็นโรงแรมที่พักขนาดเล็ก หรือประเภทบูติกโฮเต็ล ยิ่งมีรายละเอียดของเรื่องราวต่างๆมากมายที่จะนำมาถ่ายทอดได้ อยู่ที่ว่าเรามองข้ามสิ่งเหล่านั้นไปหรือเปล่า หรือด้วยความที่เราเห็นจนชินตาก็เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นต้องนำมาสื่อสาร แต่บางแห่งก็สับสนระหว่างการเล่าเรื่อง “ธุรกิจของตัวเอง” กับ “เล่าเรื่องตัวเอง” จนทำให้การเล่าเรื่องโรงแรมที่พักกลายเป็นการเล่าเรื่องของตัวเอง และเมื่อเล่าต่อๆกันไปนานๆวันเข้า ก็กลายเป็นการเขียนไดอารี่ส่วนตัว และเมื่อเวลาผ่านไปอีก เนื้อหาก็กลายเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งหมดหาความเชื่อมโยงกับธุรกิจที่พักหายไปหมด การเล่าเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะบางครั้งเราอาจต้องการแสดงจุดยืน อุดมการ์ณ แนวคิดที่มาที่ไป เหตุและผล ในการทำงานของเราให้ลูกค้าฟัง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ควรคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการสื่อสารของเราในแต่ละครั้ง และที่สำคัญ “ให้น้ำหนัก” ให้ดีในแต่ละจังหวะ ในแต่ละเรื่อง อย่าปล่อยให้เกิดความเคยชินจนทำให้การถ่ายทอดเนื้อหาของโรงแรมที่เป็นใจความสำคัญ ถูกกลบไปด้วยการพร่ำเพ้อแต่เรื่องของตัวเอง โดยเฉพาะการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียที่ปัจจุบันมักถูกใช้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร คราวนี้มาดูกันว่าเราควรเริ่มการเล่าเรื่องอย่างไร โดยตั้งต้นตั้งแต่คำถามที่ว่า “เราอยากให้ลูกค้ารู้จักเราในแบบไหน” วางคอนเซ็ปต์ในการนำเสนอ คอนเซ็ปต์ในการเสนอจะทำให้เรามีจุดยืนในเรื่องบทบาทของเราเวลาสื่อสารกับลูกค้า เช่น การสมมติเป็นการเล่าเรื่องจากคนๆหนึ่งไปสู่กลุ่มเพื่อนๆ  การสมมติว่าเราเป็นตัวโรงแรมที่พักที่มีชีวิตมีตัวตน การวางคอนเซ็ปต์นี้ จะทำให้เกิดการวางคาแรคเตอร์ในการนำเสนอว่าจะเป็นอย่างไร เป็นวัยรุ่น เป็นวัยทำงาน เป็นวัยเริ่มสร้างครอบครัว หรือเป็นวัยผู้ใหญ่ชอบสอนเด็กๆ แต่ยังทันสมัยเข้าใจวัยทีนอยู่ คาแรคเตอร์เหล่านี้จะส่งผลไปถึงการใช้ภาษาในการสื่อสารทันทีว่าจะออกมาประมาณไหน     …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.