Distribution

ใครกำลังขายห้องของคุณอยู่? แผนที่ 4 กลุ่มระบบ ช่องทางขายห้องพัก ที่โรงแรมอิสระต้องเข้าใจ

ช่องทางขายห้องพักของโรงแรมไม่ได้มีแค่ OTA ที่เห็นบนหน้าจอ บทความนี้แยกระบบเบื้องหลังออกเป็น 4 กลุ่ม — Sellers, Tools, Content & Mapping และ Competitors — พร้อมสิ่งที่โรงแรมอิสระควรเตรียม เพื่อใช้ทุกช่องทางให้เกิดยอดขายจริง

แผนที่ 4 กลุ่มระบบช่องทางขายห้องพัก Sellers Tools Content and Mapping และ Competitors สำหรับโรงแรมอิสระ

ไม่นานมานี้มีโพสต์หนึ่งของ Traveltekpro บริษัทพัฒนาระบบ travel technology แชร์กันในวงการ หัวข้อ “50+ Hotel API Suppliers Every Travel Company Should Know” รวบรวมชื่อบริษัทกว่า 50 รายเป็น 9 หมวด ตั้งแต่ wholesaler ไปจนถึง channel manager และเครือโรงแรมใหญ่

โพสต์นั้นเขียนให้ บริษัทท่องเที่ยวที่กำลังสร้างระบบจองห้องพัก ไม่ได้เขียนให้โรงแรม แต่เมื่อกลับด้านมองจากฝั่งโรงแรม แผนที่เดียวกันนี้คือคำตอบของคำถามที่เจ้าของโรงแรมเล็กหลายคนไม่เคยเห็นภาพครบ: ห้องของเราถูกส่งต่อ ถูกแสดงผล และถูกขาย ผ่านมือใครบ้าง

ถ้าจัดกลุ่มใหม่ตามบทบาทที่มีต่อยอดขายโรงแรม จะเหลือเพียง 4 กลุ่มเท่านั้น

ทำไมโรงแรมอิสระ (Independent Hotel)ควรทำความเข้าใจภาพนี้

เมื่อแขกเห็นโรงแรมเราบนเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง ข้อมูลที่แขกเห็น — ราคา ห้องว่าง รูป ประเภทห้อง policy — อาจเดินทางผ่านระบบหลายชั้นก่อนจะไปถึงหน้าจอนั้น และทุกชั้นมีโอกาสทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยนได้

ราคาที่ให้ wholesaler ไป อาจไปโผล่บนเว็บไซต์ที่เราไม่เคยรู้จักในราคาถูกกว่าหน้าเว็บโรงแรม รูปห้องอาจเป็นรูปเก่าก่อนรีโนเวท หรือห้อง Deluxe อาจถูกแสดงผลเป็นอีกประเภทหนึ่ง ทั้งหมดนี้กระทบยอดขายโดยที่โรงแรมไม่รู้ตัว

การเข้าใจว่าแต่ละกลุ่มทำหน้าที่อะไร และโรงแรมควบคุมได้แค่ไหน ช่วยให้รู้ว่าควรลงแรงตรงไหนก่อน

กลุ่มบทบาทต่อโรงแรมตัวอย่างโรงแรมควบคุมได้แค่ไหน
A · Sellersช่องทางที่ขายห้องให้เราAgoda, Booking.com, Expedia, Hotelbeds, WebBeds, TBO, Travelokaปานกลาง — ผ่านสัญญาและราคาที่ส่งให้
B · Toolsระบบที่โรงแรมใช้เองเพื่อกระจายราคาและห้องว่างSiteMinder,Cloudbeds, STAAH, D-EDGE, HotelRunner, PMS, booking engineสูง — โรงแรมเลือกและตั้งค่าเอง
C · Content & Mappingระบบจับคู่ข้อมูลโรงแรมให้ตรงกันในทุกแพลตฟอร์มGIATA, Vervotechต่ำ — แต่ส่งข้อมูลต้นทางให้ถูกได้
D · Competitorsเครือโรงแรมที่เชื่อมตรงกับพาร์ทเนอร์ด้วยระบบของตัวเองMarriott, Hilton, IHG, Accorไม่ได้ — แต่เลือกจุดแข่งได้

