Financial Literacy อ่านงบโรงแรม ADR ฿3,500 เหลือ Net ADR เท่าไร 5 ตัวเลขที่เจ้าของโรงแรมต้องอ่าน thethinkwise
Finance · Owner

ADR ฿3,500 เหลือเข้าโรงแรมจริงเท่าไร: 5 ตัวเลขที่เจ้าของโรงแรมต้องอ่านใต้ top line

อ่านงบโรงแรมให้เป็นเริ่มจากตัวเลขใต้ top line — ADR ที่แขกเห็น ฿3,500 อาจเหลือเข้าโรงแรมจริงเพียง ฿2,300–2,500 บทความนี้พาไล่ 5 ตัวเลขที่เจ้าของควรดูทุกเดือน พร้อมวิธีคำนวณแบบทำเองได้

Financial Literacy อ่านงบโรงแรม ADR ฿3,500 เหลือ Net ADR เท่าไร 5 ตัวเลขที่เจ้าของโรงแรมต้องอ่าน thethinkwise

สมมติเจ้าของโรงแรมอิสระคนหนึ่งเล่าให้เพื่อนฟังอย่างภูมิใจว่า “ปีนี้รายได้ 80 ล้าน ห้องเต็มเกือบทั้งปี ADR ก็ขึ้นไป ฿3,500 แล้ว” แต่ในเดือนเดียวกัน ฝ่ายบัญชีต้องเลื่อนจ่าย supplier สองราย เพราะเงินในบัญชีไม่พอจ่ายเงินเดือนกับค่างวดธนาคารพร้อมกัน (สถานการณ์สมมติ)

บทความ ทำไมเจ้าของโรงแรมต้องอ่านงบให้เป็น ของ thethinkwise เรียก revenue ว่าเป็น “vanity metric” — ตัวเลขที่ดูดีแต่ไม่ได้บอกว่าโรงแรมแข็งแรงหรือไม่ บทความนี้ต่อยอดในมุมที่ใช้งานได้ทันที: ถ้ามีเวลาดูงบเดือนละ 30 นาที ควรดู 5 ตัวเลขไหน คำนวณอย่างไร และตัวเลขระดับไหนที่ควรเริ่มกังวลค่ะ

1 · Net ADR — ราคาที่แขกเห็น ไม่ใช่ราคาที่โรงแรมได้

ADR ที่อยู่ในรายงานยอดขายมักเป็นราคาที่แขกจ่าย ซึ่งยังรวม service charge 10% และ VAT 7% อยู่ และยังไม่หักค่าคอมมิชชั่นของช่องทางขาย บทความต้นทางยกตัวอย่างโรงแรมอิสระ occupancy 75% ADR ฿3,500 ว่าหลังหักค่าคอม OTA 15–25% VAT 7% service charge 10% ค่าธรรมเนียมบัตร และค่า channel manager Net ADR ที่โรงแรมได้จริง “อาจเหลือแค่ 2,300–2,500 บาท”

ขั้นตอน (ตัวเลขสมมติ)คำนวณเหลือต่อคืน
ราคาที่แขกเห็น (รวม SC + VAT)—฿3,500
ถอด service charge 10% และ VAT 7%÷ 1.10 ÷ 1.07฿2,974
หักค่าคอม OTA 15%× 0.85฿2,528
หักค่าคอม OTA 25%× 0.75฿2,230
ส่วนที่หายไปจากราคาป้าย฿3,500 − ฿2,230 ถึง ฿2,528−฿972 ถึง −฿1,270

ตัวเลขสมมติเพื่อการอธิบาย · ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมบัตรและค่า channel manager · ค่าคอมคิดบนราคา net อย่างง่าย สัญญาจริงแต่ละช่องทางคิดฐานต่างกัน · เลื่อนตารางแนวนอนได้บนมือถือ

