channel mix โรงแรม คอมมิชชั่น OTA เทียบ Direct Booking
|

Channel Mix ปรับเพื่อเพิ่มรายได้โรงแรม

channel mix โรงแรม คอมมิชชั่น OTA เทียบ Direct Booking
Hotel Revenue Strategy

Channel mix โรงแรม คือสัดส่วนการขายห้องพักผ่านช่องทางต่าง ๆ — OTA แต่ละเจ้าเทียบกับ Direct Booking — และเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อรายได้จริงมากกว่าที่เจ้าของโรงแรมส่วนใหญ่คิด เพราะทุกการจองผ่าน OTA มีคอมมิชชั่นแฝงอยู่ 15-25% ของยอดขาย ขณะที่ channel mix ที่ปรับให้เหมาะสมสามารถเพิ่มรายได้ได้ทันที โดยไม่ต้องเพิ่ม occupancy หรือขึ้นราคาห้องแม้แต่บาทเดียว — และหลักการนี้ใช้ได้กับโรงแรมทุกขนาด ตั้งแต่ 10 ห้องไปจนถึง 100+ ห้อง ในบทความนี้เราจะพาไปดูว่า channel mix โรงแรม สำคัญอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีใช้ Channel Mix Impact Calculator เครื่องมือฟรีจาก thethinkwise ที่ช่วยคำนวณตัวเลขจริงของโรงแรมคุณได้ในไม่กี่นาที

ทำไม Channel Mix ถึงกินรายได้โรงแรมมากกว่าที่คิด

OTA แต่ละเจ้าคิดคอมมิชชั่นเป็น % ของยอดขายห้องพักทั้งหมด ไม่ใช่กำไร — ดังนั้นทุก 1,000 บาทที่ขายผ่าน OTA คอมสูง เจ้าของโรงแรมอาจเหลือสุทธิแค่ 750-800 บาท เรตทั่วไปในตลาดปัจจุบัน (กลางปี 2026) มีดังนี้:

OTA Commission Range Baseline ทั่วไป
Agoda 15–20% ~15%
Booking.com 10–25% ~15% (+3pp ถ้า Preferred Partner)
Trip.com 10–25% ~15-20% ในตลาดไทย
Expedia 15–30% ~18%
Traveloka ไม่เปิดเผยเรตสาธารณะ แจ้งในสัญญา partner
Klook 15–25% ในฐานะ supplier
ตัวเลขข้างต้นเป็นเรตตลาดทั่วไป — โรงแรมแต่ละแห่งมีสัญญาและ negotiating leverage ต่างกัน อัตราจริงต้องเช็คใน extranet ของแต่ละแพลตฟอร์ม นอกจากนี้โปรแกรมเสริมอย่าง Booking.com Preferred Partner หรือ Genius ก็ดันคอมมิชชั่น effective ให้สูงกว่าตัวเลข base ที่เห็น

Mix แบบไหนที่ทำให้โรงแรมเสียรายได้โดยไม่รู้ตัว

โรงแรมอิสระในไทยจำนวนมากพึ่งพา Agoda และ Booking.com เป็นหลัก เพราะเป็นช่องทางที่ตั้งค่าง่ายและมี traffic สูง — แต่เมื่อ mix เอียงไปทาง OTA คอมสูงมากเกินไป ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายเพิ่มขึ้น แต่รวมถึงการสูญเสีย guest data — โรงแรมไม่มีอีเมลหรือเบอร์ติดต่อของแขก ทำให้ทำ repeat booking หรือ direct marketing ไม่ได้เลย นี่คือต้นทุนแฝงที่ไม่โผล่ในใบแจ้งหนี้ค่าคอมมิชชั่น แต่กระทบรายได้ระยะยาวไม่แพ้กัน

หลักการง่าย ๆ: Channel Mix ที่ดี = รายได้เพิ่มแบบไม่ต้องขายเพิ่ม

เพราะคอมมิชชั่นเป็น % ของยอดขาย การขยับ mix แค่ไม่กี่ percentage point จาก OTA คอมสูงไปยัง Direct Booking หรือ OTA คอมต่ำกว่า จึงเห็นผลเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นทันที ไม่ต้องรอ occupancy โต ไม่ต้องขึ้นราคา ตัวอย่างเช่น โรงแรม 30 ห้อง occupancy 65% ADR 2,500 บาท หากขยับ 5 percentage point จาก OTA ไป Direct Booking รายได้สุทธิจะเพิ่มขึ้นราว 10,000 บาท/เดือน หรือกว่า 120,000 บาท/ปี — และตัวเลขนี้จะยิ่งมากขึ้นตามขนาดโรงแรม เพราะเป็นคณิตศาสตร์แบบสัดส่วน