จัดกลุ่มใหม่จาก 9 หมวดในโพสต์ต้นฉบับของ Traveltekpro ตามบทบาทที่มีต่อยอดขายโรงแรม · เลื่อนตารางแนวนอนได้บนมือถือ

กลุ่ม A — Sellers: ช่องทางที่ขายห้องให้เรา

กลุ่มนี้คือคนที่นำห้องของเราไปถึงมือแขก ต้นฉบับแยกเป็นหลายหมวด แต่ในมุมโรงแรมควรเข้าใจความต่างของ 4 แบบนี้

OTA — ขายตรงถึงแขก

Agoda, Booking.com, Expedia คือช่องทางที่แขกเปิดดูและจองเองโดยตรง ต้นฉบับจัด OTA ไว้หมวดเดียวกับ wholesaler ซึ่งในมุมโรงแรมทำให้สับสน เพราะ OTA ขายถึงแขกปลายทาง ราคาที่แขกเห็นจึงเป็นราคาขายสาธารณะ และเป็นตัวที่ถูกนำไปเทียบกับหน้าเว็บโรงแรมโดยตรง

Wholesaler / Bedbank — ขายส่งต่อเป็นทอด

Hotelbeds, WebBeds, TBO, DOTW คือผู้รับห้องจากโรงแรมใน net rate แล้วนำไปบวก markup ขายต่อให้ travel agent, tour operator และ OTA ขนาดเล็กทั่วโลก ข้อดีคือเข้าถึงตลาดที่โรงแรมเข้าไม่ถึงเอง ข้อเสียคือ โรงแรมมองไม่เห็นว่าห้องไปจบที่ไหน และในราคาเท่าไร

Definition
Net rate คือราคาที่โรงแรมขายให้ตัวกลาง โดยตัวกลางบวกกำไรเอง ส่วน rate parity คือหลักการให้ราคาขายสาธารณะเท่ากันทุกช่องทาง — ปัญหาเกิดเมื่อ net rate ถูกนำไปขายแบบห้องพักเปล่าต่อสาธารณะ ในราคาที่ต่ำกว่าหน้าเว็บโรงแรม

Regional Suppliers — แข็งเฉพาะตลาด

ต้นฉบับยกตัวอย่างผู้ขายที่แข็งในแต่ละภูมิภาค เช่น Rakuten Travel และ Jalan ในญี่ปุ่น, Traveloka ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, Almosafer และ Seera ในตะวันออกกลาง, Yatra ในอินเดีย ช่องทางกลุ่มนี้มีค่าเมื่อตรงกับ source market ของโรงแรม ถ้าไม่ตรง การเปิดช่องทางเพิ่มคือภาระดูแลโดยไม่ได้ยอดขาย

Vacation Rental — สำหรับวิลล่าและที่พักแบบบ้าน

Guesty, Hostaway, Rentals United, Lodgify เป็นระบบบริหารและกระจายที่พักแบบ vacation rental เกี่ยวข้องกับโรงแรมที่มีพูลวิลล่า บ้านพักหลายห้องนอน หรือ serviced apartment

สิ่งที่โรงแรมต้องเตรียมสำหรับกลุ่ม A

  • เลือกช่องทางจาก source market จริง — ดูจากข้อมูลแขกย้อนหลังว่ามาจากประเทศไหน จองผ่านอะไร แล้วเลือกช่องทางที่ตอบตลาดนั้น
  • อ่านสัญญาให้ครบ — commission หรือ net rate, เงื่อนไขการชำระเงิน, ระยะเวลาเครดิต และเงื่อนไขการยกเลิกสัญญา
  • ระบุเงื่อนไขการขายต่อ — กำหนดในสัญญากับ wholesaler ว่า net rate ใช้ขายแบบ package หรือขายผ่าน agent เท่านั้น ห้ามขายห้องพักเปล่าต่อสาธารณะ
  • ตรวจ rate parity สม่ำเสมอ — ค้นชื่อโรงแรมตัวเองบน metasearch เพื่อดูว่ามีเว็บไหนขายถูกกว่าหน้าเว็บโรงแรมหรือไม่

