6-mth plan for hotel
|

โรงแรม – วางแผนอีก 6 เดือน

แผนการทำงานสำหรับโรงแรมอีก 6 เดือนข้างหน้า

ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เราสรุปสถานการณ์โควิดและธุรกิจโรงแรมให้เห็นภาพว่าเป็นอย่างไร มาถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 ลองมาพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อการวางแผนการทำงานที่เหมาะสมสำหรับโรงแรมที่ยังเปิดให้บริการบางส่วน หรือโรงแรมที่ยังปิดให้บริการอยู่ในช่วงนี้กันค่ะ

  • ถ้านับไทม์ไลน์ในการตั้งเป้าเปิดประเทศใน 120 วันก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลต้า เราผ่านมาแล้วประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง เหลือเวลาอีกประมาณ 2 เดือนครึ่ง ก็จะถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2564
  • ความรุนแรงของการระบาดยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงถึงแม้ตัวเลขผู้ป่วยหายกลับบ้านจะสูงกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่มาได้เกือบหนึ่งสัปดาห์ แต่ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังอยู่ในหลักสองหมื่นกว่า และผู้เสียชีวิตในแต่ละวันยังอยู่ในระดับที่สูง
  • โครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ที่ค่อย ๆ ขับเคลื่อนไปตามจังหวะและการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ก็ต้องมาชะลอตัวลงเพราะการแพร่ระบาดทำให้จังหวัดต้องบังคับใช้มาตรการเพื่อการลดความเสี่ยง ลดการแพร่กระจายกลับมาใช้ต่ออีกครั้ง

ดังนั้นในช่วงระยะเวลานี้ไปจนถึงอีก 6 เดือนข้างหน้า สิ่งที่โรงแรมควรจะทำได้แก่

1. แผนการบำรุงรักษาทรัพย์สินของโรงแรมทั้งในส่วนตัวอาคาร และระบบต่าง ๆที่ใช้ภายในโรงแรม

โดยทั่วไปแผนกช่างจะมีแผนบำรุงรักษาตามปกติ และแผนบำรุงรักษาตามระยะเวลาเพื่อลดความเสียหายให้กับอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ในโรงแรม แนะนำให้หยิบแผนเหล่านั้นออกมาพิจารณาทบทวนอีกครั้งว่าเราควรจะปรับแผนอย่างไรภายใต้สถานการณ์ของโรงแรมคุณ เช่น หากคุณยังเปิดให้บริการ 50% แผนการในดูแลบำรุงรักษาในส่วนที่เปิดให้บริการ และในส่วนที่ปิดให้บริการจะเป็นอย่างไร บนความถี่ที่เท่าไหร่ ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือ น้ำยาทำความสะอาดชนิดต่าง ๆ เท่าไหร่ เพื่อประมาณตัวเลขค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้ทั้งเป็นก้อน และรายเดือนสำหรับ 6 เดือนข้างหน้า

ส่วนใครที่ปิดโรงแรม 6 เดือน – 1 ปี ก็เช่นกันการดูแลทรัพย์สินในช่วงที่ปิดโรงแรมจะทำอย่างไร ยิ่งในสภาพอากาศปัจจุบันที่มีความชื้นสูงจากฤดูฝนในหลายภูมิภาคของประเทศไทย แผนการทำงานต้องเข้มข้นมากขึ้นเพื่อลดความเสียหาย เช่น ความชื้นของพรม เชื้อราที่อาจจะขึ้นตามบริเวณต่าง ๆ ภายในห้องพัก การสลับกันเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ การใช้เครื่องโอโซนในการอบห้องพักพร้อมใช้ผ้าพลาสติกคลุมเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เป็นต้น

ทีมช่างที่ยังคงเหลืออยู่จะเข้ามามีบทบาท หรือหากจะใช้บริการจากบริษัทภายนอกก็ควรกำหนดกรอบในการทำงาน และงบประมาณให้

2. บริหารจำนวนทีมงาน

หากพิจารณากลุ่มตัวอย่างจากรายงานที่จัดทำร่วมกันระหว่างสมาคมโรงแรมไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยจะเห็นว่าในจำนวนโรงแรมที่เปิดให้บริการปัจจุบันและไม่ได้ปรับโรงแรมเป็น ASQ นั้นจะมีอัตราการจ้างงาน 53% ของจำนวนแรงงานก่อนช่วงโควิด-19 ดังนั้นสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก – ขนาดกลางที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมโรงแรมไทยที่ยังมีอีกเป็นจำนวนมากนั้นควรกลับมาประเมินสถานการณ์ตามข้อเท็จจริงของโรงแรมตนเอง