Channel mix ที่ดีขึ้น 5-10% = รายได้เพิ่มขึ้นทันที โดยไม่ต้องเพิ่มยอดขายแม้แต่ห้องเดียว — และหลักการนี้ scale ได้ไม่ว่าโรงแรมจะมี 15 ห้อง หรือ 150 ห้อง

วิธีใช้ Channel Mix Impact Calculator (ฟรี)

thethinkwise พัฒนาเครื่องมือคำนวณ Channel Mix Impact ให้ใช้ฟรี — ใส่ตัวเลขโรงแรมของคุณเอง แล้วดูรายได้ที่เพิ่มขึ้นทันทีจากการปรับ mix มีเพียง 4 ขั้นตอน:

01 ใส่ Hotel Profile — จำนวนห้อง, Occupancy เฉลี่ย, ADR
02 ใส่ Channel Mix ปัจจุบัน — ปรับ % และคอมมิชชั่นแต่ละช่องทางให้ตรงสัญญาจริงของโรงแรมคุณ
03 ทดลอง Shift Simulator — เลือก Shift ไป Direct Booking หรือ Optimize ระหว่าง OTA
04 ดูรายได้ที่เพิ่มขึ้นทันที — ทั้งต่อเดือน ต่อปี และต่อห้อง

อยากรู้ channel mix ที่เหมาะกับโรงแรมคุณจริง ๆ ไหม? ตัวเลขในบทความนี้เป็น baseline ทั่วไป — ทุกโรงแรมมีต้นทุนแฝงและ negotiating leverage ต่างกัน คุยกับทีม thethinkwise ผ่าน Intake Form หรือจอง Strategic Assessment Call (฿12,000 / 45 นาที)

thethinkwise | Hotel Consulting — รู้ให้จริง ทำให้เป็น

Similar Posts

  • |

    ตลาดที่โรงแรมไม่ควรลืม

    ทางรอดโรงแรม ตลาดไหนที่โรงแรมไม่ควรละเลย และจะทำอย่างไรให้ตลาดนั้นกลับมา

  • ทำโรงแรมแบบวางทางเพื่อหาสมดุล

    เกือบสองเดือนที่ผ่านมา คำถามที่พบบ่อยและข้อสังเกตจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับคำถามที่มีผู้ซักถามเข้ามา ความมุ่งมั่นตั้งใจและภาพฝันที่วางไว้ เริ่มเดินคู่ขนานและบางแห่งเริ่มมาถึงสี่แยกที่ต้องตัดสินใจว่าจะไปต่อ หรือรอก่อน หรือกลับบ้านนอน ผิดหวังกับผู้ให้คำปรึกษาและผู้รู้ที่เปิดคอร์สอบรมต่างๆ เพราะนอกจากจะเสียแพงแล้ว ยังไม่ได้อะไรเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับโรงแรมจริงๆ ผู้ออกแบบไม่ยอม ต้องทำตามที่เขาบอกเท่านั้น จ้างเขามาออกแบบ เขาทำให้แล้ว หาทุกอย่างให้จะมาตัด เปลี่ยน ยกเลิกไม่ได้ เจ้าของโรงแรมไม่รู้จะยกเหตุผลอะไรมาต่อสู้กับผู้ออกแบบว่าระบบที่หามาให้นั้นมันเกินความจำเป็น คนออกแบบงานกราฟิกแต่บอกว่าทำเรื่องแบรนด์ดิ้งด้วย ทั้งหลายทั้งปวงที่ล้วนแล้วก่อให้เกิดความเสียหายทั้งงบประมาณในการพัฒนาโครงการ ทั้งเวลาที่เสียไปทำให้ทุกอย่างล่าช้าและไม่เรียงลำดับตามความจำเป็น ประเด็นที่อยากแนะนำ แพชชั่นกับเรื่องจริงควรมาด้วยกัน ถ้าแพชชั่นล้วนๆต้องมั่นใจว่ามีสายป่านที่ยาวพอ อย่าทำอะไรที่เอาแต่ตนเองเป็นที่ตั้ง โดยขาดความรอบคอบและการวิเคราะห์ด้านการตลาดที่ดี มีคอนเซ็ปต์ดีแต่ถ่ายทอดไม่ได้หรือถ่ายทอดได้ซ้ำเดิมเฉพาะกลุ่มก็ไม่สามารถจะเลี้ยงกิจการให้ไปรอดได้ แบรนด์ดิ้งของโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจการให้บริการย่อมต้องประกอบด้วยทางด้านกายภาพ(Rational effect) และ ทางด้านความรู้สึก (Emotional effect) ซึ่งคุณจะบังคับให้คนอื่นรู้สึกเหมือนคุณไม่ได้ แต่คุณควรแสดงออกผ่านรูปแบบและเครื่องมือต่างๆส่งผ่านไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การใช้สื่อออนไลน์ก็ควรอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ของโรงแรมด้วยเช่นกัน ภาพลักษณ์เพียงโลโก้ สี ตัวหนังสือเป็นเพียงตัวนำทางและส่งผ่านให้เกิดการรับรู้ของลูกค้าประมาณหนึ่ง แต่การให้บริการ รูปแบบการให้บริการต่างหากที่จะตอกย้ำตัวตนของโรงแรมคุณ เลือกที่ปรึกษาควรดูให้ดีว่าเขาโดดเด่นในเรื่องอะไร และใช้เขาให้เกิดประโยชน์ในทางนั้น แต่อย่าใช้ของผิดประเภท เช่น เก่งเรื่องออกแบบ แต่ไม่รู้เรื่องโรงแรม การทำงานของทีม ก็จะออกแบบแต่เน้นรูปลักษณ์โดยไม่คำนึงว่าคนทำงานจะมีที่นั่งกินข้าวหรือเปล่า จะมีห้องน้ำเพียงพอหรือไม่ จะเดินชนกับลูกค้าหรือเปล่า หรือกลิ่นท่อระบายน้ำจะโชยไปทางห้องพักหรือเปล่า ตั้งสติและหาจุดยืนให้เจอและนิ่งเพื่อที่จะผลักดันโครงการให้ไปได้อย่างราบรื่นอยู่ภายใต้แกนแนวคิดหลัก ไม่หลงทาง และที่สำคัญใช้การตลาดเป็นตัวตั้งคำถามเสมอว่า “ใครคือลูกค้าของคุณ”