ช่วงที่ได้ใกล้กับ ฿2,300–2,500 ในบทความต้นทาง จุดที่ควรสังเกตคือ ส่วนที่หายไปไม่ได้มาจากภาษีอย่างเดียว ค่าคอมของช่องทางขายเป็นก้อนที่เปลี่ยนได้มากที่สุด และโปรแกรมเสริมของ OTA ก็ทำให้ต้นทุนต่อ booking สูงขึ้นได้อีก — ในตัวอย่างของบทความ Genius / Preferred Partner คุ้มไหม effective cost ของ booking ที่ใช้ Genius ร่วมกับ Preferred Partner ขึ้นไปถึง 26.2% ของ BAR

กฎที่ต้องจำ
ทุกการคำนวณกำไรต่อห้อง เริ่มจาก ADR net เสมอ: ราคาป้าย ÷ 1.10 ÷ 1.07 แล้วหักค่าคอมของช่องทางนั้น — ถ้าเริ่มจากราคาป้าย กำไรที่เห็นจะสูงเกินจริงทุกบรรทัด

2 · GOP% — กำไรจากการดำเนินงานก่อนเจ้าของรับภาระ

GOP (Gross Operating Profit) คือรายได้รวมหลังหักต้นทุนแผนกและค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ทีมบริหารควบคุมได้ บทความต้นทางเรียก GOP% ว่าเป็น “sanity metric” เพราะเป็นตัวเลขแรกที่บอกว่ารายได้ที่เข้ามา เหลือเป็นกำไรจริงเท่าไร

ตัวอย่างเคสสมมติในบทความ DSCR & Bank Readiness ใช้โรงแรม 40 ห้อง รายได้รวมราว ฿19.38 ล้านต่อปี GOP margin 30% หรือราว ฿5.81 ล้าน ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่เงินที่เจ้าของได้ เพราะยังต้องหักภาษีที่ดิน ประกัน FF&E reserve และค่างวดเงินกู้

วิธีอ่านที่ใช้ได้จริงคือดู GOP% เทียบเดือนเดียวกันของปีก่อน ไม่ใช่เทียบเดือนก่อนหน้า เพราะโรงแรมไทยมีฤดูกาลชัด — GOP% เดือน ก.ย. ย่อมต่ำกว่า ธ.ค. เสมอ สิ่งที่ต้องกังวลคือ GOP% ลดลงทั้งที่ occupancy เท่าเดิม ซึ่งมักแปลว่าต้นทุนบางบรรทัดโตเร็วกว่ารายได้ [thethinkwise view]

3 · Days Cash on Hand — เงินสดพอจ่ายได้อีกกี่วัน

บทความต้นทางเรียก cash on hand ว่าเป็น “reality metric” และให้เกณฑ์ไว้ชัดว่า ถ้า Days Cash on Hand ต่ำกว่า 30 วัน โรงแรมอยู่ใน danger zone ไม่ว่างบกำไรขาดทุนจะแสดงกำไรเท่าไร ส่วนระดับที่ควรมีคือ 60–90 วันขึ้นไป

สูตรที่ใช้: เงินสดและเงินฝากที่ใช้ได้ ÷ (ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เป็นเงินสดต่อปี ÷ 365)

ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ)ค่าหมายเหตุ
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อปี฿13.57 ล้านรายได้ ฿19.38 ล้าน − GOP ฿5.81 ล้าน
ค่าใช้จ่ายต่อวัน฿37,171÷ 365
เงินสดในบัญชี฿1.2 ล้านสมมติ
Days Cash on Hand32 วันเหนือ danger zone เพียง 2 วัน

ตัวเลขสมมติเพื่อการอธิบาย · ฐานรายได้และ GOP จากเคสสมมติในบทความ thethinkwise “DSCR & Bank Readiness” · เกณฑ์ 30 วันและ 60–90 วันจากบทความ “ทำไมเจ้าของโรงแรมต้องอ่านงบให้เป็น”

