เพลงของคุณ

สร้างตัวตนโรงแรม เริ่มจากอะไร…เพลง?

สร้างตัวตนโรงแรม

สร้างตัวตนโรงแรม อยากทำโรงแรม เริ่มจากอะไรดี เพลงช่วยได้หรือเปล่า ลองนั่งนึกดูว่าเพลงอะไรที่จะเป็นตัวแทนโรงแรมคุณได้บ้าง

คุณเคยนั่งนึกถึง “เพลง” ที่จะสะท้อนตัวตน คอนเซ็ปต์ และสามารถถ่ายทอดบรรยากาศ อารมณ์ ความรู้สึกเมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการบ้างหรือเปล่า ? แล้วเพลงจะช่วย สร้างตัวตนโรงแรม ได้อย่างไร

การนำไอเดียเกี่ยวกับ “เพลง” เพื่อช่วยสร้างตัวตนโรงแรมเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่อยากนำมาแนะนำ เพราะบางครั้งการลุกขึ้นมาทำโรงแรมด้วยการบอกว่าให้นั่งเขียนแผนธุรกิจผ่าน Business Model Canvas อาจจะไม่ใช่ทาง เนื่องจากภาพโรงแรมที่พักอาจยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร บรรยากาศแบบไหน อาจมีแต่รูปอ้างอิงที่หามาจาก Pinterest ช่วยอธิบายภาพในความคิดให้ผู้ออกแบบ สถาปนิกช่วยออกแบบให้ แต่ก็อาจจะก้าวกระโดดไปเพราะการออกแบบควรคำนึงถึงทีมทำงานหลังบ้านด้วยว่าควรจัดสรรพื้นที่อย่างไร – และหลายโครงการก็มักจะต้องมาต่อเติมในส่วนนี้ในภายหลังเพราะทีมงานไม่สามารถทำงานได้ ไม่มีที่เก็บของ ไม่มีพื้นที่พักระหว่างการทำงานตามข้อกำหนดกฎหมาย เป็นต้น

แนวทางนี้สามารถใช้ได้ไม่ว่าคุณจะทำโรงแรมที่พักแบบไหน จะเป็นรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อน บ้านพักตากอากาศ โรงแรมที่ตั้งใจกลางเมืองเพื่อความสะดวกแก่ผู้คนที่เดินทาง หรือซิตี้โฮเต็ล หรือจะเป็นบูติกโฮเต็ล โรงแรมที่พักขนาดเล็ก ก็สามารถนำแนวทางนี้ไปใช้ได้

วันนี้เราจะมาแบ่งปันอีกแนวทางในการ สร้างตัวตนโรงแรม ด้วยการตั้งต้นจากการ “เลือกเพลง”

ขั้นตอนที่ 1 – เลือกเพลง (Concept Design)

การเลือกเพลงเพื่อใช้เป็นแกนหลักของแนวคิดและอาจไปถึงวิสัยทัศน์ของคุณในการขับเคลื่อน หรือเรียกว่าเป็นตัวสะท้อนมู้ด (Mood) ภาพรวมของโรงแรมคุณ ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่มีจังหวะสบายๆ หรือจะมีจังหวะเคลื่อนไหวรวดเร็วตลอดเวลา หรือจะเป็นเพลงบรรเลงที่คุณโปรดปราน เรียกว่า เพลงที่เลือกเมื่อได้ฟังแล้วจะนึกถึงโรงแรมของคุณได้ ไม่มากก็น้อย หรืออาจจะไปถึงขั้นที่ว่าเมื่อลูกค้าเดินเข้ามาในพื้นที่โรงแรมแล้วจะทำให้นึกถึงเพลงนั้นๆขึ้นมาทันที

ขั้นตอนที่ 2 – สร้างแบรนด์ (Branding)

หลังจากเลือกเพลงได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำปกอัลบัม (Album Cover) ให้กับเพลงที่คุณเลือก หรือที่ภาษาอังกฤษอาจจะใช้คำว่า Setting the Stage เทียบเคียงกับคำว่า Branding นั่นเอง

การทำปกอัลบัลให้น่าดึงดูดผู้ฟังให้หยิบอัลบัมมาเปิดฟัง หรือกดดาวน์โหลดเพลงมาฟังนั้น เท่ากับน่าหน้าปกจะสอดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกัน เรียกว่า “เป็นเรื่องเดียวกัน” แต่สร้างความน่าสนใจ สร้างแรงดึงดูดให้คนสนใจได้ — จะเป็นอะไรไปได้นอกจาก “สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา” ทั้งหมดตั้งแต่โลโก้ไปจนถึงเว็บไซต์ของโรงแรมคุณ การตั้งชื่อโรงแรม แท็กไลน์ (Tagline) และ CI – Core Identity จะทำยังไงให้ทุกๆทัชพอยท์ (Touchpoint) สะท้อนไปถึงเพลงหลักที่คุณเลือกในขั้นตอนที่ 1

