จัดงบประมาณ ลง Google Ads เท่าไหร่ดี?

โรงแรมกับการจัดงบออนไลน์ Google Ads เดือนละเท่าไหร่ดี
จัดงบประมาณ – โรงแรมที่พักขนาดเล็กโดยเฉพาะโรงแรมที่พักอิสระ (Individual Hotels) ต่างๆ มักมีค่าใช้จ่ายการตลาดออนไลน์ และค่าคอมมิชชั่นที่ต้องจ่ายให้ OTA ในสัดส่วนจำนวนมากในแต่ละเดือน แล้วควรจะจัดสรรงบประมาณโฆษณาออนไลน์อย่างไรดี
วันนี้จะยกตัวอย่างโดยใช้การคำนวณแบบเทียบเคียงกับการขายสินค้าออนไลน์ทั่วไปมาใช้กับการคิดและวางแผน จัดงบประมาณ ในการลงโฆษณาบน Google Ad ที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งโรงแรมเปิดใหม่ที่อาจใช้การประมาณการ หรือโรงแรมที่พักที่เปิดให้บริการมาสักพักแล้ว ก็ย่อมจะมีตัวเลขสถิติการจองห้องพักที่ผ่านมาเพื่อนำมาใช้คำนวณตัวเลขที่เหมาะสมได้ — ขอย้ำในเบื้องต้นก่อนว่า ในแต่ละเดือนค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาออนไลน์สำหรับโรงแรมนั้นมีหลายส่วนมากๆ ดังนั้น ควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้ดีเพื่อให้การใช้เงินทุกบาททุกสตางค์มีประสิทธิภาพ
ตัวเลขที่ใช้คำนวณ คือ AOV – Average Order Value หรือจำนวนเงินเฉลี่ยต่อออเดอร์ โดยสำหรับโรงแรมที่พักแล้ว ก็สามารถเทียบเคียงได้กับ จำนวนเงินเฉลี่ยต่อบุ๊กกิ้ง หรือ Average Revenue per Booking or Transaction นั่นเอง หมายความว่าแต่ละบุ้กกิ้งที่มีการจองเข้ามาสร้างรายได้ให้คุณเท่าไหร่ ลองดูสูตรการคำนวณตามภาพด้านล่างนี้

จะเห็นว่าในแต่ละเดือน (สำหรับโรงแรมที่พักที่เปิดให้บริการแล้ว) สามารถคำนวณ AOV ได้ด้วยการนำ รายได้รวม หารด้วยจำนวนการจอง หรือจำนวนบุ๊กกิ้งที่เข้ามาในเดือนนั้นๆ คุณก็จะได้ค่า AOV
แล้ว AOV จะช่วยในการ จัดงบประมาณ โฆษณาออนไลน์ได้อย่างไร
ค่า AOV มีหน่วยเป็น “บาท” และยิ่งมีค่าสูงก็ยิ่งแสดงว่าคุณมีโอกาสที่จะใช้งบประมาณในการลงโฆษณาออนไลน์ที่ใช้จำนวนเงินมากขึ้นเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกว้างขึ้น หรือเพื่อใช้เลือกคำค้นหาคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่มีราคาสูงขึ้นได้ แต่สำหรับโรงแรมที่พักขนาดเล็กก็ไม่ต้องกังวลเพราะการเพิ่มความรอบคอบในการ จัดงบประมาณ โดยการเลือกใช้คำเฉพาะหรือ Niche Keywords ก็สามารถเป็นกลยุทธในการลงโฆษณากับ Google Ads ได้เช่นกัน
คราวนี้ เรามาเริ่มดูว่ามีปัจจัยอะไรที่มีผลต่อค่า AOV บ้าง
ถ้าดูจากสูตรการคำนวณจะเห็นว่ารายได้ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละบุ๊กกิ้งนั้นขึ้นอยู่กับ
- ราคาห้องพัก (Room Rate)
- บริการส่วนเพิ่มต่างๆ เช่น ค่าอาหาร สปา ทัวร์ การจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ หรือการใช้จ่ายอื่นๆที่โรงแรมที่นอกเหนือจากค่าห้องพัก
- ระยะเวลาการเข้าพัก (Length of Stay)
ต่อไปมาดูตัวอย่างการคำนวณค่า AOV กัน
โจทย์ – บูติกโฮเต็ลราคาห้องพัก 4,000 บาทต่อคืน ลูกค้าเข้าพักเฉลี่ย 3 คืน/ครั้ง มียอดใช้จ่ายอื่นๆนอกเหนือจากค่าห้องพัก 1,000 บาทต่อบุ๊กกิ้ง
AOV = (4,000 บาท x 3 คืน) + 1,000 บาท = 13,000 บาท/บุ๊กกิ้ง
สมมติว่าค่า CPC – Cost per Click สำหรับการใช้ Google Ads อยู่ที่ 20 บาทสำหรับ Keywords ที่มีคนเลือกใช้สูงอย่างเช่น boutique hotel in Bangkok หรือ affordable beach resort in Thailand
สมมติว่าเรากำหนดให้ Conversion Rate = 2.5% ดังนั้น CPA (Cost-per-Booking) หรือจำนวนเงินที่ใช้เพื่อที่จะได้ Booking 1 Booking จะเท่ากับ CPC หารด้วย Conversion Rate —– 20 บาท/2.5% = 800 บาท–นี่คือค่าใช้จ่ายที่โรงแรมคุณใช้เพื่อหาบุ๊กกิ้ง 1 บุ๊กกิ้ง
ต่อมาเราก็มาคำนวณว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการใช้จ่ายบน Ads จะเป็นเท่าไหร่
การคำนวณหาผลตอบแทนจะใช้การหาค่า ROAS – Return on Ad Spend ด้วยการเปรียบเทียบระหว่าง AOV และ CPA โดยนำ AOV หารด้วย CPA จากตัวอย่างก็คือ 13,000 / 800 บาท เท่ากับ 16.25 บาท
หมายความว่าทุกๆ 1 บาทที่ใช้จ่ายบน Google Ads จะสร้างรายได้ 16.25 บาท — ยิ่งตัวเลข ROAS สูงแสดงว่ายิ่งมีกำไร คือสร้างรายได้ที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายที่ลง Ads
แล้วตกลงจะ จัดงบประมาณ Google Ads ที่เท่าไหร่?