ตัวเลข 32 วันดูเหมือนยังไม่เข้าเขตอันตราย แต่ถ้าโรงแรมขายผ่าน OTA ที่จ่ายเงินช้า หรือมีลูกหนี้บริษัทที่ให้เครดิตยาว เงินสดจริงในสัปดาห์ที่ต้องจ่ายเงินเดือนอาจต่ำกว่านั้นมาก นี่คือเหตุผลที่ thethinkwise แนะนำให้ทำ 13-Week Cash Runway คู่กับตัวเลขนี้ค่ะ

งบกำไรขาดทุนบอกว่าปีนี้ดีไหม แต่ Days Cash on Hand บอกว่าเดือนหน้ายังอยู่ไหม

4 · Payroll-to-Revenue — ต้นทุนคนกินรายได้เท่าไร

บทความต้นทางให้ช่วงอ้างอิงของ Payroll-to-Revenue สำหรับโรงแรม boutique ไว้ที่ 25–35% ของรายได้ ตัวเลขนี้สำคัญเพราะ payroll เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่ปรับลงได้ช้าที่สุด เมื่อรายได้ลด ต้นทุนคนไม่ได้ลดตามทันที

ตัวอย่างสมมติ: ถ้าโรงแรมในเคสเดียวกัน (รายได้ ฿19.38 ล้าน) มี payroll รวมสวัสดิการ ฿5.4 ล้านต่อปี Payroll-to-Revenue = 27.9% อยู่ในช่วงอ้างอิง แต่ถ้ารายได้ช่วง low season ลดลงหนึ่งในสามขณะที่ payroll เท่าเดิม สัดส่วนรายเดือนจะขึ้นไปเกิน 35% ได้ง่าย

thethinkwise view
อย่าดู Payroll-to-Revenue เป็นตัวเลขรายปีอย่างเดียว ให้ดูรายเดือนคู่กับ occupancy — ถ้าสัดส่วนเกินช่วงอ้างอิงติดกันหลายเดือนใน low season คำถามที่ควรถามไม่ใช่ “จะลดคนไหม” แต่คือ “ตารางกะและ cross-training รองรับ occupancy ระดับนี้หรือยัง”

5 · DSCR — กำไรพอจ่ายหนี้ไหม

DSCR (Debt Service Coverage Ratio) วัดว่ากำไรจากการดำเนินงานพอจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นในปีนั้นหรือไม่ บทความต้นทางใช้เกณฑ์ ≥ 1.25x และในเคสสมมติของบทความ DSCR & Bank Readiness โรงแรม 40 ห้องที่มีกำไรและขอกู้เพิ่ม ฿15 ล้าน ได้ DSCR 1.16x — มีกำไร แต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ธนาคาร

DSCRความหมายในมุมธนาคารที่มา
ต่ำกว่า 1.25xยังไม่ผ่านthethinkwise DSCR & Bank Readiness
1.25–1.49xผ่านแบบเฉียดthethinkwise DSCR & Bank Readiness
1.50x ขึ้นไปคุยง่ายthethinkwise DSCR & Bank Readiness

เกณฑ์ตามบทความของ thethinkwise · แต่ละธนาคารอาจกำหนดต่างกัน ควรถามเกณฑ์ของธนาคารที่ใช้จริง

เจ้าของหลายคนคำนวณ DSCR ครั้งเดียวตอนยื่นกู้ แล้วไม่ได้ดูอีก ทั้งที่ตัวเลขนี้เปลี่ยนทุกครั้งที่ต้นทุนหรือรายได้เปลี่ยน การคำนวณซ้ำทุกไตรมาสช่วยให้รู้ล่วงหน้าว่าควรคุยกับธนาคารเรื่อง restructure ก่อนจะผิดนัด [thethinkwise view]