เช่น ถ้าคุณเลือกเพลง Here Comes the Sun ที่มีความสดใส สีสันที่ใช้ก็ควรเป็นสีสันที่ดูแล้วสดชื่น ในขณะเดียวกันโลโก้ก็ให้อารมณ์ที่อบอุ่น แต่แจ่มใสด้วยมุมมองที่ดีๆ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3 – ทำการตลาด (Marketing)

การที่เพลงๆหนึ่งจะมีความไพเราะ คนที่มาถ่ายทอดเสียงเพลงผ่านเนื้อร้องและทำนองก็ควรจะเป็นคนที่ร้องเพลงได้ถึงตัวโน้ตทุกตัว (Hitting the Right Notes) ดังนั้นในขั้นตอนการทำการตลาดด้วยเสียงเพลงด้วยการใช้เพลงที่คุณเลือกประกอบวิดีโอโปรโมทโรงแรมคุณ การโพสต์โซเชียลมีเดีย การใช้เพลงประกอบโฆษณาต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างการเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างคุณกับลูกค้า เรียกว่า กระตุ้นการสร้างประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนเข้าพัก

คำแนะนำที่สำคัญในขั้นตอนการทำการตลาดสำหรับโรงแรม คือ การเลือกเพลงที่ดีควรประกอบกับการเลือกใช้ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวของโรงแรมคุณที่เป็น Key Shots เพื่อเป็นแรงส่งเสริมกัน

ขั้นตอนที่ 4 – การเตรียมการเปิด (Pre-Opening Setup)

สำหรับโครงการโรงแรมเปิดใหม่ แน่นอนว่าขั้นตอนการเตรียมเปิดโรงแรมเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เทียบเคียงกับเรื่องเพลง คือการกำกับควบคุมนักดนตรีให้เล่นเพลงออกมาได้ดั่งใจและเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้นตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกพนักงาน ทีมงานที่จะมาร่วมเล่นเพลงเดียวกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อคัดเลือกพนักงานได้แล้วก็ต้องมาตั้งเสียง (Tuning) ปรับโทนในการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือตัวโน้ตแต่ละตัวที่วางไว้ ที่สำคัญคือ “จังหวะ” ที่เหมาะสมเมื่อต้องมีการสลับกันเล่นเพลงในแต่ละท่อน

คำแนะนำในขั้นตอนนี้ ขอยกตัวอย่างว่า ถ้าคุณเลือกเพลงที่เป็นเพลง “ผ่อนคลาย สบายๆริมหาด” หรือเพลงประเภท Laid-back ก็ขอให้วางคอนเซ็ปต์ในการส่งมอบบริการให้มีความเรียบง่ายแต่อบอุ่นทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายเหมือนพักผ่อนที่บ้านแต่มีความสะดวกสบายไร้กังวลใดๆมากขึ้น – ไม่ใช่ เลือกเพลงผ่อนคลาย แต่พนักงานหน้านิ่วคิ้วขมวด บริการทุกอย่างเร่งรีบ เร่งรัด และรวบรัดให้จบๆไปเร็วๆจนลูกค้าไม่ได้รับมู้ดดีๆที่วางไว้เลย จะด้วยเพราะความไม่เข้าใจ หรือยังไม่ได้ฝึกอบรมมากเพียงพอ หรือ ผู้บริหารโรงแรมไม่สามารถอธิบายได้ว่า “ทำไมต้องทำแบบนี้”

ขั้นตอนที่ 5 – ส่งมอบบริการ (Service)

ก้าวแรกของลูกค้าที่เข้ามาในโรงแรมของคุณควรจะออกมาได้เหมือนหรือใกล้เคียงกับการเริ่มเปิดฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลย์ลิส (Playlist) ที่เปิดในส่วนต้อนรับ หรือโรงแรมใครมีโถงล้อบบี้ บรรยากาศในห้องพัก และบริการที่ส่งมอบโดยทีมงานในส่วนต่างๆของโรงแรมควรมีความสอดคล้อง หรือเล่นในทำนองเดียวกันกับ “เพลงหลัก” ที่คุณเลือก

เช่น สมมติคุณเลือกเพลงที่ให้บรรยากาศริมทะเล อาจเลือกเสริฟเวลคัมดริ้งค์ (Welcome Drink) เป็นค๊อกเทลที่มีรสชาติสดชื่นตกแต่งในธีมทะเล การเลือกใช้กลิ่นเครื่องหอมในส่วนต้อนรับ และกิจกรรมริมทะเลต่างๆ ถ่ายทอดอารมณ์ที่มีความ “อิสระในการผ่อนคลาย” เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 6 – การติดตามหลังการเข้าพัก (Post-Stay Follow Up)

ลูกค้าเช็คเอ้าท์จากโรงแรมแล้ว “เพลง” ยังจะมีบทบาทอย่างไรต่อไป ?