ถ้าคุณตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ได้ 50 Bookings ต่อเดือน
งบประมาณที่โรงแรมคุณควรจัดสรรจะเท่ากับ CPA x Target Bookings
เท่ากับ 800 บาท x 50 = 40,000 บาท
.
Download Calculation File
.
หมายความว่าในงบ 40,000 บาทต่อเดือน ควรจะสร้างรายได้ให้ 50 Bookings ตามเป้าหมาย และเมื่อนำค่า AOV 13,000 บาทมาคำนวณเท่ากับว่าโรงแรมคุณจะสร้างรายได้ที่ 650,000 บาท (50 Bookings x 13,000 บาท) นั่นเอง
.
.
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว โรงแรมบางแห่งอาจจะไม่เคยเก็บตัวเลขต่อบุ๊กกิ้ง (Revenue per Booking) เลย หรืออาจจะไม่เคยสนใจเลยว่าตัวเลขตัวนี้เป็นเท่าไหร่ ขอแค่ให้มีรายได้เข้ามาต่อเดือนเพียงพอกับค่าใช้จ่ายก็พอ และงบประมาณ ก็ จัดงบประมาณ เท่ากันไปทุกๆเดือนให้เอเจนซี่ หรือฟรีแลนซ์ใช้จ่ายไปทุกเดือนๆ เดือนละ 5-6 หมื่นตามแต่เขาจะนำไปใช้จ่าย
อยากแนะนำว่า ควรทดลองคำนวณกันดูคุณจะเห็นว่าภายใต้เงินที่ใช้จ่ายต่อเดือนเพื่อสร้างรายได้นั้นมีความคุ้มค่า หรือต่ำกว่าสิ่งที่ควรจะเป็นมากน้อยแค่ไหน
เริ่มแรกอาจจะงงๆบ้าง เพราะอาจจะไม่เคยสนใจว่าคนทำการตลาดออนไลน์เขาใช้เงินคุณไปเลือกซื้อคีย์เวิร์ดอะไรบ้างแต่ละเดือน หรือเลือกซื้อแบบตามๆกันไป คุณเลยเจอ CPC ที่มีราคาสูงตลอดเพราะไม่เคยผสมผสานระหว่างคำกว้างๆกับคำเฉพาะ (Niche Keyword) พอผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็อาจจะไปโทษว่า “งบประมาณ” น้อยเกินไปเลยไม่สามารถเข้าถึงเป้าหมายได้
ย้ำกันอีกครั้ง Google Ads เป็นส่วนหนึ่งในการทำการตลาด การโฆษณาออนไลน์ ยังมีการทำแคมเปญออนไลน์อื่นๆอีกหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Instagram และอื่นๆ ซึ่งคุณควรจัดสรรงบประมาณตามกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมของคุณ โดยคำนึงถึงพฤติกรรมของลูกค้าของคุณว่านิยมใช้สื่อประเภทไหนเป็นหลัก เป็นรอง
ไหนจะค่าคอมมิชชั่นที่ต้องชำระให้ OTA แต่ละรายที่คุณเลือกใช้งานอีก เท่ากับว่า ถ้าคุณไม่ จัดงบประมาณ สำหรับตลาดออนไลน์ให้ดี แต่ละเดือนแต่ละเดือนย่อมเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้โรงแรมเล็กๆ โรงแรมอิสระมากมายมหาศาลจริงๆ
.
อ่านบทความย้อนหลังเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ เช่น เลือกสื่อออนไลน์ให้เหมาะสมกับโรงแรม ได้ที่ https://thethinkwise.com/2024/09/03/เลือกสื่อออนไลน์-ให้เหม/
ไม่พลาดคำแนะนำดีๆ กดติดตามหรือ subscribe ได้ที่ https://linktr.ee/thethinkwise