กลุ่ม B — Tools: ระบบที่โรงแรมใช้เอง

นี่คือกลุ่มเดียวที่โรงแรมควบคุมได้เต็มที่ และเป็นกลุ่มที่ทำให้กลุ่ม A ทำงานได้หรือพัง

Channel Manager — หัวใจของโรงแรมเล็ก

SiteMinder, Cloudbeds, STAAH, D-EDGE, HotelRunner ทำหน้าที่ส่งราคาและห้องว่างไปทุกช่องทางพร้อมกัน เมื่อมีการจองเข้ามาจากช่องทางหนึ่ง ห้องว่างในช่องทางอื่นจะถูกปรับลดตาม ป้องกัน overbooking และลดงานอัปเดตราคาทีละ extranet

PMS และ Booking Engine

PMS คือระบบหลังบ้านที่เก็บการจองและสถานะห้องทั้งหมด ส่วน booking engine คือหน้าจองบนเว็บไซต์โรงแรม ซึ่งเป็นช่องทาง direct booking ที่โรงแรมไม่ต้องเสีย commission ให้ OTA ทั้งสองระบบต้องคุยกับ channel manager ได้

CRS — ส่วนใหญ่ยังไม่จำเป็น

SynXis, Amadeus Hospitality, SHR เป็นระบบจองกลางที่ออกแบบสำหรับเครือโรงแรม หรือโรงแรมที่ต้องขายผ่าน GDS ให้ตลาด corporate โรงแรมอิสระขนาดเล็กส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จาก channel manager + booking engine ที่ตั้งค่าดี มากกว่าการลงทุน CRS

thethinkwise view
ถ้าโรงแรมมีงบลงทุนด้านระบบได้เพียงอย่างเดียว ให้ลงที่ channel manager ที่เชื่อมกับ PMS แบบ two-way ก่อนสิ่งอื่น เพราะทุกช่องทางในกลุ่ม A ต้องพึ่งข้อมูลที่ถูกต้องจากระบบนี้ ช่องทางขายที่ดีที่สุดก็ขายไม่ได้ ถ้าห้องว่างและราคาที่ส่งไปผิด

สิ่งที่โรงแรมต้องเตรียมสำหรับกลุ่ม B

  • ยืนยันว่า channel manager เชื่อมกับ PMS ได้จริง — ขอให้ vendor ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเชื่อมแบบ two-way กับ PMS ที่ใช้อยู่
  • ตั้ง room type และ rate plan ชุดเดียว — ใช้ชื่อและโครงสร้างเดียวกันทุกช่องทาง แล้ว map จากชุดนี้ออกไป แทนการสร้างใหม่ในแต่ละ extranet
  • วางเงื่อนไขราคา (rate fence) ให้เป็นระบบ — advance purchase, minimum stay, non-refundable ควรออกแบบครั้งเดียวแล้วกระจายผ่าน channel manager
  • กำหนดผู้รับผิดชอบ — ใครปรับราคา ใครเปิดปิด allotment และใครตรวจเมื่อระบบแจ้งเตือน

กลุ่ม C — Content & Mapping: ข้อมูลหลังบ้านที่แขกมองเห็น

กลุ่มนี้โรงแรมส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินชื่อ แต่มีผลต่อสิ่งที่แขกเห็นโดยตรง

เมื่อโรงแรมหนึ่งแห่งถูกขายผ่าน wholesaler หลายราย แต่ละรายอาจเก็บข้อมูลโรงแรมเราคนละแบบ — ชื่อสะกดต่างกัน พิกัดต่างกัน ประเภทห้องเรียกต่างกัน บริษัทอย่าง GIATA และ Vervotech ทำหน้าที่ จับคู่ (mapping) ข้อมูลเหล่านี้ให้รู้ว่าเป็นโรงแรมเดียวกันและห้องประเภทเดียวกัน

