ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่โรงแรมเล็กควรทำในปี 2567
ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง หรือการตลาดดิจิทัลในปี 2566 ที่กำลังจะผ่านไปนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนแพลตฟอร์มในตลาดสำหรับสินค้าและบริการ ไม่เฉพาะแต่เรื่อง e-commerce และ cross border e-commerce แต่อย่างใด หากแต่แพลตฟอร์มที่ช่วยบริหารจัดการในส่วนการดำเนินงานของธุรกิจประเภทต่างๆ การรักษาลูกค้าด้วยการให้บริการที่รวดเร็วขึ้น และการเพิ่มขึ้นของ AI – Artificial Intelligence ในด้านต่างๆที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคนโดยการป้อนคำสั่งที่ต้องการให้ระบบช่วยจัดการเข้าไป . สำหรับธุรกิจโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยวก็เช่นกัน เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่เราตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวกันอยู่ในระดับ 28.0-30.0 ล้านคน และค่อยๆปรับลดลงมาตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปรอบโลก ปัจจัยต่างๆทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กระทบกับทิศทางในการเดินหน้าทางเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินและการคลังที่เปลี่ยนไป . กิจกรรมการตลาดและการขายของโรงแรมที่พักทุกขนาดต้องปรับตัวกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะ บูติกโฮเต็ล ทั้งเรื่องเทคโนโลยีที่ช่วยบริหารจัดการ และพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปจากการใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งภาพที่เห็นเด่นชัดคือ “รอไม่ได้” —- ใครให้บริการรวดเร็ว ตอบโจทย์ คนนั้นได้รับความสนใจ แต่ไม่ได้แปลว่าความสนใจนั้นจะเปลี่ยนเป็นการซื้อ การจองห้องพัก การกลับมาใช้บริการ เพราะมีปัจจัยทางเศรษฐกิจในครัวเรือนที่เข้ามาเป็นตัวกำกับ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจที่จับตลาดระดับบนไปจนถึงระดับลักชัวรี่ (Upscale to Luxury Segment) ที่กำลังซื้อของลูกค้าได้รับผลกระทบน้อย เป็นเรื่องการบริหารจัดสรรเวลาที่จะออกมาเดินทางท่องเที่ยวมากกว่า . บูติกโฮเต็ล โรงแรมที่พักขนาดเล็กมีทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในการบริหารจัดการห้องพักและช่องทางการขายรวมทั้งการตั้งราคาขายในแต่ละตลาด ในขณะเดียวกัน การสื่อสารถึงลูกค้าโดยตรงผ่านสื่อโซเชียลมีเดียตามความถนัด…