  • |

    คุยกับธนาคารให้รู้เรื่อง…โรงแรมต้องทำอย่างไร

    คุยกับธนาคารให้รู้เรื่อง…โรงแรมต้องทำอย่างไร ? เมื่อโรงแรมเลือกที่จะเดินทางต่อ หรือใครที่คิดจะทำโรงแรมใหม่ และต้องการปรึกษาธนาคารเพื่อขอเงินกู้หรือใช้บริการสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ในการสนับสนุนโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเล็กหรือใหญ่ มีประเด็นอะไรที่เราในฐานะเจ้าของกิจการควรจะชี้แจงให้ชัดเจนกับธนาคารเพื่อให้ข้อมูลที่มีน้ำหนักและมีความชัดเจน 1. วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน คุณต้องการใช้เงินไปทำอะไร ชี้แจงให้ชัดเจน ถ้าต้องการก่อสร้างปรับปรุงโรงแรม ก็อธิบายให้ชัด เป็นที่ดินว่างเปล่า ก่อสร้างโรงแรมใหม่ หรือเป็นอาคารพาณิชย์เดิมและต้องการดัดแปลงเพื่อทำเป็นโรงแรม สิ่งที่ธนาคารจะพิจารณามีความแตกต่างกันถึงแม้ประเภทสินเชื่ออาจจะใช้วงเงินกู้ระยะยาวเหมือนกันก็ตาม หากเป็นที่ดินว่างเปล่าก็ต้องไปพิจารณาตั้งแต่ผังเมืองในพื้นที่นั้นอนุญาตให้ทำธุรกิจประเภทโรงแรมได้หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าของโรงแรมก่อนที่จะไปพบสถาบันการเงินจะผ่านการหาข้อมูลในส่วนนี้แล้ว เพราะก่อนที่สถาปนิกจะออกแบบเขาก็จะต้องตรวจสอบกฎระเบียบที่ใช้บังคับในการก่อสร้างอาคารในพื้นที่นั้นๆ เช่น อนุญาตให้ก่อสร้างด้วยความสูงอาคารไม่เกินกี่เมตร พื้นที่ใช้สอยต่ออาคารไม่เกินกี่ตารางเมตร เป็นต้น 2. รูปแบบการทำธุรกิจโรงแรมเป็นอย่างไร ประเภทโรงแรมที่พักของคุณเป็นแบบไหน จำนวนห้องพักกี่ห้อง วางแผนการตลาดในการหารายได้อย่างไร กลุ่มตลาดเป้าหมายเป็นใคร ใช้จำนวนพนักงานเท่าไหร่ ประมาณการค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นอย่างไร และที่สำคัญตัวเลขในการประมาณการธุรกิจมีการแบ่งสถานการณ์หรือการทำฉากทัศน์ (Scenario) ไว้อย่างไร ตั้งแต่สถานการณ์ปกติที่ใช้เป็นฐาน (Base Case) สถานการณ์ดีมาก (Best Case) และในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case) โดยกำหนดอัตราการเข้าพัก และราคาห้องพักเฉลี่ยเป้าหมายอยู่ที่เท่าไหร่ แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์เพื่อให้ธนาคารเห็นภาพว่าคุณวางแผนรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไร มีการจัดการด้านการเงินรองรับอย่างไร ถ้าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หลายโครงการทำตัวเลขไปเฉพาะที่ตัวเองคาดหวังหรือตัวเลขที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคาร เรียกว่าเป็นตัวเลขที่ผ่านเกณฑ์ธนาคารแน่นอน…