ถ้าแผนงานในอีก 6 เดือนข้างหน้ามีหัวข้อที่เกี่ยวข้องตามแผนภาพข้างต้น คุณควรจะจัดสรรกำลังคนอย่างไรให้เพียงพอกับปริมาณงานประเภทต่าง ๆ ภายในโรงแรมของคุณ

ส่วนสำหรับใครที่เพิ่งเริ่มลงทุนทำโรงแรม และกำลังเตรียมเปิดโรงแรมในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ กรณีนี้เป็นอีกประเด็นที่การจัดสรรทีมงานและกำลังคนต้องพิจารณาอีกแบบ แต่ทั้งนี้ไม่ควรนำปัจจัยเรื่องสถานการณ์และข้อจำกัดการเดินทาง รวมทั้งข้อกำหนดต่าง ๆ ของจังหวัด บวกกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณในส่วนลูกค้าในประเทศและในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นตัวแปรในการตัดสินใจ

3. การจัดสรรสภาพคล่อง

ต่อเนื่องจากข้อ 1 และข้อ 2 เมื่อรวบรวมตัวเลขค่าใช้จ่ายได้แล้วก็ลองมาจัดสรรและเรียงลำดับความจำเป็น ความสำคัญ ความยากง่ายภายใต้กรอบเวลา 6 เดือนข้างหน้า เพื่อที่คุณจะได้จัดสรรงบประมาณได้เหมาะสมมากขึ้น

สำหรับโรงแรมไหนที่มีภาระสินเชื่อกับสถาบันการเงินอยู่แล้ว การได้รับการลดหย่อนในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินต้น อัตราดอกเบี้ย หรือการยืดระยะเวลาชำระหนี้ ให้เปิดตารางเอ๊กซ์เซลขึ้นมาหยอดตัวเลขภาระหนี้ที่มีปัจจุบันตั้งเป็นหลักไว้ก่อน แล้วค่อยตามด้วยตัวเลขประมาณการค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า แล้วมาเทียบกับเงินทุน หรือความต้องการเงินทุนเพื่อสนับสนุนว่าจะสามารถนำมาจากแหล่งใดได้บ้าง ภายใต้เงื่อนไขอะไร แล้วจึงใส่ตัวเลขเข้าไปเพื่อให้คุณเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นนะคะ

4. ทางเลือกอื่น ๆ

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อโควิด-19 รอบที่สอง เราเห็นประกาศขายกิจการประเภทโฮสเทลมากขึ้น และเชื่อว่าหากสถานการณ์ยังไม่กระเตื้องขึ้นเราก็ยังคงเห็นการประกาศขายกิจการเพิ่มขึ้นในขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นเช่นกัน

นั่นหมายถึงผู้ประกอบกิจการเหล่านั้นเขาได้ประเมินในหลาย ๆ ด้านแล้ว หรือเขามี Exit Plan ที่เตรียมไว้และถึงเวลาที่ต้องนำขึ้นมาใช้ กรณีนั้นก็เป็นทางเลือกของโรงแรม

แต่ถ้าไม่พูดถึง Exit Plan การพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ ในการบริหารทรัพย์สินที่มีอยู่มีอะไรเป็นทางเลือกได้อีก อาจจะต้องเรียกหุ้นส่วนเข้ามาช่วยกันระดมสมองเพราะข้อจำกัดและปัจจัยของแต่ละกิจการแตกต่างกัน ใครจะตัดสินใจอย่างไรขึ้นอยู่กับความจำเป็นเร่งด่วนของแต่ละบุคคลแต่ละกิจการ

.

.

.

ลองหยิบกระดาษขึ้นมาขีดเขียนความคิดและทางเลือกที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ลองหยิบกระดาษขึ้นมาขีดเขียนแผนงานในอีก 6 เดือนข้างหน้าและประเมินความเสี่ยงและความเป็นไปได้

.

.

อย่าอ่านแล้วผ่านไป

การเขียนจะทำให้คุณเห็นภาพมากขึ้น

และการเขียนในแต่ละวัน การปรับภาพในแต่ละวันจะทำให้คุณตกผลึกได้ดีขึ้น

.

.

เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการโรงแรมทุกท่านค่ะ

Similar Posts

  • โรงแรมกับการออกแบบการให้บริการ

    #ออกแบบการให้บริการ เริ่มต้นปีด้วยเรื่องที่ตอกย้ำกันมาตลอดตลอด…ว่าด้วยการออกแบบการให้บริการ ซึ่งมักจะเป็นปัญหาในระยะยาวหลังการถูกใช้งานมาสักพักและส่งประสบการณ์ที่ไม่ดี ไม่ราบรื่นให้ลูกค้า ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้น กำลังพัฒนาแบบจึงควรวางแผน เจรจากับผู้ออกแบบให้ดีว่าคุณต้องการอะไร ผู้ออกแบบก็ควรช่วยใช้วิชาความรู้ที่มีมาปรับใช้เพื่อให้สิ่งที่คุณออกแบบไม่ใช่แค่สามารถใช้งานได้จริง แต่จะเป็นแรงส่งประสบการณ์ที่ดี ที่น่าประทับใจ ที่น่าจดจำในทางที่ดีต่อไป คำแนะนำแบบง่ายที่สุดคือ สมมติตัวเองเป็นลูกค้าที่มาใช้พื้นที่ต่างๆว่าจะรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่คิดว่าพื้นที่กว้างขวางเพียงพอหรือไม่ แต่ให้คิดถึงความรู้สึกที่จะได้รับหลังจากการประกอบร่างทั้งงานสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งภายในเรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างห้องล๊อคเกอร์ตามฟิตเนสต่างๆ ยิ่งรองรับจำนวนลูกค้ามาก ก็จะยิ่งมีตู้เหล่านี้มากมายตั้งเรียงรายทั้งสองฝั่งของห้อง หรือตั้งเป็น สามแถวสี่แถวแบ่งพื้นที่ห้องตรงกลางก็มี ระยะการเปิดตู้ ความกว้างของบานเปิด กับช่องทางเดินที่อาจมีการใช้งานทั้งสองฝั่งที่จะเปิดมาชนกัน หรือในพื้นที่แต่งตัว ถ้าผู้ออกแบบยึดมั่นแต่ภาคทฤษฎี ไม่สนใจประสบการณ์การใช้งาน ก็อาจจะกำหนดตำแหน่งปลั๊กไฟ/เต้าเสียบตามตำแหน่งที่กำหนดตามมุมห้อง เสาต่างๆที่ระยะความสูงตามทฤษฎี ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอต่อการใช้งานในช่วงเร่งด่วน หรือช่วงที่มีลูกค้าใช้งานมาก เช่น มีตู้ล๊อคเกอร์หลักมากกว่า 150 ตู้ แต่มีตำแหน่งให้เสียบปลั๊กให้บรรดาลูกค้าสุภาพสตรีใช้เสียบไดร์เป่าผมเพียง 6 จุด …อยากชวนให้นึกสภาพการใช้งานจริงว่าจะโกลาหลขนาดไหน นี่คือตัวอย่างบางส่วนที่เราพบเห็นได้บ่อยๆ ซึ่งส่วนผู้ให้บริการจะมารับรู้ก็เมื่อลูกค้าบ่น ตำหนิ ต่อว่า หรือสมัยปัจจุบันก็คือเขียนรีวิว หรือระบายความในใจบนหน้าวอลล์เฟสบุ๊ก โรงแรมที่พักก็เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเปิดให้บริการมานานแค่ไหน หรือเพิ่งเปิด การให้ทีมงานของคุณได้ลองใช้บริการจริงเช่นเดียวกับลูกค้าจะทำให้เขาเหล่านั้นเข้าใจความรู้สึกของการใช้งานของลูกค้า และจะได้นำสิ่งเหล่านั้นมาช่วยกันปรับปรุงและออกแบบการให้บริการที่ดีขึ้นเพื่อลูกค้าจะได้รับแต่ประสบการณ์ที่ดีต่อไป #ทำใหม่ได้ทุกวัน #แก้ด้วยฮาร์ดแวร์ไม่ได้ก็แก้ด้วยซอฟต์แวร์ #รู้ให้จริงทำให้เป็น #thethinkwise