3 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาอ่านตัวเลขชุดนี้

  • อ่านตัวเลขเดียวแล้วสรุป — GOP% ดีแต่ Days Cash on Hand ต่ำ แปลว่ากำไรยังติดอยู่ในลูกหนี้หรือสต็อก ไม่ได้อยู่ในบัญชี ตัวเลขทั้ง 5 ต้องอ่านเป็นชุด
  • เทียบกับโรงแรมอื่นโดยไม่ดูโครงสร้าง — โรงแรมที่มีห้องอาหารใหญ่ย่อมมี Payroll-to-Revenue ต่างจากโรงแรมที่ขายห้องอย่างเดียว ช่วงอ้างอิงใช้เป็นจุดเริ่มถาม ไม่ใช่คำตัดสิน
  • ใช้ตัวเลขรวมภาษีในการตัดสินใจเรื่องราคา — ส่วนลด 10% บนราคาป้ายดูเล็ก แต่เมื่อคิดจาก Net ADR ที่เหลือแล้ว สัดส่วนที่หายจากกำไรสูงกว่าที่เห็นมาก

ทั้งสามข้อมีจุดร่วมเดียวกัน คือการตัดสินใจจากตัวเลขที่ดูง่ายที่สุด แทนตัวเลขที่ใกล้กับเงินสดที่สุด [thethinkwise view]

จาก 5 ตัวเลข สู่ dashboard เดือนละหน้าเดียว

บทความต้นทางเสนอ weekly dashboard 7 ตัวเลข: Occupancy, ADR, RevPAR, GOP%, Cash on Hand (days), AR Aging และ Payroll-to-Revenue สำหรับเจ้าของที่ไม่ได้อยู่หน้างานทุกวัน เราแนะนำให้เริ่มจากหน้าเดียวต่อเดือน แล้วค่อยถี่ขึ้นเมื่อทีมบัญชีส่งตัวเลขได้ตรงเวลา [thethinkwise view]

ตัวเลขดูทุกสัญญาณที่ต้องถามต่อ
Net ADRเดือนส่วนต่างกับ ADR ในรายงานยอดขายกว้างขึ้น
GOP%เดือนลดลงเทียบเดือนเดียวกันปีก่อน ทั้งที่ occupancy ใกล้เดิม
Days Cash on Handสัปดาห์ต่ำกว่า 30 วัน = danger zone
Payroll-to-Revenueเดือนเกิน 25–35% (boutique) หลายเดือนติด
DSCRไตรมาสต่ำกว่า 1.25x

เกณฑ์จากบทความ thethinkwise “ทำไมเจ้าของโรงแรมต้องอ่านงบให้เป็น” · ความถี่ที่แนะนำเป็น [thethinkwise view]

สิ่งที่ควรขอจากฝ่ายบัญชี

  • รายงานรายได้ที่แยกราคาที่แขกจ่าย ราคา net หลังภาษี และค่าคอมแยกตามช่องทาง
  • ยอดเงินสดที่ใช้ได้จริง แยกจากเงินมัดจำของแขกที่ยังไม่ได้เข้าพัก
  • AR Aging แยก OTA และลูกค้าบริษัท พร้อมจำนวนวันที่ค้าง
  • payroll รวมสวัสดิการและ OT ไม่ใช่เฉพาะเงินเดือนพื้นฐาน
  • ตารางค่างวดเงินกู้ทั้งปี เพื่อคำนวณ DSCR ได้เอง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้วในระบบบัญชีของโรงแรมส่วนใหญ่ สิ่งที่ขาดมักไม่ใช่ข้อมูล แต่คือการตกลงกันว่าจะส่งรูปแบบไหน ทุกวันที่เท่าไร [thethinkwise view]

key takeaway
รายได้บอกว่าโรงแรมขายได้เท่าไร แต่ Net ADR, GOP%, Days Cash on Hand, Payroll-to-Revenue และ DSCR บอกว่าโรงแรมจะอยู่รอดได้นานแค่ไหน — เจ้าของที่ดูครบ 5 ตัวนี้ทุกเดือน จะเห็นปัญหาก่อนที่เงินในบัญชีจะบอก

อ่านวิธีตีความ ratio ทั้งชุด รวมถึง Current Ratio และ Debt-to-Equity ต่อได้ที่ ทำไมเจ้าของโรงแรมต้องอ่านงบให้เป็น ค่ะ

thethinkwise | Hotel ConsultingShare

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.