เพลงควรจะบรรเลงต่อไปด้วยการติดตามหลังการเข้าพัก นั่นคือ การออกแบบบริการที่ยังคงส่งมอบมู้ด (Mood) ดีๆที่จะทำให้ลูกค้านึกถึงบรรยากาศที่โรงแรม และอยากกลับมาพักอีก หรืออาจแนะนำเพื่อนๆให้มาพักอีก

การส่งอีเมล์แสดงความขอบคุณ หรือ Thank You Email ที่อาจจะมีลิงก์ไปยังเพลย์ลิสที่ใช้ในโรงแรม หรือวิดีโอคลิปสั้นๆพร้อมเพลงถ่ายทอดบรรยากาศในโรงแรมเป็นการแสดงความใส่ใจในรายละเอียดของลูกค้าทุกคนที่มาเข้าพัก

.

.

การใช้ธีม “เพลง” ช่วย สร้างตัวตนโรงแรม เป็นการขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมของคุณตามขั้นตอนทั้ง 6 ขั้นตอนจะช่วยย้ำเตือนคุณในทุกๆสเต็ปในการทำงาน โดยเฉพาะการทำโรงแรมที่พักขนาดเล็กอย่างเช่น บูติกโฮเต็ล ที่เป็นการทำงานที่ว่าด้วยการออกแบบในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะออกแบบสถานที่ หรือ ออกแบบการให้บริการ และออกแบบการทำงานของทีมงานอย่างมีธีม (Theme) ดังนั้นจึงควรใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน และทุกขั้นตอนมีคำตอบว่า “ทำไม” ต้องทำแบบนั้น

.

การเลือกเพลงในปัจจุบัน มีเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยให้คุณแต่งเพลงเองได้มากมาย ดังนั้นยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับโรงแรมในการทำงานหากต้องการที่จะสร้างเพลงของตนเอง หรือหากจะทำเพลย์ลิสเพื่อเปิดในส่วนต่างๆ ทั้งล้อบบี้ ห้องอาหาร สวนพักผ่อน สระว่ายน้ำ สปา การคำนึงถึงธีมหลักของเพลงที่เลือกตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 จะช่วยให้คุณไม่หลุดออกนอกกรอบการทำงาน

โรงแรมรีสอร์ทบางแห่ง “ทำถึง” ในส่วนงานโครงสร้างสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน แต่พอเข้าใช้บริการจริง กลับมีวิธีการส่งมอบบริการที่เรียกว่า “อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก” หรือแทบจะแยกออกมาเป็นอีกส่วน เหมือนไม่ใช่อยู่ในบรรยากาศเดียวกับสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในที่ทำไว้เลยทีเดียว – เสียดายโอกาสมาก

หรือตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือการเลือกใช้ผู้ให้บริการด้านการผลิตคอนเทนต์ หรือ ดิจิทัลเอเจนซี่ ที่ขาดความเข้าใจในโรงแรมที่พักในแบบของคุณ ทำให้รูปแบบงานกราฟิก งานอาร์ตเวิร์ค ไปจนถึงการเขียนคอนเทนต์ ไปกันคนละทิศ คนละทาง ไม่คำนึงถึง CI (Corporate Identity) ที่ออกแบบไว้ ทั้งในเรื่องการใช้ตัวอักษร การใช้โทนสี ที่ควรเป็นไปตามที่กำหนดไว้ แต่กลับไปขึ้นอยู่กับมุมมองและประสบการณ์ลูกค้าเดิมๆของคนผลิตคอนเทนต์นั้นๆแทน เราจึงเห็นคอนเทนต์ที่ทำให้แบรนด์โรงแรมถูกลดทอนคุณค่าลงไปบ่อยครั้ง

.

.

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณนึกเพลงของคุณออกหรือยัง ?

.

อ่านบทความย้อนหลัง “สร้างตัวตน ทำตลาดโรงแรม เริ่มอย่างไร” ได้ที่ https://thethinkwise.com/2024/02/21/ทำตลาดโรงแรม-hotel-marketing-6steps/

.

ไม่พลาดบทความคำแนะนำดีๆในการบริหารจัดการโรงแรมด้วยตัวเอง กดติดตาม หรือ subscribe เราได้ที่ https://linktr.ee/thethinkwise

.

พูดคุย ขอรับคำปรึกษา หรือจองนัดหมาย กดเพิ่มเพื่อนผ่าน Line OA : @thethinkwise หรือคลิกที่ https://lin.ee/d0r5BQR

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.