  • โรงแรม “ลงมือทำ” ไม่ต้องรอ

    เวลาผ่านมาเกือบ 3 เดือนเราพอเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าในอีก 9 เดือนที่เหลือเราควรจะทำอย่างไรกับโรงแรมที่พักของเรา หลายคนยังตกอยู่ในภาวะ “หาคนผิด” ไม่ก็ “โทษคนอื่น” ยังก้าวออกมาไม่ได้ ในขณะที่อีกหลายคนก็ออกก้าวเดินด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง ฮึดสู้ต่อไปด้วยภาระหน้าที่ต่าง ๆ ที่รออยู่ เรามาลงมือทำตัวเลขประมาณการของโรงแรมกันใหม่ดีกว่า มาดูตัวอย่างตามตารางนี้ไปทีละขั้น ทีละตอนกัน เพื่อที่เราจะได้เร่งลงมือแก้ไข และพร้อมกับสถานการ์ณข้างหน้าต่อไป จากตารางข้างบน สมมติว่าเป็นโรงแรมประเภทบูติกโฮเต็ลในระดับพรีเมี่ยม มีจำนวนห้อง 35 ห้อง มีจำนวนพนักงาน 25 คน เดิมตั้งเป้าหมายอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70% ทั้งปี และตั้งเป้าหมายมีอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่ 2,975 บาทต่อห้อง ตั้งแต่ต้นปีเมื่อมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ตัวเลขตกลงอย่างต่อเนื่องในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้รายได้ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมลดลงมากกว่า 50% จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ เนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 1 เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ ไฮซีซั่น ในขณะที่ฝั่งค่าใช้จ่ายในช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมายังคงอยู่ในสัดส่วน 35% ของรายได้รวม เนื่องจากยังไม่มีการปรับลดพนักงานแต่อย่างใด เฉลี่ยเดือนละ 9 แสนกว่าบาท แบ่งเป็น 70% เป็นเงินเดือนค่าจ้าง 25%…

  • |

    “อย่าหวังน้ำบ่อหน้า” แล้วโรงแรมจะไปต่ออย่างไร

    เมื่อผู้ว่าททท.กล่าวว่า “อย่าหวังน้ำบ่อหน้า…….” จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายๆคนพอได้อ่านข่าว หรือได้ฟังก็ถึงกับนั่งพัก ตั้งหลักใหม่กันเลยทีเดียว ประเด็นก็คือ “ให้เราอยู่กับความเป็นจริง และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น” เมื่อสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวของบ้านเราขึ้นอยู่กับต่างชาติเป็นหลัก แต่ด้วยสถานการ์ณโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ระหว่างประเทศได้ เท่ากับว่ารายได้ที่เราเคยตั้งเป้ากันไว้ว่าจะทำได้ที่ 40.0 ล้านคน สร้างรายได้ที่ 2.03 ล้านล้านบาทนั้นก็คงต้องลืม ๆ ไปก่อน และหันกลับมาดูที่รายได้ที่จะมาจากนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก ซึ่งตั้งเป้าหมายสำหรับปี 2563 อยู่ที่ 1.13 ล้านล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบสัดส่วนรายได้ระหว่างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติกับนักท่องเที่ยวในประเทศ จะอยู่ที่ 65 : 35 ตัวเลขสัดส่วนรายได้ที่แตกต่างกันมากนั้นสะท้อนถึงยอดใช้จ่ายต่อหัวที่แตกต่างกันด้วยระหว่างนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวในประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจึงพยายามเร่งผลักดันมาตรการเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นซึ่งหวังว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศในหลักหมื่นล้านบาท เมื่อโรงแรมต้องกลับมาอยู่บนความเป็นจริง ขอให้ตั้งหลักให้ดีและประเมินทุกอย่างบนข้อเท็จจริง และกำลังปัจจัยของแต่ละคน โดยเริ่มจากเลิกตั้งคำถามว่า “ทำไมเป็นแบบนี้” หรือ “ทำไมต้องเกิดอะไรแบบนี้” เพราะความจริงคือ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และจะยังอยู่กับเราต่อไปอีกนานพอสมควรจนกว่าจะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 เกิดขึ้นและใช้งานได้จริง ดังนั้นขอให้พิจารณาและประเมินสิ่งต่าง ๆ ตามประเด็นต่อไปนี้ 1. เงินทุนคงเหลือ ที่ไม่เลือกใช้คำว่า “เงินทุน” เฉย ๆ เพราะหลายโรงแรมเดินทางมาสักพักจนต้องเรียกว่า “เงินทุนคงเหลือ”…

  • ปรับแบรนด์หลังปรับปรุงโรงแรม

    ปรับปรุงห้องพักโรงแรมใหม่แล้ว ควรทำอะไรบ้างเพื่อสื่อสารกับทีมงานและลูกค้าให้ถูกต้อง

  • สร้างตัวตน ทำการตลาดโรงแรม เริ่มอย่างไร

    ทำตลาดโรงแรม เริ่มต้นจากตรงไหน และควรเริ่มอย่างไรดี

  • ค่าไฟฟ้า แพงขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นจริงหรือ?

    ค่าไฟฟ้า ในยุโรปที่ปรับตัวสูงขึ้นเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จะเป็นปัจจัยให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาบ้านเรามากขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายหรือไม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.