ถ้า mapping ผิด ผลที่ตามมาคือ แขกเห็นรูปไม่ตรงกับห้องจริง ห้องที่จองไม่ตรงกับห้องที่ได้รับ หรือโรงแรมไม่ปรากฏในผลการค้นหาของบางเว็บไซต์เลย ซึ่งกลายเป็นรีวิวแย่และการขอคืนเงินในภายหลัง

สิ่งที่โรงแรมต้องเตรียมสำหรับกลุ่ม C

โรงแรมแก้ระบบ mapping ของคนอื่นไม่ได้ แต่ควบคุมข้อมูลต้นทางได้

  • สร้าง content master ชุดเดียว — ชื่อโรงแรม ที่อยู่ พิกัด รูปทุกประเภทห้อง คำบรรยาย ขนาดห้อง ประเภทเตียง และ policy ในไฟล์เดียว ใช้เป็นต้นทางทุกครั้ง
  • ใช้ชื่อประเภทห้องที่ชัดเจน — ระบุสิ่งที่แยกห้องออกจากกัน เช่น วิว ขนาด ประเภทเตียง แทนชื่อที่มีความหมายเฉพาะภายในโรงแรม
  • ตรวจหน้าโรงแรมบนช่องทางหลักเป็นระยะ — โดยเฉพาะหลังรีโนเวท เปลี่ยนรูป หรือเพิ่มประเภทห้องใหม่

กลุ่ม D — Competitors: เครือโรงแรมที่แข่งกับเรา

Marriott, Hilton, IHG, Accor และเครืออื่นในต้นฉบับ มีระบบเชื่อมต่อตรงกับพาร์ทเนอร์ด้วยเทคโนโลยีของตัวเอง มีระบบสมาชิกและฐานลูกค้าระดับโลก โรงแรมอิสระไม่มีทางแข่งในสนามเดียวกันได้

สิ่งที่ทำได้คือ เลือกแข่งในจุดที่เครือให้ไม่ได้

  • Direct booking ที่ใช้งานง่าย — เว็บไซต์ที่โหลดเร็วบนมือถือ booking engine ที่จองได้จบในไม่กี่ขั้นตอน และเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมควรจองตรง
  • ประสบการณ์ที่มีเฉพาะที่นี่ — ความเป็นท้องถิ่น เจ้าของที่ดูแลเอง ความยืดหยุ่นที่ระบบมาตรฐานของเครือให้ไม่ได้
  • การตอบสนองที่เร็วกว่า — ตอบข้อความก่อนจอง ตอบรีวิวทุกรีวิว และแก้ปัญหาได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติ

และเมื่อจะแข่งด้วยราคา ควรแข่งผ่านเงื่อนไขราคา ไม่ใช่การลดราคาหลักให้ทุกคน — อ่านเพิ่มได้ที่บทความ กลยุทธ์การตั้งราคาห้องพัก

โรงแรมเล็กไม่จำเป็นต้องอยู่ทุกช่องทาง แต่ต้องคุมราคาและข้อมูลให้ตรงกันทุกช่องที่อยู่

Checklist ก่อนเซ็นสัญญากับพาร์ทเนอร์รายใหม่

โพสต์ต้นฉบับให้รายการสิ่งที่บริษัทท่องเที่ยวควรตรวจก่อนเชื่อมต่อ supplier เมื่อกลับด้านมาใช้ในมุมโรงแรม รายการเดียวกันนี้กลายเป็นคำถามที่ควรถามพาร์ทเนอร์ทุกรายก่อนเซ็นสัญญา