  • |

    บริการโรงแรมท่ามกลางโควิด-19

    ให้บริการด้วยความห่วงใย ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อ ณ วันนี้ 985 คน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหากยังมีการเคลื่อนที่ของคนไปมาข้ามจังหวัด หรือแม้แต่ในจังหวัดเดียวกันเนื่องจากผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการเหมือนเช่นที่ผ่านมาในรอบที่ 2 เพราะฉะนั้น อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ยังคงใช้ได้เสมอ หากไม่มีธุระจำเป็นที่ต้องเดินทางกรุณาอยู่บ้านเพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณเองและบุคคลรอบข้าง แล้วคนที่เดินทางในช่วงนี้จะทำอย่างไร ? เรื่องนี้มีมาตรการที่ชัดเจนจากทางการขอแค่ให้มีวินัยในการปฏิบัติตน คือ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ (อย่างน้อย 20 วินาที) และเว้นระยะห่าง และเมื่อไปต่างสถานที่ก็ควรเคารพกฎกติกามารยาทในแต่ละสถานที่ด้วย ไม่ใช่ไปแสดงกริยาที่ไม่เหมาะสม จะเอาแต่ความสะดวกสบาย และไม่ให้ความร่วมมือกับสถานที่นั้น ๆ สำหรับโรงแรมที่ยังคงต้องให้บริการนักท่องเที่ยวที่ไม่ประสงค์จะยกเลิกการเดินทางและเดินหน้าเข้าพักตามกำหนดเดิม เพราะยึดถือในวิถีปฏิบัติของตนเองว่า “เมื่อถึงวันหยุดยาว ต้องออกไปเที่ยวให้คุ้มกับที่ได้หยุด” ทีมงานโรงแรมก็จำเป็นต้องให้บริการด้วยความรอบคอบมากขึ้น และยังคงแสดงออกถึงความห่วงใยและใส่ใจลูกค้าทุกท่าน สิ่งที่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการให้บริการท่ามกลางโควิด-19 กำลังระบาดอย่างรวดเร็ว 1. เรียงลำดับการให้บริการให้ชัดเจน การเรียงลำดับการให้บริการให้ชัดเจนตั้งแต่ลูกค้าก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณโรงแรมเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เพียงการต้อนรับลูกค้าด้วยความยิ้มแย้ม แต่ต้องนำมาตรการด้านสุขอนามัยและการคัดกรองมาใช้อย่างเข้มงวด เช่น ถ้าโรงแรมมียามรักษาความปลอดภัย รถทุกคันที่เข้ามาในบริเวณโรงแรมควรมีการตรวจวัดอุณหภูมิทั้งคนขับ และสมาชิกในรถทุกท่าน ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความล่าช้า เราสามารถออกแบบใช้คำพูดเพื่อขอความร่วมมือจากลูกค้าได้ทุกคน เมื่อลูกค้ามาถึงส่วนเช็คอิน วางขั้นตอนอย่างไร วางกระเป๋าลูกค้าตรงไหน จัดการกับกระเป๋าอย่างไร พาลูกค้าไปนั่งในส่วนรับรอง…

  • เกาะกระแส วัดการตลาด กับ #ออเจ้า

    เกาะกระแสออเจ้ากับการแสดงออกของแบรนด์บนโลกออนไลน์

  • |

    ความเสี่ยง (แฝง) ที่โรงแรมควรใส่ใจ

    ความเสี่ยง (แฝง) ที่โรงแรมควรใส่ใจ และบริหารจัดการเพื่อให้โรงแรมเดินหน้าอย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.