เรื่องที่ต้องถามถามอะไรทำไมสำคัญ
ตลาดที่ขายได้จริงลูกค้าของคุณมาจากประเทศไหน ขายผ่านช่องทางอะไรถ้าไม่ตรง source market ของโรงแรม ช่องทางนี้แค่เพิ่มงาน
เงื่อนไขทางการค้าcommission หรือ net rate เท่าไร ชำระเงินเมื่อไร เครดิตกี่วันกระทบ net revenue และ cash flow โดยตรง
การยืนยันการจองเชื่อมต่อแบบ real-time ผ่าน channel manager หรือไม่ถ้าไม่ real-time ความเสี่ยง overbooking สูงขึ้น
การยกเลิกและคืนเงินใครถือเงิน ใครคืนเงิน ใช้เวลากี่วันปัญหาคืนเงินมักจบที่รีวิวของโรงแรม ไม่ใช่ของตัวกลาง
การดูแลเมื่อระบบมีปัญหาติดต่อใคร ช่องทางไหน ตอบภายในกี่ชั่วโมงการจองค้างหรือหายในช่วง high season คือรายได้ที่หายไป
ข้อมูลและ mappingรับข้อมูลโรงแรมจากไหน แก้ไขได้อย่างไรข้อมูลผิดบนช่องทางนั้น กระทบความเชื่อมั่นของแขก

ปรับจาก checklist ในโพสต์ของ Traveltekpro ให้เป็นมุมมองของโรงแรม · เลื่อนตารางแนวนอนได้บนมือถือ

ลำดับการลงมือสำหรับโรงแรมอิสระ

thethinkwise view
ลำดับนี้เป็นแนวทางของ thethinkwise สำหรับโรงแรมอิสระขนาดเล็ก ปรับได้ตามขนาด ตลาด และระบบที่มีอยู่
  1. วางฐานระบบ (กลุ่ม B) — channel manager ที่เชื่อม PMS ได้ booking engine บนเว็บไซต์ และโครงสร้าง room type / rate plan ชุดเดียว
  2. จัดข้อมูลต้นทาง (กลุ่ม C) — content master ชุดเดียวที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
  3. เลือกช่องทางขาย (กลุ่ม A) — เริ่มจาก OTA หลักที่ตรงตลาด แล้วค่อยเพิ่ม wholesaler หรือ regional supplier เมื่อมีเหตุผลด้านตลาดรองรับ
  4. วางจุดแข่ง (กลุ่ม D) — สร้างเหตุผลให้แขกจองตรง และลดการพึ่งพาตัวกลางทีละน้อย

ลำดับนี้สำคัญ เพราะโรงแรมจำนวนมากเริ่มจากเปิดช่องทางขายให้ได้มากที่สุดก่อน แล้วค่อยมาแก้ปัญหาราคาไม่ตรงและข้อมูลผิดในภายหลัง ซึ่งแก้ยากกว่าการวางฐานให้ถูกตั้งแต่ต้นมาก

สรุป

ชื่อบริษัท 50 กว่าชื่อในแผนที่ของ Traveltekpro เมื่อมองจากฝั่งโรงแรม เหลือเพียง 4 คำถาม

  1. ใครขายห้องให้เรา — และขายถึงตลาดที่เราต้องการจริงหรือไม่
  2. ระบบของเราส่งข้อมูลถูกต้องหรือไม่ — ราคาและห้องว่างตรงกันทุกช่องทาง
  3. แขกเห็นโรงแรมเราถูกต้องหรือไม่ — รูป ประเภทห้อง และ policy
  4. เราชนะเครือใหญ่ได้ตรงไหน — direct booking และประสบการณ์ที่มีเฉพาะที่นี่
Key takeaway
เริ่มจากระบบที่ควบคุมได้ก่อน — channel manager และข้อมูลต้นทาง — แล้วค่อยขยายช่องทางขาย ช่องทางที่มากขึ้นโดยไม่มีฐานที่ดี คือปัญหาที่มากขึ้น ไม่ใช่ยอดขายที่มากขึ้น

ที่มา: Traveltekpro, “50+ Hotel API Suppliers Every Travel Company Should Know” (โพสต์บนโซเชียลมีเดีย) · การจัดกลุ่ม A–D และคำแนะนำในบทความเป็นมุมมองของ thethinkwise

thethinkwise | Hotel ConsultingShare

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.